ผมนั่งในรถได้แค่อึดอัดกับความเงียบที่พ่อกับแม่คุยกันตลอดทาง เสียงไอ่แก้มน้องผมร้องเพลงบ้าบอกอะไรไม่รู้หนวกหูชะมัด
ทั้งๆ ที่ผมแทบไม่อยากมาด้วยั้แ่แรก แต่สุดท้ายก็ต้องถูกบังคับมาอยู่ดี ผมก็ได้แค่ ยิ้ม แกล้งฟัง
「ไม่อยากมานี่แหละ แต่จะเถียงก็ไม่ได้ พ่อแม่ตั้งใจพักผ่อน ผมก็ต้องไปด้วย เป็เื่ปกติที่ต้องยอม บางทีมันก็น่าหงุดหงิดว่าทำไมทุกคนต้องตัดสินใจให้ผมด้วย แต่จะทำไง จะขออยู่บ้านให้พ่อแม่กับน้องชายผมไปเที่ยวแค่สามคนเขาก็ไม่ยอม ผมก็ดันยอมเสมอ เลือกอะไรเองไม่ได้เลย」
รถค่อยๆ เลี้ยวออกจากถนนใหญ่เข้าสู่ทางชนบท เริ่มมีทุ่งกับป่าและบ้านเริ่มอยู่ห่าง ๆ กัน
ผมมองออกไปนอกหน้าต่าง ก็นั่งดูทุ่งหญ้ากับทุ่งนาไป—แต่ก็ไม่ใช่สำหรับผม
“อากาศดีจังเลยนะลูก” แม่พูดแล้วหันไปส่งยิ้มหวานให้พ่อที่กำลังขับ
“อืม” ผมตอบสั้นๆ หาวในใจทั้งที่พยายามไม่แสดงออก
「ไอ่แก้มน้องชายผมมันก็ตื่นเต้นกับวิวทิวทัศซะเหลือเกิน มันมีอะไรน่าดูขนาดนั้น ?」
「ดีสำหรับแม่แค่นั้นแหละ ดีสำหรับคนที่อยากมาพักผ่อน แต่ผมไม่ได้อยากมานะ ผมมีสิ่งอื่นที่อยากทำ อยากอยู่เงียบๆ อยากใช้เงินเดินชอปปิ้ง ไปเดินซื้อเสื้อผ้าแบบของผมเองโดยไม่ต้องให้ใครมาดูแต่เถียงไปมันก็เท่านั้น 」
‘ ตี๊ด ๆ ’
ขับไปได้พักใหญ่ เสียงสัญญานดัง ไฟเตือนบนแผงหน้าปัดเด้งขึ้นเป็จังหวะ พ่อขมวดคิ้ว แล้วรถก็เดินเหมือนจะหมดแรง เสียงเครื่องอึดอัด แล้วก็หยุดนิ่งกลางถนนชนบท
“เอาไงดี” พ่อถอนหายใจหนักๆ ลงเบรกแล้วดับเครื่อง
แม่เกาหัว “โทรหาคนอื่นก็ได้” แม่ก้มดูโทรศัพท์ “โทรศัพท์แม่ไม่มีสัญญานเลย เครื่องของคนอื่นมีสัญญานไหม !?”
