การเดินทางของพ่อมดไร้เทียมทาน

    ตอนที่ 6 : ป่าแอนท์ของพ่อมด (6)

            “ชั้น 6 และ ชั้น 7 จะไม่มีบททดสอบ สถานที่พวกนี้เป็นเพียงแค่หอสมุดธรรมดาเท่านั้นสบายใจได้เลย ส่วนโบนัสค่าสภานะจะอยู่ที่ 2~9 แต้มต่อหนังสือ 1 เล่ม และ 3~15 ต่อ1 วันที่ใช้ภายในสองชั้นนี้ มีเพิ่มความว่องไวให้ด้วยนะ”
            ตอนนี้ผม… ลักซ์ ผู้เล่นคลาสพ่อมดมนตรา เลเวล -1 กำลังอยู่ในบททดสอบของหอต้นไม้แห่งปัญญา ด้านข้างของผมคืออัลเดล เอลฟ์หนุ่มผู้เปลี่ยนจากหน้าที่นำทางไปเป็นเพื่อนร่วมบททดสอบ ส่วนที่เดินนำพวกเราอยู่คือ อัลฟ่า ร่างเงาของเทพธิดาพิทักษ์หอต้นไม้แห่งความรู้
            ดูเหมือนว่าอัลเดลยังคงสับสนการเหตุการ์เมื่อครู่อยู่ ผมก็เช่นกัน
            “ท่านลักซ์ครับ สรุปแล้วเมื่อครู่นี่”
            อัลเดลพยายามถามอย่างมีมารยาท
            “อ่า ดูเหมือนจะได้เปลี่ยนคลาสแบบงง ๆ น่ะ”
            “แปลว่าเสียคลาสก่อนหน้านี้ไปแล้วหรอครับ”
            “เปล่าหรอก จะพูดว่าเสียก็แปลก ๆ ผมเป็นไร้คลาสอยู่แล้วน่ะ”
            อัลเดลถึงกับไปต่อไม่ถูกเหมือนได้ยินแบบนั้น
            “ละ… แล้วก่อนหน้านี้ท่านมั่วแต่ทำอะไรอยู่ล่ะครับ”
            “ก็อ่านหนังสือที่ท่านเซร่าแนะนำ ไม่ก็ศึกษาพวกโครงสร้างเวทมนตร์กับอาร์ทน่ะ”
            ผมตอบกลับแบบไม่รังเล ถ้าเป็นเวลาในเกมก็คงจะ4 ปีเข้าไปแล้วหลังจากครั้งแรกที่เจอกับท่านเซร่า ผมใช้เวลาอยู่ในอาคาเซียได้เดือนกว่า ๆ ก่อนจะเริ่มออกเดินทางมาป่าแอนท์ ตอนนั้นในหัวมีแต่ ‘อยากรู้จักเลยว่าเวทมนตร์ในโลกนี่ทำงานยังไง ทำไมอาร์ทถึงเลียนแบบกันได้’ ก็เลยไม่ได้มีเวลาไปทำอย่างอื่นเท่าไร
            จะมีสักกี่คนที่เข้าเกมมาเพื่ออ่านหนังสือและเขียนหนังสือตัวเองขาย ไม่มีหรอกในสองพันล้านคนเนี่ย
            “อะ ถึงแล้วๆ”
            พอกำลังคิดรำลึกความหลังได้อยู่ อัลฟ่าก็ทักขึ้นดึงสติผมกลับมาจากความทรงจำ
            “ตรงนี้คือทางเข้าชั้นที่ 8 ต่างจากที่อื่นชั้นนี่คือส่วนห้องวิจัย เดิมทีแล้วหอคอยแห่งนี้มีแค่ 7 ชั้น แต่พอท่านเซร่าได้รับเวทมนตร์มิติเวลาท่านก็ได้สร้างห้องวิจัยแยกภายในหอคอย เพราะเธอมีความคิดที่ว่าหากได้วิจัยใกล้กับแหล่งข้อมูล มันจะง่ายต่อการเรียนรู้อย่างไงล่ะ!”
