บทที่ 1
#บ้านตระกูลกิจเจริญ
21:00 น.
ในคืนที่เงียบสงบเหล่าบอดี้การ์ดผู้ปราดเปรียวที่กำลังทำกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์นั้นก็คือ การเล่นฟุตซอล เป็กิจกรรมที่ ผู้ก่อตั้งแก๊งและดำรงตำแหน่งหัวหน้าพร้อมกับประธานบริษัทโลจิสติกส์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ หนุ่มใหญ่วัยกลางคนกำลังนั่งชมกีฬาที่ลูกน้องเล่นอย่างสนุกสนาน แต่ก็พลางเหลือบมองนาฬิกาไปด้วยเนื่องจากวันนี้เป็วันที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจะกลับจากต่างประเทศ
“กี่โมงกี่ยามแล้วเนี่ยไอ้ลูกชาย ไม่โผล่หัวมาสักทีบอกจะส่งคนไปรับก็ไม่เอา” ผู้เป็พ่อเอ่ยบ่นแบบเอือมๆ กับลูกชายหัวรั้นแถมชอบทำอะไรตามใจตัวเอง
“เฮียไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ ยังไงอาคีย์อีก็ดูแลตัวเองได้สบายๆ อยู่แล้ว” ชายกลางคนอีกคนพูดพลางยกแก้ววิสกี้ขึ้นดื่มอย่างสบายอารมณ์
“ถ้าเป็เมื่อก่อนเฮียก็พอวางใจ แต่ตอนนี้อะไรๆ มันก็เปลี่ยนไปคู่แข่งเราก็เยอะ ศัตรูเราก็เพียบ” ชายวัยกลางผู้เป็หัวหน้าแก๊งพูดพึมพำพลางแสดงสีหน้าเป็ห่วงลูกชาย
พาส | ปุณกัณ
“เป็ไงมึงมาทำงานวันแรก?” ชายคนหนึ่งเอ่ยถามผมที่กำลังปฏิบัติหน้าที่เฝ้ายามรอบบริเวณรอบบ้านอย่างขะมักเขม้น
“สถานการณ์เรียบร้อยดีครับ พี่โจมีอะไรจะใช้ผมหรือเปล่าครับ?” ผมเอ่ยถามหัวหน้าบอดี้การ์ดอย่างเสียงนิ่ง
“่นี้ระมัดระวังให้มากขึ้นหน่อยนะ ท่านสั่งมาน่ะเมื่อวันก่อนท่านก็เพิ่งโดนลอบยิงที่งานประมูลเพชร แต่ดีที่ท่านไม่ได้รับาเ็” พี่โจพูดพลางวางมือบนไหล่ผมอย่างจริงจัง ทุกคนคงกำลังงงอยู่สินะครับว่าไอ้คนที่กำลังพูดอยู่ตอนนี้มันคือใคร?
ผมขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมปุณ หรือ ปุณกัณ อายุ 23 ปี ผมเรียนจบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจแห่งหนึ่ง แต่ด้วยเพราะผมไม่ได้อยากทำอาชีพที่เรียนนี้แต่ดันบังเอิญได้ทุนจากท่าน พอเรียนจบผมก็เลยขอมาเป็บอดี้การ์ดให้ท่านแทน เพราะผมอยากตอบแทนที่ท่านให้โอกาสผมได้เรียนจนจบ หลังจากพี่โจสั่งงานจบเขาก็เดินกลับเข้าไปในโซนที่ท่านและน้องชายของท่านนั่งคุยกัน
**********
23:00 น.
