ตอนที่16 วิจัยสำเร็จ
ผลการทดสอบคัดเลือกตัวแทนนักเรียนวิชาชีววิทยา
ลำดับที่ 1 ซ่งเย่ 100คะแนน
ลำดับที่ 2 เสิ่นเฉวียน 92 คะแนน
ลำดับที่ 3 สุ่ยหยูจวง 86 คะแนน
ลำดับที่ 4 เหรินหยาง 85 คะแนน
ลำดับที่ 5 หวางอี้ 82คะแนน
ซ่งเย่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อมองเห็นรายชื่อของซ่งจูหว่านที่ติดอันดับ5 วิชาคณิตศาสตร์
แต่คะแนนของพวกเธอทั้งสองคนแตกต่างกันมากนัก
..........
เวลานี้อาจารย์ถงผานรุ่ยอาจารย์ประจำห้องสามได้เข้ามาแสดงความยินดีและแจ้งกำหนดการสอบกับซ่งเย่
นั่นคือวันจันทร์และอังคารในสัปดาห์หน้าเป็การสอบระดับจังหวัด
หรูเพ่ยเพ่ยหันหลังมองซ่งเย่ด้วยสายตาที่เกลียดชังและอิจฉาริษยา
ั้แ่ซ่งเย่มาเรียนทุกคนล้วนสนใจแต่ซ่งเย่
ทำให้เธอหมดความสำคัญลงไปมาก
แต่เดิมเธอเคยเป็คนที่สวยที่สุดในห้องถึงแม้ว่าจะสวยน้อยกว่าซ่งจูหว่านเพื่อนสนิทของเธอก็ตาม
เมื่อมีซ่งเย่เข้ามาเป็สมาชิกในห้องเรียนที่สาม
เพื่อนนักเรียนต่างพากันให้ความสนใจกับซ่งเย่มากกว่าหรูเพ่ยเพ่ย
ซ่งเย่รับรู้สายตาและอารมณ์ของหรูเพ่ยเพ่ย
แต่ถ้าหรูเพ่ยเพ่ยไม่เป็ฝ่ายลงมือทำร้ายเธอก่อน
เธอเองก็จะไม่รังแกใครก่อนเช่นกัน
เมื่อถึงเวลาทานอาหารกลางวัน
ซ่งเย่ ซูฉีเกาเฉินและเพื่อนอีกสามคน เดินไปโรงอาหารเป็กลุ่มใหญ่
“ยินดีด้วยนะครับซ่งเย่”เกาเฉินแสดงความยินดีเมื่อเขาเดินเคียงคู่ไปกับเธอ
“ขอบคุณค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้าขอบคุณอย่างเป็ธรรมชาติ
“นี่แสดงว่าต้องสอบทั้งสองวันเลยใช่ไหมครับ?”
“ใช่ค่ะ”
“เธอเก่งมาก”เกาเฉินชมซ่งเย่อีกครั้งที่ได้เป็ตัวแทนนักเรียนเข้าสอบทั้งสี่วิชา
“คุณก็ทำได้เหมือนกัน”ซ่งเย่นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบเสียงจริงจัง
“ฮึ ฮึ” เกาเฉินไม่ตอบแต่หัวเราะเยาะตัวเองแทน
หลังทานอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อยแล้ว
ภาคบ่ายเรียนวิชาภาษาประจำชาติและเมื่อถึงวิชาอิสระ
เทาเอ้อมาชวนซ่งเย่และซูฉีไปเล่นบาสเก็ตบอล
“ตกลงค่ะ”ซ่งเย่และซูฉีตอบตกลง
ซ่งเย่และเพื่อนๆเล่นบาสเก็ตบอลจนถึงเวลาเลิกเรียน
เมื่อซ่งเย่เดินมาถึงหน้าประตูโรงเรียนพลันมองเห็นรถฮัมเมอร์สีเขียวเข้มจอดรอรับเธอ
ซ่งเย่กวาดสายตามองไปรอบหน้าประตูโรงเรียนแต่ไม่เห็นรถที่ลุงโจวมารับเธอแต่อย่างใด
“สาวน้อย ผมมารับแล้วครับ”หลิวเย่มองเห็นท่าทางที่แปลกใจของเธอ
เขาจึงกดกระจกรถและร้องะโเรียกเธอ
