เหตุใดข้ามาอยู่ในร่างขององค์ชายไร้ค่า

    บทที่ 22

    บทที่ 22 ภาพของเปลวเพลิงกำลังลุกไหม้ได้สะท้อนอยู่ภายในดวงตาทั้งสองที่กำลังจ้องมองอยู่ด้านบนของกำแพงเมืองที่สูงกว่าสิ่งก่อสร้างปกติหลายเท่า กลิ่นควันไฟและกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่ว ขนาดที่หยางหลงนั้นยืนอยู่ด้านบนกำลังเช่นนี้เขายังสามารถได้กลิ่นพวกนั้นอย่างชัดเจนเลย เสียงกรีดร้องที่ร้องชัดเจนขึ้นเมื่อหยางหลงได้ขึ้นมายืนอยู่ด้านบนกำแพง ดวงตาอันเฉียบคมของเขาเริ่มสังเกตไปที่บ้านเรือนที่กำลังถูกไฟลุกไหม้อยู่นั้น “ มันเกิดอะไรขึ้นกัน... ” ....... ร้องกรีดร้องมากมายทั้งของสตรีของเด็กหรือแม้กระทั่งบุรุษได้ปะปนกันจนแยกไม่ออก สถานที่แห่งนี้เป็นบ้านเรือนที่ชาวเมืองที่ยากจนได้ปลูกเอาไว้อาศัยอยู่ภายนอกกำแพงเมืองหลวง พวกเขานั้นไม่มีเงินมากพอที่จะสามารถเข้าไปใช้ขีวิตในรั้วเมืองหลวงได้ พวกเขาจึงตัดสินใจสร้างบ้านเรือนอยู่บริเวณโดยรอบกำแพงแทน แต่บัดนี้บ้านเรือนเหล่านั้นกำลังลุกไหม้ไปด้วยเปลวเพลิง บรรยากาศที่ควรจะเย็นกำลังดีในยามค่ำคืนกลับร้อนรุ่มเพราะเปลวไฟเหล่านั้น เหล่าผู้คนที่กำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่างอยู่อย่างอลหม่าน กลุ่มคนชุดดำราวๆยี่สิบคนกำลังรุกรานเหล่าชาวบ้านเหล่านี้อยู่ ภายในมือของพวกเขานั้นต่างถือกระบี่ไล่ฆ่าเหล่าบุรุษที่ยังคงหลงเหลืออยู่ พวกมันช่วยกันจับตัวเหล่าสตรีและพวกเด็กๆมามัดรวมกันไว้ตรงกลางหมู่บ้าน บุคคลลึกลับพวกนี้เป็นผู้ใดกันมิไม่ผู้ใดรับรู้ พวกเขาเข้ามาสร้างความกวาดกลัวให้กับหมู่บ้านแห่งนี้อย่างไรสาเหตุ หลังจากเสียงกรีดร้องเหล่านั้นดังอยู่นานมันก็ได้เงียบลง แม้ว่าเปลวเพลิงจะยังคงลุกไหม้อยู่แต่เสียงกรีดร้องที่ดังลั่นนั้นก็ได้เงียบลงไปเหลือไว้แต่เพียงเสียงสะอื้นของเราชาวบ้านที่โดนจับตัวไว้ทั้งหมด ชาวบ้านนับร้อยที่ส่วนใหญ่นั้นเป็นสตรีกับเด็กเล็กและคนแก่ เหลือเพียงบุรุษเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังคงถูกจับมามัดในขณะที่ยังมีลมหายใจ กลุ่มบุคคลปริศนาชุดดำเหล่านี้ได้ยืนล้อมรอบกลุ่มชาวบ้านที่กำลังถูกจับมัดรวมกันเอาไว้ น้ำตาของสตรีและเด็กเล็กได้ไหลลงมาดวงตาของพวกเขายังไม่หยุด เหล่าบุรุษที่ยังคงหลงเหลือภายในใจของพวกเขาแล้วก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้น คนพวกนี้ไม่บอกทั้งจุดประสงค์และเหตุผลที่ตนเองนั้นก็ทำเช่นนี้กับพวกเขา พวกมันต่างช่วยกันเผาทำลายบ้านเรือนและข้าวของ ของชาวบ้านเหล่านี้ พวกเขานั้นฐานะยากจนทั้งบ้านเรือนและข้าวของที่มีอยู่กว่าพวกเขานั้นจะสร้างกันมาได้ก็ใช้เวลาเกือบทั้งชีวิต้ เมื่อมองเห็นสิ่งเหล่านั้นกำลังถูกทำลายไปต่อหน้าภายในอกนั้นเจ็บราวกับถูกมีดน้ำมันเล่นแทง “ ฮ่าๆๆๆๆ ” บุรุษชุดดำผู้หนึ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นหัวหน้าของกลุ่มคนพวกนี้ได้หัวเราะออกมาดังลั่นด้วยความสะใจ “ พวกเจ้าวางใจเสียเถอะ ต่อจากนี้พวกเจ้าได้ใช้ชีวิตอยู่กันอย่างสุขสบาย พวกผู้ชายก็จะมีงานทำที่เหมืองแร่ ส่วนผู้หญิงและเด็กก็จะถูกนำไปมอบให้แก่เหล่าขุนนาง แต่ว่าพวกคนแก่เขาจะช่วยส่งพวกเจ้าไปปรโลกให้เร็วขึ้นเอง ” ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคำสั่งที่หลุดออกมาจากปากของบุรุษพรุ่งนี้มันเป็นคำสั่ง ผู้ที่กระทำการได้อย่างอุกอาจเช่นนี้มีเพียงคนของราชวงศ์เท่านั้น เมื่อเป็นเช่นนั้นก็มิแปลกที่ชาวบ้านมากมายต่างสู้บุคคลลึกลับพวกนี้ไม่ได้ บุรุษวัยฉกรรจ์ของหมู่บ้านแห่งนี้ก็มีมากมายพอสมควรเมื่อคิดจะสู้แต่ก็กลับถูกสังหารจนสิ้น บุรุษในชุดดำพวกนี้เป็นทหารที่ถูกฝึกมาเป็นอย่างดีของราชวงศ์ มิแปลกที่เหล่าชาวบ้านที่มีจำนวนมากกว่าหลายเท่านั้นครับสู้ไม่ได้ ในความสิ้นหวังของเหล่าชาวบ้านพวกนี้ เสียงเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมากลางเสียงหัวเราะอย่างสะใจของเหล่าบุรุษชุดดำ “ ข้านึกว่าผู้ใดมาก่อปัญหาขึ้นที่แท้ก็สุนัขรับใช้ของราชวงศ์นั้นเอง” เสียงนั้นดังขึ้นพร้อมกับบุรุษชุดขาวงามสง่าได้ปรากฏตัวลงมาจากฟากฟ้ายามราตรี ร่างของบุรุษผู้นั้นที่ลอยตกลงมาบริเวณชาวบ้านที่กำลังถูกมัดรวมกันเอาไว้ เสียงหัวเราะของเหล่าชายชุดดำที่กำลังหัวเราะอย่างสะใจได้หยุดชะงักไป ดวงตาของพวกเขาในจ้องมองบุรุษชุดขาวที่ปรากฏตัวขึ้นมากลางวงล้อมของพวกเขา “ เจ้าว่าเยี่ยงไรนะ ” ชายชุดดำที่คาดว่าน่าจะเป็นหัวหน้าของกลุ่มคนเหล่านี้ได้เอ่ยถามด้วยใบหน้าที่ไม่พอใจนัก “ ข้าพูดว่าข้านึกว่าผู้ใดกันมาก่อนปัญหาในขณะที่ข้านั่งกำลังดื่มสุรายังเพลิดเพลินใจอยู่ ที่แท้ก็พวกสุนัขรับใช้ของราชวงศ์นี่เอง ” หยางหลงเลยออกมาด้วยรอยยิ้ม คำพูดของเขานั้นทำให้บุรุษชุดดำเหล่านี้เริ่มมีอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้นมาทันควัน “ เจ้า!!! บังอาจยิ่งนัก ” บุรุษผู้ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มได้คำรามขึ้นพลางกับใช้กระบี่ของตนเองนั้นพุ่งตรงเข้าทำร้ายหยางหลง ดวงตาของหยางหลงมองคงกระบี่ที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่กระพริบตา