กุก~ กัก~ กุก~ กัก~
และแล้วเวลาเฝ้ายามของผมก็จบลง ผมเดินมาสแกนนิ้วเพื่อเป็การออกเวรโดยที่ก็ยืนคุยกับพี่บอดี้การ์ดอีกคนที่มาเข้ากะต่อจากผม แต่ใน่ที่ผมกำลังจะเดินกลับที่พักอยู่ๆ ผมก็ได้ยินเสียงกุกกักบริเวณแถวๆ กำแพงรั้วข้างบ้าน ผมจึงค่อยๆ ย่องไปแอบอยู่บริเวณที่ใกล้ๆ กับกำแพงแต่เป็มุมหลบได้ดี มีชายคนหนึ่งกำลังพยายามปีนขึ้นมาพร้อมทั้งค่อยๆ ยกกระเป๋าขึ้นมาอย่างระวังกลัวว่าจะเกิดเสียงดัง มันต้องมีคนที่คอยส่งกระเป๋าให้ที่อีกฝั่งแน่ๆ ผมรอจังหวะที่มันกำลังโหนตัวลงมาจากนั้นก็เข้าชาร์จไอ้หมอนั่นทันที
“เห๊ย!! เข้ามาทำอะไรบ้านเ้านายกู!!” ผมตวาดใส่คนตรงหน้าพร้อมกับรวบแขนมันไปไว้ด้านหลังจนมันร้องว่าเจ็บ
“โอ๊ย!! ทำเชี่ยไรเนี่ย!! ปล่อยกู!!" มันร้องแหกปากให้ผมปล่อยมัน กูปล่อยก็แย่ละ!! แต่ยังไม่ทันที่ผมจะจับมันได้แน่นพอมันกลับเงยหัวจนมากระแทกหัวผมดัง โป๊ก!! จนผมถึงกับต้องถอย และปล่อยมันหลุดมือไปแต่ในจังหวะชั่วพริบตาผมไม่ยอมให้แม่งเข้ามาก่อความวุ่นวายในบ้านหลังนี้แน่
ผมเอื้อมมือไปคว้าไหล่แล้วดึงคอเสื้อให้มันหันกลับมาแต่แม่งดันหันกลับมาพร้อมกับหมัดที่ต่อยเข้าหน้าผมอย่างจัง จนหน้าสะบัด ผมสู้กลับโดยหันไปต่อยมันคืนพลางผลักมันให้ล้มลงไปนอนกองกับพื้นจากนั้นจับมันนอนคว่ำหน้าแล้วผมก็ะโเรียกให้บอดี้การ์ดคนอื่นๆ ที่อยู่แถวนั้นมาช่วยผมลากตัวมันเพื่อจะเอาไปสอบส่วน
“ปล่อยกู!! ไอ้เหี้ย!! มึงจะทำอะไรเนี่ย!!?” มันว่า
“กูจะจับมึงส่งตำรวจไง แต่ก่อนจะไปโรงพักมึงอาจจะเละนิดหน่อย หึๆ” ผมหัวเราะหึๆ ในลำคอก่อนที่พี่โจจะเดิมเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะปุณ!?”
“ไอ้เวรนี้แม่งมันแอบปีนเข้ามา ดูท่ามันจะเข้ามาขโมยของผมเลยรีบจับมัน” ผมเอ่ยพลางเสียงหอบหายใจแฮกๆ เพราะแม่งไอ้ห่านี้แรงเยอะฉิบหายกว่าจะจับแม่งได้ต้องกระทืบอยู่หลายที พี่โจก้มดูหน้าไอ้หัวขโมยก่อนจะใตาโตแล้วรีบสั่งให้ผมปล่อยมันทันที
“คุณคีย์!! ไอ้เหี้ยปุณ!! ปล่อย!! นี่ลูกนาย!!” พอได้ยินคำนั้นผมก็รีบปล่อยมือจากร่างบางที่ผมกำลังจับล็อกแขนเพื่อไม่ให้หนีรอดไปได้
“ยะ…อย่าบอกนะ…ว่า” ผมถามพี่โจเสียงสั่น
“แฮกๆ ..แคกๆ โจจับมัน!!” เสียงชายที่โดยผมกระทืบเมื่อครู่เอ่ยออกคำสั่งพี่โจและบอดี้การ์ดคนอื่นๆ ทันที แม่งเอ๊ย!! พวกมันก็รีบวิ่งมา ล็อกตัวผม พลางคนที่สั่งการหันหน้ามาแล้วยันโครมที่ท้องจนจุกไปหมด
“คุณคีย์ครับ!! คุณคีย์!! ใจเย็นก่อนครับ!!” พี่โจวิ่งจับตัวคนคนนั้นและพูดห้ามให้มันใจเย็นลง
“ปล่อยกู!! วันนี้ถ้าเืหัวมันไม่ออกกูจะกระทืบแม่งให้ตายเลยสัส!!!” และด้วยความที่เสียงดังขึ้นไปบนตึกทำให้นายท่านได้ยินจึงรีบลงมาดู
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ ใครตีกัน? …คีย์!!” นายท่านใเสียงลั่นที่เห็นลูกตนโดนต่อยเืกบปาก
23:50 น.
จากนั้นนายท่านก็สั่งให้พาตัวผมกับคุณคีย์เข้าไปเคลียร์กันในบ้าน ให้ตายเหอะก็ผมแม่งไม่รู้นี่ว่าลูกนายจะมาปีนเข้าบ้านตัวเองแบบนี้
“สรุป…ปุณมันไม่รู้ว่าแกเป็ลูกป๊า…แต่ก็นะอาคีย์ทางเข้าบ้านดีๆ มีให้เข้าไม่เข้ามาปีนรั่วข้างบ้านทำไม ห่ะ!?” นายท่านบ่นไอ้เ้านั้นพลางส่ายหน้า
“ฮ่าาาาา สมน้ำหน้ารั้นดีนัก” คุณกั๋วน้องของนายท่านและมีศักดิ์เป็อาเอ่ยขึ้นพลางหัวเราะหลานชายตัวเอง
“ต่อไปก็เลิกปีนรั้วเข้าบ้านซะนะ ไม่งั้นโดนลูกน้องกระทืบอีกจะหาว่าป๊าไม่เตือน” นายท่านว่าต่อ
“มันเพิ่งมาเหรอป๊า มันถึงไม่รู้จักคีย์อะ!!” คนตรงหน้าพูดอย่างโมโหพลางเบนสายตามามองค้อนใส่ผม
“อาปุณ อีเป็ลูกพี่ลูกน้องกับอาโจเพิ่งมาทำงานเป็บอดี้การ์ดวันนี้วันแรกเอง” คนเป็พ่อตอบส่วนคนลูกที่ได้แต่มองค้อนใส่ผมอย่างหงุดหงิดทำเอาผมไม่กล้าสบตากับมันเลยครับ
“อาปุณฉันต้องขอโทษแทนไอ้ลูกชายตัวดีของฉันด้วยที่พิเรนทร์ปีนรั้วเข้าบ้านแบบนี้”
“ไม่เป็ไรครับ ผมก็ต้องขอโทษนายท่านกับ ค...คุณคีย์ด้วยนะครับผมไม่รู้จริงๆ” เกือบตายแล้วมั้ยกู!! หลังจากนั้นนายท่านก็สั่งให้คนเอากระเป๋าของไอ้ลูกคุณหนูเอาแต่ใจเข้าไปเก็บพลางมีแม่นมส่วนตัวมานั่งทำแผลใส่ยาให้ ส่วนผมพี่โจเป็คนจัดการให้หมด
“มึงแม่ง!! หมัดหนักฉิบหาย!! ฟันกูโยกหรือเปล่าไม่รู้เลยเนี่ย..ซี๊ดด!! เบาๆ หน่อยครับป้ามร ผมเจ็บนะ!!” ร่างบางพูดพลางหันหน้าไปบ่นแม่นมอย่างงอแง แต่ป้ามรก็หาได้เกรงกลัวไม่ แถมยังบ่นกลับอีกเป็ชุด โทษฐานที่เข้าบ้านพิเรนทร์และยังหาเื่ลูกน้องตัวเองอีก
จบพาส | ปุณกัณ
โปรดติดตามตอนต่อไป..