“ค่ะ” ซ่งเย่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจและก้าวขึ้นนั่งบนรถ
“ยินดีด้วยครับ”หลิวเย่กล่าวแสดงความยินดีขึ้นมาลอยๆและยื่นอมยิ้มให้กับเธอ
ซ่งเย่เหลือบมองอมยิ้มอย่างงุนงง
หลิวเย่เห็นท่าทางของเธอจึงเฉลยให้ฟังว่า“เขาว่ากันว่ากินอมยิ้มแล้วจะมีความสุข”
“ขอบคุณค่ะ”ซ่งเย่ยื่นมือไปรับอมยิ้มอย่างฉงนใจกับเหตุผลของหลิวเย่
หลังจากนั้นเธอหยิบหนังสือทางการแพทย์มาเปิดอ่านโดยไม่สนใจหลิวเย่อีก
หลิวเย่อมยิ้มมองซ่งเย่ด้วยความสุข
เขาเข้าดูเว็บไซต์ของทางโรงเรียนและรับรู้ว่าเธอได้เป็ตัวแทนนักเรียนเพื่อเข้าร่วมแข่งขันระดับประเทศและโอลิมปิกทั้ง4 วิชาสำคัญ
คณิตศาสตร์ เคมี ฟิสิกส์ และชีววิทยา
นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขามีความสุข
สาวน้อยของเขาไม่ธรรมดาเสียจริง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
หลิวเย่ขับรถตรงไปวิลล่าของซ่งเย่โดยตรงพลางบอกเธอว่า
“อุปกรณ์ติดตั้งเรียบร้อยพร้อมทำงานหนังสือทางการแพทย์ขนไปเก็บไว้บนห้องแล้วครับ”
“ขอบคุณค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้าและกล่าวขอบคุณเสียงอ่อนโยน
หลิวเย่พลันยิ้มกว้างอย่างพอใจ
ถึงแม้ว่าพ่อตาจะหวงลูกสาวแต่ตัวลูกสาวดีกับเขาก็พอแล้ว
ซ่งเย่และหลิวเย่เดินตรงไปยังห้องปฏิบัติการใหม่ทางด้านหลังของวิลล่าโดยตรง
เธอตรวจสอบอุปกรณ์ที่ได้รับการติดตั้งใหม่และมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใหม่ที่หลิวเย่ติดตั้งเพิ่มให้ด้วย
“เท่าไหร่คะ?”ซ่งเย่ถามหลิวเย่ขึ้นลอยๆ
“คือ?” หลิวเย่งุนงงกับคำถามของเธอ
“ราคาอุปกรณ์ที่ติดตั้งใหม่ค่ะ”ซ่งเย่อธิบายสิ่งเขาสงสัย
“ไม่แพงไม่จำเป็ต้องจ่ายครับ” หลิวเย่เข้าใจความหมายของซ่งเย่และตอบปฏิเสธตามตรง
“จริง?” ซ่งเย่ไม่เชื่อเขา
“จริงครับไม่ต้องจ่ายเพิ่ม” หลิวเย่ยืนยันอีกครั้งอย่างหนักแน่น
ซ่งเย่มองเห็นแต่ความจริงใจจากแววตาของเขาจึงไม่เซ้าซี้ถามอีก
ทั้งสองคนจึงช่วยกันทำงานวิจัยต่อไป
หลิวเย่สังเกตสาวน้อยของตนเองอย่างตั้งใจและพบว่าเธอมีทักษะขั้นสูงกว่านักวิศวกรรมจักรกลทั่วไป
เป็เพราะว่าเธอสามารถสร้างเครื่องแปรรูปสารZ และผลิตปุ๋ยได้อย่างง่ายดาย
เหมือนกับว่าในหัวสมองของเธอจะมีพิมพ์เขียวของโครงสร้างเครื่องจักรกลเหล่านี้อยู่แล้ว
หลิวเย่ลูบคางพลางครุ่นคิดในใจอย่างมีความสุขปะปนกับความกังวลใจ
“อืมสาวน้อยของเขาไม่ธรรมดาจริงๆ แต่เธอจะเป็เอสเปอร์แบบใดกันแน่นะ?”
