ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 159 เดี๋ยวก็เคยชินเอง

            ความรู้สึกเบาหวิวเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ถัดจากนั้นขาสองข้างก็รู้สึกถึงน้ำหนักตามเดิม มีกลิ่นเขียวขจีสดชื่นเบาบางโชยมาเตะจมูกทั้งยังมีกลิ่นพลังปราณหนาแน่น

            โหยวเสี่ยวโม่ลืมตาขึ้น พบว่าพวกเขามายืนอยู่ตรงแท่นหินวงกลมขนาดใหญ่ลานแท่นหินนั้นมีขนาดครึ่งหนึ่งของลานกว้างทัพพิภพหั่นมาจากหินชนิดหนึ่งไม่รู้จักชื่อ ด้านบนมีลวดลายแปลกประหลาดคล้ายกันกับค่ายกลส่งตัวเมื่อครู่

            มองไปรอบทิศมีเพียงหมอกสีขาวลอยอยู่รอบขอบวงของแท่นหินบดบังวิสัยทัศน์ของพวกเขาจนแยกทิศทางไม่ออก

            โชคดีที่หลิงเซียวนั้นหลักแหลมใช้หินคุ้มกันแลกข้อมูลกับพวกนักฝึกตนสันโดษมาจึงรู้ว่าหลังส่งตัวเข้ามาจะเจอเหตุการณ์เช่นนี้

            โหยวเสี่ยวโม่มองดูรอบๆ ไม่เห็นคนกลุ่มแรกที่ส่งตัวเข้ามา

            หลิงเซียวเห็นสัญลักษณ์เฉพาะของสำนักเทียนซินที่พวกเหลยจวี้ทำไว้ให้ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ชี้ให้เห็นว่าพวกเขาล่วงหน้าไปยังทิศนั้น

            ส่วนคนของสำนักชิงเฉิง พวกเขาไม่เห็นสัญลักษณ์ใดๆชัดว่าลั่วซูเหอไม่ต้องการให้ใครรู้ถึงทิศทางที่พวกเขาไป

            ขณะที่พวกเขาสำรวจกัน คนกลุ่มหลังก็ตามเข้ามา

            คนของสำนักเทียนซินที่ตามเข้ามาเมื่อเห็นหลิงเซียวยังไม่ไปก็ดีใจยกใหญ่ แล้วเดินมาทางเขา ส่วนคนของสำนักชิงเฉิงตกลงกันชั่วครู่จากนั้นเลือกทิศทางได้ก็ออกไปทันที

            หลิงเซียวสังเกตเห็นพวกเขาเดินไปทางทิศใต้ไม่ห่างจากทิศตะวันตกเฉียงใต้มากนัก

            จากนั้นก็มีคนและม้าตามมาเพิ่มอีกหลายกลุ่มนอกจากทั้งสองสำนักใหญ่ ก็มีคนของพรรคซิงหลัวอีกห้าคน

            เนื่องจากหนนี้พรรคซิงหลัวไม่ได้มีความดีความชอบในการลงแรงดังนั้นพวกเขาจึงได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับสามเจ้าอำนาจอย่างพรรคเซียวเหยา รวมถึงนักฝึกตนสันโดษอีกห้าคนทั้งหมดจึงรวมกันเข้ามา

            ในกลุ่มคนพวกนี้ โหยวเสี่ยวโม่รู้จักสามคนนั่นก็คือติงสือแห่งพรรคซิงหลัว มู่เหยาจากพรรคเซียวเหยวและมู่อวิ๋นเทียนจากหอจี๋เล่อ แต่ตอนนั้นเขากับหลิงเซียวแปลงโฉมดังนั้นทั้งสามจึงดูพวกเขาไม่ออก

            เวลาที่ผ่านไป คนที่ถูกส่งตัวเข้ามาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

            แต่คนที่อยู่บนแท่นหินมีไม่มากนักคนส่วนใหญ่กังวลว่าคนที่เข้ามาก่อนจะได้หญ้าเซียนกับสัตว์ปีศาจไปก่อนดังนั้นจับกลุ่มเสร็จก็รีบร้อนเลือกทิศทางแล้วแยกย้ายไปทันที

            ไปๆ มาๆ จนคนทั้งหมดถูกส่งเข้ามาเรียบร้อยหลิงเซียวกับโหยวเสี่ยวโม่ก็ยังไม่ได้ไปไหน

