"วายุ ตื่นได้แล้วลูก ได้เวลาไปโรงเรียนแล้ว"
"แม่ครับ อีกแป๊ปนึงได้ไหมครับ"
"ไม่ได้ครับ สายแล้ว"
"นี่คุณจะทำอะไร"
"ผมจะเอาลูกผมคืน พวกมึง เอาเด็กขึ้นรถไปเดี๋ยวนี้"
"ไม่....อย่ามายุ่งกับลูกของฉัน"
"แม่ครับ ช่วยผมด้วย...แม่......!! "
""ช่างเป็ความทรงจำที่น่าสงสาร"" เสียงแว่วกระทบโสตประสาทของเด็กน้อยขณะที่กำลังถูกพรากไปจากแม่อันเป็ที่รัก
"ใครน่ะ"
""ลืมตาสิ แล้วเ้าก็จะรู้เอง""
วายุค่อย ๆ ลืมตาตามเสียงที่ได้ยิน เขามองไปรอบ ๆ ดูเหมือนว่าเขาจะอยู่ในห้อง ๆ หนึ่ง มีสายน้ำเกลือโยงอยู่ที่แขนขวา เขาพยายามขยับตัวแต่ก็ไม่เป็ผล รู้สึกเหมือนไม่มีแรง
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น"
""เ้านอนอยู่ที่นี่มา 1 สัปดาห์แล้ว""
เสียงแว่วดังกระทบโสตประสาทอีกครั้ง วายุพยายามเหลือบตามองหาต้นเสียงดังกล่าว แต่ก็ไม่พบ ในขณะเดียวกันวายุได้ยินเสียงเปิดประตูดังแกร๊ก และมีหญิงวัยกลางคนวิ่งโผเข้ากอดอย่างไม่ทันตั้งตัว
"โถ...คุณหนูของป้า ทำไมช่างโชคร้ายแบบนี้ ทำไม์ถึงได้กลั่นแกล้งคุณหนูถึงขนาดนี้" หญิงวัยกลางคนร้องห่มร้องไห้และกอดวายุไว้แน่น
"ผมยังไม่ตายครับป้านงเยาว์" วายุค่อย ๆ ยกมือและลูบแขนป้านงเยาว์ซึ่งเป็พี่เลี้ยงั้แ่วัยเด็ก "แล้วป้ามาได้ยังงัยครับนี่ หรือพ่อบอกป้า!" วายุถามป้านงเยาว์ด้วยความสงสัย
"คุณหนูรองพามาค่ะ" ป้านงเยาว์ยิ้มและหันหลังมองไปที่ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างหลัง
"คุณพ่อไม่รู้หรอกครับว่าเรามาที่นี่ ขืนรู้ท่านได้สั่งให้คนหิ้วพี่กลับบ้านทั้ง ๆ ที่นอนอยู่บนเตียงแน่นอน" ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงนิ่มนวลและกุมมือวายุไว้
"ขอบใจนะเมฆ แล้วแกรู้ได้ไงว่าพี่กลับมาเมืองไทย" วายุถามเมฆน้องชายต่างมารดาด้วยความสงสัย
"จูเลียเป็ห่วงพี่ เลยโทรหาผมให้ช่วยดูแล พอผมรู้ว่าพี่นั่งเที่ยวบินไหน เลยบอกให้ยศลูกชายป้านงเยาว์ไปดูที่สุวรรณภูมิ และตามพี่ไปถึงวัด" เมฆจึงเล่าเหตุั้แ่วันที่วายุลงจากเครื่องให้ฟัง
"ป้าไปมีลูกตอนไหน ทำไมไม่บอก น่าน้อยใจจัง" วายุพูดหยอกล้อป้านงเยาว์ตามประสา "แหม...ป่วยอยู่แท้ ๆ ยังมาพูดจากหยอกล้อเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะคะ"