ทั้งสองคนใช้เวลาทำงานร่วมกันจนถึงเวลาที่พ่อของเธอกลับมา
“ขอโทษทีพ่อไปจัดการเอกสารบางอย่างที่บริษัทเก่ามาครับ”
ซ่งซ่านจิงเห็นหลิวเย่และซ่งเย่เคร่งเครียดกับการทำงานกันสองคน
เขารู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อยที่ไม่ได้อยู่ช่วยกัน
“ใกล้เสร็จแล้วค่ะ”ซ่งเย่ไม่ได้สนใจท่าทางของพ่อแต่เธอพูดขึ้นมาโดยตรง
“หือ! ลูกวิจัยหาสาร Z และวิธีแปรรูปเกลือทะเลเสร็จแล้วหรือครับ?” พ่อของเธอไม่แน่ใจจึงถามซ้ำ
“ใช่ค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้ายืนยัน
“นี่! นี่มันเยี่ยมยอดมากเลยเย่เอ๋อร์!” พ่อส่งเสียงดังอย่างตื่นเต้นดีใจ
“พวกเรามาทดสอบกันค่ะ”
หลิวเย่ชวนซ่งเย่ทดสอบประสิทธิภาพของสารZ และการแปรรูปเกลือทะเลให้กลายเป็ปุ๋ย
เนื่องจากเขาได้เตรียมน้ำทะเลโดยให้ลูกน้องจัดเก็บในแกลลอนซึ่งตั้งอยู่ในห้องปฏิบัติการเรียบร้อยแล้ว
ซ่งเย่นำน้ำทะเลมา500 มิลลิลิตรเข้าใส่เครื่องแปรรูปสกัดออกมาในรูปของสารน้ำสีฟ้าอ่อน
นี่คือ สาร Z ตั้งต้น
สิ่งที่เหลือจากเครื่องแปรรูปสกัดคือผลึกเกลือทะเลขนาดเล็ก
จากนั้นนำสาร Z ตั้งต้นหยดใส่อุปกรณ์หนึ่งที่มีผลึกเกลือทะเลขนาดเล็กบรรจุอยู่โดยตั้งค่าให้แปรรูป ออกเป็ 3 สี
สีเขียวคือธาตุไนโตรเจน สีเหลืองคือธาตุฟอสฟอรัส และสีน้ำเงินคือธาตุโพแทสเซียมทั้งหมดเป็สารตั้งต้น
แล้วนำวัชพืชทั่วไปจำนวน500 กรัมใส่เข้าไปในอีกเครื่องหนึ่ง
เพื่อเตรียมผสมกับสารสีเขียวสีเหลือง และสีน้ำเงินตามสูตร
ซ่งเย่ทำออกมา 5สูตรเพื่อไปทดลองใช้จริงโดยเป็ปุ๋ยสำหรับนาข้าว
นั่นคือ สูตร16-8-8 , 16-12-8 , 18-12-6 , 16-20-0 , 16-16-8
ตัวแรกคือปริมาณไนโตรเจนตัวกลางคือปริมาณฟอสฟอรัส ตัวสุดท้ายคือโพแทสเซียม
สิบห้านาทีต่อมา
วัตถุที่ทุกคนมองเห็นในเวลานี้คือ
เศษซากวัชพืชขนาดเล็กเท่าเม็ดทรายจำนวนมากแต่มีสีแตกต่างแทรกปะปนกันอยู่
สูตร 16-8-8ปริมาณเศษซากวัชพืชที่ออกมามีสีเขียวมากกว่าสีอื่นๆ
สูตร 16-20-0ปริมาณเศษซากวัชพืชที่ออกมามีสีเหลืองมากกว่าสีเขียวและไม่มีสีน้ำเงิน
“โอ้! นี่เยี่ยมมากเลยลูก” ซ่งซ่านจิงที่เห็นผลิตภัณฑ์สุดท้ายเขาอึ้งและทึ่งกับความสามารถของลูกสาวตนเอง
“สามารถใช้พืชอื่นหรือใบไม้แทนได้ไหมครับ?” หลิวเย่ถามซ่งเย่อย่างสงสัย
“ได้ค่ะขอให้เคยมีสีเขียว แบบแห้งหรือสดก็ได้” ซ่งเย่พยักหน้าตอบอย่างมั่นใจและอธิบายเพิ่มเติม
“นี่มันมีผลลัพธ์ที่ช่วยได้หลายอย่างเลยทั้งช่วยลดการเผาไหม้พืชที่ไม่จำเป็และลดโลกร้อนได้”
หลิวเย่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ
“ใช่ค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้ายืนยันกับคำอธิบายของหลิวเย่
นี่มันอัจฉริยะจริงๆ!
