พิชิตภพสยบสวรรค์ ภาค1 ดินแดนแห่งท้องฟ้า

    ตอนที่ 28 ยอดบุรุษผู้มีเมียหนึ่งพันคน

    “เชื่อ...เชื่อ ข้าเชื่อแล้ว” ชายหนุ่มร่างผอมสูงเหงื่อแตกทั่วร่าง เมื่อพบว่าตนเองกำลังหลบหลู่นักพรตตัวจริง ชนเผ่าน้อยคนนัก ที่จะได้พบกับนักพรตที่ฝึกตนแนววิถีเซียน เนื่องจากเหล่านักพรตมักจะเก็บตัวฝึกฝนอยู่เป็นระยะเวลานาน โดยไม่กินไม่ดื่ม และยังสามารถใช้เวทมนต์อิทธิฤทธิ์ได้หลากหลาย ด้วยความลึกลับนี้ ทำให้ชื่อเสียงและความอภินิหารดูเกินจริงไปมาก “ถ้าเชื่อแล้ว..จะซื้อยาสมุนไพรของข้าหรือไม่” อู๋ต้าแกล้งกดดัน มองชายคนเดิมด้วยสายตาข่มขู่ “ซื้อๆ ยาของท่านนักพรตเป็นยาวิเศษ ข้าไม่ซื้อไม่ได้” ขณะที่กำลังจะหยิบเงินนั้น อู๋ต้าก็พูดต่อ “ยาสมุนไพรของข้าปกติราคาแพงมาก วันนี้นำมาให้เจ้านับว่าเป็นวาสนา เห็นเจ้าเป็นคนดี แม้ลบหลู่เล็กน้อยก็ไม่ถือสากัน จากราคาห่อละห้าสิบเหรียญเงิน ลดให้เหลือเพียงสิบเหรียญเงินเท่านั้น” ชายหนุ่มร่างผอมสูงได้ฟังก็สะดุ้งทันที เงินสิบเหรียญเงินนี้ถือว่าค่อนข้างสูงสำหรับยาหนึ่งห่อ เมื่อคิดว่ามาจากชนเผ่านักพรตที่แท้จริง เขาจึงกัดฟันหยิบเงินออกมาทันที แล้วยื่นเงินให้กับมู่ปิง มู่ปิงหยิบเงินแล้วยื่นห่อยาให้ พลางตะโกนเรียกลูกค้าต่อ  ตอนนี้ผู้คนบางส่วน เริ่มเดินเข้าไปซื้อยาที่มู่ปิง อู๋ต้ามีสีหน้าสงบ แต่ในใจเต้นโครมคราม ราวกระต่ายป่ากำลังกระโดด “รวยแล้วๆ!... ยาห่อหนึ่งเอามาจากท่านพ่อแค่สิบเหรียญทองแดง ข้าขายได้ห่อละสิบเหรียญเงิน อู๋ต้าเจ้านี่มันอัจฉริยะจริงๆ ” ส่วนเจิ้นเทียนนั้น....เหงื่อออกเต็มหลังตั้งแต่อู๋ต้าโชว์อิทธิฤทธิ์ใช้ลูกไฟจุดเทียน เพราะเมื่อคืนพวกเขาซักซ้อมกันหลายรอบ แต่อู๋ต้าเล็งไม่แม่นเลยแม้แต่ครั้งเดียว ขณะที่ผู้คนกำลังเดินมาซื้อยาสมุนไพรนั้น อู่ต้าก็เริ่มแผนการค้าที่สองของเขา เพื่อกระตุ้นยอดขาย “หลายคนอาจสงสัยว่า ยาสมุนไพรของข้า ได้ผลจริงหรือไม่ ข้าขอยืนยันด้วยชายด้านหลังของข้าผู้นี้ ชื่อของเขาคือ “อันป้า”ผู้มีฉายา...บุรุษผู้มีเมียหนึ่งพันคน” อู๋ต้าพูด พลางผายมือไปทางเจิ้นเทียนที่สวมผ้าคลุมดำและสวมหน้ากาก แต่ตอนนี้ใบหน้าของเจิ้นเทียนใต้หน้ากากนั้น กระอักกระอ่วนด้วยความเขินอายเป็นอย่างยิ่ง “อันป้าผู้นี้...เมื่อก่อนตัวเล็กมาก ไร้เรี่ยวแรงจนไม่มีสาวใดเหลียวมอง เมื่อกินยาสมุนไพรของข้าแล้วร่างกายก็เติบใหญ่ มีกำลังวังชามากกว่าชายทั่วไป” “เรื่องนอกบ้านเก่งกาจ เรื่องบนเตียงยิ่งกว่าม้าศึก คืนๆหนึ่งทำเอาเมียของเขาทนไม่ไหว ต้องหาเมียน้อยให้เขาได้ปลดปล่อย แต่เมียน้อยก็รับไม่ไหวอีก ต้องหาหญิงอื่นมาเพิ่ม จนตอนนี้เขามีเมียถึงหนึ่งพันคน และทำการบ้านครบหนึ่งพันครั้งทุกคืน” เมื่ออู๋ต้าพูดจบเหล่าผู้ชายทั้งหลายสายตาลุกวาว มองยาสมุนไพรที่มู่ปิง ราวกับเป็นของวิเศษ รีบตรงเข้าไปซื้อทันที ไม่เพียงแต่ผู้ชาย หญิงวัยกลางคนหลายคนเมื่อฟังเรื่องโม้ของอู๋ต้า ก็อ้าปากค้าง บางคนถึงกับเลียริมฝีปากตัวเอง รีบเดินเข้าไปซื้อด้วยเช่นกัน คำว่า “ทำครบหนึ่งพันครั้งทุกคืน” ของอู๋ต้านี่...