มหากาพย์ราชันสะท้านภพ

    บทที่13 อานุภาพ วิชาหัตถ์เทพอสูร

                 “ เจี่ยสือ…ข้าจะฆ่าเจ้า! ”            เสียงตระโกนแห่งความคลั่งแค้นของหลวงจีนมารดังกึงก้องไปทั่ว  เหยี่ยนฮ่าวที่ได้ยินยังอดขนลุกมิได้  เวลานี้พายุหมุนสีดำแห่งการทำลายล้างได้กวาดไปทั่วป่าต้องห้าม            “ ช่างเป็นพลังมารที่น่าหวาดกลัวจริงๆ” เขาพึมพำออกมาเบาๆ “ ตอนนี้ข้าควรหาสถานที่ซ่อนตัวก่อนคงจะดีที่สุด ”                       ใต้ต้นไม้ใหญ่แห่งหนึ่ง เหยี่ยนฮ่าวตอนนี้ได้ก่อกองไฟขึ้นเพื่อให้ความอบอุ่นต่อร่างกาย ภายในป่าต้องห้ามเวลานี้อุณหภูมิลดต่ำลงอย่างมาก คงเป็นผลมาจากพลังหยินอันเข้มข้นที่เขาสัมผัสได้            หลังจากที่หยิบเอาเสบียงกรังออกมากินเพื่อเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายเสร็จ  เขาก็นำถุงลูกปัดวิญญาณแค้นออกมา ซึ่งตอนนี้ภายในถุงเหลืออยู่เพียงสี่เม็ดเท่านั้น            “ ข้าคงต้องหาของสิ่งนี้มาเพิ่มอีกเป็นจำนวนมาก ถึงจะสำเร็จขั้นที่สองของเคล็ดจิตอาชูร่าได้ ”            “ หลังจากที่สำเร็จขั้นแรกข้าก็จะใช้กระบวนท่า หัตถ์เทพอสูรได้ ” เขายกมือขวาขึ้นมาในระดับสายตาพร้อมกับกระตุ้นเคล็ดวิชา            วูป!            เงาพร่าเลือนของกงเล็บสีดำขนาดใหญ่ดูน่าสะพรึงกลัว ปรากฏขึ้นซ้อนทับฝ่ามือของเหยี่ยนฮ่าว กลิ่นอายสังหารระเบิดออกมาอย่างรุนแรง            เขามองออกไปที่ทางผืนป่าด้านหน้า ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่สูงหลายสิบเมตร  จากนั้นก็ตบฝ่ามือฟาดออกไปทันที            !!            เงากงเล็บขนาดใหญ่สีดำพุ่งออกไปจากมือของเหยี่ยนฮ่าว  ตอนนั้นเขารับรู้ได้ถึงพลังของตัวเองถูกสูบออกไปอย่างรวดเร็ว  เงาฝ่ามือนั้นมันก็ได้ขยายขนาดขึ้นหลายสิบเท่า แล้วฟาดเข้าใส่พื้นที่เบื้องหน้าอย่างรุนแรงเปรี้ยง !  ตูม!เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว จนเศษดินหินฟุ้งกระจายไปทั่ว  ภายหลังจากที่ฝุ่นควันจากการทำลายล้างจางหายไป ภาพหลุมลึกกว้างสิบกว่าเมตรก็ปรากฏขึ้น  ต้นไม้ขนาดใหญ่สามสี่ต้น กลายเป็นเศษซากชิ้นเล็กๆตกกระจายเต็มพื้น พื้นที่ตรงหน้าเหมือนถูกบดขยี้ด้วยพลังอันมหาศาลที่ไม่อาจต้านทาน“ นี่มัน !”