หมอกควันขาวจาก กิ่งควันหยก ค่อยๆ จางลง เผยให้เห็นปลายเข็มเงินทั้งเก้าที่สั่นระริก เศษพิษสีม่วงดำเกาะติดอยู่ดุจเงาอสูรจากขุมนรก มันเป็ร่องรอยการประลองระหว่างความเป็และความตาย
ทว่าในห้องไม้เล็กกลับเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจหนักของชายวัยกลางคนที่ยังนอนราบอยู่บนเตียงไม้
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังขึ้นจากภายนอก
เซินหลางเหอสะดุ้งเงยหน้าขึ้น มองผ่านประตูไม้ที่เปิดแง้มออกเล็กน้อย เห็นฟางลี่กับเหยาิรีบวิ่งเข้ามา ใบหน้ายังเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ และเื้ัของทั้งสอง มีชายอ้วนร่างใหญ่ก้าวตามมา หอบหายใจแรง ใบหน้ากลมแดงซ่าน เขาคือเพื่อนบ้านของซ่งอวี่นั่นเอง
“ข้า…ได้ยินเสียงร้อง เลยคิดจะมาดูให้แน่ใจหน่อย ฮะ ฮะ ฮะ”
เขาเกาศีรษะพลางหัวเราะขวยเขิน ร่างกายอ้วนท้วมแทบปิดประตูไปครึ่งหนึ่ง
แต่ในห้อง ไม่มีผู้ใดสนใจคำกล่าวของเขาแม้แต่น้อย เมื่อเด็กน้อยทั้งสองเข้ามาในห้อง ชายชราไป๋ชิงหยุนก็ยังไม่ถอนเข็มออกทันที หากแต่หันไปจับจ้องสิ่งที่อยู่ในมือเล็กของฟางลี่ ดอกไม้สีแดงเพลิงเพียงหนึ่งเดียว ดอกหงฮวา กลีบสดราวกับเปลวเพลิง แม้ไร้ลมก็ยังสั่นระริกงดงามราวกับบุปผา์
“พิษถูกถอนแล้ว…แต่ลมปราณของเขายังพร่อง โลหิตยังหม่นหมอง หากไม่บำรุงซ้ำ ภายในเจ็ดวันย่อมทิ้งร่องรอยเป็เงาพิษไม่หาย” ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงแ่เบา
เขาประสานสองมือ ถือดอกหงฮวาขึ้นตรงหน้า แล้วระดมลมหายใจรวบรวมลมปราณเข้าสู่กลางอก ปราณสีทองอ่อนๆ ค่อยๆ แผ่แทรกเข้าสู่ดอกไม้ กลีบดอกหงฮวาที่มีสีแดงเพลิงอยู่แล้วกลับสว่างยิ่งขึ้น ราวกับเปลวเพลิงที่ถูกชโลมด้วยน้ำมัน์
พรึ่บ!
