เกี้ยวรักท่านอ๋อง ฉบับชายาข้ามมิติ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 34 เจ้าเพลาลงหน่อย

           หลังจากที่หรงซิวตัดแขนของทหารผู้นั้นออก สีหน้าของเขาก็ยังคงนิ่งสงบ เขาค่อยๆ หยิบผ้าเช็ดหน้าออกจากแขนเสื้อช้าๆ เช็ดดาบอย่างระมัดระวังหลังจากที่มันดื่มเลือดมา


            ผ้าเช็ดหน้าสีขาวถูกย้อมเป็นสีแดงในทันใด


            เว้นแต่ทหารยามผู้นั้นที่ล้มลงกับพื้นคร่ำครวญแล้วก็ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากอันใดอีก


            ความเงียบที่คืบคลานเข้ามา ทำให้ผู้คนหายใจไม่ออกและอึดอัดนัก แม้แต่ไทเฮาเองก็ยังไม่รู้ว่าจะรับมือกับสถานการณ์ปัจจุบันเช่นไร


            นางมองดูหรงซิวที่เติบโตมา แม้ว่าปกติหลานชายผู้นี้จะเคารพและเชื่อฟังนาง แต่เมื่อเขาโหดเหี้ยมขึ้นมา แม้กระทั่งนางก็ไม่อาจจะเข้าไปยุ่งด้วยได้


            มิเช่นนั้น นางคงจะไม่ยอมให้เขาอภิเษกกับอวิ๋นอี้


            หรงซิวเช็ดดาบเสร็จ ไม่ได้ใส่มันกลับเข้าฝักแต่กลับหันดาบเข้าหาทหารยามอีกครั้ง “ข้าจักถามเจ้าอีกครั้ง ผู้ใดสั่งให้เจ้ามาที่นี่?”


            ทหารยามตกใจกลัวจนสั่นไม่หยุด น้ำตานองหน้า แลดูน่าสมเพชยิ่งนัก


            หรงซิวแววตาสงบนิ่ง "มิเช่นนั้น ข้าจะเอาขาเจ้าไปอีกข้าง"


            "พูดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ทหารยามทนแรงกดดันไม่ไหว รีบตะโกนออกมา "ข้าพูดแล้ว! เป็นคุณหนูซู นางบอกให้ข้ามารอที่นี่ บอกว่าจะมีสตรีตามมา"


            "สตรีผู้ใดที่จะตามมา?" หรงซิวยิ้มยะเยือก มองไปที่ซูเมี่ยวเออร์


            ทหารไม่กล้าที่จะพูดคลุมเครือ กัดฟันแล้วหลับตา โพล่งออกมา “พระชายาเจ็ด!”


            เรื่องมาถึงเช่นนี้ ชัดเจนเสียยิ่งกระไร ทุกคนล้วนอยู่ในวัง มิมีผู้ใดโง่เขลา


            ซูเมี่ยวเออร์รักหรงซิวแต่มิอาจครอบครอง ยิ่งเข้ากันไม่ได้กับพระชายาเจ็ดอวิ๋นอี้ เป็นเรื่องที่ทุกคนก็รู้กัน แต่สิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึงก็คือ คุณหนูที่ดูจะแสนดีสูงส่ง กลับมีจิตใจที่โสมมเช่นนี้ แม้กระทั่งเรื่องที่ชั่วช้าเช่นนี้ยังทำได้ลง!


            ทุกคนมองไปที่ซูเมี่ยวเออร์ สายตาแฝงไปด้วยความดูถูกและรังเกียจ


            แม้แต่ไทเฮาก็ต้องส่ายหัวและถอนหายใจ "เมี่ยวเออร์ เจ้าทำให้ข้าผิดหวังยิ่งนัก!"


            "ไม่!" ให้ตายยังไงซูเมี่ยวเออร์ก็ไม่มีทางยอมรับ “ท่านย่าเพคะ! ไม่ใช่ข้านะเพคะ! มีคนใส่ร้ายข้าเพคะ! เมี่ยวเออร์ไม่รู้จักเขาเสียหน่อย!ข้ากับเขาไม่มีความคับแค้นอันใดต่อกัน ข้ามิรู้ว่าเหตุใดเขาถึงใส่ร้ายข้าเช่นนี้!”


