“ฝ่าาหายออกไปจากวังเช่นนั้นหรือ”ฮองเฮาผุดลุกขึ้นจากที่นั่งในท่าสบาย
“หายไปได้อย่างไร เดิมฝ่าาไม่ได้ มีความคิดที่จะต่อต้านขัดขืน อยู่ในกรอบอย่างชัดเจนเหตุใด กลายเป็เช่นนี้ไปได้”
“ฉีกงกงรายงานว่าฝ่าา ออกไปในตอนดึก แต่ฉีกงกงไม่ตามเพราะคิดว่า จะลองดูว่าฝ่าา มีลับลมคมในหรือไม่”
“แล้วได้ความว่าอย่างไร”
“ฝ่าา หายออกไปพร้อมกับ ผู้คัดตัวนางในที่ชื่อจื่อหรานคุณหนูตระกูลจ้าว จ้าวจื่อหราน”ฮองเฮาขมวดคิ้ว”
“เ้าคิดว่าเป็การจงใจหรือไม่”
“ฮองเฮาส่งคนลอบสังหารนาง ฝ่าาจึงออกนอกวังไปพร้อมกับนาง ทั้งๆ ที่ฝ่าานำถุงหอมของนางเผาทำลายจนสิ้น ผู้ฝึกสอนนางในบอกว่าลวดลายบนถุงหอม แปลกตาไม่น้อย”
“ดี ว่ามาแปลกตาเช่นไร”
“ผู้คัดตัวนางในคนอื่นล้วนปักลวดลายดอกไม้และนก แต่ของคุณหนูตระกูลจ้าวเป็ หมาป่าและลูกกวาง ฝ่าาอ้างว่า ถุงหอมทำให้ง่วงงุนจึงให้ฉีกงกงเผาทำลายเสีย”
“ฝ่าาแต่เดิม ทำตัวเฉยชาไร้ความรู้สึกรักเกลียด สามวันก่อนถึงกับปาจอกชา ที่เย็นชืดทิ้งเป็ธรรมดาที่ไม่ชอบย่อมทำลาย”หวงเยี่ยนหงฮองเฮาตั้งข้อสังเกต
“เช่นนั้นแสดงว่าการที่ออกนอกวังหลวงพร้อมกับคุณหนูชะตาขาดผู้นั้นก็ด้วยความบังเอิญ”นางกำนัลข้างกายจำนนไม่อาจโต้เถียงเพราะโจวเหวินหรงหากไม่ชอบสิ่งใดมักแสดงออกชัดเจน การเผาถุงหอมจึงอธิบายได้ดี
“หลายปีมานี้ั้แ่สนมคนโปรดของฝ่าา ตายลงไป ฝ่าาก็ยอมจำนนต่อข้าและท่านพ่อ ไม่แม้แต่จะกล้าเอ่ยปากทักท้วงปล่อยเราสองคนพ่อลูก สร้างบารมีอยู่ในวังหลวงเสียมากมาย เช่นนั้นเพื่อความไม่ประมาทข้า้าเห็นนางตายเท่านั้น มือสังหารเ่าั้ไร้ฝีมือกวงซีิคนเดียวยังไม่สามารถ เอาชนะได้”
“กวงซีิภักดีต่อฝ่าาตลอดมา ฮองเฮาคิดว่ากวงซีิไปช่วยนางจัดการกับมือสังหารก็เป็ความบังเอิญเช่นนั้นหรือ”
“สองวันก่อนข้าส่งคนสังหาร น้องสาวของกุ้ยเหริน หลัวซานซานถูกข้าส่งคนไปสังหารแต่จนป่านนี้ ยังไม่มีใครมารับค่าจ้างเ้าคิดว่ามีใครกันที่จะจัดการกับมือสังหารได้หากไม่ใช่ ซีิ”นางกำนัลรีบพูดทันทีที่นึกได้
“เช่นนั้นฮองเฮาก็ทรงทราบมาตลอดว่า ฝ่าาพยายามส่งคนคุ้มกับบรรดาคุณหนูที่เข้ามาคัดตัวนางในอย่างนั้นหรือ”
“อาจใช่และไม่ใช่กวงซีิมักจะตามคุ้มกันฝ่าาไม่แน่ว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา ฝ่าาอาจเรียกให้เขาตามไปด้วย และบังเอิญเจอกับมือสังหารเข้าพอดีหรืออาจเป็เพราะฝ่าาให้กวงซีิอารักขา บรรดาคุณหนู หรือใครบางคนอยู่หรืออาจอารักขาคนทั้งหมดด้วยฝ่าาเป็คน ที่จิตใจดีไม่น้อย อาจเกรงว่าพวกนางจะไม่ปลอดภัย หรือเกรงว่าข้าจะจัดการเหล่าตัวเต็งก่อนที่จะ เข้ามาเป็นางในและสนม”
“ฮองเฮาช่างปรีชายิ่งนัก หม่อมฉันคิดว่า ฝ่าา ทำตัวเหมือนร่างไร้ิญญาและจะยังคงเป็แบบนี้ตลอดไป ง่ายต่อการควบคุม”
