“เธอเป็ยังไงบ้าง โอเคหรือเปล่า” คีรินทร์เอ่ยถามปรางรัศมีขณะที่พวกเขากำลังนั่งรถไปยังบ้านของเขา
“คะ?” หญิงสาวเอียงคอถาม เธอไม่เข้าใจในคำถามของเขา
“ฉันขอโทษนะ ที่พาเธอไปเจอเื่แย่ๆอย่างนั้น” เขาพูดอย่างรู้สึกผิด “แต่ถึงยังไงที่นั่นก็เป็บ้านของฉัน เธอจะได้รู้ว่าต่อไปจะต้องรับมือกับอะไร”
ที่แท้ก็คงจะรู้สึกผิดสินะ หญิงสาวคิดในใจ
“ฉันไม่เป็ไรเลยค่ะ เื่พวกนี้ฉันชินแล้วล่ะค่ะ” เธอพูดเหมือนเื่ที่เขากังวลนั้นเป็เื่เล็กสำหรับเธอ เพื่อปลอบใจให้ชายหนุ่มรู้สึกสบายใจขึ้น
“ทำไมคุณคีรินทร์ถึงตัดสินใจย้ายออกมาล่ะคะ คุณไม่อยากอยู่ดูแลคุณพ่อของคุณเหรอคะ” เธอถามด้วยความสงสัย ในเมื่อเขายังมีโอกาสดูแลผู้เป็พ่อ แต่ทำไมถึงตัดสินใจย้ายออกมาอยู่ข้างนอกแบบนี้
“คุณพ่อมีคนคอยดูแลตั้งมากมาย คนอ่อนแอขี้โรคแบบฉันคงจะไม่มีปัญญาไปดูแลท่านหรอก” เขาพูดอย่างตัดพ้อ
“แต่นั่นมันก็เป็เพียงเหตุผลลอง เพราะถึงยังไงเขาก็ยังคือคุณพ่อของฉัน ตอนนี้เขายังแข็งแรงอยู่ คงจะดูแลตัวเองได้ สักวันหนึ่งฉันจะกลับไปดูแลตอบแทนบุญคุณท่านแน่นอน แต่เหตุผลหลักที่ฉันตัดสินใจย้ายออกมาก็คือ ฉันไม่อยากให้เธอต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกันกับฉัน” คีรินทร์ตอบ
ในความคิดของเขา การที่จะโดนดูถูกหรือกลั่นแกล้งจากแม่เลี้ยงและน้องต่างมารดานั้นมันเป็เื่เล็กน้อยที่เขารับมือได้ และเป็เื่ภายในครอบครัวระหว่างเขากับแม่ลูกคู่นั้น แต่ปรางรัศมีเธอเป็คนนอก เขาไม่อยากให้เธอต้องมารับผลกระทบหรือแรงกดดันด้านลบจากพวกเขา และอีกอย่างถ้าหากตนเองอยู่บ้านหลังนี้ต่อไป สักวันหนึ่งปรางรัศมีจะต้องรู้เื่แน่ว่าขาของเขาไม่ได้พิการอย่างที่พยายามแสดงอยู่ เพราะชายหนุ่มให้พชรบอกกับคนที่บ้านว่าเขาแค่เกิดอุบัติเหตุได้รับาเ็ที่ขา เพียงไม่นานก็จะหายเป็ปกติ
เมื่อได้ยินคำตอบจากชายหนุ่มผู้เป็ว่าที่สามีก็สร้างรอยยิ้มเล็กๆบนใบหน้าให้กับหญิงสาวด้วยความดีใจ ถึงแม้เขาจะไม่ได้พูดตรงๆ แต่ใจความในประโยคที่เขาว่ามานั้นก็คือเขาเป็ห่วงเธอ
รถยนต์คันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่อีกครั้ง แต่ไม่ใช่หลังเดิม คฤหาสน์หลังนี้ดูใหญ่และอลังการกว่าคฤหาสน์เทพประจักษ์เสียอีก
ทำไมคุณพ่อของเขาถึงยอมยกคฤหาสน์หลังใหญ่ขนาดนี้ให้เขาอยู่กับเธอเพียงลำพัง ตามปกติแล้วครอบครัวที่รวยอันดับต้นๆแบบนี้ เวลาจะยกบ้านหรือทรัพย์สินให้ลูกหลานก็มักจะยกพวกบ้านหลังเดี่ยวขนาดใหญ่หรือไม่ก็ทาวน์โฮมหลังใหญ่มากกว่า แต่ไม่ถึงขั้นจะยกคฤหาสน์หลังใหญ่ขนาดนี้ให้ แถมยังใหญ่กว่าคฤหาสน์เทพประจักษ์เสียอีก มันดูแทบจะเป็ไปไม่ได้เลย แต่หญิงสาวก็ได้แต่เก็บความสงสัยนี้เอาไว้ในใจ
