ในเรือนกว้างขวางใกล้กับประตูไม้บานใหญ่ทางฝั่งทิศเหนือของจวน บิดาจัดให้มีห้องพักรับรองพิเศษ เพื่อให้บ่าวมอบการดูแลรับใช้โดยสะดวก หมอหลวงสามารถเข้าถึงตัวผู้ป่วยและรักษาได้อย่างทันท่วงที ผู้ป่วยอาการสาหัสหรือแม้แต่ใครจะคลอดบุตรมักจะมาพักห้องนี้ เว้นเพียงคุณชายน้อยซึ่งถูกจำกัดขอบเขตในเรือนซอมซ่อด้านหลังจวน
บุรุษร่างสูงสง่าในชุดขุนนางชะโงกคอมองคนป่วยในห้อง เห็นพี่ใหญ่นอนระส่ำระสาย รอบเตียงมีหมอหลวงหนึ่งคนจับชีพจร อีกสองคนฝังเข็มและจัดยาสมุนไพร ผู้เฒ่าาุโนั่งเก้าอี้อีกตัว มารดารองและบิดาก็อยู่ด้วย
ตระกูลซูได้รับอภิสิทธิ์ในการเรียกตัวหมอหลวงจากในวังมาตรวจอาการผู้ป่วย หลังจากที่บุตรชายคนโตถูกส่งตัวไปชายแดน ทำความดีความชอบจนได้ตำรงตำแหน่งนายกองเซี่ยวเว่ย[1] ผู้คุมทหารม้าแถวหน้าและพลธนูระดับหัวกะทิมาตั้งหลายปี แม้อำนาจทั้งหมดยังคงอยู่ภายใต้บัญชาของ ‘แม่ทัพเซวี่ย’ ผู้ดูแลเหล่าทหารและกองทัพทั้งห้าอย่างเบ็ดเสร็จ
คุณหนูเสิ่นผู้ถือกงล้อชะตาเล่าให้เขากับป๋ออวี้ฟังว่ามิใช่เพียงคุณชายใหญ่จะได้รับตำแหน่งรองแม่ทัพในเร็ววัน คุณชายน้อยจะสอบเลื่อนขั้นขุนนางในราชสำนักสำเร็จ ได้โยกย้ายตำแหน่งจากสมุหบัญชีจู่ซื่อไปเป็เ้ากรมหลังจง กระทั่งบ้านเมืองประสบวิกฤติการคลังอันเนื่องมาจากภัยพิบัติ เขาสามารถจับขุนนางทุจริตส่งกรมอาญา ยึดทรัพย์มาช่วยเหลือชาวบ้าน กลายเป็ขุนนางผู้โด่งดังในชั่วข้ามคืน ฝ่าาทรงเห็นว่ามีความสามารถเหมาะสมกว่าหากย้ายเขาไปทำงานในกรมอาญา จากนั้นเขาจะถึง่รุ่งเรือง
คุณชายน้อยตระกูลซูมีผลงานเป็ที่ประจักษ์ไม่แพ้พี่ชาย ทำเอาตระกูลซูริษยามิใช่น้อย เขาทั้งจับขุนนางทุจริตเข้าคุกหลวง ริบทรัพย์ทั้งตระกูล ผู้ที่คิดจะลอบปลงพระชนม์ฝ่าาอย่างองค์ชายแปดซึ่งหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีผู้ใดพบเห็นแม้กระทั่งหน้าตาเป็อย่างไร เขานำกำลังทหารจับตัวองค์ชายผู้นี้ส่งถึงพระหัตถ์ ฏถูกปะา ได้รับความดีความชอบ ผู้คนให้สมญานามเขาว่ามือมัจจุราช
ในอดีตเขาใช้ความสามารถของตน โดยมิได้รับความช่วยเหลือจากบิดาแม้แต่น้อย จนได้เป็ถึงเสนาบดีกรมอาญาผู้เลื่องชื่อ อายุน้อยและรูปงามที่สุด แต่ถึงแม้ว่าเขาจะเป็ที่หมายปองของเหล่ากุลสตรีทั่วหล้า เขากลับไม่ยอมแต่งงาน แม้กระทั่งฝ่าายังต้องเกรงพระทัย มิกล้าพระราชทานสมรสให้ตามอำเภอใจ เมื่อเขาทูลขอกับพระองค์ว่าจะตั้งใจทำงานในราชสำนักและถือพรหมจรรย์ไปชั่วชีวิต อายุครบหกสิบปีเมื่อไรจะขอลาเกษียณไปออกบวช!
