ตอนที่สิบเอ็ด บทเพลงที่บรรเลงเคียงข้าง
หลายสัปดาห์หลังจากที่เอเดนเริ่มฟื้นตัวจากความเศร้า ร้านซ่อมเครื่องดนตรีของเขากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เสียงค้อนกระทบโลหะเบาๆ เสียงสายไวโอลินที่ถูกปรับแต่ง และเสียงกีตาร์ที่กำลังถูกซ่อมแซม ดังก้องไปทั่วร้านอย่างคุ้นเคย เอเดนยังคงไปพบเมโลดี้ที่คลินิกตามนัด แต่การบำบัดของพวกเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว มันไม่ใช่การเยียวยาาแที่สดใหม่ แต่เป็การค่อยๆ สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับจิตใจของเอเดน เมโลดี้ไม่ได้เป็เพียงจิตแพทย์อีกต่อไป
แต่กลายเป็ส่วนหนึ่งที่สำคัญในชีวิตประจำวันของเขา เป็ผู้ที่รับฟัง เข้าใจ และเป็แรงผลักดันให้เขาก้าวเดินต่อไป
ความสัมพันธ์ของพวกเขาก่อร่างสร้างตัวขึ้นอย่างเป็ธรรมชาติและอ่อนโยน เมโลดี้มักจะแวะมาที่ร้านของเอเดนหลังจากเลิกงาน ไม่ใช่ในฐานะจิตแพทย์ แต่ในฐานะเพื่อนที่ปรารถนาดี บางครั้งเธอก็ช่วยจัดเรียงเครื่องมือ หรือ เพียงแค่นั่งเงียบๆ มองเอเดนทำงาน ความเงียบระหว่างพวกเขานั้นไม่ได้อึดอัด แต่กลับเต็มไปด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้ง บางครั้งพวกเขาก็ไม่จำเป็ต้องพูดอะไรกันเลย เพียงแค่มองตากัน ก็สามารถรับรู้ถึงความรู้สึกที่อีกฝ่ายมีได้
วันหนึ่ง เมโลดี้มาที่ร้านของเอเดนพร้อมกับตะกร้าสานใบเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยผักสดและ เนื้อสัตว์
“คุณเอเดนคะ คืนนี้ฉันอยากชวนคุณมาทานอาหารเย็นที่บ้านฉันค่ะ”
เมโลดี้เอ่ยชวนด้วยรอยยิ้มที่สดใส
“ฉันจะทำอาหารเองค่ะ”
เอเดนแปลกใจเล็กน้อย เขาไม่เคยคิดว่าเมโลดี้จะชวนเขาไปที่บ้านส่วนตัวของเธอมาก่อน
“เอ่อ... ผมเกรงใจนะครับ”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะ” เมโลดี้ยิ้ม
“ถือว่าเป็การฉลองที่คุณอาการดีขึ้นมากแล้วไงคะ”
คำชวนของเมโลดี้ทำให้หัวใจของเอเดนเต้นระรัวอย่างประหลาด เขาไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไรดี แต่ความรู้สึกตื่นเต้นและอบอุ่นก็เข้ามาแทนที่ความลังเล
“ถ้าอย่างนั้น... ผมขอช่วยทำอาหารด้วยนะครับ” เอเดนตอบ
“ดีเลยค่ะ!” เมโลดี้กล่าวอย่างร่าเริง
“เจอกันตอนหนึ่งทุ่มนะคะ”
เมื่อค่ำคืนมาเยือน เอเดนเดินทางมาถึงคลินิกของเมโลดี้อีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้เดินเข้าไปในห้องทำงาน แต่เดินตรงไปยังบ้านพักที่อยู่ด้านหลังคลินิก บ้านหลังเล็กๆ ที่ดูอบอุ่นและมีสวนดอกไม้เล็กๆ อยู่หน้าบ้าน แสงไฟสีนวลส่องสว่างออกมาจากหน้าต่าง ทำให้บ้านดูน่าอยู่ยิ่งขึ้น
เมโลดี้เปิดประตูต้อนรับเอเดนด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน เธอสวมผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้ ทำให้เธอดูเป็ธรรมชาติและน่ารักกว่าที่เอเดนเคยเห็น
“มาแล้วเหรอคะคุณเอเดน” เมโลดี้กล่าว
“เข้ามาเลยค่ะ”
เอเดนก้าวเข้าไปในบ้าน กลิ่นหอมของอาหารลอยอบอวลไปทั่วบ้าน ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่นอย่างประหลาด ภายในบ้านตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่มีรสนิยม มีชั้นหนังสือขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยหนังสือหลากหลายประเภท มีเปียโนตัวเล็กๆ ตั้งอยู่มุมห้อง และมีภาพวาดสีน้ำแขวนอยู่บนผนัง ซึ่งส่วนใหญ่เป็ภาพวิวธรรมชาติและดอกไม้
“คุณเมโลดี้ทำอาหารบ่อยไหมครับ”
เอเดนกล่าวขณะที่เดินตามเมโลดี้เข้าไปในห้องครัว
เมโลดี้หัวเราะเบาๆ “ไม่ค่อยบ่อย แต่ก็พอทำได้ค่ะ วันนี้เราจะทำพาสต้าซอสมะเขือเทศกับสเต๊กปลาแซลมอนกันค่ะ”
พวกเขาใช้เวลาส่วนหนึ่งในการทำอาหารร่วมกัน เอเดนช่วยเมโลดี้หั่นผัก เตรียมส่วนผสม และปรุงอาหาร พวกเขาสลับกันพูดคุย สลับกันหัวเราะ เสียงหัวเราะของเมโลดี้สดใสและไพเราะ ทำให้เอเดนรู้สึกสบายใจอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“คุณเอเดนมีความสุขกับการทำอาหารไหมคะ” เมโลดี้ถามขณะที่เธอกำลังคลุกเคล้าซอสพาสต้า
