แล้วกลุ่มของมาสเตอร์แอรอนก็แยกย้ายกันไป โดยที่เ้าแจ็กติดตามมาสเตอร์แอรอนไปด้วยอย่างไม่ยอมห่าง
มาสเตอร์แอรอนทำการกระจายคลื่นพลังแห่งจิตออกไปทั่วทั้งบริเวณสนามฟุตบอลและสเตเดี้ยม เพื่อค้นหาตัวของผู้พันเงาแต่ก็ไร้ผล ทำให้มาสเตอร์แอรอนค่อนข้างที่จะแน่ใจว่าผู้พันเงาไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาอย่างแน่นอน
เพราะถ้าหากเป็มนุษย์ธรรมดา มาสเตอร์แอรอนย่อมต้องสามารถสัมพัสถึงคลื่นพลังแห่งชีวิตของผู้ก่อการร้ายทั้ง 120 คนที่กำลังขยับเคลื่อนไหวตัวได้แล้ว
แต่มาสเตอร์แอรอนสัมพัสได้ถึงคลื่นพลังแห่งชีวิตที่สามารถเคลื่อนไหวตัวได้เพียงแค่ 119 คนเท่านั้น
ดังนั้นมาสเตอร์แอรอนจึงแน่ใจว่าผู้พันเงาคนนี้ต้องไม่ใช่มนุษย์อย่างแน่นอน
จากนั้นมาสเตอร์แอรอนจึงมุ่งหน้าไปที่ห้อง VIP ตามความตั้งใจเดิม เพื่อหาตัวคนที่ยังเคลื่อนไหวตัวได้ในระดับหัวหน้ากลุ่มของผู้ก่อการร้าย
"คุณแอนดรูว์..คุณจะปลดชนวนะเิได้ไหมครับ" โทมัสถามแอนดรูว์
"ผมมั่นใจว่าปลดได้ แต่ต้องไปเห็นะเิของจริงเสียก่อน จึงจะมั่นใจได้ 100% ว่าจะใช้วิธีไหนในการปลดชนวนะเิ" แอนดรูว์กล่าวตอบโทมัส
แล้วแอนดรูว์กับโทมัสก็ตรวจพบะเิลูกแรกที่ติดตั้งเอาไว้กับเสาคอนกรีตขนาดใหญ่ของอาคารสเตเดี้ยม
แอนดรูว์ใช้พลังคลื่นแห่งจิต X-RAY ดูกลไกภายในะเิแล้วยิ้มออกมา เขาทำการใช้เวทย์แยกส่วนในการทำลายแผงวงจรจุดะเิทั้งวงจรรีโมทคอนโทรลที่ล้ำยุคและวงจรการต่อแบบสายไฟแบบปรกติ แม้กระทั้งดินะเิก็ถูกแอนดรูว์แยกส่วนออกมาแบ่งเป็กองๆของแต่ละธาตุที่ใช้ในการทำะเิ
โดยที่แอนดรูว์ใช้เวทย์ฤทธิ์จากกายาเวทย์แห่งน้ำของเขา ทำการลัดวงจรอย่างปลอดภัย แล้วจึงแยกส่วนของะเิออกมา จนะเิถูกถอดออกเป็ชิ้นๆ แล้วแอนดรูว์จึงทำการทำลายชิ้นส่วนเ่าั้ทิ้งไปทั้งหมด โดยใช้เวลาไปไม่ถึง 7 วินาที
จากนั้นแอนดรูว์จึงสอนโทมัสถึงทุกขั้นตอนที่เขาทำไป เมื่อโทมัสรู้ถึงวิธีปลดชนวนะเิโดยใช้เวทย์แยกส่วนจนชัดเจนแล้ว พวกเขาทั้ง 2 คนก็แยกย้ายกันไปทำลายะเิที่เหลือทั้งหมด
ถึงโทมัสจะเป็พ่อมดขั้นต้นที่มีกายาเวทย์แห่งไฟ ส่วนแอนดวูร์เป็พ่อมดขั้นกลางที่มีกายาเวทย์แห่งน้ำ แต่ไฟกับน้ำที่เป็ธาตุตรงกันข้ามกันก็สามารถใช้สนับสนุนทดแทนกันได้ในบางกรณี ดังเช่นการทำลายะเิที่ถูกพวกผู้ก่อการร้ายวางเอาไว้นี้