หลังลงจากรถแล้วคีรินทร์พาปรางรัศมีขึ้นลิฟท์จากชั้นล่างขึ้นไปยังชั้นบนของคฤหาสน์ ที่ข้างในนี้มีลิฟท์ก็น่าจะเป็เพราะขาของเขาใช้งานไม่ได้ จึงจำเป็ต้องมีลิฟท์เอาไว้ในบ้านใช้ขึ้นลงเพื่อความสะดวก เทพประจักษ์นี่รวยจริงๆ สมกับที่ได้รับตำแหน่งว่าเป็ตระกูลรวยอันดับต้นๆของประเทศ หญิงสาวคิดในใจ
“วันนี้เธอเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เธอไปพักเถอะ” เขาพูดกับหญิงสาวก่อนจะชี้ไปที่ประตูห้องหนึ่งซึ่งอยู่ตรงหน้าเธอ “นี่คือห้องของเธอ ในเมื่อเรายังไม่ได้แต่งงานกันฉันก็จะให้เกียรติเธอ ให้ความเป็ส่วนตัวกับเธอ”
ประโยคที่ได้ยินทำให้หญิงสาวรู้สึกปลื้มใจ ผู้ชายคนนี้มีความเป็สุภาพบุรุษอยู่ไม่น้อย ถึงแม้ร่างกายเขาจะพิการ แต่จิตใจของเขานั้นไม่ได้พิการเลย เธอคิดอย่างชื่นชมบุรุษตรงหน้า
“ขอบคุณค่ะ” เธอเอ่ยคำขอบคุณกับเขาด้วยความรู้สึกจากใจจริง ขอบคุณที่เขาเข้าใจและคิดถึงความรู้สึกของเธอ
“ส่วนนี่ก็คือห้องของฉันนะ ถ้ามีอะไรก็มาเคาะประตูเรียกได้ หรือไม่ก็เรียกเด็กในบ้านเอาก็ได้ เธออยู่ที่นี่ในสถานะภรรยาของฉัน ก็มีสิทธิ์เท่าเทียมฉันทุกอย่าง” เขาพูดแนะก่อนจะชี้ไปยังห้องข้างๆกัน
“ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับรู้ ก่อนที่บุรุษพยาบาลหนุ่มจะเข็นคนไข้พิเศษเข้าห้องของเขาไป
ปรางรัศมีเปิดประตูเข้าไปยังห้องของตนเอง เธอใช้สายตาสำรวจโดยรอบอย่างพิจารณา ห้องขนาดใหญ่ที่มีเตียง 6 ฟุตตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่สุดหรู โต๊ะเครื่องแป้งที่ถูกออกแบบอย่างสวยงาม เธอลองหย่อนก้นนั่งลงบนที่นอนเพื่อทดสอบความนิ่มของมัน
“ก็ไม่เลว” เธอพูดอย่างพอใจก่อนจะลุกขึ้นเดินไปดูยังห้องน้ำ เป็ห้องน้ำที่แยกพื้นที่อาบน้ำและห้องส้วมออกจากกัน มีอ่างอาบน้ำหรูขนาดใหญ่สำหรับนอนแช่ตัวเล่นด้วยหนึ่งหลัง
“ไม่ธรรมดา” หญิงสาวพึมพำ ก่อนจะเดินไปแวกผ้าม่านและเปิดประตูระเบียงเพื่อเดินออกไปสำรวจวิวที่สามารถมองเห็นจากห้องของตนเองได้
ภาพของสวนดอกไม้หน้าบ้านทำให้เธอรู้สึกชื่นใจ สบายตา มองดูแล้วรู้สึกเย็นสบาย ร่มรื่น ปรางรัศมีรู้สึกถูกใจกับภาพบรรยากาศนี้มาก
“เพอร์เฟกต์!!” เธอพูดกับตัวเองอย่างพอใจก่อนจะเดินกลับเข้ามาในห้อง
หญิงสาวเปิดกระเป๋าแล้วหยิบโน้ตบุ๊คของตนเองขึ้นมาตั้งบนโต๊ะ เธอเริ่มท่องสู่โลกออนไลน์ในอินเทอร์เน็ตอย่างสบายใจทันที แค่คิดว่าต่อไปนี้ก็จะไม่มีประภัสสรและพี่น้องต่างสายเืทั้งสองที่เอาแต่จะคอยกลั่นแกล้งตนจนต้องหาวิธีรับมือกับพวกนั้นไม่หยุดไม่หย่อน เธอจะมีเวลาอยู่กับตัวเองและสืบเื่อุบัติเหตุของพ่อกับแม่เมื่อ 11 ปีก่อนได้อย่างเต็มที่ พอคิดแค่นี้หญิงสาวก็รู้สึกสบายใจอย่างเป็ที่สุด