            ไทเฮาก็ยังใจอ่อนในที่สุด เห็นซูเมี่ยวเออร์ร้องไห้ปานดอกสาลี่ต้องสายฝน ริมฝีปากที่เกร็งอยู่พลันขยับ


            ทว่าไม่คาดคิดเลยว่าเพลานั้นเอง หรงซิวก็ดุขึ้นมา “พอแล้ว!”


            สายตาทุกคู่มองมาที่เขา เขาเดินไปหน้าซูเมี่ยวเออร์ แล้วเอื้อมมือออกไป ดึงนางขึ้นมาจากพื้น


            "อุก…"


            ซูเมี่ยวเออร์อ้าปากหายใจ มือที่รัดคอนางอยู่แน่นขึ้นเรื่อยๆ แทบจะบีบนางให้ตาย


            นางพยายามใช้มือทั้งสองข้างดึงมือของหรงซิวออก แต่ก็ไร้ประโยชน์ นางมองหรงซิวด้วยน้ำตาคลอเบ้าอย่างทุรนทุราย


            เหตุใด... ถึงทำกับนางเช่นนี้ได้?


            ระหว่างพวกเขา มีความสัมพันธ์ในวัยเด็กที่ยาวนานกว่าสิบปี!


            นางกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว น้ำตาร้อนผ่าวไหลร่วงลงมา


            หรงซิวไม่เฉยเมย โน้มตัวเข้ามาใกล้ ความแข็งแกร่งของเขากดดันนาง เขากัดฟันพูด “ซูเมี่ยวเออร์ เจ้าจงเพลาลงหน่อย หากข้ารู้ว่าเจ้าจะทำอันใดอีก เรื่องมันไม่จบง่ายๆ เช่นวันนี้แน่!"


            เขาผลักนางลงบนพื้นด้วยความรุนแรง แล้วเดินจากไปโดยไม่หันมามองอีก


            จัดการกับซูเมี่ยวเออร์แล้ว หรงซิวยังคงมิอาจปล่อยวาง


            เมื่อนึกถึงอวิ๋นอี้ที่อยู่ในกระโจมที่พัก ความคิดที่หายไปแล้ว ก็พลุกพล่านขึ้นมาอีกครั้ง แม้แต่ฝีเท้าก็เร่งความเร็วขึ้นด้วย


            ก่อนออกไป เขากลัวว่านางจะทำร้ายตนเองจึงทำให้นางสลบไป โดนวางยาเช่นนั้น ไม่เพียงแต่นางที่ทรมาน เขายิ่งทรมานขึ้นไปอีก


            หรงซิวกัดปาก เมื่อคิดว่าอีกครู่หนึ่งจะต้องรับศึกหนัก เขารู้สึกว่าชีวิตช่างลำบากยิ่งนัก


            อวิ๋นอี้ตื่นแล้ว


            ไม่เพียงแค่ตื่น แต่ยังกระสับกระส่ายอีกด้วย


            บรรยากาศที่ละมุนละไม มีอิทธิพลต่อเขาไม่เพียงร้อยเท่าพันเท่า นางบิดเร้าไปซ้ายขวา ร้องครวญด้วยเสียงหวาน


            หรงซิวชาไปทั้งหัว จะเข้าไปปิดปากนาง


            อวิ๋นอี้สังเกตเห็นคนที่กำลังเดินมา นางมองไปที่เขา แววตาที่หยดย้อย ความรู้สึกของวัยหนุ่มคะนองพรั่งพรู


            เขาจะบ้าตายเสียให้ได้!


            หรงซิวสบถอย่างหยาบคาย บอกให้ทหารยามด้านนอกนำน้ำเย็นมาให้ จากนั้นเขาก็อุ้มอวิ๋นอี้ที่คอยจะเกาะเกี่ยวเขาโยนลงไปในอ่าง


            ความร้อนจัดและหนาวจัดปะทะกัน ทำให้นางกรีดร้อง ตัวของนางเปียกไปทั้งตัว


            อวิ๋นอี้อยากจะปีนออกมา แต่หรงซิวกลับดันตัวนางลงอีกครั้งอย่างขุ่นเคือง


            เป็นเช่นนี้ซ้ำๆ หลายครั้ง นางทั้งร้องไห้ทั้งกรีดร้อง ในที่สุดก็ทรุดตัวลงข้างอ่างอย่างอ่อนแรง