ช่างได้ผลดีจริงๆ ยาสมุนไพรขายดีขึ้น มู่ปิงยิ้มแย้มพร้อมเก็บเงินอย่างแคล่วคล่อง ดูเป็นมืออาชีพมาก แม้มีคนรุมซื้อมากขึ้น แต่ก็ยังมีผู้คนอีกมากที่ ยืนอยู่กับที่ด้วยลังเล แต่ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน อู๋ต้าไหนเลยจะปล่อยให้มีคนลังเลอยู่ตรงหน้า รีบดำเนินแผนต่อไปทันที “พวกท่านทั้งหลายที่ยังลังเล เพื่อเป็นการพิสูจน์คำพูดของข้าถึงสรรพคุณของสมุนไพร ข้าจะให้อันป้ามาพิสูจน์ให้พวกท่านเห็น” สิ้นเสียงของอู๋ต้า  ทุกคนก็จ้องมองพร้อมกันที่เป้ากางเกงของเจิ้นเทียน ส่วนเจิ้นเทียนเมื่อรู้ว่าสายตาผู้คนกำลังมองที่ไหน เขาก็รีบเอามือมาปิดป้องทันที “ พวกเจ้ามองไปตรงไหนกัน ไม่ใช่พิสูจน์แบบนั้น” อู๋ต้ารีบแก้เขินให้เจิ้นเทียน “ข้าหมายถึงอันป้าผู้นี้เป็นผู้แข็งแกร่งจากยาสมุนไพรของข้า แม้เป็นแค่คนธรรมดาที่ไม่ได้มีปราณเหมือนนักรบ หากใครที่เป็นคนธรรมดา แล้วงัดข้อชนะอันป้าได้ ข้าจะมอบเงินให้หนึ่งเหรียญทอง” “แต่หากแพ้ ก็แค่จ่ายค่าทดสอบเป็นเงินเล็กน้อยเพียงหนึ่งเหรียญเงินเท่านั้น” เสียงอื้ออึงดังขึ้นทันที เพราะเงินหนึ่งเหรียญทองถือว่าเป็นจำนวนที่มาก หลายคนในที่นี้ทั้งชีวิตยังหาไม่ได้ขณะที่ทุกคนกำลังจะแย่งกันเข้ามาลองงัดข้อนั้น ก็มีเสียงชายผู้หนึ่งตะโกนเข้ามา “หนึ่งเหรียญเงินแลกกับหนึ่งเหรียญทอง เช่นนั้น...ข้าก็อยากพิสูจน์เป็นคนแรก” ชายร่างใหญ่กำยำผู้หนึ่งเดินแหวกฝูงชนเข้ามาที่หน้าแผงการค้า ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามและสูงกว่าเจิ้นเทียนประมาณครึ่งตัว เดินมาทีโต๊ะพร้อมวางเงินนึ่งเหรียญเงิน ปกติผู้ฝึกยุทธ์ที่ถึงระดับนักรบแล้ว จะมีพลังปราณซึ่งสามารถใช้ตรวจสอบพลังปราณของผู้อื่นได้ อู๋ต้าจึงแอบเดินลมปราณตรวจสอบดูว่าชายผู้นี้มีพลังปราณหรือไม่  เมื่อไม่พบพลังปราณอยู่ในร่างเขาก็เบาใจ พร้อมรีบเก็บเงินหนึ่งเหรียญเงินทันที “ข้าขอเก็บค่าทดสอบก่อน หากเจ้าชนะ ข้าจะคืนพร้อมเงินอีกหนึ่งเหรียญทอง” อู๋ต้าอธิบายเมื่อเห็นว่าทุกคนมองอยู่ พร้อมเรียกเจิ้นเทียนมาที่โต๊ะ ตอนนี้ทั้งชายร่างกำยำและเจิ้นเทียนตอนนี้ก็ยืนอยู่คนละด้าน ก้มตัวประกบมือขวากันอยู่กลางโต๊ะ ข้อศอกชิดติดกับพื้นโต๊ะตัวเดิม เตรียมสัญญาณเริ่มงัดข้อ “ข้าว่าชายร่างกำยำคนนั้นชนะแน่ ตัวเขาใหญ่กว่าชายชุดดำเกือบเท่าตัว แถมยังมีคนเห็นเขายกต้นซุงได้ด้วยมือเดียว”“ชายชุดดำจะแข็งแกร่งแค่ไหนนะ แต่ผู้ชายที่ทำทั้งคืนได้ครบหนึ่งพันครั้ง น่าจะไม่ธรรมดา”“ถ้าชายชุดดำชนะข้าต้องรีบซื้อยาสมุนไพรนี้แน่ ก่อนที่มันจะหมด” ผู้คนมากมายที่รุมดูต่างคิดไปคนละอย่าง