ปรากฏว่าโทรศัพท์ทุกเครื่องของพวกเราไม่มีสัญญานโทรศัพท์
รถจอดสนิท ไอ่แก้มน้องผมเริ่มโวยวาย
ผมเปิดประตูลงไปยืนรับลม แดดแรงและถนนร้าง ห่างจากหมู่บ้านพอสมควร
พ่อพยายามกดโทรศัพท์ บอกว่าจะลองรอสัญญาณก่อน แต่แล้วแม่ก็ยกมือค้นในกระเป๋าใบเล็กของตัวเอง
“เอ๊ะ ใครพกเงินมาบ้าง?” แม่ถามหน้าเคร่ง
ผมกับพ่อมองหน้ากัน พ่อคลำกระเป๋ากางเกง แม่ยัดมือในกระเป๋าเสื้อ — ไม่มีใครมีแบงก์หรือบัตร
“ไม่มีเลยเหรอ” พ่อถามเสียงงง
“ไม่มีค่ะ ฉันลืมกระเป๋าไว้ที่บ้าน” แม่ตอบ แล้วน้ำเสียงเหมือนแวบหนึ่งที่ตื่นตัว
“ผมก็...ไม่ได้เอา” พ่อพูดหนักขึ้น
ผมยืนนิ่ง ไม่พูดอะไรทันที แล้วค่อยถอนหายใจเบาๆ
「ไม่จริงใช่ไหม ทั้งบ้านลืมกระเป๋ากันหมดเลยเหรอ นี่มันเป็ไปได้ยังไง จะบ้าไหม มาต่างจังหวัด น้ำมันหมดกลางป่า แล้วไม่มีสัญญานโทรศัพท์และไม่ใครมีเงินสักคน ต้องคิดแล้วว่าจะเอายังไง ผมไม่อยากให้แม่เป็กังวลมากไปกว่านี้ 」
“เราทำยังไงดีวะพ่อ” ผมพูดในที่สุด เสียงผมพยายามนิ่งแต่ก็มีความกังวลซ่อนอยู่
พ่อมองผมแล้วส่ายหน้า “โทรหาอาภิรมย์ก็ได้ แต่สัญญาณอาจไม่นิ่ง หรือไม่ก็เดินไปปั๊มน้ำมันที่เห็นไกลๆ นั่น มีคนเราจะได้ขอถังน้ำมันหรือยืมเงินซื้อก่อน”
ผมเดินออกไปตามถนน ข้างหน้า และถือโทรศัพท์ไปด้วยเผื่อมันจะมีสัญญาณที่ปั๊ม ใจก็คิดไปเรื่อย มองปั๊มเล็กๆ ที่อยู่ไกลๆ หวังว่าคงจะไม่ใช่ปั้มร่างนะ แต่ดูไปดูมาปั้มโคตรเล็ก และเก่าด้วย น้ำมันมันจะแห้งไปหมดแล้วปะนี่ ยังดีว่านั่งติดแหงกอยู่ที่นี่ และผมก็ไม่อยากฟังเสียงไอ่แก้มที่จะเริ่มร้องไห้
ผมเดินออกจากรถก้าวช้าๆ ตามทางดินที่ฝุ่นคลุกเป็ทาง ใจเต้นไม่เป็จังหวะแดดแผดเข้าหน้าแต่ผมไม่สน ครีมกันแดด spf 100 แบรนดังสำหรับผู้ชาย ที่ทามาคงปกป้องผมได้
“ระวังด้วยนะกาย บอกเขาว่าเราขอความช่วยเหลือก่อนแล้วขอเลขบัญชีเขามา บอกเขาว่าถ้าถึงกรุงเทพแล้วเราจะโอนคืนให้” แม่ะโจากรถ น้ำเสียงเป็ห่วงแต่พยายามเก็บอาการให้ผมไม่กลัว
“ครับ ไม่ไปไกล” ผมตอบเรียบนิ่ง ทั้งๆ ที่ในใจมันกระวนกระวายเหมือนจะะเิ