สักพักคุณหมอที่ดูแลไข้พร้อมพยาบาล ก็เข้ามาดูอาการของวายุอย่างละเอียด เมื่อตรวจเสร็จสิ้น คุณหมอทำสีหน้าประหลาดใจและถามวายุว่า
"คุณห้อยพระอะไรขอหมอดูหน่อย"
"คุณหมอครับผมพึ่งเดินทางมาจากอเมริกา และผมไม่นับถือศาสนา ดังนั้นผมไม่ห้อยของพวกนี้แน่นอน" วายุตอบกลับคุณหมอด้วยสีหน้าตึง ๆ
"ถ้าเป็คนทั่วไปป่านนี้คุณได้เป็เนื้อย่างเกาหลี หรือไม่ก็ดำเป็ตอตะโกไปแล้วล่ะ" คุณหมอตอบกลับวายุพร้อมกับค่อย ๆ ดึงผ้าพันแผลที่ศีรษะออก
"มันเกิดอะไรขึ้นกับพี่ชายผมครับหมอ" เมฆถามด้วยความสงสัย
"เมื่ออาทิตย์ก่อน มีรถกู้ภัยพาคุณคนนี้มาที่โรงพยาบาล มีชายคนหนึ่งตามมาด้วย คาดว่าจะเป็มัคทายก เขาบอกกับหมอว่า ชายคนนี้เป็ใครก็ไม่รู้ อยู่ดี ๆ ก็เดินดุ่ม ๆ เข้ามาในระหว่างประกอบพิธีสมโภชองค์พญาครุฑ คนที่อยู่ในพิธีพยายามะโห้ามไม่ให้เข้า แต่ผู้ชายคนนี้ก็ไม่สนใจ เดินตาลอยและไปหยุดตรงหน้ารูปหล่อองค์พญาครุฑ แป๊ปเดียวฟ้าก็ผ่าไปที่ชายคนนี้ ทุกคนต่างใวิ่งหนีกันแบบไม่คิดชีวิต สักพักพอตั้งหลักได้ มัคทายกก็เดินเข้ามาดู ชายคนนี้ถูกไฟไหม้เกรียมทั้งตัว แต่มันแปลกตรงที่ไอ้ที่ไหม้น่ะมันเป็แต่เสื้อผ้า ส่วนร่างกายกลับไม่เป็อะไรเลย พบแค่แผลที่หน้าผากเป็รอยบากประมาณหนึ่งนิ้วเท่านั้น" คุณหมอเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้วายุและคนในห้องฟัง
เมื่อได้ยินเช่นนั้น วายุรู้สึกประหลาดใจและพยายามนึกถึงเื่ในวันนั้น เขาจำได้เลือนลางว่า เขาพยายามตามหาเด็กหญิงคนหนึ่งเพื่อจะคืนของบางอย่าง เมื่อไม่พบก็เดินไปเคารพศพแม่ที่โกฏหลังวัด แต่หลังจากนั้นกลับจำอะไรไม่ได้เลย
""จะคิดทำไมให้วุ่นวาย"" เสียงแว่วกลับมาอีกครั้ง คราวนี้มันดังก้องกว่าสามครั้งแรกที่ได้ยิน "ใครน่ะ" วายุอุทานออกมาต่อหน้าคุณหมอและเมฆ
"เมฆพาใครมาอีกไหม" วายุถามเมฆด้วยสีหน้าจริงจัง "ไม่มีนะพี่ ก็มาแค่ผมกับป้านงเยาว์" เมฆมองมาที่วายุด้วยความเป็ห่วงก่อนจะบอกให้พี่ชายพักผ่อน "ผมกลับก่อนนะครับพี่ ออกมานานแล้ว เดี๋ยวคุณพ่อจะสงสัย พรุ่งนี้ผมจะมารับออกจากโรงพยาบาล ป้าครับกลับกันเถอะ" เมฆกล่าวลาพี่ชายและออกจากห้องไปพร้อมกับคุณหมอ
""เอาล่ะ ทีนี้ก็เหลือแค่เ้ากับข้า มาคุยกิจธุระกันเถิด เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว"" เสียงแว่วมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ธรรมดา มีร่างโปร่งใสสีทองอร่ามค่อย ๆ ลอยออกมาจากตัวของวายุ รูปร่างเป็คน ส่วนหัวเป็นก และมีปีกที่ใหญ่ขนาดปกคลุมห้องทั้งห้อง
"แกเป็ตัวอะไร!!!" วายุใสุดขีด พยายามลุกแต่ก็ลุกไม่ขึ้น เขาเริ่มหายใจติดขัดเหมือนคนกำลังขาดอากาศหายใจ อาจเป็เพราะความเหนื่อยล้าจากอาการาเ็ สิ่งดังกล่าวจ้องมองมาที่วายุ ขณะเดียวกันพยาบาลเปิดประตูเข้ามาเพื่อจะให้ยาแก้อักเสบกับวายุตามกำหนดเวลา
"คุณพยาบาลช่วยผมด้วย มีตัวอะไรไม่รู้อยู่ในตัวผม"
"ไม่เห็นมีนี่คะ ก็มีแต่คุณกับพยาบาลนี่ล่ะค่ะ"
"ตอนนี้มันอยู่ข้างหลังคุณพยาบาลแล้วครับ"
"คุณคะ จะจีบก็บอกมาตรง ๆ เถอะค่ะ มุกนี้เสี่ยวมากค่ะ ถ้าไม่มีอะไรพยาบาลขอตัวไปดูคนไข้อื่นต่อนะคะ" พอให้ยาเสร็จพยาบาลจึงเดินออกจากห้องทันที
""ไม่มีใครเห็นข้าหรอก คนที่ข้า้าให้เห็นเท่านั้นถึงได้เห็นข้า"" สิ่งนั้นกลับมาอีกครั้งพร้อมกับมองเขม็งมาที่วายุ
"ท่านเป็ใคร และ้าอะไรจากผม" วายุเริ่มตั้งสติและตอบกลับสิ่งนั้นด้วยเสียงที่สั่นเครือ
""ข้าคือ สุบรรณ องค์พญาครุฑ ข้าและพญาครุฑองค์อื่น ๆ จะมาจุติบนโลกทุก 500 ปี เพื่อมาปกป้องเหล่ามวลมนุษย์และพุทธศาสนา เ้าไม่รู้จักรึ""
"พญาครุฑ ท่านหมายถึงนกที่แบกเสาตามวัดใช่ไหม มันมีแต่ในนิยายไม่ใช่รึ"
""เ้ามนุษย์นี่กวนประสาทยิ่งนัก เดี๋ยวก็จับฉีกเนื้อกินเป็อาหารค่ำเสียเลยนี่"" สุบรรณจ้องตาวายุและตวาดกลับถ้อยคำลามปามของวายุทันที
"แล้วท่านมีธุระอะไรกับผม" วายุถามด้วยความสงสัย
""475 ปีก่อน เป็่เวลาที่ข้าต้องลงมาจุติตามกำหนด ขณะที่ข้าถูกส่งลงจากฉิมพลีเพื่อมายังโลกมนุษย์ มีอะไรบางอย่างฉีกกายเนื้อและดวงจิตข้าแยกออกจากกันเป็สองส่วน ดวงจิตข้าตกมาที่โลกมนุษย์ ส่วนกายเนื้อข้าถูกส่งไปยังโลกคู่ขนาน ข้าอยู่บนโลกนี้ได้ด้วยร่างสถิต ตลอดระยะเวลา 400 กว่าปีมานี้ข้าได้ใช้ร่างสถิตปฏิบัติหน้าที่ของข้าตามจารีตมาตลอด ตอนนี้ไกล้ถึงเวลาที่ข้าจะต้องกลับฉิมพลีแล้ว เพื่อพญาครุฑองค์อื่นจะได้ลงมาจุติต่อไป หากข้าไม่กลับฉิมพลีตามเวลาที่กำหนด ดวงจิตข้าจะถูกจองจำอยู่บนโลกมนุษย์และพญาครุฑองค์อื่นจะไม่สามารถจุติได้""
"แล้วทำไมต้องเป็ผม"
""เมื่อกลับไปที่บ้านของเ้า แล้วเ้าก็จะรู้เอง""
โปรดติดตามตอนต่อไป