            พวกเราพยักหน้าเหมือนจะเข้าใจ
            “เอาจริง ๆ ก็ไม่เคยมีใครผ่านชั้น 6 มาเลยนะ เพราะงั้นเราก็เลยยังไม่เคยเห็นบททดสอบชั้นที่ 8 ต้องขอโทษด้วย”
            “ไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอก อัลฟ่า”
            ตอนที่อัลฟ่าพูดจบและกำลังจะขอโทษ จู่ ๆ ก็มีเสียงใส ๆ ของหญิงสาวทักขึ้นมาเธอคือ เซร่า สตาร์ไลท์ คนที่เรียกตัวเองว่าจอมปราชญ์ เป็นจอมเวทมิติเวลาผู้ปกครองเมืองลับแลแห่งป่าแอนท์อย่างน้อยเธอก็เคยแนะนำตัวเช่นนั้นเมื่อตอนผมมาถึง
            แต่ผมคุ้นเคยกับเธอเมื่อตอนยังเป็นเจ้าของร้านหนังสือมากกว่านะ
            “เราดีใจจริงๆ ในที่สุดเจ้าก็สามารถขึ้นมาชั้น8 ได้แล้ว อัลเดล”
            “ครับ อาจารย์”
            เซร่ากล่าวชมอัลเดลพร้อมกับลูบหัวของเขา ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะมีความสัมพันธ์เป็นแบบศิษย์-อาจารย์นะ
            “ส่วน ลักซ์…. อืม…”
            เธอทักผมขึ้นแล้วก็เงียบไปแบบดื้อ ๆ เอ๊ะมีอะไรแปลกไปหรอ? ทำไมเธอต้องจ้องมาที่ผมขนาดนั้นด้วยล่ะ
            “เจ้าได้อะไรจากต้นไม้แห่งปัญญาที่ชั้น 5 ทำไมเราตรวจสอบไม่ได้ ถึงจะบอกว่าเป็นจอมเวทก็เถอะ”
            เซร่าไม่ได้ลงไปดูเหตุการ์ณที่ชั้นห้า เธอเลยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวผมแต่ทำไมถึงได้พูดขึ้นมาว่า ตรวจสอบไม่ได้…
            ตอนนั้นเองที่ผมฉุดคิดอะไรบ้างอย่างได้
            ฉายา :พ่อมดไร้เทียมทาน        ***สถานะผิดปรดติทุกชนิดจะไม่ส่งผลกับท่าน        ***คุณจะไม่ตายเมื่อถูกฆ่า เมื่อพลังชีวิตหมดท่านจะเป็นอมตะ10 วินาที ระยะคูลดาวน์6 ชั่วโมง        ***ต้านทานการแอบตรวจสอบค่าสถานะทุกชนิด        ***พ่อมดเป็นตัวตนที่ยังไม่มีผู้ใดรู้จัก ท่านสามารถปลอมแปลงอาชีพเป็น ‘จอมเวท’ ได้
            “ท่านเซร่าใช้สกิลตรวจสอบหรอกครับ?”
            “ใช่ จะเรียกว่าสกิลก็ได้แต่เราชอบบอกว่าเป็นเวทมนตร์มากกว่า”
            คงจะเป็นเพราะสถานะ‘ต้านทานการแอบตรวจสอบค่าสถานะทุกชนิด’ แน่ที่ส่งผลแบบนั้นกับเธอ
            ตอนแรกผมคิดว่าจะไม่บอกเรื่องคลาสอะไรกับคนอื่นมากนัก แต่อัลฟ่าและอัลเดลรู้แค่ว่าผมได้เปลี่ยนคลาสเป็นอะไร และการที่ให้เซร่ารู้ด้วยก็ไม่ใช่ทางเลือกที่แย่ บางทีเธออาจจะช่วยตีความสกิลหรือว่าคำอธิบายอะไรเพิ่มก็ได้
            “สรุปแล้วเจ้าได้อะไรไปหรอ ลักซ์”
            “ฟังแล้วอย่าตกใจด้วยนะครับ เพราะว่าอัลเดลกับอัลฟ่ารู้แล้ว ส่วนท่านเซร่าเองก็เป็นแนะนำให้ผมมาที่ป่าแอนท์นี้ด้วย”
            เซร่าเมื่อได้ยินแบบนั้นก็กำมือทั้งสองข้างและพูดว่า
            “ไว้ใจได้เลย! แต่ว่าไม่ต้องเรียกเราว่าท่านได้ไหม เรียกเรา เซร่าเหมือนเดิมก็ได้ เราจะไม่เอาความลับอย่างคลาสของคนสำคัญอย่างเจ้าไปบอกใครแน่ โอ้ว!”
