ดังนั้นเขาจึงรีบสลัดความคิดเ่าั้ทิ้งไป
แต่ตอนนี้สหายซูเป็ภรรยาของเพื่อนรักของเขาแล้วก็ถือว่าไม่เสียหาย อย่างน้อยก็ไม่ได้ตกไปอยู่ในมือของคนอื่น
เซียวหยวนิเอ่ยถามเสียงเ็า“พวกนั้นเป็ใคร?”
หลี่ต้าเฉวียนมองไปรอบๆแต่ไม่ได้พูดอะไร
ในขณะนั้นเองเสียงเยาะเย้ยก็ดังขึ้น “สหายซูหน้าตาสะสวยแต่จิตใจคงจะตรงกันข้าม ชอบหว่านเสน่ห์ไปทั่ว ดูยังไงก็เป็มากรัก เซียวหยวนิเมื่อคืนสหายซูยังบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่หรือไม่? ระวังจะเก็บรองเท้าเก่าๆ[1] มาได้นะ”
แววตาของเซียวหยวนิเ็าลงทันทีเขาจ้องมองหลี่เอ้อร์โก่วที่พูดขึ้นมาด้วยสายตาเย็นะเื“นายกล้าพูดซ้ำอีกครั้งไหม?”
อย่าคิดว่าเขาไม่รู้ว่าไอ้หลี่เอ้อร์โก่วคนนี้ก็ชอบเจียวเจียวเขาเคยช่วยเจียวเจียวทำงานหลายครั้งด้วยความกระตือรือร้นเขาเป็พวกที่กินองุ่นไม่ได้ก็บอกว่าองุ่นเปรี้ยวชัดๆ!
หลี่เอ้อร์โก่วได้ยินแบบนั้นก็โมโหขึ้นมาทันทีเขายกเสียงขึ้นตวาดลั่น “พูดก็พูดสิ!นายนึกว่าสหายซูอยากแต่งงานกับนายจริงๆ เหรอ? เธอแค่มองนายเป็ทางผ่านเท่านั้นแหละพอเธอได้กลับไปเมืองหลวงเมื่อไร เธอจะต้องไปหาคู่หมั้นของเธอแน่!ถึงตอนนั้นนายก็ไม่ต่างผ้าขี้ริ้วเก่าๆ ที่ถูกทิ้งขว้างหรอก!”
เปรี้ยง!
คำพูดของเขาดุจสายฟ้าฟาดลงกลางใจของเซียวหยวนิทำให้เขานิ่งงันอยู่กับที่ ใบหน้าดำมืดราวกับมีเมฆฝนปกคลุม
เพราะทำงานมาทั้งเช้าเสื้อกล้ามของเซียวหยวนิจึงเปียกชุ่มแนบไปกับแผ่นหลังและหน้าท้องประกอบกับสีหน้าดุดันเ็าของเขาแม้แต่หลี่ต้าเฉวียนที่มองอยู่ยังต้องกลืนน้ำลายด้วยความหวาดกลัว
เซียวหยวนิจู่ๆก็โยนเคียวในมือทิ้ง แล้วก้าวเท้าตรงไปยังหลี่เอ้อร์โก่วทันที
หลี่ต้าเฉวียนเห็นท่าไม่ดีจึงรีบยื่นมือไปขวาง แต่แรงของเซียวหยวนินั้นมากเกินไป เขาไม่สามารถหยุดยั้งได้กลับถูกปัดกระเด็นไปด้านข้างแทน
เซียวหยวนิเป็คนที่มีพละกำลังมากที่สุดในหมู่บ้านปกติงานฆ่าหมูในหมู่บ้านก็เป็เขาที่เป็คนลงมือ หากเป็งานแบกหาบชายอื่นในหมู่บ้านทำได้มากสุดหนึ่งร้อยห้าสิบจินแต่เซียวหยวนิคนนี้สามารถแบกข้าวสาลีได้ถึงสองร้อยจิน!
เขาก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพื่อนของเขาคนนี้ที่โตมาในหมู่บ้านเดียวกันแท้ๆทำไมถึงได้ตัวสูงใหญ่และดุดันราวกับสิงโต ส่วนเขากลับผอมแห้งเหมือนลิงลมเช่นนี้?
เฮ้อ!
อย่าได้นำคนไปเปรียบเทียบกันเลยมีแต่จะทำให้ตนเองขุ่นข้องหมองใจ!
เมื่อมองใบหน้าที่ดำมืดและดวงตาที่เ็าดุจมีดของเซียวหยวนิหลี่เอ้อร์โก่วพลันตัวสั่นเทา เขารู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่เอ่ยคำพูดเ่าั้ออกไป…
ไม่กี่ก้าวเซียวหยวนิก็เดินมาถึงหน้าหลี่เอ้อร์โก่ว และเหวี่ยงหมัดออกไปอย่างไร้ความปรานี
“ตู้ม!”