            เหนื่อยแล้ว


            จบลงเสียที


            หรงซิวนำนางขึ้นมาจากอ่าง และวัดอุณหภูมิร่างกายนางที่ไม่ร้อนแล้ว ทำให้คนใจชื้นลงได้


            หลังจากผ่านค่ำคืนอันแสนวุ่นวาย ทั้งสองก็นอนลงและผล็อยหลับไป


            หรงซิวที่หลับยาวถึงกลางดึก จู่ๆ ก็ถูกนางที่แนบตัวเข้ามาทำให้ตื่น


            ทำไมนางยังมีอาการอยู่อีก?


            เขาแทบจะร้องออกมา วุ่นวายอยู่หลายครา ตกลงแล้วเป็นเช่นไรกันแน่?


            หรงซิวเรียกคนไปตามหมอมา หลังจากตรวจพบชีพจรแล้ว หมอก็บอกด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ยานี้แรงนักขอรับ มาจากทางชายแดนใต้ ถึงจะบอกว่าเป็นยา แต่เรียกว่าพิษคงจะถูกกว่า วิธีเดียวที่จะล้างพิษได้ก็คือ..."


            หมอหยุดอยู่ตรงนั้น เขามองหรงซิวอย่างลึกซึ้ง นัยน์ตามีเลศนัย


            อภิเษกมาตั้งสามปีแล้วแท้ๆ ฝ่าบาทยังรอการใด?


            หรงซิวเข้าใจความหมายอันลึกซึ้งของเขา จ้องเขม่นไปที่เขา “ออกไปให้พ้น!”


            “ขอให้ฝ่าบาทถอนพิษให้เร็วที่สุด เพื่อสุขภาพของพระชายาขอรับ มิเช่นนั้น ความเสียหายต่อร่างกายจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น” พูดได้เลยว่าหมอเฒ่าใส่ใจชีวิตครอบครัวของพวกเขามาก "หากว่าฝ่าบาทมีปัญหาในด้านนั้นละก็..."


            "รีบกลับออกไปเถิด!" หรงซิวสีหน้ามืดครึ้ม เขาแทบจะถีบหมอเฒ่าออกไปอย่างไม่สนภาพลักษณ์ ชายหนุ่มกัดฟันแน่น


            ดูสิว่าพูดอันใดออกมา ?เขาน่ะหรือมีปัญหาในด้านนั้น?


            เหอะเหอะ สมัยนั้นเขาเป็นเหมือนหมาป่าเหมือนเสือนักล่าเชียวนะ?


            หรงซิวครุ่นคิด มองหญิงสาวที่หน้าแดง แล้วค่อยๆ ถอดเสื้อผ้านางออก มิใช่ว่าเขาไม่อยากทำ เขาเพียงแค่กลัวว่าจะถอนตัวไม่ขึ้น คืนนี้ความต้องการช่างคละคลุ้งเกินไปนัก


            วันรุ่งขึ้นกองทัพกำลังหลักเดินทางกลับเมืองหลวง ฮ่องเต้อวี่ซวนและไทเฮากลับไปก่อน


            หรงซิวต่อสู้ต่อจนรุ่งสาง ได้หลับเพียงครู่หนึ่งแล้วก็ลืมตาขึ้น


            ตอนที่เขาตื่นขึ้น อวิ๋นอี้ยังหลับอยู่ ขนตายาวของนางตกลงบนใบหน้าที่ซีดขาว ดูน่ารักและสดใส หรงซิวอารมณ์ดี สายตาของเขายังคงเลื่อนลงมาจนถึงริมฝีปากชุ่มฉ่ำของนาง


            เขาขมวดคิ้วอย่างช่วยไม่ได้ จูบเข้าที่ปากนางอย่างรวดเร็ว แล้วก็ลุกขึ้นสวมเสื้อผ้า


            เขารู้ว่าต้องรีบกลับไปเมืองหลวง จึงเรียกให้คนเก็บสัมภาระเตรียมไว้ก่อน


            ประมาณครึ่งชั่วยาม ก็มีทหารยามผู้หนึ่งวิ่งเหยาะๆ เข้ามา บอกว่าอวิ๋นอี้ตื่นแล้ว นางบอกให้เขาเข้าไปหา