            ส่วนตรงคำว่า“โอ้ว!” เนี่ยทั้งเซร่า อัลฟ่ากับอัลเดลพูดและทำท่าทางพร้อมกันนะ ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม
            สงสัยเอลฟ์จะเป็นเผ่าพันธ์ที่ค่อนข้างเพี้ยน ผมสรุปได้ในใจแบบนั้นก่อนจะพูดต่อ
            “ในชั้นที่ 5 ผมได้โอกาสเลือกหนังสือสามเล่ม”
            “เท่ากับเราเลยนะ แล้วพอเลือกเสร็จแล้วถ้ามันเกี่ยวข้องกันก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงสินะ”
            “ใช่ ที่ผมได้รับมาตอนแรกก็คือ บันทึกการวิจัยเวทมนตร์และอาร์ทของมาเรคิธ ศาสตร์การแปรธาตุของเฟลมเมล ศาสตร์อุปกรณ์เวทของบาลาทัน”
            เมื่อได้ยินแบบนั้นเซร่าก็ตาเป็นประกาย
            “มาเรคิธเป็นนักวิจัยเวทมนตร์และอาร์ทในตำนาน เฟลมเมลเป็นผู้สร้างศาสตร์แปรธาตุ ส่วนบาลาทันเป็นช่างตีเหล็กเวทมนตร์ที่เคยสร้างดาบให้ตำนานนักดาบ ลักซ์เจ้าได้มันมาหมดนั้นใช่ไหมขอเราดูหน่อยสิ”
            เซร่ารีบพุ่งตัวและยื่นหน้าเข้ามาใกล้ผมแบบสุด ๆ
            พึ่งจะได้ยินเรื่องของสามคนนี้ครั้งแรกก็เมื่อครู่นี่แหละ ไม่แปลกใจเลยทำไมถึงรวมตัวกันได้ศาสตร์ใหม่จริง ๆ พอเธอขอดูหนังสือทั้งสาม ผมก็ยื่นสิ่งที่ผมได้มาให้ไปแทน ตำราวิจัยศาสตร์ลึกลับของพ่อมด ‘ลักซ์’
            ดวงตาของเซร่าเป็นประกายยิ่งกว่าเดิมเสียอีก เมื่อเห็นหนังสือปกหนังสีขาวซึ่งสลักไว้ด้วยลายสีทอง
            “ผมได้เจ้านี่มาแทน พร้อมกับคลาสลับ ‘พ่อมดมนตรา’ นั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณตรวจสอบผมไม่ได้ครับ”
            เซร่ามิอาจจะปิดกันความสนใจของเธอได้อีกแล้ว เธอรีบรั่วคำถามใส่ผมในทันทีที่ผมพูดจบ
            “‘พ่อมดมนตรา’หรอ แล้วมันทำอะไรได้ ทำไมถึงไม่สามารถตรวจสอบได้ มนตราเนี่ยคืออะไร พ่อมดต่างจากจอมเวทหรอ แล้วใช้สกิลได้ไหม ความรู้เรื่องแปรธาตุกับการสร้างอุปกรณ์เวทมนตร์ไปอยู่ส่วนไหนของคลาส—”
            ก่อนที่เซร่าจะรั่วไปมากกว่านี้ โชคยังดีที่อัลฟ่ากับอัลเดลจะสามารถเข้าควบคุมตัวเธอไว้ได้ทัน
            “ขอโทษด้วยนะครับ เธอเป็นแบบนี้ประจำตอนเห็นอะไรน่าสนใจน่ะ”
            “เราด้วย”
            ผมได้แต่ยิ้มตอบกลับศิษย์และลูกน้องของเธอ
             
             
            “สรุปแล้วพ่อมดมนตราใช้สกิลไม่ได้ แต่ใช้มนตรา อาร์ทและอุปกรณ์เวทมนตร์/มนตราได้ทุกชนิดสินะ”
            หลังจากเซร่าเริ่มสงบสติอารมณ์ได้สำเร็จ เธอก็พาพวกเข้าเขาผ่านไปยังชั้น 8 ชั้นที่อัลฟ่าบอกว่าเป็นโซนสำหรับห้องวิจัยอเนกประสงค์
            “อ่า ตามนั้นเลย”