อัจฉริยะ!
น่าทึ่ง!
อัศจรรย์มาก!
เป็สารที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง!
“ในเมื่อมีสาร Z ต้นแบบและเครื่องแปรรูปแล้วพ่อจะไปยื่นเปิดบริษัทและจดทะเบียนลิขสิทธิ์ดีหรือไม่ครับ?”
ซ่งซ่านจิงถามความคิดเห็นลูกสาวของตนเอง
นี่มันน่าภาคภูมิใจกว่าการอยู่ตระกูลซ่งเหมือนเดิม
ลูกสาวของเขามีความสามารถและพร์อย่างแท้จริง
“นำไปทดสอบในพื้นที่จริงสักเดือนก่อนดีกว่าค่ะ”ซ่งเย่เสนอความคิดเห็นกับพ่อของเธอ
“เื่การทดสอบผมจะจัดการให้เองครับ” หลิวเย่อาสาที่จะนำปุ๋ยที่ได้ไปทดสอบด้วยตนเอง
“เมื่อได้สาร Z ต้นแบบและเครื่องแปรรูปแล้ว การเปิดบริษัทต้องใช้เงินทุนจำนวนมากนะครับ”
ซ่งซ่านจิงเอ่ยเตือนทุกคน
“ผมจะจัดการให้ในส่วนของกองทัพและหุ้นของผมครับ”หลิวเย่รีบบอกว่าที่พ่อตาทันที
“เสี่ยวเย่คุณจะมีหุ้นได้ไม่เกิน 10% นะครับ”ซ่งซ่านจิงไม่ยอมให้หลิวเย่ถือครองหุ้นมากเกินไป
“ตกลงครับ”หลิวเย่ทำใจยอมรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ซ่งเย่้าโอนเงินจากบัญชีเสมือนมาใช้งานและการสั่งซื้อวัตถุดิบที่จะใช้ในการผลิตสินค้า
ดังนั้นเมื่อมองเห็นพ่อและหลิวเย่เตรียมการเื่จัดตั้งบริษัท
เธอจึงนิ่งเงียบและรับฟังทั้งสองคนก่อน
“พักผ่อนเถอะค่ะ”ซ่งเย่ชวนทุกคนแยกย้ายไปพักผ่อน
เนื่องจากเวลานี้ล่วงเลยมาถึง00.45 น. แล้ว
……….
รุ่งเช้าซ่งเย่ไปออกกำลังกายกับหลิวเย่เป็ปกติ
หลิวเย่อาศัยความหน้าหนาหน้าทนของเขาที่ตีมึนมาทานอาหารเช้ากับสาวน้อยของตนเอง
ซ่งซ่านจิงอยากขวางหลิวเย่แต่ก็ต้องทำใจ
เนื่องจากในเวลานี้หลิวเย่ได้กลายเป็หุ้นส่วนทางธุรกิจและสามารถเจรจากับทางกองทัพได้
แต่เื่การไปรับส่งลูกสาวตนเองนั้น
ซ่งซ่านจิงยังคงขัดขวางหลิวเย่สุดกำลัง
“เย่เอ๋อร์ทานข้าวเสร็จแล้วให้ลุงโจวไปส่งที่โรงเรียนนะครับ” ซ่งซ่านจิงกำชับลูกสาวอย่างจริงจัง
“ค่ะ”ซ่งเย่พยักหน้ารับ
“ผมขอตัวไปทำงานก่อนครับ”หลิวเย่รับรู้ถึงสายตาของว่าที่พ่อตาที่จ้องเขม็งจึงพูดขอแยกตัวออกไป
“เสี่ยวเย่ค่อยมาหลังจากติดต่อกับกองทัพเรียบร้อยก็แล้วกันครับ”
ซ่งซ่านจิงตัดหนทางบางส่วนของหลิวเย่ที่ได้แต่โอดครวญในใจ
“พ่อหาที่ดินสร้างโรงงานใกล้ทะเลนะคะ”ซ่งเย่เอ่ยเตือนพ่อของเธอ
“พ่อรู้แล้วครับ”ซ่านจิงพยักหน้าเข้าใจเนื่องจากวัตถุหลักของพวกเขาคือ “น้ำทะเล” ที่มีมากมายมหาศาล
และโรงงานของเขาไม่มีปัญหาเื่น้ำเสียด้วย
นั่นเป็เพราะว่าน้ำทะเลที่นำมาผลิตเป็สารต้นแบบนั้นสามารถใช้น้ำทะเลได้หมดสิ้น
ไม่มีสิ่งใดตกค้างหลงเหลือเลยแม้แต่น้อย
นี่มันเกินจินตนาการของคนทั่วไป!
