ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มซาเม็ดทิ้งไว้เพียงกลิ่นดินและละอองน้ำที่ลอยคลุ้ง อาเฟย ในร่างเด็กชายตัวเล็กกะทัดรัดกุมมือของ มู่หลัน มารดาของเขาไว้แน่น มือเล็กๆ นั้นแม้จะดูอ่อนแอแต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นและมั่นคงอย่างประหลาด มู่หลันที่ยังคงตระหนกจากเหตุการณ์ที่สุสานพยายามดึงลูกชายเข้ามากอดพรางกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับไปยังที่พัก
"อาเฟย... ดู... เปลี่ยนไปนะลูก" เธอพึมพำด้วยความสับสน
อาเฟยยิ้มกว้างจนตาหยี แสร้งทำตัวเป็เด็กไร้เดียงสาเพื่อไม่ให้แม่ขวัญเสีย "แม่ครับ เมื่อกี้เฟยเอ๋อแค่โชคดีเฉยๆ สงสัยเทวดาคงเห็นใจคนหล่ออย่างเฟยเอ๋อ เลยประทานแรงฮึดมาให้ปกป้องแม่มั้งครับ!"
แต่ในใจของเซียนน้อยกลับกำลังประมวลผลอย่างเคร่งเครียด 'ร่างกายนี้แย่กว่าที่คิดแฮะ ลมปราณติดขัดดั่งท่อน้ำอุดตัน แค่ใช้พลังดีดดรรชนีสยบมารไปไม่กี่ครั้ง ร่างกายก็สั่นสะท้านเหมือนจะแตกเป็เสี่ยงๆ ข้าต้องรีบหาทางบำรุงธาตุไฟและทะลวงจุดชีพจรใหม่โดยด่วน ไม่อย่างนั้นคงได้กลับไปเฝ้ายมบาลจริงๆ แน่'
เมื่อทั้งคู่มาถึงหน้าตึกแถวไม้เก่าคร่ำคร่าที่แทบจะพังแหล่มิพังแหล่ อาเฟยก็ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างท้วมของหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งยืนเท้าสะเอวรออยู่หน้าประตู เธอคือ "เจ๊หงส์" เ้าของบ้านเช่าผู้มีชื่อเสียงด้านความงกและปากจัดเป็ที่หนึ่งในย่านนี้
"อ้าว! ยังไม่ตายหรอกเหรอไอ้เด็กอัปมงคล?" เจ๊หงส์จีบปากจีบคอพูด พรางมองดูสภาพมู่หลันที่ตัวเปียกโชก "นี่มู่หลัน! ฉันอุตส่าห์หวังดี แนะนำแกให้เสี่ยอำนาจไปแล้ว ทำไมยังซมซานกลับมาที่นี่อีก? รู้ไหมว่าการที่แกปฏิเสธเสี่ย มันทำให้ฉันเสียหน้านะยะ!"
มู่หลันก้มหน้าตัวสั่น "เจ๊... ฉันไม่ได้ขอให้เจ๊ทำแบบนั้น อาเฟยยังเด็ก ฉันยังไม่อยาก..."
"ไม่อยากอะไร! มีผัวรวยน่ะมันสบายจะตายไป" เจ๊หงส์สะบัดพัดในมือพรางเบ้ปาก "ถ้าคืนนี้ไม่มีเงินค่าเช่าที่ค้างไว้สามเดือนมาจ่าย ก็ขนข้าวของเน่าๆ ของแกออกไปซะ! ฉันจะเอาห้องไปให้คนอื่นเช่า!"
อาเฟยยืนมองพฤติกรรมของหญิงตรงหน้าด้วยสายตาเ็า แววตาของเด็ก 5 ขวบในขณะนั้นกลับฉายแววเยือกเย็นดุจผู้ผ่านโลกมานับร้อยปี
'ยัยมนุษย์ป้าคนนี้... หนังหน้าหนายิ่งกว่ากำแพง์เสียอีก แอบขายแม่ข้ากินเพื่อเอาหน้า แล้วยังมีหน้ามาทวงเงินอีกรึ?'
