บทที่5.แอบเมียงมอง
หลังจากรับอาหารเช้าทั้งคาวทั้งหวานเรียบร้อยแล้วซินโหยวก็เอ่ยขึ้นเพื่อขออนุญาตบิดาเดินทางไปไหว้พระที่อารามหรูอี้
“ท่านพ่อเ้าคะข้าจะขออนุญาตท่านไปไหว้พระที่อารามหรูอี้เพื่อขอพรเ้าค่ะ”
“อืม อารามหรูอี้บนเขาิซานสินะไม่ไกลจากเมืองหลวงมากนัก” ท่านแม่ทัพใหญ่หยางเอ่ยทวนชื่อสถานที่ในหัวก็คิดถึงเส้นทางในการเดินทางไปด้วย
“หากน้องรองจะไปรอพี่ใหญ่ว่างก่อนดีหรือไม่พี่ใหญ่จะพาเ้าไปเอง”หยางซินฟงเอ่ยขึ้นด้วยไม่อยากให้น้องสาวของตนเองเกินทางลำพัง
“ข้าคิดว่าอีกสามวันข้างหน้าจึงจะไปไหว้พระเ้าค่ะพี่ใหญ่สะดวกหรือไม่เ้าคะ” หากพี่ชายนางเดินทางไปด้วยก็ดีทีเดียวจะได้อุ่นใจแต่หากไม่สะดวกก็หาเป็อันใดไม่เพราะอย่างไรนางคิดว่าบิดาและพี่ชายจะต้องส่งคนดูแลนางแน่นอน
“อีกสามวันหรือ”
“เ้าค่ะตอนนี้ข้าคิดว่าจะไปหาซื้อของมาเตรียมไว้ก่อนเ้าค่ะ”
“อีกสามวันมีฝึกซ้อมแบบกระบวนการศึกฝ่าาจะเสด็จมาทอดพระเนตรด้วยน่ะสิ” ท่านแม่ทัพใหญ่กล่าวขึ้นมา
“เช่นนั้นท่านพ่อกับพี่ใหญ่หาได้ต้องกังวลให้ทหารองครักษ์ไปคุ้มครองข้าก็พอแล้วเ้าค่ะอารามหรูอี้ไม่ได้ไกลมากเดินทางไม่ถึงสองชั่วยามก็ถึงแล้วหนทางก็หาได้ลำบากไปกลับใช้เวลาไม่นานเ้าคะ”
“อืมเอาเช่นนั้นก็ได้พอจะคัดคนไปคุ้มกันเ้าให้”
“ขอบคุณท่านพ่อเ้าคะ”เมื่อได้รับอนุญาตจากท่านพ่อแล้วซินโหยวก็เดินกลับเรือนบุปผาของตนเองทันที
ส่วนทางด้านคุณหนูรองจวนตระกูลหยาง หยางไป๋เฉียนนั้นกำลังออกมานอกจวนเพื่อไปพบสหายที่นัดแนะกันไปนั่งดื่มน้ำชากันที่โรงน้ำชาหอมหมื่นลี้ก่อนหน้านี้ท่านแม่ของนางที่บอกว่ารู้สึกไม่ค่อยสบายไล่ให้นางออกไม่ต้องคอยอยู่ดูแล
เฮอะเหตุใดนางจะไม่รู้กันว่าท่านแม่กำลังเรียกร้องความสนใจจากท่านพ่ออยู่น่าเบื่อชะมัด ท่านพ่อก็ไม่ค่อยจะสนใจพวกนางแม่ลูกอยู่แล้วส่วนพี่ใหญ่ก็ไม่ค่อยได้พูดคุยเพราะเอาแต่บ้าคลั่งฝึกทหารมาั้แ่เด็กยิ่งพี่รองยิ่งไม่ต้องพูดถึงวันๆเอาแต่อยู่ในเรือนกับต้นไม้ดอกไม้เป็สตรีที่สุดแสนจะเรียบง่ายและน่าเบื่อวันๆไม่เคยออกจากจวนอีกหน่อยก็ไม่แคล้วต้องเป็สาวเทื้อขึ้นคานเป็แน่สู้นางก็ไม่ได้ทั้งงดงามทั้งมีสหายคนรู้จักมากมายอีกหน่อยก็ต้องได้แต่งให้บุรุษที่เป็ขุนนางใหญ่หรือไม่ก็องค์ชายสักพระองค์เป็แน่
หยางไป๋เฉียนคิดเพ้อไปเองพร้อมหัวเราะออกมาน้อยๆอย่างมีจริตเกินวัย ถึงแม้ว่านางกับท่านแม่จะต่างคนต่างอยู่กับไม่ยุ่งวุ่นวายกับหยางซินโหยวผู้เป็บุตรสาวของฮูหยินใหญ่แต่สตรีก็ยังคงเป็สตรีอยู่วันยังค่ำจิตใจที่อิจฉาไม่้าเป็รองผู้ใดและอยากเอาชนะไม่้าเห็นใครได้ดีกว่าตนเองนั้นไม่อาจหายไปได้ดังนั้นหยางไป๋เฉียนจึงมักแข่งกับพี่สาวต่างมารดาผู้นี้อยู่เสมอแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ให้ความสนใจเลยก็ตาม…
ตำหนักชินอ๋อง