เยี่ยมยอด!
จากนั้นลุงโจวไปส่งซ่งเย่ที่โรงเรียนก่อนที่จะมารับซ่งซ่านจิงไปจดทะเบียนบริษัทและหาซื้อที่ดินสร้างโรงงาน
ขณะที่ซ่งเย่เดินเข้าหน้าประตูโรงเรียนพลันมองเห็นซ่งจูหว่านที่จ้องมองเธอเขม็ง
และเดินเข้ามาถามเธออย่างไม่พอใจ“น้องสาว ที่แท้ลุงโจวไปทำงานให้อารองนี่เอง”
“ทำไมล่ะ?” ซ่งเย่หันมาถามเธอด้วยแววตาท้าทาย
“ฮึ! แล้วแม่ครัวหลี่ล่ะไปทำงานกับอารองด้วยไหม?”ซ่งจูหว่านถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“ใช่”ซ่งเย่ยอมรับตามตรง
“ไม่นึกเลยว่าพอแยกครอบครัวแล้วยังจะแย่งคนไปช่วยอีกด้วย” ซ่งจูหว่านพูดด้วยความหงุดหงิดใจ
“แล้วไงล่ะ?”ซ่งเย่ยักไหล่อย่างไม่สนใจจูหว่านแล้วหันหลังเดินเข้าโรงเรียนอย่างสบายใจ
“จำไว้ซ่งเย่ ฉันจะไม่ยอมแพ้เธอ”ซ่งจูหว่านพูดเสียงเข้มด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวอย่างเกลียดชังซ่งเย่
“.....”ซ่งเย่ที่ได้ยินระยะไกลยกยิ้มมุมปากอย่างสนุกสนาน
……….
เมื่อเดินถึงหน้าห้องเรียนที่สาม
ปรากฏว่าซ่งเย่ไม่เห็นซูฉีมาเรียนวันนี้
เธอขมวดคิ้วอย่างแปลกใจและสังหรณ์ใจว่าซูฉีอาจมีปัญหาเกิดขึ้น
เธอจึงตัดสินใจที่จะไปหาซูฉีที่บ้านในตอนบ่ายแทน
ภาคเช้าซ่งเย่หยิบหนังสือทางการแพทย์มาอ่านท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่เข้าใจและอิจฉา
นั่นคือซ่งเย่สามารถทำอะไรก็ได้ที่ไม่รบกวนเพื่อนคนอื่น
และการอ่านหนังสืออื่นในห้องเรียนก็ไม่ได้รบกวนเพื่อน
ดังนั้นทุกคนจึงยอมรับการกระทำของซ่งเย่โดยปริยาย
ยกเว้นหรูเพ่ยเพ่ยที่มักจะหันหลังกลับมาจ้องมองซ่งเย่อย่างไม่พอใจและอิจฉาริษยาบ่อยครั้ง
“กริ๊ง กริ๊ง”เสียงกริ่งหมดเวลาเรียนภาคเช้าดังขึ้น
ในเวลานี้เกาเฉินและเพื่อนอีกสามคนได้มายืนรอซ่งเย่ที่หน้าห้องสามแล้ว
“ซูฉีล่ะ?” เป่ยกวงที่มักจะพูดคุยกับซูฉีอย่างสนิทสนมเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย
“ไม่รู้สิวิชาอิสระว่าจะไปหาที่บ้าน” ซ่งเย่ตอบตามตรง