            ทหารยามบอกว่าอวิ๋นอี้โกรธมาก หรงซิวก็นึกภาพสาวน้อยคนนั้นโกรธฟึดฟัดออก


            เป็นอย่างที่คิด หลังจากที่เขารีบกลับไป ทันทีที่เปิดม่าน ก็เจอจานบินมาจากฝั่งตรงข้าม โชคดีที่เขาคล่องแคล่ว หลบพ้นได้ทัน


            อวิ๋นอี้เห็นว่าเป้าหมายหลบได้ ก็คว้าจานหมึกขึ้นมาขว้างใส่หรงซิวอีกครั้ง "ลองหลบอีกสิเพคะ!"


            นางพูดถึงเช่นนี้แล้ว เพื่อให้นางหายโกรธ หรงซิวจึงไม่หลบและยืนนิ่งๆ


            ดังนั้นจานหมึกจึงกระแทกเข้าที่หน้าผากของเขา หมึกสีดำสนิทพร้อมกับเลือดไหลย้อยลงมา


            ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขา ดูแย่ลงในทันใด


            ในทางกลับกัน อวิ๋นอี้เห็นความเสียหายที่เกิดขึ้น พลันตกตะลึง “ฝ่า...ฝ่าบาทจะไม่ตายใช่หรือไม่?”


            “...…”


            หรงซิวเช็ดมันออกลวกๆ หมึกและเลือดเลือนหายไปแล้ว และหลังจากที่เขาเช็ดมันออกอย่างสะอาด ก็เลิกคิ้วมองนาง "หายโกรธแล้วหรือ?"


            หายบ้ากระไร!


            นางนอนกับเขาอย่างไม่รู้เรื่องไปเสียแล้ว!


            คนที่ทำนางก็ยังหนีไปไม่พูดอันใดตั้งแต่เช้า ทำให้นางทรมานจนยืนขึ้นไม่ไหว


            ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห อวิ๋นอี้ไม่สนอันใดทั้งสิ้น โยนหนังสือออกไปอีกเป็นกอง "หรงซิว ไอ้สัตว์ร้าย! ไอ้ชั่ว!"


            “เจ้าโดนวางยา ข้าไม่มีทางเลือก” หรงซิวอธิบาย “ยาชนิดนั้น หมอบอกว่าต้อง...กับเจ้าเท่านั้น...มิฉะนั้น... "


            เขาจงใจหยุดอยู่ตรงนั้น ดวงตาของเขาเป็นประกาย หวนคิดถึงความตื่นเต้นเมื่อคืน ก็ยิ้มและลูบคาง "เมื่อคืนนี้เจ้ากระตือรือร้นมากเชียวนะ เกาะเกี่ยวกับข้ามิได้หยุด ฮูหยินทำถึงเพียงนั้น หากข้ามิทำให้เจ้าพอใจ ข้าจะนับว่าเป็นบุรุษได้เช่นไร?"


            ถุ้ย!


            ถุ้ยๆๆ!


            ได้ของถูกแล้วยังจะทำเป็นเชื่อฟังอีก! [1]


            อวิ๋นอี้ โมโหจนอยากจะขูดสีหน้าแสนภูมิใจของเขาให้ลาย!


            หรงซิวกังวลว่านางจะไม่เชื่อ ดึงดันจะให้คนไปเรียกหมอหลวงมาเป็นพยาน อวิ๋นอี้จึงหยุดเขา "ช่างมันเถิด"


            ก่อนที่นางจะหมดสติไปเมื่อคืนนี้ นางก็เดาได้ว่านางคงจะถูกวางยาอันใดเทือกนั้น นางเป็นผู้ใหญ่แล้ว แน่นอนว่านางรู้ว่าความกระหายที่รุนแรงขนาดนั้นมาจากที่ใด


            โชคดีที่ทำกับหรงซิว


            ถ้าเป็นผู้อื่น คงจะยุ่งเหยิงไปกว่านี้นัก


            มันเป็นความโชคดีในความโชคร้าย อวิ๋นอี้ปลอบใจตัวเองในแง่ดี


            เมื่อนางจัดการกับความคิดของตัวเองแล้ว ก็ถามหรงซิว "เมื่อคืนฝ่าบาทช่วยข้าไว้หรือเพคะ? ข้าจำได้ว่าข้าเป็นลมไปที่หลังวัง"