เหยี่ยนฮ่าวใช้ด้ามหอกพยุงตัวเองขึ้นมาด้วยความทุลักทุเล  เหม่อมองดูสภาพเบื้องหน้าอย่างตื่นตะลึง มันจะรุนแรงเกินไปหรือไม่…เขาลองเปรียบเทียบกับภาพการต่อสู้ของยอดฝีมือที่ได้เห็นในความทรงจำ หนึ่งฝ่ามือของเขาเมื่อครู่เทียบได้กับการโจมตีเต็มกำลังของ นักสู้ขอบเขตปราณปฐพีระดับปลายเลยทีเดียวซึ่งหมายความว่า ถ้าเขาได้มีโอกาสเจอกับหยางเจี้ยนอีกครั้ง  อย่างน้อยก็ยังมีความสามารถในการตอบโต้เช่นกัน  ต่อให้ไม่อาจเอาชนะ แต่ถ้าหากเลือกลงมือในจังหวะดีๆก็คงพลิกสถานการณ์ได้แน่นอนเพียงแต่ว่า..มันได้ใช้พลังงานของเขามากจนเกินไป  วันหนึ่งคงใช้ได้เพียงแค่สองครั้งเท่านั้น “ ตอนนี้มีเวลาแล้ว ข้าควรฝึกวิชาสักหน่อย ” เหยี่ยนฮ่าวคิดขึ้น เขานั่งลงบนพื้นแล้วเริ่มทำสมาธิคิดทบทวนถึงสิ่งต่างๆที่เขาได้พบเจอ  หลังจากที่ได้รับความทรงจำและประสบการณ์ต่อสู้จากในความฝัน  เขาพึ่งจะได้มีโอกาสได้ซึมซับมันอย่างเต็มที่ก็เวลานี้เองพวกเคล็ดวิชาฝึกปราณคงยังไม่ต้องไปสนใจตอนนี้   ไว้ภายหลังจากที่เขาไปถึงขั้นรวมปราณ แล้วค่อยดูประสิทธิภาพของโอสถทิพย์ปราณจักรพรรดิ ว่ามันจะทำให้เส้นลมปราณของเราแข็งแกร่งเพียงพอหรือไม่ จะว่าไปตอนที่เขาใช้พลังของนิ้วมือ ควบคุมพลังงานในร่างของหลานสาวหลวงจีนมาร มันก็ได้ทำให้เข้าใจบางอย่างเกี่ยวกับพลังงานมารนอกพิภพ ที่พวกเจ้าสำนักมารต่างแย่งชิงกัน แต่ตัวเขาเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนักว่ามันจะถูกหรือไม่เขาคาดเดาว่าพลังมารนอกพิภพ ที่เปลี่ยนให้ป่าต้องห้ามกลายเป็นแหล่งกำเนิดพวกวิญญาณร้าย  แท้จริงแล้วน่าจะมาจากของสิ่งหนึ่งที่ตกลงมาบนโลกเมื่อสองหมื่นปีก่อน แต่เนื่องจากของสิ่งนี้ประกอบไปด้วยพลังงานหยินบริสุทธิ์ระดับสูงสุด  จึงได้ดึงดูดให้พวกวิญญาณร้ายเข้ามาหา จนมันถูกปนเปื้อนจนถือกำเนิดเป็นมารร้ายนอกพิภพ แล้วถูกผนึกไว้เช่นปัจจุบัน หากทั้งหมดเป็นไปตามที่เขาคิด   แสดงว่าเหตุผลที่เคล็ดจิตอาชูร่าต้องใช้พลังงานจากพวกวิญญาณแค้นในการฝึกฝน  เพราะพลังงานนั้นมีที่มาเดียวกับโลกที่เขาเห็นในความฝัน  ซึ่งมันน่าจะเป็นพลังงานที่อยู่ในระดับสูงกว่าพลังปราณวิญญาณของโลก “ เจ้าของนิ้วมือนั้น คงจะมาจากโลกใบเดียวกับที่ข้าเห็นในฝัน และอาจจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ผ่านการทดสอบ จนได้เรียนรู้เคล็ดจิตอาชูร่าด้วย ”  เพราะเมื่อเขาลองนึกย้อนไปดูภาพความทรงจำตอนอยู่ในวิหารขนาดใหญ่  มีเด็กเพียงสิบห้าคนเท่านั้นจากหลายร้อยคนที่ผ่านการทดสอบได้เรียนรู้เคล็ดวิชาจิตอาชูร่า “  ในอนาคตเมื่อพลังข้าถึงระดับเดียวกับหลวงจีนมารและเคล็ดจิตอาชูร่าสำเร็จไปอีกขั้น   ข้าน่าจะลองดูดกลืนพลังของมารนอกพิภพที่ถูกผนึกดู  หากทำได้สำเร็จ ก็ถือเป็นการกำจัดภัยร้ายในอนาคต ทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อตัวข้าเป็นอย่างยิ่ง ” “ เดี๋ยวนะ…ด้วยลูกปัดวิญญาณแค้นที่เหลือ ข้าน่าจะนำไปใช้กับเคล็ดฝึกร่างกายได้ ”ในความทรงจำของโลกอยู่ในฝัน มีเคล็ดวิชาฝึกกายที่ถูกสอนให้ผู้ที่เข้าร่วมการทดสอบในสนามรบโบราณ  เพื่อที่จะเพิ่มพละกำลังและความแข็งแกร่งให้ร่างกาย ชื่อมันก็คือ เคล็ดหลอมกายาเทพอสูร ซึ่งถูกแบ่งออกเป็นสี่ขั้นใหญ่ขั้นแรกหลอมผิวหนัง   ผิวหนังทนทาน ฟันแทงมิเข้าขั้นที่สองหลอมกระดูก  เพิ่มพละกำลังความแข็งแกร่งมหาศาลขั้นที่สามหลอมโลหิต   เรี่ยวแรงฟื้นคืนไม่มีวันเหน็ดเหนื่อยขั้นสุดท้ายหลอมหัวใจ   พลังการรักษาขั้นสุดยอด แขนขาแม้ถูกตัดขาดก็งอกคืนได้ แต่ละขั้นใหญ่ยังถูกแบ่งออกเป็นเก้าขั้นย่อย  ตัวเขาในตอนนั้นหลังจากเข่นฆ่าอสูรมืดไปหลายแสนตัว ก็สำเร็จไปถึงขั้นหลอมผิวหนังระดับแปด เขาจำได้ว่าเคยใช้หอกที่เป็นอาวุธเวทระดับระเก้า ทดลองเฉือนฝ่ามือตัวเองดู  มันทิ้งเพียงเส้นสีขาวจางๆไว้เท่านั้น  แม้แต่อาวุธเวทระดับเก้ายังไม่อาจสร้างความเสียหายให้ผิวหนังของเขาได้ ผ่านไปสองชั่วโมง         เหยี่ยนฮ่าวลืมตาขึ้น หลังจากที่เรียนรู้เคล็ดวิชาหลอมผิวหนังเรียบร้อยแล้วเขาหยิบเอาลูกปัดวิญญาณแค้นทั้งสี่เม็ดมาถือเอาไว้ในมือ แล้วมองดูมันค่อยๆละลายถูกดูดซึมเข้าไปในมือขวาของเขา  แสงสีแดงส่องสว่างออกมาจากมือขวาแล้วลามไปเรื่อยๆจนถึงต้นแขนแล้วถึงหยุดลง“ ได้แค่แขนขวาข้างเดียวเองงั้นรึ ” เหยี่ยนฮ่าวบ่นออกมาเบาๆ  การจะสำเร็จระดับที่หนึ่งของหลอมผิวหนัง แสงสีแดงต้องแพร่กระจายไปทั่วทั้งตัว   สำหรับเหยี่ยนฮ่าวตอนนี้ มีเพียงแขนขวาข้างเดียวเท่านั้น ที่สำเร็จวิชาหลอมผิวหนังระดับหนึ่ง ผิวหนังตรงส่วนอื่นของเขายังไม่ได้รับการเสริมความทนทาน  หลังจากที่เขาลองหยิกไปที่แขนขวาตนเอง  ก็รู้สึกได้ถึงความเหนียวและทนทานที่เพิ่มขึ้น  จากนั้นก็ใช้นิ้วชี้ข้างขวาถูไปที่คมหอกอย่างแรง  ปรากฏว่ามีเพียงลอยขีดสีขาวจางๆเท่านั้น บนนิ้วเขาไม่ได้ทิ้งรอยแผลไว้“ อย่างน้อยข้าก็ใช้แขนข้างนี้ป้องกันคมอาวุธได้ ” เหยี่ยนฮ่าวคิดในแง่ดี บางทีเจอกันครั้งหน้า เขาน่าจะลองขอลูกปัดวิญญาณจากหลวงจีนมารเพิ่มดู  แต่ตอนนี้เขาคงต้องนอนหลับพักฟื้นร่างกาย  รอจนถึงตอนเช้าเมื่อไหร่ค่อยหาทางหนีออกจากป่าแห่งนี้พรึบ!หลังจากที่เขาเอนหลังนอนลงกับพื้น  สายตาก็เหลือบมองขึ้นไปเห็นเด็กหญิงตัวเล็กสวมชุดสีแดง กำลังก้มหน้ามองลงมาที่เขาพอดี  …ตอนนี้ใบหน้าของเด็กหญิงนั้นดูน่ารักเป็นอย่างมาก  นางได้รับดวงตาที่สวยงามกลับคืนมา และริมฝีปากก็ไม่ได้ถูกเย็บติดกันอีกต่อไป  เสียดายที่ยังมีกลิ่นไอมารที่น่าหวาดกลัวเหมือนเช่นเดิม  ทำให้รับรู้ได้ว่านางไม่ใช่มนุษย์ เมื่อได้สบตากับเด็กหญิง  เหยี่ยนฮ่าวก็รู้สึกพูดอะไรไม่ออกเล็กน้อย  นางมองมาที่เขาเหมือนต้องการอะไรบางอย่างจากตัวเขา  จากที่ลองคิดไปถึงของต่างๆที่อยู่ในตัว ก็ไม่น่าจะมีอะไรดึงดูดปีศาจสีเลือดได้เลยซักชิ้นลูกปัดวิญญาณแค้นก็ใช้ไปหมดแล้ว  ตอนนี้ในตัวเขาเหลือเพียงของใช้ส่วนตัว กับราชันโอสถเท่านั้น ซึ่งจากที่หลวงจีนมารบอกไว้ปีศาจสีเลือดก็ใช้โอสถไม่ได้อยู่แล้ว “ จะว่าไปตั้งแต่ตอนแรกที่เจอกัน นางก็มุ่งความสนใจมาที่เขาคนเดียว  แต่มันก็ไม่ใช่เพราะความประสงค์ร้าย แถมนางยังปกป้องเขาจากผีสาวและผีทหารหัวขาดอีก ”หรือว่านางแตกต่างจากปีศาจสีเลือดตนอื่น… เหยี่ยนฮ่าวนึกไปถึงตอนที่หลวงจีนมารบอกว่า  ตัวท่านนั้นเป็นผู้เปลี่ยนให้หลานสาวของตนกลายเป็นวิญญาณสีเลือด  แต่ตามที่เขาได้รู้มาดวงวิญญาณที่ไม่สมบูรณ์นั้นไม่อาจเปลี่ยนเป็นวิญญาณแค้นได้ อย่าว่าแต่จะเป็นปีศาจสีเลือดเลย“ เคล็ดจิตอาชูร่า”ดวงตาของเหยี่ยนฮ่าวทอประกายสีแดง ตั้งแต่ที่มีความก้าวหน้าขึ้นอีกขั้น เขาน่าจะใช้ประโยชน์จากมันได้ดีขึ้นภาพดวงจิตสีแดงขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นในสายตาของเหยี่ยนฮ่าว“ อืม…มันน่าจะใหญ่กว่าเดิมเกือบสองเท่าได้ละมั้ง ” เหยี่ยนฮ่าวแอบเหงื่อตกเล็กน้อย คงเป็นเพราะนางได้หลอมรวมดวงวิญญาณของตัวเองจนสมบูรณ์แล้ว พลังของนางจึงเพิ่มขึ้นมาก!!“ นั่นมัน…คล้ายกับว่ามีเศษชิ้นส่วนหยกอันเล็กๆ ซ่อนอยู่ตรงใจกลางดวงวิญญาณของนางเลย ” เมื่อเขาลองเพ่งความสนใจไปที่เศษชิ้นส่วนนั้น ก็ได้พบความเชื่อมโยงบางอย่างกับดวงวิญญาณของตัวเองทันใดนั้น คำพูดของชายชราที่เป็นผู้พิทักษ์วังมังกรแคว้นฉู่ ก็ดังก้องเข้ามาในความคิดหรือว่านี่คือ…ชิ้นส่วนดวงวิญญาณของข้า…