แสงที่ปรากฎขึ้นบนแผ่นหนังแกะปรากฎขึ้นเพียงชั่วครู่แลอันตรธานหายไปอย่างรวดเร็ว
" เพื้ยะ " เสียงโบยยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด เหล่าลิ่วล้อทั้งหลายต่างทุ่มสุดกำลังเพื่อทำให้นายของตนพึงพอใจ
" มันมิร้องออกมาสักแอะ " เถียนปี้เหลาพึมพำ
เถียนปี้เหลามองจ้องไปยังดวงตาของชิงหยาง พบพานเพียงความโกรธแค้นที่แฝงอยู่ภายใน ทั่วร่างของเถียนปี้เหลาพลันสะท้าน ด้วยที่มิเคยเห็นผู้ใดที่โกรธได้มากขนาดนี้
" ข้าจะให้เ้าโกรธแค้นข้ายิ่งกว่านี้ " เถียนปี้เหลาเอ่ยออกมา พลางก้าวเท้าเหยียบลงยังเศษเสี้ยวตำรายุทธ
ตำรายุทธที่ชิงหยางใช้น้ำพักน้ำแรงแลกมา ทั้งเวลานี้ยังกลายเป็เพียงเศษกระดาษไร้ค่า ไร้ราคา หนำซ้ำยังถูกเหยียบย่ำ
" ไอ้สาระเลว " ชิงหยางร้องะโออกมาอย่างบ้าคลั่ง
" โอ้ รู้สึกเ้าจะโกรธแล้ว " เถียนปี้เหลาฉีกยิ้ม
เถียนปี้เหลามองยังชิงหยาง พลางก้าวเท้าเดินออกไป " พรึ่บ "
พลันเศษเสี้ยวตำรายุทธติดไฟลุกโชน แลถูกไฟนั้นแผดเผาเป็เถ้าถ่าน
" ฮื่อห์ ฮื่อห์ " ชิงหยางมองยังเปลวไฟที่แผดเผาเศษเสี้ยวตำรายุทธที่แสนภาคภูมิ พลางร้องคำรามในลำคอ
" ไอ้ชั่ว " ชิงหยางะโออกสุดเสียง
" ครืนนน " โลหิตพยักฆ์ขาวที่เคยดื่มกินพลันะเิออกทั่วร่าง พลังงานมากมายมหาศาลพุ่งทะยานไปตามมัดกล้ามที่แข็งแกร่ง
เส้นสายปราณพลังที่บ้าคลั่งสอดแทรกลงยังกล้ามเนื้อทุกมัดทั่วร่าง ส่งให้พลังกายของชิงหยางเพิ่มระดับเทียบเท่าผู้ฝึกตนเขตแดนหล่อกายระดับสี่ในทันใด
" ย้ากกก " ชิงหยางร้องะโอย่างบ้าคลั่ง สลัดร่างของตนหลุดพ้นพันธนาการของเหล่าลิ่วล้อทั้งหลาย
ชิงหยางในเวลานี้คลุ้มคลั่งด้วยพลังของพยัคฆ์ขาว โจนทะยานเข้าหาเถียนปี้เหลาอย่างรวดเร็ว
ชิงหยางหมุนควงแขนเหวี่ยงหมัดออกสุดแรงเกิด " พลั่ก " กำปั้นลุ่นๆกระแทกเข้ากรามของเถียนปี้เหลาจนหน้าสะบัด
" พรวด " โลหิตของเถียนปี้เหลาพ่นพรวดออกมาพร้อมกับฟันมากมายหลายซี่
" อ้ากกกก " ร่างของเถียนปี้เหลาเซถลาตามแรงหมัดพยัคฆ์ขาว
อย่างมิรอให้เถียนปี้เหลาตั้งตัวได้ ชิงหยางโจนทะยานร่างเข้าหาอย่างรวดเร็ว
ชิงหยางเงื้อกำปั้นขึ้นสูง สองตาเล็งยังศีรษะของเถียนปี้เหลา
" ตายซะเถอะไอ้ชั่ว " ชิงหยางร้องออกสุดเสียง พลางเหวี่ยงหมัดออกไปสุดแรงเกิด
สองตาของเถียนปี้เหลาเบิกโพลง มองจ้องยังหมัดที่พุ่งเข้ามา
" หมับ " ฝ่ามือหนึ่งคว้าจับยังแขนของชิงหยางไว้
เถียนปี้เหลามองยังชายวัยกลางคนที่คว้าจับแขนของชิงหยาง " ท่านอาหก " เถียนปี้เหลาร้องะโออกสุดเสียง
" ไอ้สาระเลวตาย " เถียนปี้เหลาสะบัดมือเรียกกระบี่ออกจากแหวนมิติ
เถียนปี้เหลาแทงกระบี่เข้ายัง่ท้องของชิงหยางสุดแรง " ฉึก " ปลายกระบี่โผล่ทะลุออกด้านหลัง
" ตำแหน่งนี้คือ จุดที่จะต้องสร้างตันเถียน " เถียนปี้เหลากระซิบที่ข้างหู พลางดึงกระบี่ออก