ตอนนี้เื่ราวได้เปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่รู้อนาคตจะเป็เช่นไรต่อไป
คิดมาถึงตรงนั้น อวิ๋นซีออกจะเป็กังวลอยู่น้อย ๆ เขาแวะมาดูพี่ชายคนโตที่มีความเกี่ยวข้องกับชะตาชีวิต บ่าวรับใช้ห้าคนหยุดยืนอยู่ข้างเขาหน้าประตู
“พี่ใหญ่อาการเป็อย่างไร ดีขึ้นหรือไม่?”
“คุณชายใหญ่เป็โรคนอนฝันร้าย ท่านหมอกำชับว่าเขาต้องนอนหลับพักผ่อน กินอาหารที่มีประโยชน์ ร่างกายถึงจะฟื้นตัว”
บ่าวาุโแจ้งอาการโดยคร่าว ๆ ของคุณชายใหญ่ด้วยท่าทีไม่เป็มิตร นางเรียกสาวใช้สองคนให้ยกตะกร้าอาหารมาส่งให้คุณชายน้อย หลังจากที่พบเขากลับจวนมาในยามเว่ย[2] เพื่อแวะมาดูอาการของพี่ใหญ่
“เมื่อเช้าบ่าวผู้เฒ่ามิได้มาเอาอาหาร นี่เป็ของเรือนเล็กเ้าค่ะคุณชาย มื้อนี้มีปลากับข้าวสวย เื่เมื่อวันก่อนฮูหยินซูรู้สึกผิดไม่น้อย ทว่าจำเป็ต้องสั่งสอนท่านมิให้ดื้อรั้นกับผู้ใหญ่ คุณชายน้อยก็ควรให้อภัยนางนะเ้าคะ”
วาจาเหน็บแนมแอบแฝงคำบังคับสั่งของบ่าวาุโช่างน่ารังเกียจ อวิ๋นซีมีสีหน้านิ่งเรียบเ็า มือรับตะกร้ามาเปิดดูไล่จากชั้นบนก่อน
‘แม่รองผู้เมตตาอุตส่าห์ให้ปลาลูกเลี้ยงตั้งครึ่งตัว เอาของเหลือมาให้ข้ากับบ่าวผู้เฒ่ารึ ข้าวสวยมีกลิ่นตุ ๆ ดูสกปรกนัก ยังมีหน้าเอามาให้ข้ากิน’
อวิ๋นซีไม่ฝืนรับน้ำใจ ยื่นตะกร้าไม้คืนบ่าวด้วยรอยยิ้ม “เศษปลานี่ให้บ่าวเก็บกลับไปกินเถอะ พอดีข้าเพิ่งกินหมูตุ๋นกับข้าวสวยร้อน ๆ ในวังมา ข้าวนุ่มหอมอร่อย ไม่มีกลิ่นเน่าเหม็น อาหรูเอารังนกมาให้ข้าด้วย”
“เ้าค่ะ!” สาวใช้สะบัดหน้าเดินไปอย่างไม่พอใจ พวกนางได้รับคำสั่งจากฮูหยินซู ทว่าภารกิจไม่สำเร็จ คุณชายน้อยเป็คนในราชสำนัก จะบังคับเขาให้รับอาหารเน่าเหม็นไปเหมือนเมื่อก่อนตอนเป็เด็กหนุ่มก็มิได้
“แผลเ้า... หายดีแล้วหรือ? ลูกชาย” น้ำเสียงเยียบเย็นของฮูหยินใหญ่รั้งให้เขาเหลียวมอง นางยืนสง่างามในอาภรณ์สีโบตั๋น เครื่องประดับมีราคาั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า บุตรชายก้มศีรษะคำนับตามมารยาท
“ขอรับท่านแม่รอง”
“เ้าไม่มียารักษา จะหายดีได้อย่างไร”
“อาหรูนำบัวหิมะมามอบให้ข้า ช่วยลดอาการอักเสบได้ดียิ่ง นางมียาสมานแผลชั้นเลิศจากวังหลวง ท่านลุงของนางได้รับพระราชทานจากฝ่าา การที่าแของข้าหายไวถึงเพียงนี้ คงทำท่านประหลาดใจมิใช่น้อย...”
นังแพศยา!
ฮูหยินซูโกรธจนปลายนิ้วสั่นเทา แววตาพลันวูบไหวด้วยจิตสังหารอันแรงกล้า นางอยากจะบุกไปฆ่าคุณหนูปีศาจถึงจวนแม่ทัพด้วยมือตนเอง มิเช่นนั้นก็ส่งทาสชั้นต่ำไปรุมย่ำยีให้แปดเปื้อนจนนางไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป
ในหัวพลันผุดภาพของคืนก่อน คุณหนูเสิ่นบังอาจเอื้อมมาเกาะชายอาภรณ์ของบุตรชายคนโต ออเซาะขอให้เขารับขนมสกปรกให้ได้ ทันทีที่บุตรชายกลับเข้าเรือนมา นางสั่งให้คนนำอาภรณ์ตัวนั้นไปเผาทิ้งมิมองซ้ำ
เหตุใดหลายวันมานี้บุตรชายกลับถามถึงคุณหนู แม้ยามหลับฝันเรียกหาแต่... หรูซี!