“รายงานท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”ตูเฉิงและลู่ฟงองครักษ์คนสนิททั้งสองที่ถูกสั่งให้ส่งคนไปตามดูแลคุณหนูตระกูลหยางได้ขอเข้าพบมู่หรงอ๋องหลังจากที่ได้รับรายงานจากองครักษ์เงามา
“ว่ามา”
“เรียนท่านอ๋องยามนี่คุณหนูหยางไป๋เฉียนกำลังจะออกไปนอกจวนพ่ะย่ะค่ะหากว่าท่างอ๋อง้าพบกระหม่อมคิดว่าครั้งนี้เป็โอกาสที่ดีมากทีเดียวพ่ะยะะค่ะ” ตูเฉิง
“หื้ม”คิ้วเรียวยาวดกดำเข้มเรียงตัวกันอย่างงดงามขมวดเข้าหากันเป็ปมกรามบดเข้าหากันบรรยากาศเริ่มเย็นะเืจนคนที่ห้องหนังสือเริ่มรู้สึกได้ถึงอันตราย
“เรียนท่านอ๋องส่วนของกระหม่อมได้รับรายงานว่าคุณหนูหยางซินโหยวจะเดินทางไปอารามหรูอี้ในอีกสามวันข้างหน้าพ่ะย่ะค่ะ”ลู่ฟง
“เหตุใดพวกเ้าจึงรายงานเื่ราวของสตรีถึงสองนาง”
“เอ่อคือขออภัยพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋องเพราะจวนตระกูลหยางนั้นมีสตรีที่เป็คุณหนูของจวนอยู่สองคนด้วยกันพวกหม่อมจึงได้ส่งเงาแยกย้ายไปดูแลทั้งสองคนพ่ะย่ะค่ะ”จะให้ทำเช่นไรได้ก็ในเมื่อเขาได้รู้ว่าคุณหนูหยางที่ท่านอ๋องหมายตาไว้นั้นคือคนพี่หรือคนน้องกัน
“ข้าจะพูดให้ชัดๆแล้วพวกเ้าก็จงจำใส่หัวไว้ให้ดี ชายาของข้านาม ‘หยางซินโหยว’ เท่านั้น”เสียงแข็งกล้าวเอ่ยออกมาแม้ชาตินี้เขาไม่คิดแย่งชิงฝักใฝ่อำนาจแต่ก็ใช่ว่าจะกลายเป็บุรุษใจดีที่เห็นอกเห็นใจผู้อื่นคนที่เขาจะดีด้วยมีเพียงซินโหยวเท่านั้น
“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง/พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”ทั้งสองนับคำอย่างหนักแน่นพร้อมเหงื่อเย็นที่ไหลรินลงมาด้านหลังและยังแปลกใจเป็อย่างมากเพราะคุณหนูใหญ่หยางนั้นค่อนข้างเป็สตรีเรียบง่ายและเก็บตัวอยู่แต่ในจวนแล้วท่านอ๋องของพวกเขาไปพึงใจคุณหนูใหญ่หยางผู้นี้ตอนไหนกัน
“เมื่อครู่เ้าว่าซินโหยวของข้านางจะไปอารามหรูอี้”
“เื่นี้แน่นอนแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ดี หลิวกงกง” เสียงขรึมเอ่ยเรียกกงกงคนสนิทที่มีหน้าที่คอยดูแลทุกอย่างในตำหนักแห่งนี้
“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”
“เตรียมตัวอีกสามวันข้าจะไปอารามหรูอี้”
“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”คำสั่งนี้สร้างความตื่นตะลึงให้กับหลิวกงกงและเหล่าองครักษ์ทั้งสองที่อยู่ในห้องหนังสือเป็อย่างมาก คุณหนูหยางผู้นี้ถึงกับทำให้คนที่ไม่คิดศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆนอกจากเงินและอำนาจถึงกับยอมเดินทางไปที่อารามได้เลยทีเดียวนั้นย่อมเป็การแสดงให้เห็นแล้วว่าคุณหนูผู้นี้มีน้ำหนักในใจของท่านอ๋องมากมายเพียงใด
“คืนนี้ท่านอ๋องจะรับหญ้าห้าน้ำค้างหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” หลังจากที่รับคำสั่งเื่เตรียมตัวเดินทางไปอารามหรูอี้แล้วหลิวกงกงก็เอ่ยถามขึ้นการเสพหญ้าห้าน้ำค้างเป็เื่โปรดปรานของท่านอ๋องเลยทีเดียว