            ดูจากผิวเผินนั้นหลิงเซียวมีพลังเพียงชั้นดวงดาวสองดาวแต่ตำแหน่งของเขาไม่ได้สูงสุดในกลุ่มคนสำนักเทียนซิน ความเป็นจริงยังมีผู้อาวุโสอีกสองท่านที่มีพลังสูงสุดอยู่ชั้นดวงดาวเจ็ดดาวภารกิจครั้งนี้ต้องฟังคำสั่งจากพวกเขา

            รอจนคนออกไปพอสมควร ในที่สุดผู้อาวุโสแซ่สือท่านหนึ่งก็กล่าวขึ้น “หลินเซียว ตอนที่พวกเจ้าถูกส่งตัวเข้ามาเห็นทิศทางที่ลั่วซูเหอไปหรือไม่?”

            หลิงเซียวส่ายหัว “ไม่เลย”

            ลั่วซูเหอไม่ใช่คนโง่เขลา สำนักชิงเฉิงขโมยตำรับสูตรยาขั้นเก้าของพวกเขาอยู่ด้านนอกไม่อาจเปิดเผยได้ก็จริง แต่ในแดนสวรรค์วิมานนั้นไม่เหมือนกันด้านในเต็มไปด้วยอันตราย ชีวิตขึ้นอยู่กับสวรรค์บัญชาหากว่าสำนักเทียนซินส่งคนไปกำจัดพวกเขา ออกไปก็คงไม่มีใครสงสัยพวกเขาแน่

            แต่สิ่งทีสำนักเทียนซินคิดออกก็ใช่ว่าจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์อย่างลั่วเฉิงหยวนจะคิดไม่ได้เดาว่าพวกเขาคงมีแผนรับมือไว้ล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นแม้หลิงเซียวจะเห็นก็ใช่ว่าพวกเขาจะไปทางนั้นจริง อย่างไรเสียพวกเขาก็ไม่อาจมองเห็นสถานการณ์รอบนอกแท่นหินได้

            ผู้อาวุโสสือมองไปยังศิษย์คนอื่นพวกเขาก็ส่ายหัวสื่อว่าไม่เห็นเช่นกัน

            ภาพนี้หนีไม่พ้นสายตาหลิงเซียว รอยยิ้มมุมปากไม่ได้ลดลงแต่กลับยิ้มกว้างเริงร่า

            ที่ผู้อาวุโสสือทำเช่นนี้ แน่นอนว่าถูกทังฝานกำชับมา คงไม่ไปไล่ถามศิษย์คนอื่นหลังจากที่เขาปฏิเสธแล้วหรอกแสดงออกชัดเจนว่าไม่เชื่อคำพูดของเขา

            “ในเมื่อไม่รู้แน่ชัดว่าลั่วซูเหอไปทางไหนงั้นต่อจากนี้เราจะแบ่งคนออกเป็นสี่กลุ่มไปยังสี่ทิศข้ากับผู้อาวุโสเวิงแยกกลุ่มละหกคน หวงเจี๋ยกับฉินซื่ออวี๋กลุ่มละสิบคนไปยังทิศใต้กับตะวันตกหลินเซียวกับคนที่เหลือไปยังทิศเหนือ มีใครคัดค้านอะไรมั้ย?” ผู้อาวุโสสือจ้องมองทุกคน ท้ายสุดหยุดอยู่ที่หลิงเซียว

            หลิงเซียวเอ่ยแล้วยิ้ม “ผู้อาวุโสสือวางแผนได้เยี่ยมยอด งั้นก็ตามนี้แหละ”

            ผู้อาวุโสสือพยักหน้ารับ จากนั้นเริ่มแบ่งคน เนื่องจากหวงเจี๋ยกับฉินซื่ออวี๋ฝีมืออ่อนกว่าหลิงเซียวดังนั้นจึงแบ่งลูกศิษย์ที่พลังชั้นสูงหน่อยไปกับพวกเขาปรากฏว่าเมื่อพวกเขาเลือกเสร็จ ที่เหลือก็ยกให้หลิงเซียว พลังนั้นอ่อนด้อยพอควรล้วนเป็นพลังชั้นตะวัน มีเพียงคนเดียวที่มีพลังชั้นจันทราทั้งจำนวนคนก็น้อยกว่ากลุ่มหวงเจี๋ยกับฉินซื่ออวี๋สี่คน

            รวมหลิงเซียวและโหยวเสี่ยวโม่ กลุ่มพวกเขามีเพียงเจ็ดคนนักฝึกตนห้าคนและนักหลอมยาสองคน นักหลอมยาอีกคนอยู่ขั้นสาม เป็นศิษย์ทัพวิหค ส่วนฟางเฉินเล่อกับฝูจื่อหลินนั้นถูกผู้อาวุโสสือกับผู้อาวุโสเวิงเลือกตัวไป

            ฟางเฉินเล่อนั้นอยากอยู่กลุ่มเดียวกับโหยวเสี่ยวโม่แต่เขาเป็นเพียงศิษย์รุ่นสาม ไม่อาจขัดคำสั่งของผู้อาวุโสสือ ก่อนจากไป จึงกำชับหลิงเซียวให้ดูแลโหยวเสี่ยวโม่ให้ดี

            ส่วนฝูจื่อหลินจอมขี้เก๊ก เขาเพียงหันมาส่งสายตาเตือนหลิงเซียวจากนั้นเดินตามผู้อาวุโสเวิงไป

            เมื่อหวงเจี๋ยและฉินซื่ออวี๋จากไปทั้งแท่นหินจึงเหลือเพียงกลุ่มของหลิงเซียว ทุกคนมองหน้าหลิงเซียว รอคำสั่งจากเขา

            หลิงเซียวคิดอยู่ชั่วครู่ พลันเอ่ยน้ำเสียงหนักแน่น “ศิษย์น้องทุกคนคงรู้อยู่แล้วทิศเหนือเป็นสถานที่อันตรายที่สุด ที่นั่นมีโอกาสเจอสัตว์ปีศาจที่พลังแกร่งกล้าน่าเกรงขามลำพังข้าคนเดียว หากพบเจอเข้าจริง คงคุ้มกันได้ไม่ทั่วทุกคน”

            เมื่อพูดจบ ทุกคนต่างหน้าถอดสียกเว้นโหยวเสี่ยวโม่ ที่หลิงเซียวพูดไม่มีผิดทิศเหนือเป็นเขตอากาศหนาว มีแต่หิมะ อากาศหนาวเย็นไม่ต้องพูดถึงว่าหญ้าเซียนจะขึ้นได้หรือเปล่ากระทั่งพวกที่มีพลังอ่อนด้อยนั้นก็คงไม่สามารถทนอยู่ในนั้นได้เกินสามวัน

            ทั้งห้าคนไม่เข้าใจว่าเหตุใดหลิงเซียวถึงพูดเช่นนี้จึงมองมาทางเขา หนึ่งในนั้นเอ่ยถามขึ้น “ศิษย์พี่ใหญ่ จากคำพูดของท่าน พวกข้าควรทำอย่างไรดี?”

            เมื่อได้ยินเช่นนี้ก็รู้ว่าพวกเขาเห็นด้วยกับหลิงเซียว

            หลิงเซียวเอ่ยเสียงเอื่อย “ข้ากับศิษย์น้องโหยวจะไปทางทิศเหนือเอง ส่วนศิษย์น้องทั้งห้า พวกเจ้าเลือกสักทางที่อยากไป”

            “งั้นคงไม่ได้ หากผู้อาวุโสสือรู้เข้า...” ศิษย์น้องคนหนึ่งรีบส่ายหัว ท่าทางแบบนี้คือกลัวตาย หากผู้อาวุโสรู้เข้าอีกหน่อยพวกเขาคงไม่มีหน้าอยู่สำนักเทียนซินต่อ

            “ขอเพียงพวกเจ้าไม่พูดออกไป ก็ไม่มีใครรู้ หากมีคนถามขึ้นพวกเจ้าก็บอกว่าหลงทางกัน อีกอย่างข้าเป็นคนเสนอขึ้นเองไม่ได้เกี่ยวกับพวกเจ้าอยู่แล้ว” หลิงเซียวเอ่ยอย่างเชื่องช้า

            ทั้งห้านั้นใจเต้นกับคำพูดเขา ท้ายสุดจึงตกลงแต่พวกเขากังวลว่าผู้อาวุโสจะพบเจอเข้า จึงเลือกไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้ที่กลุ่มเหลยจวี้ไปกลุ่มผู้อาวุโสสือรู้ว่ามีคนไปทิศนี้อยู่แล้ว จึงไม่ได้ส่งคนไปเพิ่ม