แอนดรูว์ใช้น้ำในการทำให้ลัดวงจร ส่วนโทมัสใช้ไฟเผาละลายฉนวนและโลหะทำให้ลัดวงจร
จากนั้นแอนดรูว์จึงไปปลดชนวนะเิบริเวณอัฒจันทร์ ส่วนโทมัสไปปลดชนวนะเิบริเวณภายในอาคารสเตเดี้ยม
ทางด้านโซเฟีย เธอตรงไปที่โลหะวงกลมสีเทาที่เป็เครื่องส่งสัญญาณคลื่นเสียงหยุดการเคลื่อนไหวของผู้คนกลางสนามฟุตบอล
โซเฟียใช้เวทย์อำพรางกาย แล้วเคลื่อนตัวไปยังกลางสนามฟุตบอล โดยที่ไม่มีใครสามารถมองเห็นเธอได้เลย
โซเฟียใช้เวลาในการตรวจสอบโลหะวงกลมสีเทาอยู่สักครู่ จากนั้นเธอจึงสื่อจิตรายงานมาสเตอร์แอรอนว่า "มาสเตอร์คะ..ภายในโลหะวงกลมสีเอาอันนี้มี *ศิลาอัมพาต* อยู่ค่ะ ศิลาอัมพาตมีขนาดประมาณ 15 ลูกบากศ์เิเค่ะ"
"จะให้ดิฉันทำลายศิลาอัมพาต เดี๋ยวนี้เลยหรือไม่คะ"
"ยังไม่ต้อง..ให้คุณทำลายศิลาอัมพาตหลังจากที่แอนดรูว์กับโทมัสปลดชนวนะเิลูกสุดท้ายได้แล้ว ตอนนี้ผมยังไม่อยากให้พวกมันรู้ตัว" มาสเตอร์แอรอนสื่อจิตตอบกลับโซเฟีย
"อย่างนี้นี่เอง..พวกมันใช้ศิลาอัมพาตจากโลกต่างมิติมาเป็แกนกลางของเครื่อง แล้วใช้เทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ของโลกใบนี้ในการกระจายคลื่นเสียงที่ทำให้ผู้คนเป็อัมพาตออกไปในวงกว้าง ไอ้เ้าผู้พันเงานี่มันเป็ใครกันแน่" มาสเตอร์แอรอนคิดในใจ
แล้วมาสเตอร์แอรอนก็มาถึงห้อง VIP เขาเปิดประตูเข้าไปได้อย่างง่ายดายแม้ประตูจะถูกล็อคจากด้านในก็ตาม ภายในห้อง VIP นั้นมีพวกผู้ก่อการร้ายอยู่ 2 คนกำลังควบคุมตัวผู้คนในห้อง VIP
มาสเตอร์แอรอนจึงใช้เวทย์อัมพาตและเวทย์ลวงใจเข้าเล่นงานพวกมัน
"พวกนาย 2 คน ใครเป็หัวหน้า" มาสเตอร์แอรอนถามพวกมันทั้ง 2 คน
"ผมเอง ผมมียศผู้กอง" ชายคนหนึ่งตอบออกมา
"นายรู้ที่อยู่ของผู้พันเงาไหม"
"ไม่รู้"
"ถ้าอย่างนั้นนายมีหน้าที่อะไร " มาสเตอร์แอรอนสอบถามต่อ
"ผมมีหน้าที่คอยเฝ้าสังเกตุการณ์ภายในบริเวณสนามฟุตบอลและอัฒจันทร์จากห้อง VIP เพราะห้องนี้สามารถมองเห็นได้ทั่วทั้งสนาม ถ้าหากว่ามีอะไรที่ผิดปรกติ ผมก็จะรายงานทางวิทยุสื่อสารไปให้ผู้พันเงาทราบ"
"แล้วผู้พันเงามีความเป็มายังไง"
"ผู้พันเงาเข้าร่วมกับกลุ่มเสรีเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว เขามีผลการฝึกและผลการปฏิบัติภารกิจที่โดดเด่นมาก จึงได้รับยศผู้พันจากกลุ่มเสรีของเรามาอย่างรวดเร็ว"
"แล้วผู้พันเงามีความสามารถพิเศษอะไรอีกไหม" มาสเตอร์แอรอนยังคงถามต่อ