เอเดนยิ้ม “ครับ ผมไม่เคยคิดเลยว่าการทำอาหารจะสนุกขนาดนี้”
“การได้ทำอะไรที่เราชอบร่วมกับคนที่เราสบายใจ มันเป็ความสุขที่แท้จริงนะคะ”
เมโลดี้กล่าว สายตาของเธอสบกับเอเดนโดยบังเอิญ ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วห้องครัว มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของพวกเขาทั้งสองเท่านั้นที่ยังคงดังอยู่
เอเดนรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย เขามองเห็นความอ่อนโยน ความเข้าใจ และความเข้มแข็งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าของเมโลดี้ เมโลดี้ไม่ได้เป็เพียงจิตแพทย์ของเขาอีกต่อไปแล้ว เธอกลายเป็คนสำคัญในชีวิตของเขา เป็คนที่เข้าใจเขามากที่สุด และ เป็คนที่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัย
พวกเขาไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ความรู้สึกที่ส่งผ่านสายตานั้นชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
หลังจากอาหารเย็น พวกเขานั่งคุยกันที่ระเบียงบ้านใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา อากาศยามค่ำคืนเย็นสบาย มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ลอยมาตามลม บรรยากาศเงียบสงบและเป็ส่วนตัว
“คุณเมโลดี้มีความฝันอะไรอีกไหมครับ” เอเดนถามขึ้นมา
เมโลดี้ยิ้ม “ฉันมีความฝันที่จะเห็นผู้คนมีความสุขค่ะ อยากให้ทุกคนได้พบกับความสงบสุขในจิตใจ”
“เป็ความฝันที่สวยงามมากเลยนะครับ” เอเดนกล่าว
“ผมเชื่อว่าคุณทำได้แน่นอนครับ
“คุณเอเดนล่ะคะ” เมโลดี้ถามกลับ
“คุณมีความฝันอะไรบ้างไหมคะ”
เอเดนเงียบไป เขานึกถึงความฝันของเขาที่จะขยายร้านซ่อมเครื่องดนตรีให้ใหญ่ขึ้น และ เปิดคอร์สสอนซ่อมเครื่องดนตรี แต่ตอนนี้ เขามีความฝันอีกอย่างหนึ่ง
ที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในใจ
“ผม... ผมอยากจะมีความสุขครับ"” เอเดนตอบเสียงแ่ “อยากจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข... กับคนที่ผมสบายใจด้วย”
เมโลดี้มองเอเดน ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเข้าใจ เธอเอื้อมมือไปจับมือของเอเดนเบาๆ มือของเอเดนยังคงเย็นเฉียบ แต่เขาก็ไม่ได้ดึงมือกลับ ความรู้สึกอบอุ่นแล่นผ่านปลายนิ้วของพวกเขาทั้งสอง
“ฉันก็อยากให้คุณมีความสุขนะคะคุณเอเดน” เมโลดี้กล่าว
“ฉันอยากเห็นคุณยิ้ม... อยากเห็นคุณกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง”
เอเดนหันมามองเมโลดี้ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ความรักที่เคยปิดตายในใจของเขา เริ่มต้นที่จะเบ่งบานอีกครั้งอย่างช้าๆ มันไม่ใช่ความรักที่เร่าร้อนเหมือนที่เขามีให้ในอดีต แต่มันเป็ความรักที่อบอุ่น อ่อนโยน และ เต็มไปด้วยความเข้าใจ มันเป็ความรักที่ค่อยๆ ซึมซาบเข้าไปในหัวใจที่เคปิดตาย
ของเขา
เมโลดี้เองก็รู้สึกถึงความรู้สึกที่คล้ายกัน เธอเห็นความอ่อนโยน ความจริงใจ และความเข้มแข็งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเงียบขรึมของเอเดน เธอเห็นความพยายามของเขาในการต่อสู้กับความเ็ป และการที่เขากำลังค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากความมืดมิด
เธอเริ่มมองเอเดนไม่ใช่แค่ในฐานะผู้ป่วย หรือผู้ชายที่เกี่ยวข้องกับอดีตของเธอ แต่ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในหัวใจของเธอ ช่องว่างที่เคยถูกทิ้งไว้จากการจากไปของคนที่เธอรัก
พวกเขาไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่ความรู้สึกที่ส่งผ่านสายตาและััที่อบอุ่นนั้นชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
แสงจันทร์สาดส่องลงมาต้องพวกเขา ทำให้เงาของพวกเขาทอดยาวออกไปบนสนามหญ้า มันเป็ภาพที่สวยงามและอบอุ่น ราวกับกำลังบอกว่าแม้ความมืดมิดจะเคยปกคลุม แต่แสงสว่างแห่งความหวังก็ยังคงอยู่เสมอ
Alice คนชอบทะเล