" พรวด " โลหิตมากมายไหลทะลักออกจากาแช่องท้อง
" พลั่ก " เถียนปี้เหลายกเท้าถีบหน้าของชิงหยางจนหงายหลังล้มตึง
เถียนปี้เหลาเดินย่างสามขุมเข้าหาชิงหยาง ในมือถือกระบี่หยกที่แสงสีเขียวเปล่งประกายวาววับ
" เสี่ยวเหลา ห้ามให้ตาย " อาหกเอ่ยออกมา
" ขอรับ " เถียนปี้เหลาพยักหน้า
" ตุบ " เท้าข้างหนึ่งของเถียนปี้เหลา เหยียบลงกลางอกของชิงหยาง
" จิ๊ จิ๊ " เถียนปี้เหลาจิ๊ปากอย่างมิสบอารมณ์
" เ้าช่างกล้าชกข้า น่าเสียดายนัก ที่ข้ามิอาจฆ่าเ้าได้ มิเช่นนั้นแล้ว ข้าจะเฉือนร่างของเ้าออกทีละชิ้น แลโยนให้สุนัขจรกลืนกิน " เถียนปี้เหลาฉีกยิ้มอย่างสะใจ
" ข้าจะให้เ้าตายอย่างช้าๆ แลทรมานอย่างหาที่สุดมิได้ แลิญญาของเ้าที่อยู่ในปรภพจะได้จดจำไว้ว่าอย่าได้เกิดมาอีกเลย " เถียนปี้เหลาเอ่ยออกมา
" เมื่อครู่เป็จุดที่ต้องสร้างตันเถียน ต่อไปเป็เส้นชีพจรที่สำคัญสี่เส้น " เถียนปี้เหลายกยิ้มออกมา
เถียนปี้เหลาวางกระบี่หยกลงยังข้อมือของชิงหยาง " นี่คือเส้นชีพจรข้อมือ " พูดเสร็จเถียนปี้เหลาก็ใช้กระบี่หยกเชือดเส้นเอ็นเส้นชีพจรของชิงหยางขาดสะบั้น
" ฮื่อห์ ฮื่อห์ " ชิงหยางร้องคำรามในลำคอ สองตาของชิงหยางพลันแดงก่ำ มองจ้องยังเถียนปี้เหลาอย่างเคียดแค้น
" โอ้ " เถียนปี้เหลาเหลือบเห็นสายตาที่มิเป็มิตรของชิงหยาง ถึงกับร้องออกมา
" เชิญเคียดแค้นได้ตามสบาย " เถียนปี้เหลาเอ่ยออกมาด้วยแววตาวาวโรจน์
" พรวด " เส้นเอ็นแลเส้นชีพจรของชิงหยางขาดสะบั้น พร้อมกับเืมากมายที่หลั่งไหลปรอะเปื้อนทั่วแผ่นหนังแกะเก่าแก่
" ฮื่อห์ " เ้าเมืองเฟิ่งจ้านถอนหายใจออกมาอย่างแรง
" ข้ามิคิดเลยว่า ในเมืองของข้าจะมีผู้ที่มีจิตใจอำมหิตเช่นนี้ " เ้าเมืองเฟิ่งจ้านเอ่ยออกมา
" เถียนปี้เหลาผู้นี้ หากปล่อยให้เติบโตกว่านี้ เห็นทีจะเป็ภัยร้ายของข้า " เ้าเมืองเฟิ่งจ้านเอ่ย
" ท่านเ้าเมืองให้ข้าส่งคนไปดักลอบสังหารมันดีรึไม่ขอรับ " แม่ทัพข้างกายเอ่ยออกมา
" อย่า " เ้าเมืองเฟิ่งจ้านส่ายหน้า
" ปล่อยให้มันสร้างเื่ราวต่อไปดีกว่า มิแน่ว่าสักวันมันอาจไปสร้างศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าบรรพจารย์ ( ประมาณบรรพชน ) ของพวกมันก็เป็ได้ " เ้าเมืองเฟิ่งจ้านเอ่ย
" เมื่อถึงวันนั้น จะเป็วันที่ตระกูลเถียนจะถูกล้างบาง " เ้าเมืองเฟิ่งจ้านเอ่ย
เขามักคิดการรอบคอบอยู่เสมอ เื่ใดได้มิคุ้มเสียเขามักจะอยู่นิ่งเฉย
เถียนปี้เหลารู้สึกสดชื่นเป็อย่างยิ่ง เมื่อได้ทำการเชือดเส้นเอ็นแลเส้นชีพจรมือเท้าของชิงหยาง
สายตาดูิ่เหยียดหยามมองยังร่างสูงใหญ่ที่แน่นิ่งมิไหวติง
" เอาน้ำเกลือมาล้างแผลให้มัน " เถียนปี้เหลาเอ่ยออกมา
" ขอรับ " เหล่าลิ่วล้อเร่งทะยานร่างเข้าไปในร้านค้า
" นายน้อยมาแล้ว " ลิ่วล้อทั้งหลายต่างหิ้วถังไม้ที่เต็มไปด้วยน้ำเกลือออกมา