ขณะที่หญิงกำลังนั่งทำงานของตนเองในโน้ตบุ๊ค เธอก็ได้ยินเสียงสตาร์ทรถดังขึ้น
สงสัยคุณคีรินทร์กับคุณพชรจะออกไปข้างนอก เธอคิดในใจแล้วก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองต่อจนเวลาล่วงเลยผ่านไปนานเท่าไรไม่รู้ ความมืดเริ่มเข้ามาปกคลุม เพราะรู้สึกเมื่อยหญิงสาวจึงเดินออกไปยืดเส้นยืดสายนอกระเบียง สายตาคมมองไปรอบๆคฤหาสน์หลังใหญ่ ดวงไฟสีขาวนีออนส่องสว่างไปทั่วบริเวณโดยรอบทำให้คฤหาสน์หลังนี้ดูไม่มืดจนเกินไป
เมื่อจำได้ว่าเธอได้ยินเสียงสตาร์ทรถออกไป แต่กลับไม่ได้ยินเสียงรถเข้ามา หญิงสาวจึงเดินกลับเข้าห้องและมองดูตัวเลขบอกเวลาในโทรศัพท์มือถือของตนเอง ขณะนี้เป็เวลา 22:00 น
“สี่ทุ่มแล้วทำไมยังไม่กลับกันมาอีก” หญิงสาวบ่นพึมพำ น้ำเสียงแสดงออกถึงความเป็ห่วง ในใจเป็กังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาหรือเปล่า
เธอตัดสินใจเดินลงบันไดมาข้างล่างเพื่อเช็คให้มั่นใจว่าชายหนุ่มทั้งสองคนนั้นกลับมาหรือยัง
“ป้าคะ คุณคีรินทร์กับคุณพชรยังไม่กลับมาเหรอคะ” เธอถามแม่บ้านที่เดินผ่านมาพอดี
“คุณพชรเธอกลับบ้านไปแล้วค่ะ จะมาอีกทีก็เช้าของวันพรุ่งนี้ ส่วนคุณคีรินทร์ไม่ได้ออกไปไหนนะคะ ป่านนี้น่าจะเข้านอนไปแล้วล่ะค่ะ” เธอตอบหญิงสาวด้วยสีหน้างุนงง เพราะเ้านายหนุ่มของตนก็ยังนอนอยู่บนห้องของเขา
“อ้าว!!” หญิงสาวอุทานด้วยความแปลกใจ “คุณพชรไม่ได้จะอยู่ดูแลเขาที่นี่ตลอดเวลาหรอคะ” เธอถามอย่างสงสัย
ในเมื่อพชรเป็บุรุษพยาบาลประจำตัวของชายหนุ่ม แล้วทำไมถึงไม่อยู่ดูแลเขาที่นี่เหมือนกับพยาบาลของคนอื่นๆทั่วๆไปที่เธอเคยพบเห็น
“ไม่หรอกค่ะ คุณบุรุษพยาบาลจะมาดูแลคุณคีรินทร์แค่ตอนกลางวันเท่านั้น พอค่ำเขาก็กลับ แล้วเช้าก็จะมาใหม่ค่ะ” แม่บ้านคนนั้นตอบตามเหตุการณ์ปกติที่เป็อยู่ทุกวัน
“อ่อ” หญิงสาวพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะกล่าวคำขอบคุณแก่แม่บ้านคนนั้น “ขอบคุณค่ะ”
เธอเดินขึ้นไปชั้นบนค่อยๆเปิดประตูห้องของคีรินทร์ออกและเดินเข้าไปในห้องอย่างถือวิสาสะ หญิงสาวมองชายหนุ่มที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนที่นอนผ่านแสงสลัวซึ่งส่องลอดผ้าม่านเข้ามา พลางคิดในใจ ถ้าบุรุษพยาบาลประจำตัวของเขากลับบ้านทุกคืนแบบนี้ แล้วกลางดึกถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเขา หรือเขาอยากจะลุกไปเข้าห้องน้ำจะทำอย่างไร
เมื่อคิดได้ดังนั้น ด้วยความเป็ห่วงปรางรัศมีจึงเดินกลับมายังห้องของตน เธอหอบผ้าห่มกับหมอนเข้าไปในห้องของชายหนุ่ม หญิงสาวตัดสินใจนอนที่โซฟาตรงข้ามกับที่นอนของชายหนุ่ม อย่างน้อยถ้าเธอนอนตรงนี้เวลาเขา้าความช่วยเหลือ เธอจะได้ช่วยเขาได้บ้าง