“ไม่และต่อไม่ต้องนำมันเข้าตำหนักอีกที่มีอยู่เอาไปทำลายทิ้งเสียให้หมดและห้ามคนในตำหนักชินอ๋องเสพหญ้าห้าน้ำค้างอีกหากมันผู้ใดขัดคำสั่งก็ฆ่าทิ้งซะ”
“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”หลิวกงกงรับคำอย่างยินดีเพราะในใจลึกๆก็ไม่้าให้ผู้เป็นายเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งของที่ทำให้เพ้อพกมึนเมาจิตใจเช่นนั้นแต่ที่ผ่านมาไม่อาจเอ่ยปากสิ่งใดได้เพราะรู้นิสัยของผู้เป็นายดีว่าไม่ชอบให้ใครขัดใจ
ดึกสงัดยามจื่อ (23.00 – 24.59 น.)หน้าเรือนนอนทิศเหนือของจวนตระกูลหยางมีต้นไม้สูงใหญ่อยู่หน้าเรือนสองสามต้นเหมาะแก่การหลบซ่อมอำพรางกาย
“ป่านนี้นางคงหลับไปแล้ว” ร่างสูงโปร่งที่สวมชุดสีดำพร้อมผูกผ้าปิดไว้ครึ่งหน้าั้แ่จมูกโด่งๆที่พุ่งเป็สันลงถึงปลายคางเหลือไว้เพียงดวงตาคมกริบที่แสนร้ายกาจเพียงเท่านั้นเหล่าองครักษ์เงาที่ตามอารักขาอยู่ห่างๆ ก็ได้มองหน้ากันเลิ่กลั่กไปหมดแล้วด้วยพฤติกรรมที่แปลกประหลาดของคนเป็นายตนเอง
ไม่ได้เห็นหน้าได้เห็นเพียงหน้าต่างเรือนนอนของเ้าก็ยังดี ความคิดเช่นนี้จู่ๆ ก็ผุดแล่นเข้าสู่หัวเขา หึดูท่าเขาจะเป็เอามากเลยทีเดียว
แต่แล้วจู่ๆหน้าต่างบานที่ปิดสนิทอยู่นั้นก็ปิดออกเบาๆ ด้วยมือขาวๆ เล็กๆของคนเป็เ้าของห้อง ก่อนที่นางจะนั่งลงแล้วเอาศอกเท้ากับขอบหน้าต่างยกมือเท้าใต้คางแหงนเงยมองดวงจันทร์บนท้องฟ้า
“เฮ้อฝันเห็นอีกแล้วคราวนี้มีรายละเอียดเพิ่มมาเพียงนิดเท่านั้น” เสียงหวานบ่นพึมพำเบาๆแต่ทว่าคนมีวรยุทธอย่างมู่หรงซีเหมินย่อมได้ยินชัดเจนทีเดียว
เช่นนั้นหรืออากาศหนาวเย็นเพียงนี้หากเ้าเป็หวัดไปจะทำเช่นไรเล่า”ซีเหมินพูดพึมพำอยู่คนเดียวด้วยความเป็ห่วงสายตาคอยจับจ้องมองร่างขาวผ่องไม่วางตา ด้วยหัวใจโหยหาและคิดถึงยังจดจำััและไออุ่นของนางได้ไม่ลืมเลือนทุกอย่างล้วนสลักฝั่งลงในจิติญญาของเขาไว้ทั้งหมดทุก่เวลา…แม้ว่าจะเป็่เวลาสั้นๆที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับนางก็ตาม
ร่างสูงโปร่งที่สวมชุดพรางกายสีดำสนิทยังคงนั่งอยู่บนกิ่งไม้หน้าเรือนนอนของหยางซินโหยวไม่ไปไหนมองท่าทางอากัปกิริยาต่างๆ ของนางอย่างเพลินตาทั้งคิดว่าอยากเข้าไปพูดคุยและได้ยินเสียงนางใกล้ๆ
รอก่อนเถิด รออีกสามวันที่อารามหรูอี้เขาจะต้องเข้าไปพูดคุยกับนางให้นางเห็นหน้าและจดจำเขาให้ขึ้นใจ คนแอบเมียงมองคิดอย่างหมายมาดในใจคนที่ถูกแอบมองไม่รู้ตัวก็ได้แต่คิดว่าหากเหตุการณ์ในฝันเกิดขึ้นจริงๆนางจะยินยอมแต่งงานเป็ชายาของมู่หรงอ๋องบุรุษที่นางเคยพบเจอเพียงครั้งเดียวเมื่อปีก่อนนั้นดีหรือไม่…นางยังจดจำแววตาฉายแววโดดเดี่ยวที่เผลอแสดงออกมายามที่คิดว่าอยู่ลำพังนั้นได้เป็อย่างดีเลยทีเดียวและแววตานั้นของเขายังคงติดตรึงอยู่ในใจจนทุกวันนี้....