「ขอแค่ไปดูปั๊มข้างหน้าให้รู้ก่อนว่ามีคนไหม ถ้ามีก็ขอถังน้ำมันหรือยืมเงินสักหน่อย เผื่อเขาเมตตา… แต่ถ้าไม่มี ก็ต้องคิดแผนต่อไปนี่แหละ ปัญหามันตอนนี้อยู่ที่แต่ละคนไม่มีเงินติดตัวเลยและสัญญาณโทรศัพท์ก็หาไม่ได้อีก พอเดือดร้อนเื่เงินแบนี้ผมก็นึกถึงเื่ของตัวเองกับปัญหาเื่เงินสมัยก่อน ใครจะรู้ว่าตอนนี้ผมก็มีเงินเก็บพอที่จะลงทุนเป็เ้าของปั้มน้ำมันในต่างจังหวัดได้ ด้วยการแอบรับงานพิเศษเอง ถ้าพ่อแม่รู้ว่ารายได้ที่ผมได้มามันมาจากการขายความใกล้ชิด พวกเขาคงรับไม่ได้แน่ ผมเองก็ไม่ได้อยากถูกมองแบบนั้น… 」
ครอบครัวผมเข้มงวดเื่เงิน พ่อแม่จัดสรรทุกอย่างให้ ผมไม่มีสิทธิ์ใช้จ่ายตามใจ อยากได้อะไรต้องขออนุญาต ผมเริ่มจากงานพาร์ทไทม์เล็กๆ แต่วันหนึ่งผมติดขัดเื่ค่าบัตรคอนเสิร์ตวงเกาหลีที่ผมชอบและมันก็ดันเป็ค่าใช้จ่ายที่พ่อแม่ไม่อนุมัติ เลยลองหาทางออกอื่นจนกลายเป็การรับงานแบบเพื่อนทานข้าวหรืองานเอน — ขายความใกล้ชิด เข้าแลกกับเงิน นั่นแหละคือสิ่งที่ผมทำแบบลับๆ เพราะไม่มีทางเลือกที่ดีกว่า และผมก็รู้สึกหนักใจแต่ก็เห็นเป็วิธีอยู่รอดของตัวเอง
ผมเดินตามถนนเปลี่ยว มุ่งตรงไปที่จุดหมายข้างหน้า ตอนนี้บ่ายแก่ ๆแล้ว อีกไม่นาน ก็เข้าสู่่หัวค่ำ หวังว่าคงได้ความช่วยเหลืออะไรบ้าง
「 ครอบครัวคงกำลังหงุดหงิดกันใหญ่ ผมคิดหาทางช่วยให้ได้ ไม่ใช่แค่นั่งรอญาติมาช่วยหรอก ตอนนี้ไม่มีเงินติดตัวเลย ถ้าเขาไม่ช่วย ผมจะทำยังไง หรือถ้าผมใช้... ความสามารถพิเศษของตัวเองล่ะก็ อาจจะได้น้ำมันมาเติมรถโดยไม่ต้องรอใคร 」
ใจผมเต้นแรง แต่ผมพยายามสงบสติอารมณ์ ตอนที่เท้าก้าวเข้าใกล้ตัวปั๊มมากขึ้น
พอถึงหน้าปั๊ม ผมเห็นประตูเหล็กปิดสนิท แต่มีแสงไฟลอดออกมาจากห้องเล็ก ๆ ด้านหลัง
「 นี่ยังไม่ค่ำเลย ปั๊มปิดจริง ๆ เหรอ? แต่ผมพยายามลองดู ไม่งั้นเราทุกคนจะติดแหง็กอยู่ตรงนี้ทั้งคืน 」
ผมเคาะประตูเบา ๆ
“สวัสดีครับ มีใครอยู่ไหม? รถผมน้ำมันหมด ช่วยเหลือหน่อยได้ไหมครับ?”
ไม่มีเสียงตอบ แต่ผมได้ยินเสียงคราง ลอดออกมาจากด้านใน
「 เสียงอะไรกัน? เหมือนเสียงจากหนังผู้ใหญ่ โอ้ ไม่ใช่หรอกมั้ง 」
ผมเคาะอีกครั้ง ดังขึ้น
“ครับ? ผม้าความช่วยเหลือจริง ๆ นะครับ ปั๊มยังเปิดอยู่ใช่ไหมครับ?”