เขาพลิกข้อมือ บีบกลีบดอกหงฮวาเบาๆ กลีบดอกไม้ทั้งหมดแตกสลายกลายเป็ละอองแสงสีแดงนับพันจุด ล่องลอยหมุนวนรอบตัวเขาประหนึี่งห่าฝนเพลิงที่กำลังพร่างพรูลงมา
เพียงปลายนิ้วชายชราแตะออกไป ละอองแสงสีแดงทั้งหมดถูกดูดเข้าสู่ปลายเข็มเงินทั้งเก้า เข็มแต่ละเล่มพลันเปล่งรัศมีสีแดงเจิดจ้าราวกับเสานำพาพลังจาก์ลงลึกสู่เส้นลมปราณ
เมื่อแสงสีแดงซึมผ่านเข็มเข้าสู่ร่างของชายตรงหน้า
ิัที่เคยซีดเซียวก็กลับอุ่นขึ้นเล็กน้อย
เส้นเืสีม่วงที่เคยปรากฏก็ค่อยๆ จางลงจนหายไป ลมหายใจที่เคยติดขัดก็กลับมาเป็จังหวะสม่ำเสมอ
ชีพจรที่ชายชรากำลังแตะอยู่บนข้อมือขวากลับมาเต้นอย่างหนักแน่นขึ้น ราวกับเสียงกลองศึกที่สะท้อนก้องกังวาน
เมื่อละอองแสงสุดท้ายจากดอกหงฮวาซึมเข้าสู่ร่าง ชายวัยกลางคนก็พลันสูดหายใจลึกหนึ่งเฮือก สีหน้าซีดขาวที่เคยบิดเบี้ยวเพราะความทรมานก็ค่อยๆ คลายออก กลายเป็สงบนิ่งเหมือนคนกำลังฝันดี
ชายชราค่อยๆ ถอนเข็มเงินทั้งเก้าออกทีละเล่ม เืพิษที่ติดอยู่ระเหยหายด้วยพลังลมปราณของเขาโดยไม่ทิ้งแม้แต่คราบ เขามองชายตรงหน้าซึ่งบัดนี้ริมฝีปากเปลี่ยนเป็สีแดงระเรื่อคล้ายคนสุขภาพแข็งแรง ก่อนจะยกยิ้มบางๆ
“เงามรณะได้ถูกผลักออกไปแล้ว…ดอกหงฮวาหนึ่งดอก แลกชีวิตหนึ่งชีวิต นับว่าคุ้มค่า”
จากนั้นเขายกขวดน้ำเต้าเล็กสีน้ำตาลหม่นออกจากเอว จุกไม้จันทน์ถูกเปิดออกทันที กลิ่นโอสถเย็นสดชื่นแฝงความเข้มข้นแผ่กระจายไปทั่วห้อง
“นี่คือ หลิงสุ่ยจวี้ฮวา หรือ น้ำิญญาเขียวมรกต ซึ่งเป็น้ำโอสถชั้นสูงที่กลั่นจากน้ำค้างยอดเขาหมื่นปี ผสมกับกลีบเบญจมาศมรกตและรากสมุนไพรหายาก”
“นับว่าเ้าโชคดีที่ได้ลิ้มลอง”
เขายกขวดน้ำเต้าขึ้น รินหยาดเล็กๆ ลงไปในปากของชายตรงหน้า น้ำใสเย็นเฉียบแทรกผ่านคอหอย ร่างทั้งร่างคล้ายถูกสายธารหิมะซัดผ่าน ความร้อนจากพิษที่เคยกักขังจิติญญาเมื่อครู่ก็ค่อยๆสงบลง
ไป๋ชิงหยุนมิหยุดเพียงเท่านั้น เขาล้วงเข้าไปในแขนเสื้อของตนพร้อมกับนำกล่องไม้ไผ่สีทองหม่นกล่องหนึ่งออกมา ภายในมีเม็ดยาทรงกลมส่องประกายอบอุ่น จากนั้นเขาใช้ควันจากกิ่งควันหยกที่ยังเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยเป่าลงบนเม็ดยา กลิ่นหอมแทรกความขมกลายเป็กลิ่นยาที่สมบูรณ์เเบบ ก่อนจะวางลงบนลิ้นของชายตรงหน้า
เม็ดยาละลายซึมซาบเข้าสู่ร่างกายของเขาในพริบตา เหงื่อมากมายผุดขึ้นเต็มหน้าผาก หยดลงบนเตียงไม้ราวหยาดหมอกยามรุ่งสาง
ชายชราเก็บขวดน้ำเต้าและกล่องไม้ไผ่กลับเข้าที่ แววตาเปล่งประกายสงบ เขาเอื้อมมือแตะชีพจรอีกครั้ง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ
“แม้พิษบุปผามรณะจะร้ายกาจ แต่ด้วยลิขิตของพระเ้า ทุกสิ่งย่อมมีคู่ชดเชย…วันนี้เ้ารอดแล้ว”
เสียงของเขาไม่ดัง แต่กลับสะท้อนลึกในใจของเซินหลางเหอ จนร่างเล็กนั้นยืนอึ้งไปครู่ใหญ่ ดวงตาเต็มไปด้วยความเลื่อมใส
ชายชราหลือบมองเซินหลางเหอเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปจ้องมองซ่งิที่นอนอยู่บนเตียงด้วยสายตาคมกริบ
“ซ่งิ นี่เป็ครั้งที่เท่าไรแล้วที่เ้าดื้อดึงเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงอันตราย?” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง
ซ่งิชะงัก ดวงตาแดงเรื่อจากความเหนื่อยล้า เขาอ้าปาก แต่เสียงที่ออกมากลับติดขัด ราวกับถูกคำตำหนินั้นตรึงลมหายใจเอาไว้
“ในป่าลึกแห่งนั้น…มีสิ่งใดสำคัญนัก เ้าจึงยอมท้าทายความตายเช่นนี้?” สายตาของชายชราจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของซ่งิอย่างคาดคั้น
ซ่งิถอนหายใจเบาๆ พลางหลบสายตาไปด้านข้าง ก่อนจะตัดสินใจมองกลับไปที่ชายชราอีกครั้งอย่างไม่ปิดบัง “ไม่ปิดบังท่านหมอ ข้า... ข้าได้ยินข่าวลือจากพรานป่าที่เคยเข้าไปลึกถึงด้านในว่ามี หญ้าัทอง เติบโตอยู่ที่นั่น”
สีหน้าของชายชราเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อสมุนไพรนั้น “หญ้าัทอง...นั่นมันสมุนไพรชั้นยอดที่ใช้รักษาอาการเจ็บป่วยภายในที่รักษาได้ยากนัก เหตุใดเ้าถึง้ามัน?”
ซ่งิหันไปมองบุตรชาย ดวงตาที่เคยหม่นหมองพลันสว่างไสวด้วยความรักอันเปี่ยมล้น เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “มันมิใช่เพื่อข้า…หากแต่เพื่อ อวี่เอ๋อร์ ั้แ่เล็กจนโต ร่างกายของมันอ่อนแอ เจ็บไข้ไม่หยุด ข้า…ในฐานะบิดา จะยอมเห็นลูกต้องทนทุกข์จากโชคชะตาอันโหดร้ายเช่นนี้ตลอดไปได้อย่างไร? หาก หญ้าัทอง สามารถช่วยพลิกชะตาของมันได้ ต่อให้ต้องเสี่ยงด้วยชีวิต…ข้าก็ยินดี!”
คำพูดนั้นพรั่งพรูออกมา ดุจเสียงก้องจากหัวใจที่ถูกกดข่มมายาวนาน
ชายชราไป๋ชิงหยุนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตำหนิ “มันสำคัญขนาดนั้นเชียวหรือกับการต้องแลกด้วยชีวิตของตนเอง? เ้ายังมีลูกทั้งสองคน หากเ้าเป็อะไรไป พวกเขาจะอยู่อย่างไร?”