เสียงกระแทกดังขึ้นอย่างชัดเจน
เครื่องนวดข้าวข้างตัวหลี่เอ้อร์โก่วพลันแตกเป็เสี่ยงๆกระจายเกลื่อนพื้น
บนแผ่นไม้ชิ้นหนึ่งปรากฏรูหมัดขนาดใหญ่!
หลี่เอ้อร์โก่วเบิกตากว้างด้วยความใจ้องมองเซียวหยวนิราวกับเห็นปีศาจ
หมัดที่กำแน่นของเซียวหยวนิมีเืไหลหยดลงมาเขาจ้องมองหลี่เอ้อร์โก่วด้วยสายตาที่มืดมิดและเ็า ก่อนจะเอ่ยเตือนเสียงต่ำ“ครั้งหน้าถ้ายังกล้าปากพล่อยอีก ฉันจะต่อยปากนายให้เละ!”
หลี่เอ้อร์โก่วถูกสายตาที่ดุดันของเขาจ้องมองก็ใจนหดคอไม่กล้าเอ่ยอะไรอีก
เซียวหยวนิไอ้คนบ้าเื!
เขาแค่พูดไปสองสามคำเอง!
แต่เขาสู้เซียวหยวนิไม่ได้จริงๆ!ั้แ่เด็กจนโตที่เคยทะเลาะกับเซียวหยวนิ เขาไม่เคยชนะเลยสักครั้ง!
หัวหน้ากองผลิตหลี่เกินเซิงได้ยินเสียงดังจึงเดินเข้ามาเมื่อเห็นแผ่นไม้บนพื้น และเครื่องนวดข้าวที่พังเสียหาย ก็เผยสีหน้าปวดใจ“นี่มันอะไรกัน? เกิดอะไรขึ้นกันแน่? เครื่องนวดข้าวอยู่ดีๆ ทำไมถึงพังได้? ใครเป็คนทำ?”
หลี่เอ้อร์โก่วอยากจะฟ้องแต่เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบกับสายตาอำมหิตของเซียวหยวนิจึงเผลอเม้มริมฝีปากเข้าหากัน เขาจำต้องกล้ำกลืนคำพูดที่กำลังจะหลุดจากปากกลับลงไปและแสดงสีหน้าเ็ปราวกับจะร้องไห้
หลี่ต้าเฉวียนรีบเอ่ย“พวกเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น มันตกลงมาเอง”
เซียวหยวนิหยิบแผ่นไม้บนพื้นขึ้นมาจัดเรียงอย่างเงียบๆไว้ข้างๆ“เดี๋ยวตอนกลางวันผมจะมาซ่อมเองครับ”
เขาทิ้งคำพูดนั้นไว้ก่อนจะหันหลังกลับไปยังทุ่งข้าวสาลีของตนเองเพื่อทำงานต่อ
แต่หัวใจของเขากลับไม่อาจสงบลงได้เลย
เขารู้ว่าเจียวเจียวไม่ชอบเขาแต่สุดท้ายเธอก็ยอมแต่งงานกับเขา เขาอยากจะรั้งเธอไว้แต่ก็รู้ว่าการทำเช่นนั้นเป็เื่เห็นแก่ตัว
ยามค่ำคืนในฐานะคู่สมรสใหม่และยามเช้าที่ได้ใช้เวลาร่วมกัน ทำให้เขาััได้ถึงความสุขที่แท้จริงเขาเลือกที่จะเมินเฉยต่ออนาคต และพยายามหลอกตัวเองว่าเจียวเจียวได้เปลี่ยนไปแล้วเธอคงจะไม่เล่นกับความรู้สึกเขาเหมือนอย่างเคยและจะไม่ข้องเกี่ยวกับชายใดในหมู่บ้านอีกต่อไป
แต่คำพูดของหลี่เอ้อร์โก่วเหมือนไม้เท้าที่ฟาดลงบนหัวทำให้เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมา สติพลันแจ่มชัด
เมื่อคิดถึงตรงนี้เซียวหยวนิก็รู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบหัวใจของเขาทำให้เขารู้สึกเ็ปจนแทบจะหายใจไม่ออก
มือของเขายังคงทำงานไม่หยุดการเกี่ยวข้าวนั้นก็รวดเร็วขึ้นตามไปด้วย…
….
อีกด้านหนึ่งที่บ้านพักของยุวชน ซูเจียวเจียวกำลังเก็บข้าวของและเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะไปเก็บบัตรแลกอาหารและสิ่งของอื่นๆ ให้เข้าที่ แต่ในวินาทีถัดมาเธอก็ชะงักไป
ซอสเนื้อของเธอหายไปไหน?
ผงนมมอลต์ของเธอหายไปครึ่งหนึ่งได้อย่างไร?