ประตูเปิดออกกะทันหัน ชายหนุ่มรูปร่างกำยำ ผิวคล้ำแดด ยืนจ้องผมด้วยสายตาดุดัน ใบหน้าคมเข้มแต่แฝงเสน่ห์แบบผู้ชายทำงานหนัก เขาใส่เสื้อแขนกุดเปื้อนคราบน้ำมัน
“ปั๊มปิดแล้ว กลับไปซะ” เขาพูดเสียงห้วน
ผมยืนนิ่ง
「 เขาดูเหมือนไม่ค่อยพอใจ สายตาที่เขามองผม เหมือนเป็เป็พวกเซลล์แมนท่มาเคาะประตูตื้อขายของเลย」
“แต่รถผมน้ำมันหมดจริง ๆ ครับ พี่ ครอบครัวผมรออยู่ตรงนั้น เราไม่มีเงินติดตัวเลย ลืมกระเป๋าเงินไว้ที่บ้าน ช่วยหน่อยเถอะครับ แค่เติมน้ำมันให้พอไปถึงเมืองก็พอ”
เขาหัวเราะเยาะ
“หึ เื่แบบนี้ผมเจอมาบ่อย แถวนี้มีพวกมิจฉาชีพชอบมาทำทีขอความช่วยเหลือ แล้วก็ปล้นซะงั้น สัญญาณโทรศัพท์แถวนี้ก็ไม่มีหรอก กลับไปรอญาติเอาเองดีกว่า ผมไม่ช่วยใครฟรี ๆ หรอก”
ผมสังเกตเห็นเขายืนบังประตู แต่เสียงครางจากด้านในยังดังลอดออกมา เสียงเหมือนจากหนังโป๊
「 เขากำลัง... ช่วยตัวเองอยู่เหรอ? เสียงนั้นชัดเจนเลย มีเสียงผู้หญิงครางผสมกับเสียงผู้ชายด้วย 」
ผมเหลือบมองเข้าไปในห้อง เห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์เปิดค้างไว้ ภาพหนังผู้ใหญ่ยังเล่นอยู่เบา ๆ
“พี่... กำลังดูอะไรอยู่เหรอครับ?” ผมถามเสียงแ่ พยายามไม่ให้ดูหยาบคาย
เขาหน้าแดงก่ำ รีบปิดเอาตัวบังประตู แต่ผมยื่นมือขวางไว้
“เดี๋ยวครับ พี่ ผมไม่ได้จะยุ่งเื่ส่วนตัว แต่ถ้าพี่ช่วยผม ผม... อาจจะตอบแทนอะไรได้บ้าง”
「 โอกาสมาแล้ว ถ้าเขาดูหนังแบบนั้น แสดงว่าเขาอาจเปิดใจกับเื่แบบนี้ ผมเห็นกองหนังสือโป๊ตรงมุมห้องด้วย มีทั้งแบบชายหญิงปกติ และแบบชายชายด้วยเหรอ? นั่นแหละ! เขาอาจไม่เคยลอง แต่ถ้ามีหนังสือพวกนั้น แสดงว่าสนใจแน่ ๆ ผมอาจใช้บางอย่างแลกความช่วยเหลือได้ แต่ยังไม่รีบ ต้องค่อย ๆ ยั่วให้เขาสนใจก่อน 」
เขาจ้องผมเขม็ง
“ตอบแทนอะไร? อย่ามาเล่นตลกนะ ผมไม่ใช่พวกชอบช่วยคนแปลกหน้า ยิ่งเปลี่ยวๆ กลางป่า แบบนี้ ยิ่งอันตราย กลับไปซะ ไม่งั้นผมเรียกตำรวจหรอก”
ผมยิ้มบาง ๆ
“พี่ ผมจริงจังนะครับ ดูจากกองหนังสือตรงนั้น... พี่ชอบอะไรหลากหลายใช่ไหม? ผมอาจจะทำให้พี่... รู้สึกดีขึ้นได้ ถ้าพี่เติมน้ำมันให้รถผม”