            ตอนนี้ผม อัลเดลและเซร่ากำลังนั่งช่วยกันตีความหมายของคำอธิบายทั้งอาชีพและสกิลอยู่ ส่วนอัลฟ่าปกติเธอจะคอยทำหน้าที่รับใช้เซร่าเมื่อเธอมาอยู่ชั้น 8
            จากที่เซร่าเล่าก่อนหน้าจะเข้ามายังห้องวิจัยของเธอ เธอบอกว่าช่วงที่มากลับมาถึงเมืองพอดีต้นไม้แห้งปัญญาเริ่มมีอาการจากเวทมนตร์ความมืดของใครไม่รู้ และเพราะการมาถึงของผมในครั้งนั้นทำให้เธอวสามารถแก้ไขและรักษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เธอรู้สึกขอบคุณผมมากที่มาถึงป่าแอนท์ภายในสี่ปีของเกม ถ้าหากเซร่ายังคงใช้แผนเดิมที่วางไว้หรือก็คือขายหนังสืออยู่ที่อาคาเซียต่ออีกยี่สิบปีในเกมหรือห้าปีในโลกความจริงเพื่อหาความรู้ในจากหลาย ๆ เมือง ถึงตอนนั้นต้นไม้แห่งปัญญาคงได้ดับสูญและเกินเรื่องใหญ่ไปทั่วทวีปแน่ ๆ
            รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสาเหตุให้เนื้อหาเกมบางส่วนไม่เกิดขึ้นเลยแฮะ
            และเพราะเหตุนี้เองทำให้ผมได้รับ ฉายา แปลก ๆ อีกแล้ว
            [ฉายาผู้แสวงหาความรู้ในต้นไม้แห่งปัญญา ได้รับการเปลี่ยนแปลงเป็น ผู้มีพระคุณของต้นไม้แห่งปัญญา]        ผู้มีพระคุณของต้นไม้แห่งปัญญา        ***อัตราการเติบโตของค่าสติปัญญาจะเพิ่มขึ้น 3 เท่า        ***อัตราการฟื้นฟูของมานาเพิ่มขึ้น 2% ต่อ1 นาที


            เท่าที่ดูแล้วผมก็มีไม่กี่คำพูดจะบอก
            “โกง!”
            ขนาดตัวเองยังคิดว่าโกง ผู้เล่นคนอื่นจะขนาดไหนฟ่ะเนี่ย
            พอพูดกับตัวเองแบบนั้นเซร่าที่แอบฟังอยู่ห่าง ๆ ก็เรียกผมพร้อมกับโชว์หน้าตาสถานะของเธอให้ดู


            ชื่อ:เซร่า สตาร์ไลท์        เลเวล :760        คลาส: มหาจอมเวทมิติ        ฉายา :จอมปราชญ์ที่สาบสูญจากตำนาน        ***จอมปราชญ์ในตำนานที่เรื่องเล่าของเธอสาบสูญ เพราะไม่เคยมีการบันทึกใดใดหลงเหลือไว้        ***ค่าสติปัญญา + 50%        จอมเวทผู้ค้นพบเวทมิติเวลา        ***เมื่อร่ายเวทมนตร์มิติเวลาจะลดทรัพยากรมานาที่ใช้ 90%        ผู้เคยเดินทางข้ามกาลเวลามาแล้ว        ***จอมปราชญ์เซร่าเดินทางข้ามเวลาหนีมหาสงครามมาเป็นเวลากว่า 800 ปี        ***ค่าความเยือนเย็น + 30%        ***ค่าสติปัญญา + 50%        อายุ : 24        พลังชีวิต :4,590,0000        มานา :11,032,0000/11,032,0000        พลังทางกายภาพ : 1,200        ความอดทน : 1,900        ความว่องไว : 4,000        สติปัญญา : 18,000(+18,000)        ความชำนาญ : 4,000        ความเยือกเย็น : 6,500 (1,950)        วิสัยทัศน์ : 7,400        ความแม่นยำ : 8,300        โชค : 50        ค่าสถานะคงเหลือ : 0        สกิล: เสริมความว่องไวระดับสูง(SS+) เสริมพลังโจมตีระดับสูงสุด (SSS) เสริมพลังโจมตีเวทมนต์ระดับสูงสุด(SSS)ฟื้นฟูอัตโนมัติ (SSS) วิเคราะห์เวทมนตร์(SSS) วิชามีดสั้นที่สาบสูญแห่งสำนักสตาร์ไลท์(SSS+) เสน่ห์ (S) ดวงตาของจอมปราชญ์ในตำนานที่สาบสูญ (SSS+)        สกิลประจำคลาส: เวทมนตร์มิติที่สาบสูญ(SSS) เวทมนตร์เวลาที่สาบสูญ (SSS) การวิจัยเวทมนตร์ที่สาบสูญ(SSS+) เวทย์มนตร์ความทรงจำ(SSS)