อีกอย่างเธอยังจำได้ว่าก่อนหน้านี้เธอเคยเอาของไปแลกไข่ไก่มาสิบฟอง กินไปแล้วสองฟองก็ควรจะเหลือแปดฟองสิ แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่สองฟอง…
แม้แต่น้ำตาลทรายแดงก็เหลือเพียงไม่ถึงครึ่งซอง
สีหน้าของซูเจียวเจียวพลันดำมืดลงทันที
ในเวลานั้นก็มีเสียงพูดคุยดังขึ้นในลาน ซูเจียวเจียวรู้ว่าพวกยุวชนที่ทำงานเสร็จแล้วกลับมาตอนนี้เป็เวลาที่พวกเขากลับมาทำอาหารเช้า
หลังจากกินอาหารเช้าถ้ายังมีเวลาเหลือ ก็ยังสามารถพักผ่อนได้อีกสักพัก
ซูเจียวเจียวก้าวออกจากห้องเดิมทีคนเ่าั้กำลังคุยและหัวเราะกันอยู่แต่เมื่อเห็นซูเจียวเจียวก็เงียบลงทันที ทุกคนมองเธอด้วยสายตาประหลาดใจ
ซูเจียวเจียวในวันนี้แตกต่างจากวันก่อนๆที่ผ่านมา แต่ก่อนเธอจะใส่แต่ชุดกระโปรง และแต่งตัวสวยงามสะดุดตาเสมอ
แต่วันนี้เธอสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีเทากางเกงขายาวสีดำ ถักเปียสองข้าง ใบหน้าค่อนข้างซีดเซียวและอ่อนเพลียดูเหมือนจะพักผ่อนไม่เพียงพอ
“เจียวเจียว ทำไมเธอถึงกลับมาเร็วจัง? คืนเข้าหอเมื่อคืนเธอกับเซียวหยวนิเป็ยังไงบ้าง?เขาแกล้งเธอหรือเปล่า?”
ท่ามกลางผู้คนมีเด็กสาวสวมชุดกระโปรงผ้าฝ้ายลายดอกไม้สีน้ำเงินคนหนึ่งเดินออกมาเธอมองซูเจียวเจียวด้วยสีหน้ากังวล แต่ในแววตากลับแฝงไปด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย
นี่หล่อนถูกกลั่นแกล้งหลังจากแต่งงานกับเซียวหยวนิแล้วใช่ไหม?
เมื่อได้ยินดังนั้นสีหน้าของทุกคนก็แตกต่างกันออกไป
แววตาของยุวชนหญิงเผยความสะใจ
สมน้ำหน้า!
ใครใช้ให้เธอชอบไปโปรยเสน่ห์ให้ผู้ชายไปทั่วเล่า!
ส่วนบนใบหน้าของยุวชนชายกลับแสดงความเสียดายสหายซูคิดไม่ตกถึงขั้นยอมแต่งงานกับชาวนาเธอไม่รู้หรือไงว่าเมื่อแต่งงานในชนบทแล้ว ก็จะไม่มีวันได้กลับเมืองหลวงอีก?ถึงตอนนั้นถ้ามีลูกอีก ก็ยิ่งไปไหนไม่ได้แล้ว…
น่าเสียดายจริงๆ!
ซูเจียวเจียวหาได้ใส่ใจสายตาที่หลากหลายของฝูงชนไม่เธอเหลือบมองใบหน้าของพวกเขาอย่างเฉยเมยแล้วสุดท้ายก็มองไปยังเด็กสาวที่พูดขึ้นมาคนแรก คิ้วของเธอเลิกขึ้นเล็กน้อย“โจวเม่ย เธอเอาซอสเนื้อของฉันไปใช่ไหม? แตะต้องผงนมมอลต์ของฉันและขโมยไข่ของฉันไปกินด้วยใช่ไหม?”
สีหน้าของโจวเม่ยแข็งค้างไปชั่วขณะเธอรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็ปกติ แล้วบีบรอยยิ้มออกมา“เจียวเจียว เธอเข้าใจผิดแล้ว…”
ขณะพูดเธอก้าวเข้าไปใกล้ หมายจะคว้าแขนซูเจียวเจียวเหมือนเช่นเคยแต่กลับถูกซูเจียวเจียวเบี่ยงตัว หลบไปได้
ซูเจียวเจียวจ้องมองเธอด้วยสีหน้าไม่เป็มิตร“อย่ามาทำเป็สนิทกับฉัน ฉันอนุญาตให้เธอแตะต้องของของฉันหรือ?”
[1]รองเท้าเก่า เป็คำด่าที่ค่อนข้างแรง ใช้ด่าคนที่มั่วสุมทางเพศหรือมีพฤติกรรมสำส่อน (ส่วนมากใช้ด่าผู้หญิงที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย)มีความหมายคล้ายกับคำว่า "หญิงชั่ว" หรือ "คนง่าย" ในภาษาไทย