「 ใจผมเต้นแรง ถ้าเขาตกลง ผมพอรู้แล้วว่าผมจะต้องทำยังไง...แต่ท่าเขาไม่ยอมต้องหาทางอื่น เดินไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีสัญญานโทรศัพท์ 」
เขาหยุดชะงัก สายตาเหลือบมองกองหนังสือที่ผมพูดถึง
“เฮ้ย นั่นเื่ส่วนตัว! อย่ามายุ่ง ผมไม่เคย... กับผู้ชายหรอกนะ นั้นไม่ใช่หนังสือผม” เสียงเขาอ่อนลงนิด แต่ยังมะนาวไม่มีน้ำ
แล้วเขาก็มองที่ตัวผมอย่างสำรวจ เหมือนจะกวนกลับมากว่า
“แต่... ถ้าคุณพูดจริง ผมอาจจะคิดดู ”
ผมพยักหน้า เขากวนผมกลับ แน่ ๆ เขาคงไม่คิดว่าผมกล้าจริง ๆ
「 ดีแล้ว เขาเริ่มลังเล แสดงว่ามีโอกาส ผมจะไม่ผลักดันมากเกินไปตอนนี้ รอจังหวะต่อไปดีกว่า อย่างน้อยผมรู้แล้วว่าเขาชื่อวิน จากป้ายชื่อที่เสื้อ 」
「 เขาเกร็งขนาดนี้ แสดงว่ายังไม่เคยจริง ๆ เื่แบบนี้ไม่ใช่ผมว่าไม่เคย แต่ถ้าคราวนี้ทำสนุกๆ ไม่ได้เป็เงินแต่ได้เป็น้ำมันก็น่าสนุกดี ถ้าผมนำดี ๆ เขาอาจจะยอมตาม แล้วผมจะได้น้ำมันมาเติมรถให้ครอบครัวโดยไม่ต้องรอใคร 」
เขาเดินออกมานั่งตรงม้าไม้หน้าห้องเขา ผมมองไปรอบ ๆ ปั้มนี้เปลี่ยวจริง ๆ ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นเลย นอกจากเราสองคน
“ผมไม่ได้มาหลอกพี่นะครับ ให้ผมพิสูจน์ไหม” ผมพูดเสียงนุ่ม เดินตามเข้าไปใกล้ แล้วนั่งลงข้าง ๆ เขา
เขาหันมามองผมแวบหนึ่ง
“เฮ้ย...คุณจะทำอะไร” เสียงเขาอึกอัก มือกำขอบม้านั่งแน่น
「 เสียงเขาสั่นนิด ๆ น่ารักดี ถ้าผมยั่วต่อ เขาอาจจะตอบสนอง ผมเห็นหนังสือโป๊พวกนั้นบนโต๊ะด้วย แสดงว่าเขาสนใจเื่แบบนี้จริง ๆ 」
“ชอบอ่านพวกนี้เหรอครับ? ดูน่าสนุกดีนะ” ผมแกล้งพูด
ใบหน้าชายหนุ่มแดงจัด
“เฮ้ย นั่นเื่ส่วนตัว” เขาพูดเสียงทุ้มต่ำ แต่ไม่ยื่นมือมาดึงหนังสือคืน
「 เขาหน้าแดงแบบนี้ ยิ่งทำให้ผมอยากเข้าใกล้มากขึ้น ถ้าผมััเบา ๆ เขาอาจจะไม่หนี 」
ผม โน้มตัวเข้าใกล้ เอามือแตะต้นขาเขานุ่มนวล
“พี่ไม่เป็ไรครับ แค่แกล้งเล่นเฉย ๆ” ผมพูดยิ้มยวน
เขาอึกอัก
“เฮ้ย... อย่า ผมไม่เคยกับผู้ชาย” เสียงเขาขาดห้วง ร่างกายเกร็งแต่ไม่ขยับหนี
「พูดแบบนี้เหมือนบอกเป็นัยอะไรสักอย่าง เขาปฏิเสธแต่ไม่หนี แสดงว่าสนใจจริง ๆ 」