            เดิมหรงซิวอยากจะพูดว่าเป็นลู่จงเฉิง แต่ชื่อนี้ติดอยู่ที่คอจึงพูดออกไปไม่ได้ เขาจึงโกหกไป "ข้าเอง"


            อวิ๋นอี้ถอนหายใจอย่างโล่งอก "เรื่องเมื่อคืนทำเป็นว่าไม่มีอันใดเกิดขึ้นก็แล้วกันนะเพคะ คราหลังจำไว้ด้วย ฝ่าบาทยังทำอันใดกับข้ามิได้ทั้งสิ้น ข้ายังมิได้รักท่าน ดังนั้นให้รักษาความสัมพันธ์ดังเมื่อก่อนไว้"


            "ความสัมพันธ์เมื่อก่อนเป็นเช่นไร?" หรงซิวถาม


            “ฝ่าบาทก็คือฝ่าบาท ข้าก็คือข้า ความสัมพันธ์ที่ยังต้องการกระชับความสัมพันธ์”


            “ไม่ให้ข้ารับผิดชอบหรือ?” หรงซิวพูด “ข้ายินดีที่จะรับผิดชอบ”


            “รับผิดชอบหรือ?” อวิ๋นอี้หัวเราะ “ไม่ต้องเพคะ ฝ่าบาทคิดให้มันเบาลง คิดเสียว่าเมื่อคืนฝันไปเพียงเท่านั้น”


            นางพูดจบก็จัดแจงเสื้อผ้า แล้วเดินออกไป


            เมื่อเห็นนางทำตัวราวกับไม่มีอันใดเกิดขึ้น หรงซิวก็มีความรู้สึกแปลกๆ


            หลังจากกลับมาที่จวนในเมืองหลวงจากสนามล่าสัตว์ อวิ๋นอี้ก็บอกว่าง่วง จะกลับไปพักผ่อนที่ห้องก่อน แล้วค่อยตื่นมาทานอาหารเย็น


            หรงซิวมองแผ่นหลังของนางก็รู้สึกหงุดหงิดอีกครั้ง


            เขาไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นกับเขา แต่เขาไม่สบายใจเลย


            ความไม่สบายใจเช่นนี้มาจากท่าทีของอวิ๋นอี้ที่มีต่อเขา นางไม่เค็มหรือจืดชืด [2] ยังคงเหมือนแต่ก่อน


            หรือเป็นเพราะว่ามันเหมือนเมื่อก่อน จึงทำให้หรงซิวไม่พอใจ


            แน่ชัดว่าพวกเขาทำสิ่งที่แนบชิดกันที่สุดไปแล้ว แต่กลับต้องกลับไปสู่ความสัมพันธ์ระยะแรก


            ไม่สมดุลเอาเสียเลย!


            หรงซิวสงบใจลงไม่ได้ จึงรีบวิ่งไปที่ห้องอวิ๋นอี้แล้วลากนางขึ้นมา "อย่าเพิ่งนอน ลุกขึ้น ข้ามีเรื่องจะพูด"


            "เรื่องอันใดเพคะ?" อวิ๋นอี้ปวดเมื่อยไปทั้งตัว นางหรี่ตามองอย่างไร้ความสนใจ "หรงซิว ฝ่าบาทต้องการอันใดเพคะ?"


            "ข้าต้องการให้เจ้ารับผิดชอบข้า" หรงซิวโพล่งออกมา "เรื่องเมื่อคืน ข้าต้องการให้เจ้ารับผิดชอบ อวิ๋นอี้ เจ้าจะทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้"


            เชิงอรรถ


            [1] ได้ของถูกแล้วยังทำเป็นเชื่อฟัง 得了便宜还卖乖 หมายถึง ตัวเองได้ผลประโยชน์แล้วจะทำเหมือนขาดทุน


            [2] ไม่เค็มหรือจืดชืด 不咸不淡 หมายถึง ปกติ ธรรมดา



    คล้ายกับเรื่องเกี้ยวรักท่านอ๋อง ฉบับชายาข้ามมิติ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498