ซ่งิมองไปยังซ่งอวี่และซ่งเจียฉีที่ยืนอยู่ข้างเตียง ลูกชายตัวน้อยกำลังยืนน้ำตาคลอส่วนลูกสาวตัวเล็กก็กำลังสะอื้นเบาๆ หัวใจของเขาเ็ปราวกับถูกมีดกรีด เขาส่ายหน้าอย่างช้าๆ
“ข้าก็มิอยากเป็เช่นนี้ หากมิใช่เพราะสิ้นหนทางแล้ว ข้าคงไม่กล้าเหยียบย่างเข้าไปในป่าแห่งความตาย แต่หากชีวิตข้าสามารถแลกกับอนาคตของลูกชายได้…ข้าก็ยินยอม”
ชายชราถอนหายใจยาวๆ เมื่อได้ยินคำกล่าวของซ่งิ เขายกมือขึ้นแตะไหล่ของซ่งิเบาๆ “เ้าเป็บิดาที่ดี แต่จงจำไว้...บิดาที่ดีมิใช่ผู้ที่ยอมทิ้งลูกๆ ไว้ข้างหลังเพียงลำพัง”
ชายชรากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขึ้น “ซ่งอวี่เป็เด็กดี ข้าเห็นมันมาั้แ่ยังเล็ก เื่นี้เ้าไม่ต้องไปทำแล้ว เดี๋ยวข้าจะไปนำหญ้าัทองนั่นมาเอง”
จากนั้นเขาก็หันไปมองซ่งอวี่ “ในยามที่เ้าโตขึ้น เ้าจะต้องดูแลน้องสาวและบิดาของเ้าให้ดี และอย่าให้บิดาเ้าต้องทำเื่เสี่ยงอันตรายเช่นนี้อีก”
ซ่งอวี่กำหมัดแน่น ดวงตาเปล่งประกายดุจเปลวไฟที่เพิ่งถูกจุดติด เขาคุกเข่าลงทันที เสียงดังออกมาด้วยความหนักแน่นเกินวัย “ท่านปู่ไป๋! ข้าจะจำคำของท่านไปจนวันตาย ข้าจะดูแลบิดาและน้องสาวให้ดีที่สุด!”
ซ่งิเบิกตากว้างด้วยความตื้นตัน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยิน “ท่านหมอไป๋… ท่านจะไปหาหญ้าัทองให้พวกเราจริงหรือ? สิ่งนั้น…” เขาเอ่ยเสียงแ่ พลางพยายามจะลุกขึ้นจากเตียง
ชายชรารีบยกมือห้ามเขาไว้ “เ้านอนพักเสีย ไม่ต้องพูดมาก”
น้ำตาเอ่อคลอในดวงตาของซ่งิ เขายกมือขึ้นประสานคารวะทั้งที่ยังนอนอยู่ “ท่านหมอไป๋… ความเมตตาของท่านในครั้งนี้ ซ่งิจะสลักไว้ในใจจนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะดับสิ้น”
เขารีบหันไปหาซ่งอวี่ที่ยืนอยู่ข้างเตียง “อวี่เอ๋อร์! มานี่เร็ว! คารวะท่านปู่ไป๋ด้วยความเคารพอย่างสูงสุด”
ซ่งอวี่รีบก้าวเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าชายชราพร้อมกับซ่งิ “ขอบคุณท่านปู่ไป๋สำหรับความเมตตาอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ข้าซ่งอวี่จะจดจำไปชั่วชีวิตขอรับ!”
ชายชรามองภาพเบื้องหน้าด้วยสายตาอ่อนโยน เขารับการคารวะจากสองพ่อลูก แล้วจึงหันไปมองเซินหลางเหอที่ยืนอยู่ข้างๆ ราวกับจะกล่าวอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาๆ ว่า “เ้าพักผ่อนเสีย วันนี้เ้าคงเหนื่อยมากแล้ว”
ซ่งิพยักหน้าเล็กน้อยด้วยความอ่อนเพลีย เขามองดูซ่งอวี่กับซ่งเจียฉีด้วยความรัก จากนั้นก็หลับตาลงเพื่อพักผ่อน