“พี่เป็ไรครับ ลองดูสิ” ผมพูด แล้วขยับเข้าใกล้มากขึ้น เอามือแตะไหล่เขา ลูบต้นคอเบา ๆ
เขาหายใจแรงขึ้น
“เฮ้ย... จะทำอะไร” เสียงเขาสั่น ในิดแต่ยังไม่ผลักผมออก
「 หายใจเขาแรงขนาดนี้ แสดงว่าอารมณ์เริ่มมา ผมน่าจะกระซิบให้เขายอมตาม 」
ผมกระซิบข้างหูเขา
“ผ่อนคลายครับ ผมจะทำให้รู้สึกดี” แล้วผมเริ่มจูบมุมปากเขาแ่เบา
ชายหนุ่มตรงหน้าผมทำใ ตัวสั่นนิด
“เฮ้ย... อะไรเนี่ย” เขาครางเสียงต่ำในลำคอ แต่ไม่ได้ขัดขืน ร่างกายเขาเริ่มตอบสนองโดยอัตโนมัติ
「 เขาใแต่ไม่ขัด แสดงว่าคล้อยตามแล้ว ผมค่อย ๆ ปลดกระดุมเสื้อเขา เพื่อให้เขาเปิดใจมากขึ้น 」
ผมเลื่อนมือไปปลดกระดุมเสื้อเขาทีละเม็ด
“โอเคไหมครับ?” ผมถามเสียงนุ่ม
“อะ... อืม” เขาครางเสียงทุ้มต่ำ มือกำขอบเตียงแน่นกว่าเดิม
「 เสียงครางนั้นทุ้มต่ำ น่าฟังมาก ถ้าผมลงไปต่ำกว่านี้ เขาอาจจะครางดังขึ้น 」
ผมเลื่อนตัวลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นหน้าเ้าของปั้ม สบตาเขาอย่างท้าทาย
“ผมจะทำให้รู้สึกดีจริง ๆ นะครับ” ผมพูด แล้วเอามือััต้นขาและหน้าท้องเขา ลูบไล้เพื่อปลุกอารมณ์
เขาหายใจแรงขึ้น
“เราเข้าไปคุยกันข้างในดีกว่าไหมครับ” ผมชวน ถึงแถวนี้จะไม่มีใครแต่ก็ต้องปลอดภัยไว้ก่อน
เขาลุกขึ้นแล้วเดินนำเข้าไปในห้องอย่างว่าง่าย ผมเดินตามเข้าไปแล้วเขาก็นั่งลงที่เตียง
มือของเขาขยุ้มผ้าปูเตียงแน่น ใบหน้าแดงจัด
“เฮ้ย... มัน...” เขาพูดไม่จบ
「 หายใจเขาแรงขนาดนี้ แสดงว่าอารมณ์พุ่งพล่าน ต้องปลดซิปกางเกงเขาเพื่อไปต่อ 」
ผมค่อย ๆ ปลดซิปกางเกงเขา สายตายังจ้องตาเขาตลอด
“ไม่ต้องเกร็งนะครับ” ผมพูดยิ้ม
ผมค่อย ๆ ปลดซิปกางเกงเขา สายตาผมยังจ้องตาเขาตลอด ผมพูดยิ้ม ชายหนุ่มอิดออดนิด ๆ
“เฮ้ย... อย่า ผมไม่...”
เสียงเขาขาดห้วง เหมือนชายแท้ที่ยังลังเล แต่ไม่ได้ปัดมือผมออก ร่างกายเขาเกร็งแต่ยอมให้ผมทำต่อ
「 เขาอิดออดแบบนี้ แต่ไม่ปัดมือ แสดงว่าลึก ๆ แล้วอยากลอง ถ้าผมค่อย ๆ ัั เขาจะคล้อยตามมากขึ้น ยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าเขามีเสน่ห์ 」