            เมื่อผมอ่านจบก็ปรากฏเป็นเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่ลอยอยู่เหนือหัว
            โดยทั่วไปแล้ว เอ็นพีซีระดับสูงในหัวเมืองต่าง ๆ ของ‘New Horizon’ จะมีเลเวลสูงกว่าค่าเฉลี่ยของผู้เล่นอยู่ 80~100 ถ้าวัดตามสถิติปัจจุบัน เลเวลของเอ็นพีซีสูงสุดที่เคยปรากฏออกมาคือ 350 หรือก็คือบรรลุคลาสสามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ ‘เกรทเตอร์’ ผู้เล่นติดอันดับที่หนึ่งยังเลเวล 223 อยู่ เป็นช่องว่างที่ห่างเกินตัวมาก ๆ
            แต่กลับเซร่าแล้วไม่ใช่ ตัวเธอมีเลเวลสูงถึง 760 แถมมีค่าสถานะโดยรวมเกินเจ็ดหมื่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งยังมีสกิลแรร์ระดับ SSS มากกว่าเวทมนตร์ระดับ S ที่ผู้เล่นทั่วโลกในตอนนี้มีรวมกันเสียอีก
            ผมรู้ว่านี่ยังไม่ใข่ค่าสถานะที่แท้จริงของเธอ เซร่าคงอยากจะบอกอะไรผมเหมือนตอนที่เราอยู่ที่ร้านหนังสือในอาคาเซียแน่ ๆ
            “เห็นไหม สถานะของเจ้าไม่เห็นโกงเลย ดูของเราสิ”
            เซร่าพูดกับผมทันทีที่เงยหน้ากับไปหาเธอ ที่ทำแบบนี้ก็เพราะว่าไม่อยากให้เรารู้สึกว่าตัวเองโกงไปสินะ
            “ขอบคุณนะ เซร่าที่ช่วยปลอบ”
            “อืมไม่เป็นไร เมื่อตอนอยู่ที่อาคาเซียลักซ์มาช่วยเราบ่อย ๆ อยู่แล้ว เพราะงั้นไม่เป็นไรหรอก”
            อยากจะถามเรื่องที่คาใจอย่าง ฉายา จอมปราชญ์ที่สาบสูญจากตำนาน กับ ผู้เคยเดินทางข้ามกาลเวลามาแล้ว แต่ว่าไว้มีโอกาสหน้าล่ะกัน
            เซร่าอุสาช่วยทำให้ตัวผมเองไม่รู้สึกว่าโกงแล้ว คงต้องใส่ใจกลับการศึกษารายละเอียดของตำราวิจัยศาสตร์ลึกลับของพ่อมด ‘ลักซ์’ และความสามารถของคลาสต่ออีกหน่อยแล้วล่ะ
            ผมตัดสินใจเปิดหน้าต่างสถานะพร้อมกับคำอธิบายสกิล
            [การวิจัยศาสตร์ลึกลับของพ่อมด]LV.1        ท่านเป็นสิ่งมีชีวิตตนแรกที่จะเข้าใจเวทมนตร์และอาร์ทอย่างเข้าใจถ่องแท้ เมื่อท่านศึกษาและเข้าใจในองค์ประกอบและโครงสร้างเวทมนตร์ อาร์ทและสูตรแปรธาตุใดใด        ความรู้เหล่านั้นจะไปปรากฏอยู่ใน ตำราวิจัยศาสตร์ลึกลับของพ่อมด ‘ลักซ์’ และสามารถใจงานมันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ        ***สามารถใช้ตำราวิจัยศาสตร์ลึกลับของพ่อมด ‘ลักซ์’ ในการจดบันทึกได้        ***เมื่อตำราวิจัยศาสตร์ลึกลับของพ่อมด ‘ลักซ์ มีการจดบันทึกเวทมนตร์ อาร์ หรือสูตรแปรธาตุที่มีอยู่แล้วจะได้ค่าสถานะตามเกรดของมันตามนี้        *เมื่อมีการจดบันทึกหรือวิจัยโครงสร้างเวทมนตร์และอาร์ทระดับ D จะได้รับ50/100 แต้มเป็นการถาวร        *เมื่อมีการจดบันทึกหรือวิจัยโครงสร้างเวทมนตร์และอาร์ทระดับC จะได้รับ100/200 แต้มเป็นการถาวร        *เมื่อมีการจดบันทึกหรือวิจัยโครงสร้างเวทมนตร์และอาร์ทระดับB จะได้รับ200/400 แต้มเป็นการถาวร        *เมื่อมีการจดบันทึกหรือวิจัยโครงสร้างเวทมนตร์และอาร์ทระดับA จะได้รับ250/500 แต้มเป็นการถาวร        *เมื่อมีการจดบันทึกหรือวิจัยโครงสร้างเวทมนตร์และอาร์ทระดับS จะได้รับ400/900 แต้มเป็นการถาวร        *เมื่อมีการจดบันทึกหรือวิจัยโครงสร้างเวทมนตร์และอาร์ทระดับSS จะได้รับ900/1000 แต้มเป็นการถาวร        *เมื่อมีการจดบันทึกหรือวิจัยโครงสร้างเวทมนตร์และอาร์ทระดับSSS จะได้รับ1200/1800 แต้มเป็นการถาวร        *เมื่อมีการจดบันทึกหรือวิจัยวิธีการแปรธาตุไอเทมระดับD จะได้รับ5/5 แต้มเป็นการถาวร        *เมื่อมีการจดบันทึกหรือวิจัยวิธีการแปรธาตุไอเทมระดับC จะได้รับ10/20 แต้มเป็นการถาวร        *เมื่อมีการจดบันทึกหรือวิจัยวิธีการแปรธาตุไอเทมระดับB จะได้รับ30/100 แต้มเป็นการถาวร        *เมื่อมีการจดบันทึกหรือวิจัยวิธีการแปรธาตุไอเทมระดับA จะได้รับ200/250 แต้มเป็นการถาวร        *เมื่อมีการจดบันทึกหรือวิจัยวิธีการแปรธาตุไอเทมระดับS จะได้รับ400/800 แต้มเป็นการถาวร        *เมื่อมีการจดบันทึกหรือวิจัยวิธีการแปรธาตุไอเทมระดับSS จะได้รับ700/900 แต้มเป็นการถาวร        *เมื่อมีการจดบันทึกหรือวิจัยวิธีการแปรธาตุไอเทมระดับSSS จะได้รับ1,000/2,000 แต้มเป็นการถาวร        *เมื่อมีกาจดบันทึกหรือวิจัยโครงสร้างของอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับทั่วไป จะได้รับ 50/200 แต้มเป็นการถาวร        *เมื่อมีกาจดบันทึกหรือวิจัยโครงสร้างของอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับแรร์ จะได้รับ 150/400 แต้มเป็นการถาวร        *เมื่อมีกาจดบันทึกหรือวิจัยโครงสร้างของอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับอีปิก จะได้รับ 500/700 แต้มเป็นการถาวร        *เมื่อมีกาจดบันทึกหรือวิจัยโครงสร้างของอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับยูนีค จะได้รับ7,50/1,000 แต้มเป็นการถาวร        *เมื่อมีกาจดบันทึกหรือวิจัยโครงสร้างของอุปกรณ์เวทมนตร์ระดับเลเจนดารี จะได้รับ1,200/3,000 แต้มเป็นการถาวร        สำหรับสกิล ‘การวิจัยศาสตร์ลึกลับของพ่อมด’ คงมีไว้สำหรับเพิ่มความรู้และปริมาณทักษะของคลาสพ่อมดมนตรา ถือว่าเป็นหัวใจหลักของคลาสนี่เลยก็ว่าได้ ถ้าจะเปรียบเทียบแบบนั้นก็คงไม่ผิด        สิ่งสำคัญคือการศึกษา เข้าใจและจดบันทึกลงในตำราวิจัยศาสตร์ลึกลับของพ่อมด ‘ลักซ์’ โชคดีที่ก่อนหน้านี้ผมอ่านงานวิจัยที่ว่ามาจำนวนหนึ่งแล้ว เพราะงั้นผมน่าจะใช้สกิลแบบนี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแน่นอน
            ....
            สังเกตจากการที่มีคำว่า ‘หรือ’ และ XX/XX แล้ว คงจะหมายความว่าผมสามารถบันทึกเวทมนตร์เก่า ๆ‘New Horizon’ ก่อนจะวิจัยมันอีกรอบได้ แปลว่าผมมีโอกาสได้รับค่าสถานะถาวรสองครั้งจากการบันทึกเพียงแค่ครั้งเดียว
            ตำราวิจัยศาสตร์ลึกลับของพ่อมด ‘ลักซ์’ ก็นับว่าเป็นหัวใจอีกดวงของการเล่นคลาสลับนี้
            [ตำราวิจัยศาสตร์ลึกลับของพ่อมด ‘ลักซ์’]        ระดับไอเทม : ประจำคลาส        ความคงทน: ไม่สามารถทำลายได้        พลังโจมตีเวทมนตร์: วัดตาม 35% ของค่าสติปัญญา         สกิลติดไอเทม แก่นแท้ของพ่อมด: เมื่อสวมใส่จะเพิ่มพลังเติมโจมตีของมนตร์ตราที่ถูกบันทึกไว้เป็น 1000~3000% แต่จะใช้ทรัพยากรเป็น 50% เท่าของทรัพยากรมานาทั้งหมด (สามารถเปิด/ปิดได้)        *ค่าสติปัญญาเพิ่มขึ้น 100%        *ค่าความว่องไวเพิ่มขึ้น 20%        *ไม่จำกัดจำนวนมนต์ตราที่สามารถร่ายพร้อมกันได้หากมานามีเพียงพอ        *โอกาสคริติคอลของมนตราที่วิจัยไว้เพิ่มขึ้น 100%        *ความเสียหายคริติคอลของมนตราที่วิจัยไว้เพิ่มขึ้น 200%        ตำราการวิจัยของพ่อมดไร้เทียมทานนามว่า ‘ลักซ์’ ผู้ที่ค้นพบศาสตร์ที่แท้จริงของสกิลประเภทเวทมนตร์ อาร์ท การสร้าง และการแปรธาตุ        เป็นตำราวิเศษที่ได้รับความคุ้มครองจากต้นไม้แห่งปัญญา สามารถใช้อ่านแทนหนังสือทุกเล่มในโลก‘New Horizon’ ได้        ***เมื่อตำราวิจัยศาสตร์ลึกลับของพ่อมด ‘ลักซ์ มีการจดบันทึกเวทมนตร์ อาร์ หรือสูตรแปรธาตุที่มีอยู่แล้วจะได้ค่าสถานะตามเกรดของมัน        *โหมดจดบันทึก ตำราการวิจัยของพ่อมดไร้เทียมทานนามว่า‘ลักซ์’ ในโหมดนี้จะใช้สำหรับจดบันทึกและวิจัยควบคู่ไปกับ[การวิจัยศาสตร์ลึกลับของพ่อมด] [การสร้างจากศาสตร์ลึกลับของพ่อมด] และ[การสร้างจากศาสตร์ลึกลับของพ่อมด]        *โหมดอ้างอิง ในโหมดนี้ตำราจะเกิดการแบ่งตัวออกเป็น สองเล่ม หนึ่งเล่มเพื่อสำหรับการจดบันทึกโดยมีการจำกัดจำนวนหน้าที่300 หน้ากระดาษ ส่วนอีกเล่มจะเป็นหนังสืออ้างอิงที่สามารถดึงเนื้อหาจากหนังสือเล่มใดใน ‘New Horizon’ โดยอาศัยพลังของต้นไม้แห่งปัญญา        เงื่อนไขการสวมใส่ : คลาสพ่อมดมนตรา
            ....
