กำเนิดใหม่ กับครอบครัว ที่แสน [จะ] ธรรมดา [มั้ง]

    No.14 ฝึกฝนครอบครัว

    หลังจากผ่านพ้นเรื่องราวและเหตุการณ์ต่างๆมาได้หนึ่งอาทิตย์ น็อกก็เริ่มทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันทั้งหมดได้มากขึ้น แต่ครอบครัวเขานั้นยังไม่ค่อยชินเท่าไหร่ เพราะเมดสาวทั้ง 7 นั้นเรียกได้ว่าทำงานทุกอย่างภายในบ้านแทนหมด และพวกเธอทุกคนก็มีหน้าที่ต่างๆ อย่างไอซ์ เป็นบอร์ดี้การ์ดส่วนตัวของพ่อ เอิร์น เป็นบอร์ดี้การ์ดส่วนตัวของแม่ ไนท์ เป็นบอร์ดี้การ์ดส่วนตัวของลิลลี่ ส่วนเฟิร์นคอยทำหน้าที่สังเกตุการณ์ และสามสาวที่เหลือ ทำงานบ้าน ทำอาหาร และคอยดูแลความปลอดภัยของคนในบ้าน
    ส่วนห้องพักพวกเธอก็คือห้องลิลลี่ แล้วลิลลี่ก็ต้องย้ายไปนอนห้องของน็อกแทน และวันนี้ก็เป็นวันเสาร์ น็อกจึงกะว่าจะใช้เวลาวันหยุดนี้ให้คุ้มค่าที่สุด แต่ช่วงไปเรียนเขาก็แปลกใจเล็กน้อยเพราะ นพ กับ พรีม ดันไม่มาเรียนทั้งอาทิตย์เลย
    ช่วงอาทิตย์ก่อน
    น็อกมอบโอสถสวรรค์เก้าฟ้า ให้แม่ของเขาเพื่อรักษาสมดุลเส้นชีพจร และฟื้นฟูสภาพร่างกายให้สมบูรณ์ จนกลับมาเป็นปกติ จากนั้นเขาก็กลับไปใช้ชีวิตเหมือนเช่นเคย เรียนๆโดดๆ จนผ่านเวลาไป วันๆ แล้วเขาก็ได้รับเงินจากลุงจอร์นอีกครั้ง หลังจากหักจาก 200 ล้านที่ลุงจอร์นเคยมอบไว้ให้คราแรกแล้ว คราวนี้เขาได้เพิ่มอีกบัญชีละ 800 ล้าน น็อกใช้เงินไม่เก่งอยู่แล้ว จึงดองเอาไว้ก่อน
    ในช่วงหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาน็อกทำภารกิจอย่างบ้าคลั่งเลยทีเดียวทั้งในโรงเรียน นอกโรงเรียน และ ตามซอกหลืบต่างๆ [กระทืบอันธพาลอ่ะนะ] จนมีแต้มสีขาวขึ้นมาเป็น 3,000 และแต้มสีดำ 500,000 แต้ม คราวก่อนเขาใช้แต้มสีขาวสุ่มของ 1,500 แต้ม ที่ได้จากภารกิจช่วยครอบครัวเขา ในช่วงที่เขาหมดค่าโชคพอดี ทำให้ได้พลาสเตอร์ปิดแผลมา 13 อันรวดจนเขาแทบช็อค และมาได้ลูกอมเพิ่มโชค 1 เม็ด กับ น้ำยาเสียงสวรรค์ 1 ขวด เขาจึงตั้งใจจะเก็บแต้มสีขาวให้มากที่สุดตลอด 1 อาทิตย์นี้ และใช้ลูกอมเพิ่มโชคช่วยสุ่ม เพราะเขาดวงซวยมาก