ฮูหยินซูสะกดกลั้นความเคียดแค้นไว้ภายใต้รอยยิ้มเ็า เดินนำลูกเลี้ยงออกไปสนทนาบริเวณสวนหย่อม จะได้ไม่รบกวนบุตรชายคนโตซึ่งกำลังนอนหลับลึกจากการฝังเข็ม
“นางหลอกใช้เ้า มีดีอะไร... เป็แค่ขุนนางระดับล่าง อ้อ... กำพร้ามารดาเหมือนกัน มิใช่ว่านางมองเห็นเ้าเป็สุนัขลูกสมุนในฝูงอย่างนั้นหรือ?” ฮูหยินซูเลิกคิ้วขึ้น กวาดสายตามองบุตรนอกไส้อย่างรังเกียจ
อวิ๋นซีกัดกรามแน่นเป็สันนูน พยายามข่มเพลิงโทสะที่พลุ่งพล่านนับพันครั้งในจวนนี้ ไม่ว่าใคริ่เกียรติรังแกอย่างไร ท่านย่าสั่งสอนเขาให้มีเมตตาต่อคนในครอบครัว แม้เป็ฝ่ายถูกกระทำก็มิให้แก้แค้น
“แล้วแต่ท่านแม่รองจะคิดเถิด ใจคนลึกล้ำสุดหยั่งถึง ข้าขอตัวลา”
“ข้ายังพูดไม่จบลูกชาย” ฮูหยินซูรั้งลูกเลี้ยงเอาไว้ด้วยน้ำเสียงใจดี “ถึงแม่รองมิใช่แม่ผู้ให้กำเนิด แต่ก็อดไม่ได้ที่จะสั่งสอนเ้า เื่คุณหนูเสิ่น...”
ปลายเสียงเงียบงันลงในชั่วอึดใจ เมื่อสบั์ตาสีดำขลับที่วาวโรจน์ด้วยความขุ่นเคือง เพียงนางพาดพิงถึงสตรีผู้นั้น...
“สตรีเฉลียวฉลาดงดงาม ถึงความสามารถไม่โดดเด่นเป็ที่ประจักษ์ บุรุษในเมืองยกย่องนางเป็หนึ่งในห้าหญิงงามแห่งต้าฉี นางจะคว้าเ้าไปเป็สามีด้วยเหตุใด มิขาดทุนแย่หรอกหรือ? ตระกูลสูงศักดิ์ต่างหมายปองนาง หากเ้ามิใช่บุตรชายตระกูลซู มีหรือจะสู้พวกเขาได้ ยิ่งถ้าหากว่าเ้าถูกขับไล่จากตระกูล นางไม่มีวันชายตามองคนไร้หัวนอนปลายเท้าเช่นเ้า...”
วาจาของมารดารองแฝงเจตนาข่มขู่ชัดแจ้ง นางมั่นใจในอำนาจว่าสามารถขับไล่บุตรชายคนเล็กออกจากตระกูลซูเมื่อใดก็ได้ ขนาดความเป็อยู่ที่แสนลำบากยากแค้นถึงเพียงนี้ นางบงการสามีให้คล้อยตามนางมาโดยตลอด นางมีเป็ร้อยพันวิถี ชีวิตของคุณชายน้อยไม่ต่างอะไรจากเนื้อบนเขียง
“อยู่บ้านนี้ เป็เด็กดี เชื่อฟังคำแม่รองเสีย แม่รองรับปากว่าจะหาแม่ศรีเรือนที่เหมาะสมมาแต่งกับเ้า เ้าจะมีชีวิตสุขสบายไปทั้งชาติ ดีหรือไม่?”
“...”
สองสายตาสบประสานอย่างเชือดเฉือน อวิ๋นซีในยามนี้มิได้อ่อนน้อมดั่งก่อน แววตาของเขาคมกริบประหนึ่งศัสตรา พร้อมจะสังหารนางเมื่อมีโอกาส ทันใดนั้นเอง เสียงกรีดร้องโอดครวญอย่างเ็ปดังแว่วมาจากลานกว้าง บ่าวรับใช้และทหารร่วมห้าคนกำลังรุมฟาดฟันไม้ลงบนร่างชายสูงวัยอย่างโเี้...