“ไปด้วยครับ”เสียงของสี่หนุ่มพูดขึ้นพร้อมกัน
ั้แ่ที่พวกเขาได้ทานอาหารกลางวันและเล่นบาสเก็ตบอลด้วยกัน
ความสนิทสนิมจึงเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ
“ตกลงค่ะ”ซ่งเย่ตอบตกลงเมื่อเห็นความตั้งใจของพวกเขาทั้งสี่คน
เมื่อทานอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อยแล้วทุกคนกลับเข้าห้องเรียนทันที
ซ่งเย่อ่านหนังสือทางการแพทย์ได้ครบทั้งหมด7 เื่แล้ว โดยมีเนื้อหาดังนี้
หนึ่งโครงสร้างของร่างกายระดับเซลล์และเนื้อเยื่อ
สองกายวิภาคศาสตร์ว่าด้วยโครงสร้างกล้ามเนื้อ หลอดเื เส้นประสาท และอวัยวะต่างๆทั้งหมดในร่างกาย
สามองค์ประกอบทางเคมีของโครงสร้างร่างกาย
สี่สรีรวิทยาว่าด้วยระบบการทำงานของร่างกายมนุษย์ เช่น ระบบการหายใจ ระบบขับถ่าย เป็ต้น
ห้าเภสัชวิทยา ว่าด้วยองค์ประกอบของยาขนาดยาที่ต้องใช้ ผลข้างเคียงของยา
หกพยาธิวิทยา ว่าด้วยโครงสร้างที่ผิดปกติเช่น ตับที่เป็ตับแข็ง
เจ็ดจุลชีววิทยาว่าด้วยเชื้อโรคทุกชนิดที่ก่อโรคในคนได้ โครงสร้างของเชื้อ วิธีการก่อโรคแหล่งที่อยู่ของเชื้อ
ซ่งเย่ยังคิดว่าหากแพทย์แผนตะวันตกไม่มีคำตอบในการแก้ไขอาการป่วยของคุณตา
เธออาจจะเรียนรู้แพทย์แผนจีนต่อ
แต่นั่นเป็เื่ของอนาคตข้างหน้า
..........
เมื่อเรียนวิชาภาษาอังกฤษในภาคบ่ายจบแล้ว
เกาเฉินและเพื่อนอีกสามคนเดินมาหาซ่งเย่ที่ห้องสาม
จากนั้นซ่งเย่และเกาเฉินกับพวกเดินตรงออกจากประตูโรงเรียน
ซ่งเย่และเพื่อนเรียกรถแท็กซี่และบอกให้คนขับรถไปส่งที่บ้านซูฉีตามความทรงจำเดิมของเธอ
ครึ่งชั่วโมงต่อมาทั้งสี่คนมาถึงวิลล่าขนาดเล็กในย่านแถบชานเมือง
ทุกคนมองเห็นความผิดปกติในตัวบ้าน
นั่นคือมีผู้คนมากมายอยู่นอกและในบ้าน
ซ่งเย่เดินเข้าไปข้างในบ้านโดยตรงและได้ยินเสียงด่าทอดังขึ้น
“ลูกเวรทำไมฉันถึงมีลูกอย่างเธอ?” เสียงชายวัยกลางคนตะคอกด่าซูฉี
“สามีอย่าต่อว่าลูกเลยเธอคงไม่ได้ตั้งใจ” เสียงของหญิงวัยกลางคนห้ามปรามอย่างไม่จริงใจ
ซูเว่ยตบหน้าซูฉีด้วยความโมโห“เพี้ยะ!”