"นี่ป้า..." อาเฟยพูดแทรกขึ้นมาเสียงเรียบ ภาษาที่ใช้เริ่มปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยแต่ยังแฝงความหยิ่งทะนง "เงินน่ะมีแน่ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ และที่สำคัญ... ถ้ายังไม่เลิกเอาเื่แม่ข้าไปประเคนให้ไอ้เสี่ยหน้าจืดนั่น ข้าจะทำให้ปากป้าขยับไม่ได้ไปตลอดชีวิต สนใจไหม?"
เจ๊หงส์ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อสบตาเข้ากับดวงตาสีทองจางๆ ของเด็กน้อย เธอรู้สึกเย็นสันหลังวาบอย่างบอกไม่ถูก "แก... แกเรียกใครป้า! ไอ้เด็กผี! ฝากไว้ก่อนเถอะ พรุ่งนี้ถ้าไม่มีเงิน ฉันไล่พวกแกออกแน่!" พูดจบเจ๊หงส์ก็รีบเดินจ้ำอ้าวหนีไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ
เมื่อเข้าเข้ามาภายในห้องเช่าที่คับแคบ อาเฟยรีบสั่งให้มู่หลันไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนตัวเขาเดินตรงไปยังมุมห้องที่มีหม้อดินเผาใบเก่าที่ใช้สำหรับต้มยาสมุนไพรของอาเฟยคนเดิม
"ถึงเวลาต้องปรุง 'โอสถชำระไขกระดูก' แล้วสินะ"
อาเฟยสำรวจพลังที่หลงเหลืออยู่ในร่าง เขาพบว่าพลังเซียนที่เคยยิ่งใหญ่เหลือเพียงริบหรี่ดั่งแสงหิ่งห้อย เขาหยิบเศษสมุนไพรราคาถูกที่มู่หลันซื้อติดบ้านไว้มาจัดเรียง ทว่าเขากลับร่ายมนต์สั้นๆ ใส่หม้อดินนั้น
วิ้ง!
หม้อดินใบเก่าค่อยๆ เปลี่ยนสีเป็สีทองนวลตาครู่หนึ่งก่อนจะกลับสู่สภาพเดิม อาเฟยใส่สมุนไพรลงไป ตามด้วยหยดน้ำค้างที่เกาะหน้าต่างซึ่งเขาแอบใช้พลังเซียนดึงเอา 'ปราณฟ้า' เข้าไปผสม
กลิ่นหอมสมุนไพรประหลาดเริ่มอบอวลไปทั่วห้อง ไม่ใช่กลิ่นฉุนของยาต้มทั่วไป แต่มันคือกลิ่นที่ทำให้จิตใจสงบและร่างกายรู้สึกเบาสบาย อาเฟยค่อยๆ จิบยาจากหม้อใบนั้น รสชาติขมฝาดกลับเปลี่ยนเป็ความร้อนรุ่มที่วิ่งผ่านลำคอลงไปสู่จุดท้องน้อย (จุดตันเถียน)
อึก...
เหงื่อสีดำสนิทข้นคลักเริ่มผุดออกจากรูขุมขนของเด็กชาย มันคือสิ่งสกปรกและพิษที่สะสมอยู่ในร่างคนเดิม อาเฟยนั่งขัดสมาธิ หลับตานิ่ง ลมหายใจเข้าออกเป็จังหวะที่สม่ำเสมอ ผิวพรรณที่เคยซีดเหลืองเริ่มกลับมามีเืฝาด ดวงตาที่ลืมขึ้นมาอีกครั้งมีความเฉลียวฉลาดเกินวัยอย่างชัดเจน
"ร่างกายนี้ดีขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์แล้ว... พลังเซียนเริ่มกลับมาไหลเวียน"
เขามองไปยังมู่หลันที่กำลังหลับไปด้วยความเพลีย "ท่านแม่... พรุ่งนี้เฟยเอ๋อจะทำให้เจ๊หงส์ต้องมาคุกเข่าขอโทษท่านที่หน้าประตูบ้านเอง"
เซียนน้อยจอมซนในร่างเด็กชายเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ คืนนี้เขาไม่ได้แค่นอนพัก แต่เขากำลังแอบส่ง 'จิตเซียน' ออกไปสำรวจรังของเสี่ยอำนาจ เพื่อเตรียมจัดฉากละครลิงชุดใหญ่