" จัดการเสีย " เถียนปี้เหลาเอ่ยเสียงเรียบ
" ไอ้สาระเลว ข้าจะอาบน้ำล้างแผลให้เ้า " ลิ่วล้อผู้หนึ่งเอ่ย
ลิ่วล้อผู้นั้นสาดน้ำเกลือเข้าใส่ยังาแทั่วร่าง " อ้ากกกกก " ชิงหยางะเิเสียงร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง
" ฮื่อห์ ฮื่อห์ " ชิงหยางร้องคำรามในลำคอ
ทั่วร่างสั่นสะท้าน เมื่อน้ำเกลือแทรกซึมเข้าตามาแทั่วร่าง
เสียงหอบหายใจถี่หนักดังสนั่นจนอกกระเพื่อมไหว ชิงหยางพยายามพลิกร่างของตนให้นอนคว่ำ
" มันอยากนอนคว่ำช่วยมันหน่อย " เถียนปี้เหลาร้องออกมา
" ขอรับ " เหล่าลิ่วล้อทั้งหลายต่างเร่งใช้เท้าถีบยันพลิกร่างของชิงหยางให้นอนคว่ำ
" แผลถูกโบยที่ด้านหลังยังมิได้ล้าง " เถียนปี้เหลาเอ่ยอออกมา
" ขอรับ " ลิ่วล้อร้องออกมา พลางสาดน้ำเกลือใส่ที่ด้านหลังของชิงหยาง
" ฮื่อห์ ฮื่อห์ " ชิงหยางร้องคำรามในลำคอ ทั้งยังหอบหายใจถี่หนัก
" พอเถิดมันจะตายเสียก่อน " อาหกเอ่ยออกมา
" ได้ " เถียนปี้หลางพยักหน้า
" มิว่าผู้ใดก็ห้ามช่วยเหลือมัน หากข้ารู้ว่ามีผู้ใดแอบลอบช่วยเหลือมัน มันผู้นั้นจะถูกข้าลงทัณฑ์เฉกเช่นมัน " เถียนปี้เหลากวาดมองตาขวาง
" ไป " เถียนปี้เหลาร้องออกมา
เมื่อฟังยังน้ำเสียงที่ร้องออกมา ภายในน้ำเสียงนั้นกลับเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองที่มิอาจสังหารศัตรูของตนได้
" ช่างเป็คนที่จิตใจอำมหิตยิ่งนัก "
" ข้ามิอยากเชื่อว่าเถียนปี้เหลาจะเป็เช่นนี้ "
" สงสารก็แต่ชิงหยางที่ต้องมาพบเจอเื่เลวร้ายเช่นนี้ "
" มิมีพ่อแม่ก็ว่าหนักมากพอแล้ว ทั้งเวลานี้ยังต้องกลายมาเป็คนพิการ มิรู้ว่าชีวิตจะเดินต่อไปได้เช่นใด "
ผู้คนมากมายต่างมองยังร่างของชิงหยางที่ในเวลานี้ ใช้สองไหล่จิกกดลงยังพื้น แลลากสังขารของตนออกจากที่เกิดเหตุ
" ตำรายุทธของข้า " ชิงหยางมองยังเศษกระดาษตำรายุทธ กว่าที่เขาจะได้มาต้องเก็บหอมรอมริบอยู่หลายปี
แต่พอได้มายังมิถึงวันกลับกลายเป็เพียงเศษกระดาษไร้ค่า ไร้ราคา
" แปะ " ชิงหยางใช้ลิ้นแตะเศษเสี้ยวตำรายุทธแลนำเข้าปากทีละชิ้นอย่างเชื่องช้า
แลเคลื่อนย้ายลากสังขารของตนไปยังเศษเสี้ยวตำรายุทธชิ้นอื่น แลใช้ลิ้นแตะลงยังเศษเสี้ยวตำรายุทธแลส่งเข้าปาก
สองตาของชิงหยางแดงก่ำ น้ำตาไหลหลั่งออกจนอาบย้อมทั่วแก้มตอบ
ยิ่งนานก็ยิ่งเป็ที่น่าเวทนาของผู้คนที่เดินผ่านไปมา ผู้คนมากมายต่างส่งกำลังใจอย่างเงียบๆให้ชิงหยางข้ามผ่านมันไปให้ได้
กว่าที่ชิงหยางจะกลืนกินเศษเสี้ยวตำรายุทธหมดสิ้น ก็ล่วงเลยไปจนค่ำมืดดึกดื่น
ในความมืดมิดนั้นน้ำตาที่เคยหลั่งไหลกลับกลายเป็โลหิตที่อาบย้อมทั่วสองแก้ม
ชิงหยางใช้สองไหล่จิกกดลงยังพื้นลากสังขารของตนมาถึงยังบ้าน ก็ใช้เวลาถึงหนึ่งเดือน
" ฮื่อห์ " ชิงหยางถอนกายใจออกมาอย่างแรง