    ส่วนน้ำยาเสียงสวรรค์ที่ได้มาก็ทำให้น็อกถึงกับคิดออกขึ้นมาทันที ว่าเพราะอะไรน้ำยาเสียงสวรรค์ถึงไม่มีผลอะไรกับเขาเลย ระบบก็เลยช่วยไขข้อข้องใจให้ว่า "เพราะน้ำเสียงของเขาห่วยมากเป็นพิเศษ อย่างน้อยต้อง 3 ขวด ถึงจะเปลี่ยนเป็นเสียงสวรรค์ได้ เปรียบเทียบง่ายๆคือ ต่อให้เป็นคนที่น้ำเสียงห่วยที่สุดในโลก ก็ยังเป็น 10/100 ถ้าเป็นคนที่น้ำเสียงดีที่สุดในโลกก็ 68/100 [อย่าง เสวี่ย เยวี่ยน ยัง 53/100 เลย] แต่น้ำเสียงของเขาคือ -40 หลังจากที่เขากินไปครึ่งขวดนั้นเหลือ -15 เพราะน้ำยาเสียงสวรรค์นั้น 1 ขวดเพิ่ม 50" น็อกก็เข้าใจได้ทันที ถ้าหากเขากินอีกครึ่งขวดที่เหลือจากคราวก่อน น้ำเสียงเขาจะเทียบเท่ากับคนที่น้ำเสียงห่วยที่สุดในโลกตอนนี้ และเมื่อกินอีกขวด ก็จะดีขึ้นมาระดับนึง ก็เลยจัดรวดเดียวเลย แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าเสียงมันเหมือนเดิม ก่อนจะเลิกสนใจ
    น็อกหยิบเอาลูกอมเพิ่มโชคมากิน ปรากฏว่ารอบนี้ค่าโชคของเขานั้นสูงมากถึง 184 แต้ม ก่อนจะรีบใช้แต้มสีขาว 3,000 แต้ม สุ่มของรัวๆ ทันที ปรากฏว่า รอบนี้เขาได้
    พลาสเตอร์ ปิดแผล 7 อันน้ำยาเพิ่มเสน่ห์ 100 แต้ม [ถาวร] 1 ขวด ลูกอมเพิ่มโชคแบบสุ่ม 3 เม็ด Lucky Box ระดับต่ำ 2 กล่อง Lucky Box ระดับสูง 1 กล่อง แหวนแรงโน้มถ่วง 1 เท่า 2 วงทักษะลับบ่มเพาะพลัง 4 ทักษะทักษะลับก้าวเท้า 4 ทักษะแก่นลมปราณหยินพิสุทธิ์ 3 อันแก่นลมปราณหยางพิสุทธิ์ 2 อันหินปราณฟ้าสวรรค์ 1 ก้อน
    น็อกนั่งมองของแต่ละอย่างแบบงงๆ เพราะมันเริ่มจะมีของที่เขาไม่ค่อยรู้จักเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ แล้ว ก่อนจะเรียกดูคำอธิบาย ของข้อมูลต่างๆ กับของที่พึ่งได้มา
    ทักษะลับ บ่มเพาะพลัง มี 4 ทักษะ ทักษะลับ หยกพิสุทธิ์ = ทักษะบ่มเพาะที่หายสาบสูญ [สำหรับผู้หญิง]ทักษะลับ เหมันต์ไร้ใจ = ทักษะบ่มเพาะที่หายสาบสูญ [สำหรับผู้หญิง]ทักษะลับ เก้าสุริยัน = ทักษะบ่มเพาะที่หายสาบสูญ [สำหรับผู้ชาย]ทักษะลับ เพลิงทมิฬกาล = ทักษะบ่มเพาะที่หายสาบสูญ [สำหรับผู้ชาย]ทักษะลับก้าวเท้า มี 2 ทักษะทักษะลับ เดินชมจันทร์ 3 เล่ม = ทักษะก้าวเท้าที่หายสาบสูญทักษะลับ เงาภูติวิญญาณ 1 เล่ม = ทักษะก้าวเท้าที่หายสาบสูญ
    แก่นลมปราณหยินพิสุทธิ์ = คุณสมบัติ ใช้ผสานเข้ากับร่างกายมนุษย์ เพื่อสร้างแก่มลมปราณในตัว ธาตุหยิน [หญิง] เพื่อฝึกฝนลมปราณได้แก่นลมปราณหยางพิสุทธิ์ = คุณสมบัติ ใช้ผสานเข้ากับร่างกายมนุษย์ เพื่อสร้างแก่มลมปราณในตัว ธาตุหยาง [ชาย] เพื่อฝึกฝนลมปราณได้หินปราณฟ้าสวรรค์ = คุณสมบัติ ผู้ฝึกตนสามารถดึงพลังปราณที่อัดแน่นภายในหิน มาช่วยเสริมการบ่มเพาะพลังได้ เป็นเวลา 3 ชั่วโมง ไม่จำกัดจำนวนคน จากนั้นต้องรออีก 3 วันจึงจะใช้ได้อีกครั้ง
    *หมายเหตุ* "ท่านคนเดียวที่ไม่สามารถใช้งานได้ และต้องฝึกฝนเองหรือใช้ Point ในการอัพระดับการบ่มเพาะเท่านั้น"
    "อา...เอิ่ม..!!? คือของที่ได้รอบนี้สำหรับคนในครอบครัวกับคนอื่นๆสินะ" น็อกอดที่จะบ่นไม่ได้ ถึงแม้มันจะช่วยให้ครอบครัวเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่มันควรจะมีของให้เขาบ้างสิ ก่อนจะเหลือบไปมองเห็น แหวนแรงโน้มถ่วงเข้า แถมในคำอธิบายยังบอกว่าช่วยในการฝึกฝนอีก น็อกก็ลองสวมทันที
    "ตุ๊บบบ!!!?"
    "อะไรฟร่ะเนี่ยยยย.....ไม่ใช่การฝึกรับแรงโน้มถ่วงของโลกหรือไง???"
    จู่ๆ ร่างของน็อกก็ทรุดลงก้นจ้ำเบ้าทันทีที่สวมใส่แหวน เขาพยายามจะฝืนร่างกายให้ลุกขึ้น แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ครั้นจะถอดแหวนออก ก็ทำไม่ได้อีกเช่นกัน ก่อนจะเอ่ยถามระบบอย่างยากเย็น
    "เฮ้ย!! เจ้าระบบทำยังไงถึงจะถอดแหวนนี่ได้"
    "ท่านต้องรอครบ 1 อาทิตย์ก่อนจึงจะถอดได้"
    "แล้วทั้งอาทิตย์จะให้นอนอยู่เฉยๆแบบนี้หรือไงฟร่ะ"
    "ท่านสามารถเดินลมปราณเพื่อปรับสภาพร่างให้คงที่ เพื่อรับแรงโน้มถ่วงได้ จะช่วยให้ ค่าพลังกาย ค่าความเร็ว ค่าปราณ จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก"
    "เวรเอ้ยยย!!! ต้องมาทรมาณแบบนี้เป็นอาทิตย์ ตรูใช้ Point ฝึกสบายกว่าเยอะเลยนะ"
    "ท่านจะได้รับรู้ว่าการฝึกฝนของจริงนั้นหนักหนาสาหัสเพียงใด นี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวถ้าเทียบกับการฝึกตนของคนทั่วไปที่ได้เผชิญ ตัวท่านในตอนนี้หากไม่มีตัวช่วย ชีวิตของท่านไม่แม้แต่จะก้าวข้ามผ่านสิ่งใดใดได้เลย"
    น็อกที่ฟังถึงกับสลดทันที "มันแดกดันตรูด้วย" แต่ก็จริงอย่างที่ว่า หากไม่มีระบบ อย่างเก่งเขาก็คงเป็นได้เพียงนักเลงข้างถนนเท่านั้น ไม่สามารถช่วยเหลือ หรือ ปกป้องใครได้ทั้งนั้น ก่อนจะเริ่มคิดได้
    "ขอบใจนะ ที่ช่วยเตือนสติ" เพราะหากเขายังคงฝึกฝนแบบสบายๆ ต่อไปเรื่อยๆ คงไม่มีทางที่จะสู้คนที่เค้าตั้งใจฝึกฝนจริงๆ เป็นแน่ แล้วเขาจะปกป้องครอบครัวได้ยังไง ก่อนที่จะรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดฝืนร่างกายให้นั่ง และเริ่มโคจรลมปราณชั่วครู่ ก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินลงไปหาครอบครัวของเขา ด้วยสภาพร่างกายที่แข้งขาสั่นตลอดเวลาเพราะแรงโน้มถ่วงคอยกดดันร่างของเขา
    เมื่อน็อกลงมาถึง เขาก็พยายามเดินไปอย่างปกติที่สุดเพื่อจะไปนั่งที่โต๊ะอาหาร ในขณะที่กำลังจะนั่ง ข้าว น้ำ แจน ที่จับสัมผัสถึงความแปลกไปของเจ้านายตน ก็รีบร่ายอักขระไปที่เก้าอี้ทันที ท่ามกลางความแปลกใจ ของครอบครัว 
    "พี่จ๋า ทำไมต้องร่ายอักขระเสริมแกร่งให้เก้าอี้ของพี่ด้วยคร่าา??" ลิลลี่ถามออกไปด้วยใบหน้าไร้เดียงสา พ่อกับแม่ของน็อกเองก็แปลกใจเช่นกัน
    "พอดีพี่กำลังฝึกฝนร่างกายนิดหน่อยน่ะ" น็อกพยายามตอบให้เป็นปกติที่สุด เขารู้สึกว่าปากของเขาวันนี้นั้นหนักเป็นพิเศษ
    หลังจากนั้นทุกคนก็ลงทานข้าวกันตามปกติ โดยมีข้าวเป็นคนทำอาหาร ส่วนน้ำ กับ แจนนั้น เพียงยกมาเสิร์ฟ ครอบครัวก็เริ่มจะชินชากับเหตุการณ์นี้แล้วเลยไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ 
    เมื่ออาหารมื้อค่ำนี้หมดไป น็อกก็เริ่มเอ่ยเกี่ยวกับแผนการเขาทันที "ผมอยากให้ทุกคนทำลายทักษะบ่มเพาะเดิม และ แก่นลมปราณเดิมที่มีอยู่ครับ"
    "อะไรนะ!!!!?"
    ท่ามกลางความตกใจของคนภายในบ้าน การทำลายทักษะบ่มเพาะเดิมนั้นไม่มีปัญหา เพราะสามารถหาทักษะบ่มเพาะมาฝึกฝนใหม่ได้ แต่การทำลายแก่นลมปราณเท่ากับว่าจะกลายเป็นคนที่ไม่สามารถฝึกฝนลมปราณได้อีก ก่อนที่ทุกคนจะหายตกใจ แม่ของน็อกรีบเอ่ยถามหาเหตุผลทันที "แม่ไม่ค่อยเข้าใจ ลูกช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยได้ไหม"
    "ครับ พอดีผมสามารถสร้างแก่นลมปราณใหม่ให้กับพ่อ แม่ และลิลลี่ ได้ มีแก่นลมปราณหยินพิสุทธิ์ 2 ชิ้น และ แก่นลมปราณหยางพิสุทธิ์ มันจะช่วยยกระดับพลังของทุกคนได้ และผมมีทักษะบ่มเพาะที่สาบสูญอีก 3 ทักษะ จะมอบให้ทุกคนด้วย"
    "ลูกไปหาแก่นลมปราณมากจากไหน แล้วทักษะพวกนั้นอีก" เป็นพ่อของน็อกเอ่ยถามอย่างสงสัย
    "ก็ในความทรงจำของบรรพบุรุษสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ไงครับ" น็อกเลือกที่จะโกหกออกไป เพราะในคราที่แล้ว ที่เจ้าสำนัก เสวี่ย เยวี่ยน กางม่านพลัง เพื่อไม่ให้ครอบครัวของน็อกได้ยินสิ่งที่พวกเขาคุยกัน พอเจ้าสำนักกลับไป ครอบครัวของเขาก็พยายามซักถามอย่างต่อเนื่อง และสุดท้ายเขาก็ใจอ่อนเพราะน้องสาวตัวดีดันบีบน้ำตาร้องไห้แล้วบอกว่า "พี่ไม่เห็นพวกเราเป็นครอบครัวหรือค่ะ ถึงปิดบังพวกเรา" น็อกก็จำใจต้องเล่าเรื่องทั้งหมดให้ครอบครัวฟัง
    ทุกคนในครอบครัวคิดเพียงครู่นึง ก็ตอบตกลงทันที ก่อนจะทำลายทักษะบ่มเพาะเดิม และแก่นลมปราณ ส่วนเมดสาวทั้ง 7 ก็ทำหน้าที่ในการเฝ้าระวังรอบๆ ทันที หลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้น น็อกก็เริ่มทำการผสานแก่นลมปราณให้ทุกคน ขั้นตอนนี้ค่อนข้างจะเจ็บปวดมาก แต่น่าแปลกที่ใบหน้าและแววตาของทุกคนไม่ปรากฏอาการใดใดเลย เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น
    น็อกก็เริ่มถ่ายทอดทักษะโดยการ นำมือไปทาบที่ศีรษะของแต่ละคน และทักษะการบ่มเพาะพร้อมวิธีฝึกฝน ก็ไหลเข้าสู่ความทรงจำของทุกคนในทันที พ่อของเขา ได้รับทักษะลับ เพลิงทมิฬกาล และแม่ของเขาได้รับทักษะลับ เหมันต์ไร้ใจ ส่วนลิลลี่ ได้รับ ทักษะลับ หยกพิสุทธิ์ ทุกคนต่างตกตะลึง เพราะในตอนนี้พวกเขาเข้าสู่ระดับ ดินแดนมนุษย์ ขั้นที่ 9 แล้ว ทั้งที่เมื่อก่อนกว่าที่จะขึ้นระดับ ดินแดนมนุษย์ ขั้นที่ 1 ได้ หากมีทรัพยากรอย่างน้อยก็หลายเดือน
    น็อกที่เห็นอาการตกตะลึงในครอบครัว ก็อดที่จะยิ้มอย่างมีความสุขไม่ได้ ก่อนจะยื่นหินปราณฟ้าสวรรค์ ให้กับแม่ของเขา และอธิบายเล็กน้อย ทุกคนถึงกับอ้าปากหวอทันที เพราะคงไม่มีใครเคยคิดว่า แค่ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากการเป็นคนธรรมดาจะกลับมาอยู่ในระดับดินแดนมนุษย์ได้รวดเร็วเช่นนี้ แถมยังมีทรัพยากรดูดซับลมปราณที่ไม่มีวันหมดอีก เมื่อเห็นทุกคนที่กำลังตั้งใจจะบ่มเพาะพลังต่อ น็อกจึงยื่นแหวนแรงโน้มถ่วงให้อีกคนละวง โดยให้พวกเขาสวมใส่หลังจากดูดซับพลังปราณจากหินปราณฟ้าสวรรค์จนครบกำหนดเวลา
    หลังจากน็อกกลับขึ้นห้องนอนของเขา ก็ทำการตรวจสอบสิ่งของที่มี และเห็นว่ายังมีอีกหนึ่งทักษะที่เขายังไม่ได้เรียน นั่นคือ ทักษะเบิกเนตรราชันย์ จึงทำการเรียนทันที และเตรียมพร้อมทีจะรับความเจ็บปวด แต่ทว่า คราวนี้กลับไม่มีอาการเจ็บปวดใดใดเกิดขึ้นเลย ก่อนที่น็อกจะเริ่มรู้สึกเหมือนกับโลกหมุนไปมา จนพะอืดพะอมพร้อมกับตาลายพร่ามัว เริ่มควบคุมสติไม่ได้ และสุดท้าย
    "ต รู ม่ า ย ไ ด้ เ ม า น ะ เ ฟ้ ย ย ย ย ย... เอิ้กกก!!!!"
    "อ้วกกกกกกกก!!!?? แหวะ!!!"