            เมื่อพวกเขาจากไป หลิงเซียวจึงค่อยหยิบแผ่นที่ขาดๆออกมาจากในอก

            โหยวเสี่ยวโม่รีบปรี่เข้าไป เขารู้อยู่แล้วว่าทำไมหลิงเซียวถึงล่อพวกนั้นออกไปก็เพื่อสิ่งนี้ เพราะการพาทั้งห้าคนไปด้วยรังแต่จะเป็นภาระในการค้นหาหญ้าเจ็ดดาวเปล่าๆ

            แม้แผนที่จะมีแค่ส่วนขาดๆ แต่มีระบุทิศทางไว้ตอนที่ถังฮุยได้แผนที่มาก็สืบมาคร่าวๆ แล้ว โชคไม่ดีตรงที่เป็นทิศทางเดียวกับที่ผู้อาวุโสสือไปพอดีนันก็คือทิศตะวันออก

            “ศิษย์พี่หลิง ต่อจากนี้พวกเราจะไปทิศตะวันออกใช่มั้ย? งั้นทิศเหนือทำไงดี?” โหยวเสี่ยวโม่ขมวดคิ้วถามหากผู้อาวุโสสือรู้เข้าว่าพวกเขาไม่ได้ไปทิศเหนือ ออกไปแล้วคงฟ้องทังฝานแน่

            “เจ้าคิดว่าคนของสำนักชิงเฉิงจะไปทิศเหนืองั้นหรือ?” หลิงเซียวมุมปากกระตุกขึ้น

            โหยวเสี่ยวโม่คิดๆ ดูแล้วส่ายหัว “คงไม่”

            ฤดูในแดนสวรรค์วิมานนั้นแปลกประหลาดทิศเหนือใต้ออกตกนั้นแบ่งเป็นสี่ฤดู ซึ่งก็คือฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อนฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ยากที่จะจินตนาการได้ว่าสถานที่แห่งเดียวกันกลับมีทั้งสี่ฤดูแต่มันก็มีอยู่จริง

            ทิศเหนือนั้นคือฤดูหนาว มีหิมะปกคลุมทั้งปีมีเพียงสัตว์ปีศาจสายน้ำแข็งถึงเลือกอาศัยอยู่ทิศเหนือ ด้วยอากาศอันหนาวเหน็บ หญ้าเซียนจึงไม่ค่อยเติบโตดังนั้นคนส่วนน้อยถึงจะเลือกไปทิศเหนือ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีคนไปเลย

            แม้ทิศเหนือจะดูตรากตรำ แต่หากมีหญ้าเซียนเติบโตออกมาก็ต้องเป็นหญ้าเซียนชั้นสูงแน่นอนเพราะคงมีเพียงหญ้าเซียนชั้นสูงที่มีพลังชีวิตแกร่งกล้าขนาดนั้น

            เสียดาย ตรงที่คราวก่อนแดนสวรรค์วิมานเปิดออกนั้นเคยมีคนใช้เวลาทั้งเดือนไปกับการค้นหาในทิศเหนือ แต่ดวงพวกเขานั้นไม่ดีนักถึงขั้นหาหญ้าเซียนไม่เจอสักต้น ทั้งยังสูญเสียคนไปไม่น้อย นับแต่นั้นมานักฝึกตนมากมายจึงล้มเลิกที่จะไปทิศเหนือ

            หลิงเซียวเก็บแผนที่ขาดๆ จากนั้นหันมายิ้มอ่อนโยนแล้วหัวเราะและหันไปทางทิศตะวันออก แล้วเอ่ยเสียงแผ่วเบา “ขอเพียงไม่เจอผู้อาวุโสสือก็พอแล้ว แต่หากดวงไม่ดีเจอกันเข้าก็คงต้องฆ่าปิดปากเท่านั้น”

            โหยวเสี่ยวโม่นิ่งเงียบในฐานะที่เป็นมนุษย์โลกศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ในใจพลันเกิดคัดค้านเล็กน้อย

            หลิงเซียวเหมือนเห็นความขัดแย้งในใจเขา เอ่ยท่าทีหัวเราะสบายๆ “ศิษย์น้องเล็กเรื่องพวกนี้หากเจ้าเจอบ่อยเข้า เดี๋ยวก็ค่อยๆ เคยชินเอง หากเจ้ายังไม่ชินละก็อย่างมาก อีกหน่อยข้าก็แค่ฆ่าคนต่อหน้าเจ้าอีกไม่กี่คน แบบนี้เจ้าก็จะเคยชินเอง”

            โหยวเสี่ยวโม่ “...”

            โหยวเสี่ยวโม่ตัวจิ๋วในใจยกนิ้วกลางให้เขา ให้ตายเถอะ!

            มีอย่างที่ไหนต้องบังคับกันขนาดนี้ หากทำแบบนั้นจริงแม้เขาไม่ชินก็ต้องชินไปเองงั้นสิเขานึกว่าหลิงเซียวจะบอกว่าอีกหน่อยจะไม่ฆ่าคนต่อหน้าเขาอีกแต่ผลคือคำตอบนั้นผิดจากที่คาดไปไกลโข

            “ข้าคิดว่าที่ท่านพูดมามีจุดนึงไม่ถูกต้อง” โหยวเสี่ยวโม่ก็เอ่ยโพลงขึ้น

            “ตรงไหนไม่ถูก?” หลิงเซียวไม่คิดว่าเขาจะตอบโต้ตัวเองคิ้วกระตุกอย่างสนใจ

            โหยวเสี่ยวโม่รีบอธิบายทันควัน “ที่ท่านพูดว่าเคยชินไง ฆ่าคนจะใช้คำว่าเคยชินมาบรรยายได้ยังไงงั้นอีกหน่อยก็กลายเป็นว่าไม่ได้ฆ่าคนแล้วจะไม่ชิน ไม่ใช่รึไง? ข้าคิดว่าท่านใช้คำนี้ไม่ถูก ท่านควรพูดว่าปรับตัวได้ต่างหาก”

            หลิงเซียวมุมปากยกสูงขึ้นกว่าเดิม “น้อมรับคำสอน งั้นข้าพูดใหม่อีกรอบก็ได้อีกหน่อยข้าจะฆ่าคนต่อหน้าเจ้าเพิ่มอีกไม่กี่คน ข้าเชื่อว่าเจ้าคงปรับตัวได้”

            โหยวเสี่ยวโม่เห็นท่าทางเขาเหมือนจะเปล่งประกายสว่างจ้าท่าทางนี้เหมือนกับวันรุ่งขึ้นหลังจากที่เขาปล่อยให้หลิงเซียวตากลมหนาวนอนคนเดียวบนหลังนกขนส่งทั้งคืนไม่มีผิดทันใดเขาก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นหมูโง่ “หรือไม่...ท่านคิดเสียว่าข้าไม่ได้พูดก็แล้วกัน”

            หลิงเซียวเลียริมฝีปากล่างอย่างชั่วร้าย “ไม่ๆๆ ข้าคิดว่าเจ้าพูดมีเหตุผลทีเดียวเพียงแต่ว่าศิษย์น้องเล็ก เจ้าทำให้ข้ายิ่งอยู่ยิ่งคาดหวังเสียแล้ว!”

            โหยวเสี่ยวโม่กะพริบตา ที่จริงท่านไม่ต้องคาดหวังอะไรกับข้าก็ได้จริงๆ นะ!

            มีชีวิตอยู่มาสองภพนี่เป็นครั้งแรกที่โหยวเสี่ยวโม่จำกัดลักษณะของตัวเองได้ ที่แท้เขาก็คือ คนโง่เง่า

            ท้ายสุด คนโง่เง่าคนนี้ก็ถูกหลิงเซียวอุ้มไปหาหญ้าเจ็ดดาวด้วยความมึนงง

            หลังจากที่พวกเขาจากไปราวครึ่งชั่วยามกลุ่มคนประหลาดที่ปกปิดตัวเองภายใต้ชุดดำก็ปรากฏตัวขึ้นบนแท่นหินคนประหลาดนั้นรูปร่างสูงใหญ่ ราวสิบห้าคน เห็นเพียงพวกเขาแบ่งออกเป็นจำนวนสามกลุ่มแล้วหายลับไปยังสามทิศ ซึ่งก็คือทิศใต้ ตะวันออกและตะวันตก

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138