“ฮือๆ” ซูฉีส่งเสียงร้องไห้ด้วยความเ็ปและน้อยใจพ่อของตนเองที่ไม่เชื่อคำพูดของเธอ
ซูเว่ยกำลังจะตบหน้าซูฉีอีกครั้งเพื่อระบายความโกรธพลันมีมือแข็งแกร่งมาจับข้อมือเขาไว้แน่น
ซ่งเย่ปล่อยให้เป่ยกวงจับมือซูเว่ยไว้เธอเดินเข้าไปหาซูฉีโดยตรง
“เป็ยังไงบ้างเกิดอะไรขึ้น?” ซ่งเย่ถามเพื่อนสนิทด้วยเสียงอ่อนโยน
“ซ่งเย่ ซ่งเย่”ซูฉีเงยหน้าขึ้นมองซ่งเย่และโผเข้ากอดด้วยความรู้สึกอ้างว้างและ้าหาที่พึ่ง
ซ่งเย่ตัวแข็งทื่อด้วยความใทันทีแต่เธอไม่กล้าผลักเพื่อนออกไป
เนื่องจากในเวลานี้ซูฉีกำลัง้ากำลังใจจากใครสักคน
เพื่อนบ้านที่มาดูเหตุการณ์วิวาทของครอบครัวซูต่างพากันจ้องมองอย่างสนใจใคร่รู้
“พ่อเป็พ่อที่ไม่เชื่อฉัน เงินนั่นน้าย้งให้เอาไปให้เพื่อนพ่อ แต่พ่อไม่เชื่อเลย”
ซูฉีที่ในเวลานี้สามารถระงับอารมณ์โกรธและเสียใจได้บ้างและเล่าเหตุการณ์ให้ซ่งเย่ฟัง
“ไม่ได้เอารูปให้พ่อดูหรือจ๊ะ?”ซ่งเย่ถามอย่างสงสัยเพราะเธอแนะนำให้ถ่ายรูปเงินห่อนั้นไว้
“ฮื้อๆให้ดูแล้วแต่พ่อไม่เชื่อ” ซูฉีสะอื้นและบอกซ่งเย่
ซ่งเย่ส่ายหัวเล็กน้อยแล้วหยิบโทรศัพท์ตนเองออกมาเปิดเสียงที่ได้บันทึกไว้
“ซูฉีใช่ไหม? ฉันเอง ลุงจ้าน อาย้งได้ฝากอะไรมาไหม?”
“โอ้ คุณลุงจ้านนี่คือของที่น้าย้งฝากมาให้ค่ะ”
“นี่เพื่อนเธอหรือ?”
“ใช่ค่ะนี่ซ่งเย่! เพื่อนหนูเอง”
“สวัสดีครับซ่งเย่ผมชื่อจ้านฟาน”
ซ่งเย่ปิดโทรศัพท์ทันทีเมื่อจบข้อความสำคัญ
ในเวลานี้หรูย้งที่คิดว่าสามารถไล่ซูฉีออกจากบ้านได้แล้วพลันตัวแข็งทื่อและยกมือปิดปากด้วยความตื่นตระหนก
และส่ายหัวอย่างไม่เชื่อว่าเหตุการณ์จะพลิกผันไปแบบนี้
ด้านซูเว่ยที่ได้ฟังเสียงนั้นเขาพลันตกตะลึงตัวแข็งทื่อทันที
ปรากฏว่าลูกสาวตนเองพูดความจริงเธอไม่ได้โกหกเขาเลย
แต่ภรรยาใหม่ของเขากลับขาวเป็ดำ
“อาย้งเธอทำแบบนี้หมายความว่ายังไง?”ซูเว่ยถามหรูย้งเสียงเข้มต่ำ
“เพี้ยะ เพี้ยะ”ซูเว่ยตบหน้าหรูย้งทันทีด้วยความโกรธ
เขาไม่คิดว่าภรรยาตนเองจะสมคบกับเพื่อนเ้าเล่ห์ที่คดโกงบริษัทของเขา
“ฮื้อๆ ฉันผิดไปแล้วพี่เว่ยอย่าตบฉันอีกเลย” หรูย้งร้องไห้อ้อนวอนพลางกอดต้นขาของซูเว่ยแน่น
ซ่งเย่รำคาญหรูย้งที่ร้องไห้ฟูมฟายเนื่องจากแววตาของหรูย้งไม่ได้สำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย