“หยวนหยวนทำไมเ้าถึงทำเช่นนี้...! แม่บอกแล้วไม่ใช่หรือ ว่าให้รอจนแม่อาบเสร็จก่อน” ซูอิ๋งอิ๋งตวาดใส่ซูหยวนเย่โดยความโกรธจัด ทว่า...เ้าบุตรตัวแสบนั้นหาได้แยแสไม่ มันแสร้งทำหูหวนลม ลอยหน้าลอยตาแช่น้ำในอ่างอย่างสบายอกสบายใจ นั้นยิ่งทำให้ ซูอิ๋งอิ๋งโมโหหนักกว่าเดิมแต่นางก็ทำอะไรไม่ได้ ครั้นจะลุกขึ้นจากอ่างน้ำก็เกรงว่ามันจะเห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าของนาง อีกทั้งยังแช่น้ำไม่ถึง...อีกด้วย ซูอิ๋งอิ๋งจึงต้องข่มกลั้นความรู้สึกก่อนแช่น้ำต่ออย่างเงียบ ๆ ส่วนเ้าซูหยวนเย่นั้นแม้คล้ายจะไม่สนนางทว่า...เมื่อสบโอกาสมันก็แอบใช้สายตามองเรือนร่างของมารดาอยู่เป็ระยะ
“โอ้ นี่หรือรูปร่างของท่าน เหตุใดถึงงดงามเยี่ยงนี้ ผิวพรรณขาวเนียนหมดจดราวกับหิมะต้องแสงยามเช้า ถะ แถม...ปทุมถันสองเต้าที่ลอยกระเพื่อมอยู่ในน้ำยามนี้ก็ช่างใหญ่โตมโหฬารยิ่งนัก ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันคือสิ่งที่ข้าเคยัั เคยดูดกินน้ำนมเมื่อครั้งยังเป็ทารก และข้ายังเคยแอบเห็นท่านพ่อดูดมันด้วยเหมือนกัน ซึ่งท่านคงไม่ได้ทำเพราะกระหายน้ำนมเหมือนข้าแน่ ๆ ยามนั้นท่านแม่ร้องครวญครางเสียงดังระงม ตอนนั้นข้ายังเยาว์ไม่ทราบว่านางเป็อันใด แต่พอเติบใหญ่ข้ารู้แล้วว่าเกิดอันใดขึ้น” ซูหยวยเย่เพ่งมองเต้านมอวบอัดคู่งามของมารดา แล้วก็จินตนาการฟุ้งซ่านลามกไปเรื่อยเปื่อย
ทว่า....ยิ่งคิดร่างกายของบิดามันก็ยิ่งตอบสนอง โดยเฉพาะดุ้นัั์ตาเดียวตรงหว่างขา มันพองผงาดแข็งชูชันจนซูหยวนเย่ยังตกตะลึง “ยะ แย่ แล้วข้ามองร่างกายท่านแม่มากไปจนเผลอคิดฟุ้งซ่าน ไอ้เ้านี้ตรงหว่างขาของข้ามันก็เลย...” ซูหยวนเย่ครุ่นคิดในใจ พร้อมสีหน้าที่ดูแตกตื่นจนเห็นได้ชัด โชคดีที่มารดาของมันในยามนั้นมิทันได้สังเกตเห็น ไม่สิหากจะกล่าวให้ถูกต้องกล่าวว่า นางเบือนหน้าหนีไปอื่นอยู่นานแล้วมากกว่า
“ขะ ข้าจะทำยังไงดี? จะระบายกำหนัดด้วยมือใต้น้ำดีไหม หรือว่าจะปล่อยให้มันสงบลงเอง ตะ แต่จะสงบได้อย่างไร ในเมื่อร่างกายเปลือยเปล่างดงามของท่านแม่อยู่ตรงหน้าข้าแบบนี้ อะ อูยยยย...ยย ยิ่งเห็นเ้าัก็ยิ่งแข็ง ยิ่งเห็นข้าก็ยิ่งปวด ทนไม่ไหวแล้วเป็ไงเป็กัน...”