ทุกสายตาจับจ้องอยู่ที่ทั้งสองคน ตอนนี้ผู้คนเริ่มมุงดูมากกว่าเดิมเกือบสองเท่า อู๋ต้ายืนมองด้วยความสงบ แต่ในใจแอบภาวนาว่าของให้เคล็ดวิชาของเจิ้นเทียนเอาชนะได้ ไม่อย่างนั้นคงต้องรีบวิ่งหนีทันที ในขณะที่มู่ปิงเตรียมเก็บเงินไว้กับตัว เผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน “เริ่มได้!....” เสียงอู๋ต้าตะโกนบอก ท่ามกลางความลุ้นระทึกของผู้คน เมื่อได้สัญญาณเริ่มเจิ้นเทียนรีบโคจรเคล็ดเมฆาแปรเปลี่ยนมาที่แขนขวา ตอนนี้สิบส่วนที่เขาควบคุมได้ก็เท่ากับแขนขวาทั้งข้างนั่นเอง ชายร่างกำยำเองก็ทุ่มกำลังทั้งหมดไปที่แขนขวาทันที เพราะเขาคิดว่าหากทุ่มเทแรงแต่แรกตอนที่อีกฝ่ายยังไม่ตั้งตัวน่าจะชนะอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อแขนขวาที่แข็งแกร่งของเขากดไปที่มือของเจิ้นเทียน เขากับรู้สึกว่ามันไม่มีการขยับใดๆ แม้แต่นิดเดียว ราวกับกำลังงัดข้ออยู่กับก้อนหิน “นี่มัน!.....” หน้าชายกำยำเริ่มถอดสี เขาเพิ่มแรงแขนมากขึ้นเรื่อยๆจะตัวสั่นเทิ้ม ใบหน้าตอนนี้แดงกล่ำจนเส้นเลือดปูดโปน ส่วนเจิ้นเทียนสงบนิ่งราวกับรูปปั้น ตั้งแต่โคจรเคล็ดเมฆาแปร เขาแทบไม่รู้สึกเลย...ว่าชายร่างกำยำได้ออกแรงมาแล้ว “ดูท่าการที่ความคุมอณูทั่วร่างได้สิบส่วนของข้า จะทำให้พลังกายเพิ่มมากขึ้นไปด้วย ตอนนี้ข้ารู้สึกว่าการเอาชนะเขาไม่ใช่เรื่องยาก” เจิ้นเทียนรู้สึกถึงพลังที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม เมื่อเห็นว่าชายร่างกำยำใช้พลังสูงสุดของร่างกายแล้วแต่ไม่สามารถขยับแขนของเขาได้ เจิ้นเทียนจึงเริ่มออกแรงเล็กน้อยเพื่อทดสอบพลังของตัวเอง “โครม!....” ก่อนที่ชายร่างกำยำจะรู้สึกตัว หลังแขนของเขาก็พลิกไปแตะที่พื้นโต๊ะอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่จบเพียงแค่นั้น แรงกดแขนของเจิ้นเทียนยังกดแขนของเขาทะลุผ่านโต๊ะจนหักกระจาย ร่างกำยำล้มกลิ้งลงไปที่พื้นอย่างหมดท่า “ชายชุดดำชนะ!!...ยาสมุนไพรนี้มีสรรพคุณสุดยอดอย่างที่บอกจริงๆ...ข้าเอาหนึ่งห่อ”“ข้าด้วย....”“ข้าเอาสิบห่อ....” เมื่อเจิ้นเทียนงัดข้อชนะ ถึงขนาดทำให้โต๊ะหักกระจาย ผู้คนที่รุมล้อมก็เชื่อถือยาสมุนไพรนี้จนหมดใจ ต่างเฮโลเข้ามาอย่างกับของฟรี จนอู๋ต้าต้องรีบเข้าไปช่วยมู่ปิงขาย ด้วยดวงตาที่ดีใจสุดชีวิต ขณะที่ชายร่างกำยำที่งัดข้อแพ้ มองร่างของเจิ้นเทียน ราวกับยักษ์ตนหนึ่งที่มีพลังมหาศาล ก่อนจะค่อยๆลุกเดินหายไป ..............................ขณะเดียวกับบริเวณทางเข้าตลาดหุบเขาเลือด ก็มีนักพรตสองคนกำลังเดินเข้ามา เมื่อมองเห็นจุดที่มีคนกำลังรุมแย่งซื้อของกันอยู่ ฝ่ายนักพรตที่เป็นสาวน้อยก็เอ่ยปากพูดกับนักพรตเฒ่าว่า“อาจารย์...ข้างหน้า เหมือนมีอะไรน่าสนใจ พวกเราไปดูกันดีกว่า” …………………………………..