"ผู้พันเงามีทักษะการต่อสู้ในระยะประชิดที่ดีเลิศ โดยเฉพาะการต่อสู้ด้วยดาบ ตลอดจนมีพละกำลังที่เยอะมาก"
"แล้วเครื่องคลื่นเสียงหยุดการเคลื่อนไหว พวกนายได้มันมายังไง"
"ผู้พันเงาเป็คนนำมา ผู้พันเงาบอกว่าเขาตีสนิทกับนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งแล้วจึงทำการยึดเอาเครื่องนี้มา"
"แล้วนักวิทยาศาสตร์คนนั้นล่ะ มาด้วยไหมในงานนี้"
"ไม่..ผู้พันเงาบอกว่าเขาฆ่านักวิทยาศาสตร์คนนั้นเพื่อปิดปากไปแล้ว"
มาสเตอร์แอรอนหยุดคิดไปสักครู่หนึ่ง จากนั้นก็ทำการลบความทรงจำของผู้ก่อการร้ายทั้ง 2 คนที่อยู่เฝ้าในห้อง VIP แล้วมาสเตอร์แอรอนก็ทำลายกลไกของปืนกลและปืนพกของพวกผู้ก่อการร้าย ตลอดจนยึดเอามีดทหารของพวกมันมาทำลายด้วย
พวกมันจะไม่รู้ตัวเลยว่าปืนที่พวกมันมีอยู่ใช้การไม่ได้และจะลืมไปว่าพวกมันพกเอามีดทหารมาด้วย
ที่จริงแล้วพวกผู้ก่อการร้ายทุกคนที่ถูกลูกศิษย์ทั้ง 3 ของมาสเตอร์แอรอนพบเจอ อาวุธของผู้ก่อการร้ายเ่าั้ก็จะถูกแอบลอบทำลายกลไกไปทั้งหมดแล้ว
แต่ที่ยังไม่สังหารพวกมัน จนกว่าจะปลดชนวนะเิทั้งหมดและทำลายเครื่องคลื่นเสียงหยุดการเคลื่อนไหวได้แล้ว ก็เป็เพราะถ้าหากพวกมันรู้ว่ามีคนของพวกมันตายลงไป พวกมันอาจจะะเิตัวประกันบางส่วนไปก็ได้
เมื่อได้ข้อมูลมาจากผู้กองในห้อง VIP แล้ว มาสเตอร์เเอรอนก็ตรงไปยังห้องๆหนึ่งที่เขาคิดว่าผู้พันเงาน่าจะอยู่ที่นั่น ซึ่งห้องนั้นก็คือห้องควบคุมการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลทางทีวีนั่นเอง
เมื่อมาสเตอร์แอรอนกับเ้าแจ็กเดินทางมาถึงบริเวณที่ใกล้กับห้องควบคุมการถ่ายทอดสดแล้ว มาสเตอร์แอรอนจึงใช้พลังคลื่นแห่งจิตในการสัมพัสถึงตัวตนของผู้พันเงา
คราวนี้ได้ผล..มาสเตอร์แอรอนรับรู้ถึงตัวตนของผู้พันเงาได้อย่างชัดเจน เนื่องจากอยู่ในระยะการใช้พลังคลื่นแห่งจิตที่ใกล้พอ
"อืม..เป็ไอ้เ้านี่เองสินะ ถึงว่าทำไมมันถึงได้โเี้อยากที่จะฆ่าคนเป็จำนวนมากๆ แถมยังทรงพลังและมีฝีมือในด้านดาบ"
มาสเตอร์เเอรอนยังไม่บุกเข้าไปภายในห้องควบคุมการถ่ายทอดสด เขายังคงรอให้แอนดรูว์กับโทมัสรายงานเื่ะเิเข้ามาก่อน
มาสเตอร์แอรอนสามารถใช้พลังคลื่นแห่งจิตตรวจสอบผู้พันเงาได้ แต่ผู้พันเงาไม่สามารถตรวจพบมาสเตอร์แอรอนได้เลย
จนกระทั่งเวลาผ่านไปอีก 20 นาที แอนดรูว์กับโทมัสก็รายงานเข้ามาว่าพวกเขาปลดชนวนะเิทั้งหมดลงได้แล้ว..