“555 ข้า เองก็ชอบที่เขาเป็แบบนี้ ดีเสียอีกไม่มีสายตามองใคร กับข้าแม้จะอยากเกลียดก็ไม่อาจทำ หากวันใดที่ทำเป็เกลียดข้าเขาก็รู้ว่าไม่อาจรักษาไว้ซึ่งบัลลังก์”สายตาเชื่อมั่นอย่างที่สุด
นอกวัง
ฮุ่ยหนิงก่อกองไฟไล่ความหนาวเหน็บ จื่อหรานถูมือไปมาโจวเหวินหรง ถอดเสื้อคุลมสีดำ ยื่นส่งให้จื่อหราน
“ท่านไม่หนาวหรือไร”ถามด้วยความห่วงใยและเกรงใจคนให้ไม่น้อย
“เ้าเป็หญิงอีกทั้งยังเป็คนของฝ่าาข้าเป็เพียงองครักษ์ปลายแถว จึงสมควรที่จะให้คนของฝ่าาได้สบาย”
“ท่านพูดเช่นนี้เกรงว่าข้าไม่อยากเป็คนของฝ่าาเสียแล้วหากจะทำให้คนผู้หนึ่งต้องทนหนาว” โจวเหวินหรงเผลอยิ้ม
“ข้าเป็บุรุษความหนาวมิอาจกล้ำกราย ไว้พรุ่งนี้เ้าจะเห็นว่าข้าสบายดี หากเ้าอุ่นสบายในคืนนี้ข้าก็คงอุ่นเหมือนกันแต่เป็อุ่นใจ”
จื่อหรานหลบตาคำพูดแสดงว่าห่วงใยที่ไม่คิดว่าจะได้ฟังจากใครเมื่อตัดสินใจเข้ามาในวังหลวง คลี่เสื้อคลุมออกคลุมไหล่บางเอนกายลงพิงต้นไม้ใหญ่ เคียงข้างฮุ่ยหนิงที่ กำลังจะหลับใหล
“ท่านเองก็นอนเสียเถิด ไว้พรุ่งนี้ คงต้องอาศัย ท่านลุงให้ผ่านเข้าไปในกำแพงวัง ง่ายดายเหมือนครั้งที่แล้ว”โจวเหวินหรง ใช้ไม้ในมือเขี่ยถ่านไฟสีแดง
“ข้าอาสาอยู่ยามในค่ำคืนที่อันตรายเช่นนี้ให้คุณหนูได้พักผ่อน ไว้พรุ่งนี้ส่งคุณหนูกลับตระกูลจ้าวแล้วจึงวางใจ”จื่อหรานขมวดคิ้ว เขารู้ได้อย่างไรว่าจื่อหรานตระกูลจ้าว จำได้ว่ายังไม่เคยเอ่ยปากว่ามาจากตระกูลไหน แต่ด้วยความง่วงงุนจึงเพียงแต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ หลับตาลงช้าๆ โจวเหวินหรง มองเสี้ยวหน้าหวาน ที่หลับตานิ่ง มองไม่เห็นแววตาหม่นเศร้าอีกต่อไป ยามหลับตาอยู่ๆ ใบหน้าของหลินซูซิน ก็ผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง โจวเหวินหรงถอนหายใจยาวเหยียด เมื่อไหร่กันที่เขาจะลืมนางได้
ก่อนหน้านั้น
“ฝ่าาซูซินแพ้ท้องรุนแรง จนไม่อาจกินอาหารที่ฝ่าาสั่งคนจัดมาให้ ดีที่ฮองเฮาทรงมีพระเมตตา ส่งเครื่องเสวยเย็นมาที่ตำหนัก”โจวเหรินหรงทะลึ่งพลวดลุกขึ้นจากที่นั่ง พูดด้วยเสียงแหบแห้ง
“เ้า กินมันไปหรือยัง”ซูซินพยักหน้าช้าๆ ดวงดวงตาสดใส โจวเหวินหรงทรุดกายลงบนเก้าอี้เพียงครู่เดียว ซูซินกับล้มลงทั้งยืน เืสดๆ ใหลออกจากไปบางจนแดงฉานไปหมดยกมือขึ้นกุมท้องน้องบิดตัวไปมา
ไม่มีแม้คำอำลา เขาหอบเอาร่างบางของสนมคนโปรดไว้ในอ้อมแขน สุดจะกลั้นหยาดน้ำตาไม่ให้ใหลริน ร่างบางในอ้อมแขนกระตุกขึ้นลงสองสามครั้งก่อนจะแน่นิ่ง
“หมอหลวงใครก็ได้ตามหมอหลวง” เขาะโเหมือนคนบ้าคลั่ง
โจวเหวินหรงหลับตาลงช้าๆ เขาต้องอดทนแค่ไหนกันที่จะผ่านมันไปให้ได้ เพื่อวันที่จะทวงคืน