กระบี่นั้นแฝงด้วยลมปราณแต่มันก็อยู่ในระดับกลางสำหรับเขา มันทั้งเชื่องช้าและไร้ความเฉียบคม เมื่อคมกระบี่นั้นเข้ามาใกล้ๆร่างกาย หยางหลงใช้เพียงนิ้วมือของเขาฟาดลงไปที่กลางกระบี่อย่างเบาๆ กระบี่ที่ทำมาจากโลหะนั้นก็หักเป็นสองท่อน มือที่ว่างเปล่าอยู่ได้คว้าคมกระบี่ที่หักลอยอยู่กลางอากาศ เขาได้ใช้มันแทงทะลุเข้าไปคอหอยของบุรุษผู้นั้น ฉึก!!! บุรุษที่น่าจะเก่งที่สุดในหมู่คนพวกนี้ก็สิ้นชีวิตลงเพียงพริบตาเดียว บุรุษในชุดดำที่เหลือนั้นต่างตื่นตระหนกพวกเขานั้นเริ่มมีความรู้สึกหวาดกลัวกับบุรุษชุดขาวที่ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าของพวกเขาแล้ว “ พวกเจ้าคงไม่คิดว่าข้าจะยอมปล่อยพวกเจ้าไปหรอกนะ ” หยางหลงกลข่าวอย่างเยือกเย็น หลังจากนั้นเสียงหัวเราะอันสะใจของเราบุรุษในชุดดำก็ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็นเสียงกรีดร้องแทน หยางหลงเริ่มการสังหารหมู่เขานั้นได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและใช้เพียงมือเปล่าสังหารพวกนั้นไปทีละคนทีละคน แม้จะกรีดร้องมากสักเท่าไหร่ก็ไม่มีผู้ใดที่จะช่วยได้ จนสุดท้ายแล้วบุรุษชุดดำเหล่านั้นก็กลายเป็นซากศพเลือดสีแดงได้ไหลนองไปทั่วพื้น ร่างกายของหยางหลงเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด บุรุษชุดสีขาวได้เดินกลับมาตรงจุดที่พวกชาวบ้านนั้นถูกมัดรวมกันอยู่อย่างใจเย็น เขานั้นก้าวเดินอย่างช้าจนมาหยุดลงตรงกลุ่มชาวบ้าน เขาได้นำกระบี่ของเหล่ามือของบุรุษพวกนั้นถือกลับมาด้วย หยางหลงได้ช่วยตัดเชือกที่มัดร่างกายของพวกชาวบ้านเอาไว้อยู่ นั้นทำให้เหล่าชาวบ้านหลุดพ้นจากพันธนาการ ......................... เมื่อรอไปสักพักเปลวเพลิงที่กำลังลุกไหม้อยู่นั้นก็ได้มอดดับลงเหลือเพียงซากบ้านเรือนที่ถูกไม่จนดำเป็นเถ้าถ่าน หยางหลงได้ยืนอยู่กับเหล่าชาวบ้านที่กำลังโศกเศร้ากับเรื่องที่เกิดขึ้น สตรีบางคนนั้นสูญเสียผู้เป็นสามีไป เด็กน้อยบางคนที่สูญเสียผู้เป็นบิดาไป คนแก่บางคนที่สูญเสียบุตรชายของตนเองไป ความโศกเศร้าเหล่านี้คงจะไม่หายไปภายในชั่วข้ามคืน “ พวกเราไม่เหลืออะไรกันแล้ว ” ชายชราผู้หนึ่งได้เอ่ยพร้อมกับเสียฃสะอื้น บัดนี้เหล่าชาวบ้านกำลังสิ้นหวังพวกเขานั้นต่างนั่งคอตกอยู่กับพื้น ท่าทางที่หมดซึ่งชีวิตนั้นแสดงออกมาอย่างเห็นได้ชัด หยางหลงที่ยืนมองอยู่อย่างห่างๆตอนแรกเขานั้นจะยืนมองห่างๆแล้วจากไปเท่านั้น แต่เมื่อมองสภาพของผู้คนที่กำลังสิ้นหวังเช่นนี้เขาก็อดจะยื่นมือเข้าไปช่วยไม่ได้จริงๆ เมื่อก่อนเขานั้นเห็นใบหน้าของคนที่ทำธุรกิจและไม่ประสบความสำเร็จมามากมาย ใบหน้าของพวกเขานั้นไม่ต่างจากชาวบ้านเหล่านี้เลยสักนิด หยางหลงได้เดินเข้าไปหากลุ่มชาวบ้านที่กำลังสิ้นหวัง เมื่อได้เห็นว่าบุรุษที่ผู้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพวกเขากำลังเดินเข้ามาชายชราคนนั้นก็ได้เอ่ยออกมาอย่างนอบน้อม“ ข้าน้อยขอบคุณชายท่านนี้มากจริงๆที่เข้ามาช่วยพวกข้าน้อยเอาไว้ ” นั้นเป็นมารยาทถึงแม้พวกเขาจะกำลังเสียใจอยู่ แต่พวกเขาก็ไม่ลืมมารยาทของตนเองควรจะแสดงออกมา “ ทำไมพวกท่านถึงบอกว่าไม่เหลืออันใดแล้วกันละ ” หยางหลงได้เอ่ยถามขึ้นขนาดที่กำลังยืนเผชิญหน้ากำลังเหล่าชาวบ้านที่กำลังนั่งหมดหวัง “ ก็ทั้งดูแล้วทั้งบ้านและของต่างๆของที่พวกข้าสร้างมาทั้งชีวิตบัดนี้ทุกอย่างถูกเผาทำลายจนสิ้น ” ชายชราพูดอย่างเจ็บใจน้ำตาของเขานั้นไหลออกมาจากดวงตาตลอดเวลาขนาดที่กำลังสนทนาอยู่ “ ท่านคิดว่าของพวกนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของพวกท่านจริงๆงั้นหรือ ” หยางหลงเอ่ยพลางปรายสายตาไปมองบ้านเรือนที่เหลือเพียงซาก เสียงสะอื้นของเหล่าชาวบ้านก็หยุดลง ดวงตาของพวกเขานั้นจับจ้องไปที่หยางหลงอย่างไม่ละสายตา “ พวกท่านนั้นยังเหลือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตอยู่....นั้นก็คือชีวิตของพวกท่านอย่างไรละ” คำพูดของหยางหลงนั้นแทงลึกเข้าไปภายในใจของพวกเขา ทั้งเรือนบ้านและทรัพย์สินต่างหาใหม่ได้แต่ชีวิตนั้นมีเพียงแค่หนึ่ง ไม่สามารถสร้างหรือย้อนคืนมันกลับมาได้ แต่นั้นมันก็ช่วยพวกเขาได้เพียงครู่ ความรู้สึกสิ้นหวังก็กลับมาอีกครั้ง “ ก็จริงอย่างที่คุณชายพูด....แต่ว่าพวกข้าไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นใหม่เช่นไรดี ” ชายชราเอ่ยอย่างท้อแท้ “ ข้าจะบอกทางให้กับพวกท่าน พวกท่านจงเดินทางที่อยู่ทางทิศนู้นซะ ที่แห่งนั้นมีหมู่บ้านที่ชื่อว่าหมู่บ้านห้าธาตุอยู่ ” หยางหลงเอ่ยพลางใช้ปลายนิ้วของตนชี้ตรงไปทางด้านนู้น “ พวกท่านช่วยหาน้ำหมึกและพู่กันกับกระดาษที่อาจจะหลงเหลืออยู่กองเพลิงแห่งนี้มาให้ข้า ” “ ข้าจะเขียนจดหมายแนะนำไปให้พวกท่าน เมื่อไปถึงที่หมู่บ้านแห่งนั้นแล้วนำจดหมายของข้าไปให้กับบุรุษที่มีชื่อว่า กุ้ยตาน ซะเจ้านั้นเป็นคนดูแลหมู่บ้านนั้นแทนข้า ” เมื่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาของพวกชาวบ้านก็เปล่งประกายไปด้วยความหวังอีกครั้ง “ ขอบพระคุณท่านมากคุณชาย!!! ” เหล่าชาวบ้านต่างกล่าวพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง จบบท