“ฮือ... อย่าทำข้า ๆ ข้าผิดไปแล้ว”
อวิ๋นซีวิ่งออกไปในทันที เขาถีบทหารสองคนจนล้ม ผลักบ่าวตัวเล็กอีกสองจนกระเด็น อีกหนึ่งคนไหวตัวทัน วิ่งหนีไปเสียก่อน ไม่ถูกมือเท้าของคุณชายฟาดเอา
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
ร่างบนพื้นสกปรกโดนทุบตีด้วยไม้กระดานแผ่นใหญ่ ถูกสาดด้วยน้ำโคลน มือเหี้ยวย่นคลำหาถังน้ำที่ตักมาจะยกไปเรือนเล็กให้คุณชายน้อย กลับระหว่างทางถูกรุมทำร้าย น้ำหกไปหมด คงจะต้องไปตักใหม่อีกรอบ
“บ่าวผู้เฒ่า ไม่เจ็บใช่หรือไม่?”
“โดนตีแค่นี้ไม่เท่าไร แต่ถ้าคุณชายน้อยมาช้ากว่านี้ บ่าวคงได้เป็ปุ๋ยฝังต้นเบญจมาศ...” ป๋ออวี้กระซิบพลางชี้ปลายนิ้วไปทางต้นไม้ใหญ่ ขณะก้มมองพื้นหินท่าทางน่าสงสาร ไม่ลืมตัวตนว่าบ่าวเฒ่าผู้นี้นอกจากเดินเชื่องช้าแล้วยังสายตาฝ้าฟาง
คุณชายช่วยพยุงเขาให้ลุกขึ้นเดิน โดยไม่สนใจว่าชุดทำงานของเขาจะเปรอะเปื้อนน้ำกลิ่นเหม็นเน่า
“บ่าวผู้เฒ่า ข้ารับปากเ้าว่าเมื่อไรที่ข้าได้ตำแหน่งใหญ่ในราชสำนัก ข้าจะลงบัญชีดำพวกมัน ครอบครัวพวกมัน ไม่มีวันได้รับความเป็ธรรมจากข้า ต่อให้คุกเข่าจนตายอยู่หน้ากรมอาญา...”
‘สกุลจื่อ พวกบ่าวทาสมาจากเมืองฉิน สิ่งที่พวกเ้าเคยปฏิบัติกับข้าและบ่าวผู้เฒ่า จงจำไว้ให้ดี!’
“มองอะไร! อยากโดนสาดด้วยน้ำเน่าอีกรึ ไอ้แก่นี่ แค่เดินไปตักน้ำยังชนผู้อื่นจนล้ม ไร้ประโยชน์สิ้นดี” บ่าวสตรีาุโชี้หน้าบ่าวเฒ่า โยนความผิดให้เขาซึ่งหน้า แม้ว่าเขาจะเดินมาดี ๆ ก่อนจะหันไปประจบประแจงนายหญิง “ฮูหยินใหญ่ซู ดูสิเ้าคะ คุณชายน้อยก้าวร้าวเหลือเกิน สมควรสั่งสอนให้หนัก บ่าวเฒ่านี่ก็ซุ่มซ่ามนัก”
“จริงของเ้า”
เมื่อนำตะกร้าอาหารไปส่งให้คุณชายน้อยไม่สำเร็จ ก็ต้องหาความดีมาทดแทน ไม่ให้ถูกนายหญิงลงโทษ พวกเขาช่วยกันรังแกชายสองคนที่พากันเดินไปช้า ๆ โยนเศษปลาและข้าวบูดใส่ สาดน้ำไล่เป็สุนัข
ฮูหยินซูมองแผ่นหลังของทั้งสองอย่างสาแก่ใจ มิอาจเห็นสายตาชิงชังที่ชำเลืองมองนางในชั่วขณะหนึ่ง
คุณชายน้อยหายใจเข้าลึก เข้าและออก... ระงับโทสะอันหยั่งลึกถึงก้นบึ้งจิตใจ คำสอนของท่านย่าเปรียบดั่งโซ่ตรวนที่ผูกรั้งเขาให้เป็คนดี มีความกตัญญู
อดทน... เมตตา... กับคนในครอบครัว
แต่พวกนี้ใช่ครอบครัวหรือ?
เมตตากว่านี้ก็พระโพธิสัตว์แล้ว!
[1] 校尉 เทียบเท่าตำแหน่งพันเอก คุมกำลังพลประมาณ 700 ถึง 1,200 นาย ตามแต่ราชวงศ์
[2] 未:wèi 13.00 – 15.00 น.