ดังนั้นมาสเตอร์แอรอนจึงได้สั่งให้โซเฟียทำลายเครื่องส่งคลื่นเสียงหยุดการเคลื่อนไหวในทันที
และเมื่อโซเฟียทำลายเครื่องส่งคลื่นเสียงหยุดการเคลื่อนไหวลงได้แล้ว มาสเตอร์แอรอนก็ให้โซเฟียคอยควบคุมฝูงชนไม่ให้แย่งกันหลบหนีจนวุ่นวายแล้วเหยียบกันจนตายลงไป
ที่แอนดรูว์กับโทมัสสามารถปลดชนวนะเิได้อย่างรวดเร็วนั้น ก็เป็เพราะพวกเขาใช้พลังคลื่นแห่งจิตในการค้นหาะเิและใช้เวทย์ย่นระยะทางตลอดจนถึงเวทย์อำพรางกายในการเดินทาง
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว มาสเตอร์แอรอนก็สั่งให้เ้าแจ็กแมวดำออกไปทำการไล่ล่าสังหารพวกผู้ก่อการร้ายให้หมดทุกคน โดยเฉพาะคนที่มีเครื่องยิงะเิ RPG และะเิมือ รวมถึงคนที่มีอาวุธาร้ายแรงอยู่กับตัวต้องรีบกำจัดไปเสียก่อน
คำสั่งนี้ไม่ได้ทำให้เ้าแจ็กลำบากแต่อย่างใดเลย
เ้าแจ็กแมวดำที่อยู่กับมาสเตอร์แอรอนมาเนิ่นนาน ทำการขยายร่างของมันขึ้นจนกลายเป็เสือดำตัวโตที่มีลวดลายอักขระเวทย์สีเงินเปล่งประกายสวยงามอยู่บนตัวของมัน เ้าแจ็กแมวดำกลายเป็เสือดำที่มีขนาดพอๆกันกับควายไบซัน
จากนั้นมันก็แยกกับมาสเตอร์แอรอนเพื่อออกไปไล่ล่าสังหารพวกผู้ก่อการร้ายจำนวนร้อยกว่าคนที่อยู่นอกห้องถ่ายทอดสดตามคำสั่งของมาสเตอร์แอรอนในทันที
เ้าเเจ็กเสือดำลายเงิน มันเคลื่อนตัวได้รวดเร็วมาก มันสามารถเคลื่อนตัวได้รวดเร็วสูงสุดถึง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงทำให้การไล่ล่าสังหารพวกผู้ก่อการร้ายของเ้าแจ็กทั้งคล่องตัว,รวดเร็วและเงียบเชียบ จนมีประสิทธิภาพในการไล่ล่าสังหารถึงขีดสุด
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว มาสเตอร์แอรอนก็เปิดประตูเข้าไปในห้องควบคุมการถ่ายทอดสด
พวกผู้ก่อการร้ายที่อยู่ในห้องถ่ายทอดสดต่างใเป็อย่างมากที่เห็นประตูเปิดเข้ามาแต่ก็ไม่เห็นคนที่เปิดประตู
แล้วมาสเตอร์แอรอนก็ปลดเวทย์อำพรางกายออก พวกมันจึงมองเห็นชายหนุ่มผู้สูงสง่าหน้าตาหล่อเหลาคมเข้ม ผมสีทองยาวสลวยและมีดวงตาสีม่วงคนหนึ่ง ซึ่งสวมเสื้อคลุมสีม่วงยืนอยู่ตรงประตู
"พวกนายบังอาจมากที่มายุ่งวุ่นวายในเมืองของฉัน" มาสเตอร์แอรอนกล่าวออกมาเป็ประโยคแรก..