ชายชราเหลือบมองเขาเพียงครู่ ก่อนจะหันไปเอ่ยกับซ่งอวี่ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“เดี๋ยวให้บิดาของเ้ารับประทานสิ่งที่เ้านำออกมาจากเรือนข้าเสียเถิด ให้เขาพักผ่อนสักสองสามวัน ร่างกายก็จะฟื้นคืนเป็ปกติดังเดิม”
ซ่งอวี่ก้มศีรษะรับคำ น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความเคารพ “ขอรับ ท่านปู่ไป๋”
“ส่วนเื่อาหาร...” ชายชราหันสายตาไปยังร่างอ้วนใหญ่ที่ยืนอยู่มุมห้อง เพียงแค่แววตาพาดผ่าน ดุจดังคำสั่งที่ไม่ต้องออกเสียง
ชายร่างอ้วนหัวเราะพลางพยักหน้าอย่างรู้หน้าที่ “ฮ่า ๆ เื่อาหารวางใจเถิด ข้าจะดูแลเอง” จากนั้นเขาก็หันไปหาเด็กน้อยทั้งสองด้วยรอยยิ้มอบอุ่นประหนึ่งพระอาทิตย์ยามเช้า “อวี่เอ๋อร์ ฉีเอ๋อร์ ระหว่างที่บิดาของพวกเ้าพักรักษาตัว ลุงจะดูแลพวกเ้าเอง”
“ขอบคุณท่านลุงหวังขอรับ!” ซ่งอวี่เอ่ยเสียงดังพลางคำนับ
“ขะ…ขอบคุณเ้าค่ะ ท่านลุงหวัง” ฉีเอ๋อร์กล่าวเสียงเบา แก้มแดงระเรื่อราวกลีบเหมยแรกแย้ม
“ดี ดี!” ไป๋ชิงหยุนพยักหน้าเล็กน้อยด้วยความพอใจ “ในเมื่อทุกสิ่งคลี่คลายแล้ว พวกเราก็สมควรกลับได้แล้ว”
เขาหันไปมองเซินหลางเหอ พลันโยนกล่องหยกกล่องเดิมใส่มือหนุ่มน้อยอย่างแม่นยำ “เด็กน้อย รับไว้ให้ดี!”
เซินหลางเหอคว้ากล่องหยกไว้มั่น หัวใจของเขาเต้นแรงราวกับััได้ถึงน้ำหนักบางอย่างที่มิใช่เป็เพียงวัตถุ จากนั้นจึงรีบก้าวตามร่างชายชราที่เดินออกไปอย่างองอาจ
ก่อนจะก้าวพ้นประตู เขาหยุดลงเล็กน้อย หันกลับมาแตะไหล่ซ่งอวี่เบาๆ รอยยิ้มอบอุ่นพลันปรากฏบนใบหน้า “บิดาของเ้าปลอดภัยแล้ว น้องรอง ดูแลพวกเขาดีๆ”
จากนั้นเขาจึงปรายตาไปยังสาวน้อยข้างกายซ่งอวี่ พร้อมมอบรอยยิ้มอันอ่อนโยนให้อีกหนึ่ง
ซ่งเจียฉีเมื่อสบตารอยยิ้มนั้น ใบหน้าก็แดงซ่าน หัวใจเต้นระรัวจนต้องรีบคว้าชายเสื้อพี่ชายไว้แน่นแล้วหลบเข้าไปด้านหลัง ไม่กล้าเงยหน้ามองอีก
ซ่งอวี่เหลือบมองน้องสาวเพียงชั่วครู่ ดวงตาเปี่ยมด้วยความเอ็นดู ก่อนจะยกมือประสานคารวะตอบกลับเซินหลางเหอด้วยรอยยิ้มที่แฝงด้วยความหนักแน่น “ขอบคุณพี่ใหญ่ หลังจากเื่ราวทั้งสิ้นผ่านพ้น ข้าหวังว่าจะได้พบกันอีก”
เซินหลางเหอพยักหน้าเล็กน้อย คลี่ยิ้มบางๆ ก่อนก้าวตามไป๋ชิงหยุนออกจากเรือน
ฟางลี่และเหยาิที่ยืนเฝ้าด้านนอกก็หันมาโบกมือให้ซ่งอวี่พลางกล่าวลา “ไว้เจอกัน พี่รอง!” แล้วจึงก้าวตามออกไปเช่นกัน
ในที่สุด! เรือนเล็กที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยผู้คน บัดนี้กลับเหลือเพียงผู้ป่วย เด็กน้อยสองพี่น้อง และชายร่างอ้วนผู้เป็เพื่อนบ้าน กลิ่นยาสมุนไพรยังคลุ้งอยู่ในอากาศ ผสมกับบรรยากาศเงียบสงบยามบ่ายราวกับจะปกป้องทุกชีวิตภายในเรือนนี้ให้ปลอดภัย