ซูหยวนเย่ปวดเ้าัั์ตาเดียวจนมิอาจทานไหวอีกต่อไป มันจึงใช้มือข้างหนึ่งไปคว้าจับ ก่อนจะเคลื่อนถอกหนังหุ้มัเข้าออกอย่างแช่มช้า นี่ถือเป็การแก้ปัญหาที่เลวร้ายมากที่สุด เพราะถ้าซูอิ๋งอิ๋งทราบเข้าล่ะก็...ซูหยวนเย่คงมิใช่โดนตำหนิเป็แน่แท้....
อะ อูยยยย...ยยย ซี้ดดด.....ดดดด อ๊าาาา...าาา ซูหยวนเย ครางเบา ๆ ในลำคออย่างเสียวซ่าน เพื่อไม่ให้ ซูอิ๋ิงอิ๋งมารดาได้ยิน ส่วนมือก็ทำการรูดลำัใต้น้ำไปเรื่อย ๆ ซูหยวนเย่ยามนี้ครึ่งหนึ่งรู้สึกมีความสุขราวกับอยู่บน์ ส่วนอีกครึ่งเหมือนอยู่ในนรกที่ทั้งอึดอัด และทรมาน แต่มันคาดว่าหากระบายพิษัออกมาได้สำเร็จ ทุกอย่างก็น่าจะจบลงด้วยดี ทว่า...ในยามนั้นเหตุไม่คาดฝันก็พลันเกิดขึ้น เมื่อเสียงของซูอิ๋งอิ๋งเอ่ยออกมาว่า
“มะ แม่อยากจะขึ้นแล้ว ตะ แต่แม่ทำเช่นนั้นไม่ได้ เ้าจงขึ้นจากบ่อไปก่อนหยวนหยวน...” คำกล่าวของนางทำเอาซูหยวนเย่สะดุ้งโหยง มันไม่ได้ใเสียงของมารดา แต่ใในสิ่งที่นางสั่ง เสียมากกว่า...
“หะ ให้ข้าขึ้นก่อนหรือ...? ท่านแม่คงกลัวข้าจะเห็นเรือนร่างของนางสินะ หากนาง้าเช่นนั้น ข้าก็ทำให้ได้อยู่หรอก ถ้าไม่ติดที่ว่ายามนี้ข้ากำลัง....อูยยย...ยยย ซี้ดดด....ดดดดด”
ซูหยวนเย่ครุ่นคิดในใจด้วยหวั่นวิตก เพราะยามนี้ในอุ้งมือของมัน กำลังรูดถอกลำัดุ้นใหญ่เพื่อระบายพิษอยู่ แถมยังต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกว่าจะสำเร็จ
ซูอิ๋งอิ๋งหลังจากออกคำสั่งไปได้สักพัก นางก็เริ่มขมวดคิ้วมุ้นอย่างไม่พอ เพราะเห็นว่าซูหยวนเย่ยังนั่งนิ่งไม่ยอมทำตามที่นางบอก
“เป็อันใดไปหยวนหยวนแม่บอกให้เ้าขึ้นจากน้ำ เ้าไม่ได้ยินหรือ”
“ขะ ข้าได้ยินแล้ว ตะ แต่....”
“แต่อันใด”
“ตะ ตะ แต่.....”
“อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ อันใดของเ้า เมื่อครู่เ้าก็ขัดคำสั่งแม่ไปรอบหนึ่งแล้ว ตอนนี้ยังดื้อไม่เชื่อฟังอีกหรือ” ครานี้ซูอิ๋งอิ๋งแค่นเสียงดุ ซูหยวนเย่ อย่างดังขึ้น ซึ่งทำให้มันรู้ว่านางโมโหสุด ๆ แล้วและยามที่ มารดามันโกรธจัดย่อมไม่เป็ผลดีแน่
“ชะ เช่นนั้นก็ได้ งั้นข้าจะลุกขึ้นจากอ่างตามที่ท่านแม่้า” ซูหยวนเย่เอ่ยเสียงเบา พร้อมใบหน้าสำนึกผิด จากนั้นมันจึงพลันลุกขึ้นยืน เพื่อเตรียมจะก้าวออกไป ทว่า...ในตอนนั้นเองที่สองตาของซูอิ๋งอิ๋งถึงกับพลันเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง เมื่อได้เห็นเข้ากับเ้าัั์ตาเดียวตรงหว่างขาของบุตรชาย ที่กำลังผงาดหัวชูชันชี้หน้าของนางอยู่ แม้นจะทราบว่าเครื่องเพศท่อนนี้เป็ร่างกายสามี ที่นางเคยเห็น เคยัั เคยลิ้มรส แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด ยามนี้ที่ได้เห็นอีกครั้งซูอิ๋งอิ๋งถึงได้ตื่นใสุดขีด อาจเพราะในร่างเป็บุตรชายในอุทรกระมัง
ซูหยวนเย่เองก็ไม่คิดว่ามารดาจะตื่นตะลึงเพียงนี้ แต่มันก็รู้ดีว่าหากไม่รีบออกไป อีกสักครู่มารดาจะต้องได้สติคืนมา และมันก็จะโดนนางเอ็ดตะโรยกใหญ่ ดังนั้นซูหยวนเย่จึงก้าวขาออกจากอ่างน้ำ และเดินจากไป...
เมื่อจากไปสักพัก ซูอิ๋งอิ๋ง จึงพลันได้สติกลับคืนมาทว่า....ภายในใจนางกลับร้อนรุ่มอย่างผิดปรกติ
“นี่ข้าเป็อันใดไป...? สิ่งนั้น ใช่ว่าข้าจะไม่เคยเห็น ตอนท่านพี่ยังมีชีวิตอยู่ ข้ากับเขาก็ทำเื่พรรค์นั้นกันบ่อยครั้งตามที่ผัวเมียคู่อื่นกระทำกัน ทว่า...เหตุใดยามนี้เมื่อข้าเห็นมันอีกครั้งหัวใจถึงไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ร่างกายอาจเป็ร่างเดิมของท่านพี่ แต่ภายในนั้นเป็บุตรชายของข้า ข้าไม่ควร ข้าไม่ควรรู้สึกเช่นนั้น...” ซูอิ๋งอิ๋งรู้สึกสับสนกระวนกระวายใจเป็อย่างยิ่ง แถมยามนี้ร่องสวาทของนางยังเต้นตุบ ๆ คล้ายกับ้าจะให้มีสิ่งใดสอดใส่เข้าไปเพื่อระบายความฟุ้งซ่าน
ซูอิ๋งอิ๋งพยายามตั้งสมาธิ ข่มใจให้สงบทว่า...สุดท้ายแล้วนางก็มิอาจทำได้จึงต้องจำใจใช้นิ้วของตนแหย่แยงเข้าไปในร่องรูเพื่อระบายกำหนัดอันไม่สมควรออกมา แล้วเ้าซูหยวนเย่ยามนี้เล่ามันทำอันใดอยู่หลังจากออกจากอ่างอาบน้ำไปแล้ว...
“ท่านแม่จะขึ้นเลยไหมนะ...? ไม่แน่นอนนางอาจจะแช่ต่ออีกสักครู่ หรือไม่ก็รอข้าแต่งตัวเสร็จ เช่นนั้นข้าก็ยังมีเวลาเหลืออีกเล็กน้อย รีบทำต่อให้สำเร็จดีกว่า หากปล่อยไว้ข้าคงอึดอัดจนนอนไม่หลับทั้งคืนเป็แน่” ซูหยวยเย่เอ่ยพึมพำเบา ๆ ก่อนที่มันจะพลันใช้มือคว้าเ้าัั์ตาเดียวซึ่งยังพองตัวแข็งอยู่ จากนั้นก็เคลื่อนข้อมือรูดถอกหนังหุ้มต่อจากเมื่อครู่ ยามนี้ภาพในห้องจึงกลายเป็สองแม่ลูกกำลังใช้นิ้ว ใช้มือระบายกำหนัดราคะกันอยู่ เพียงแต่ทั้งคู่ไม่เห็นกันเท่านั้นเอง...
จบบทที่ 5