            เป็นไอเทมพิเศษที่ทำให้ผมแปลกใจได้ทุกจุดจริง ๆ ตั้งแต่ระดับของไอเทมและเงื่อนไขที่แสดงว่านอกเหนือจากผมแล้วไม่มีใครใช้ได้ ความทนทานที่เขียนว่าไม่สามารถทำลายได้ สร้างความมั่นใจให้ผมไม่จำเป็นต้องกังวนถึงมันขณะต่อสู้ด้วยผลของไอเทมที่เพิ่มพลังโจมตีของมนตร์ที่ถูกบันทึกไว้ 1000~3000% ก็ไม่ใช่ผลที่โกงเกินไป เพราะใช้ทรัพยากรมานาแบบตายตัวที่50% ทำให้มีต้องเก็บไว้ใช้เป็นท่าไม้ตายอย่างเดียว ส่วนอื่น ๆ ก็มีคำอธิบายลงตัวอยู่แล้วทำให้ไม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจอะไรกับมันมากนัก
            โหมดอ้างอิงน่าจะเป็นประโยชน์ที่สุดสำหรับช่วยในการทำงานของ [การวิจัยศาสตร์ลึกลับของพ่อมด] ทั้งยังสามารถประหยัดค่าเดินทางไปซื้อหนังสือหรือค่าหนังสือได้อีกด้วย
            [การตรวจสอบศาสตร์ลึกลับของพ่อมด]LV.1        พ่อมดมนตราเป็นคลาสที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดยิบย่อยจำนวนมาก ความจำและการสังเกตของท่านจะเป็นเลิศ        สามารถจดจำ สัมผัส วิเคราะห์และคาดเดาโครงสร้างวงเวท อาร์ท การแปรธาตุ วัสดุอุปกรณ์ มอนสเตอร์และทรัพยากรต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้ท่านสามารถบันทึกละวิจัยได้ง่ายขึ้น        ความรู้เหล่านั้นจะไปปรากฏอยู่ใน ตำราวิจัยศาสตร์ลึกลับของพ่อมด ‘ลักซ์’ และสามารถใจงานมันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ        โดยอาศัยมานาที่สัมผัสได้ ท่านสามารถตรวจสอบค่าสถานะเบื้องต้นของเป้าหมายใดใดก็ได้        ***สามารถใช้ตำราวิจัยศาสตร์ลึกลับของพ่อมด ‘ลักซ์’ ในการจดบันทึกได้
            ...
            สำหรับ[การตรวจสอบศาสตร์ลึกลับของพ่อมด] คงเป็นสกิลที่คำอธิบายลงตัวที่สุดแล้ว จากที่ผมสังเกตตลอดสองสกิลและหนึ่งไอเทมที่ผ่านมาพบว่า ทุกอย่างล้วนเกี่ยวข้องกันหมด และ คลาสพ่อมดมนตร์ก็ไม่ได้โกงเหนือโลกแบบที่คิดไว้ในตอนแรก ขีดจำกัดความเร็วในการเติบโตมีเยอะมากเสียจนคิดว่า น่าจะเป็นอีกหนึ่งคลาสที่เปลืองพลังชีวิจสุด ๆ
            ผมพักการตรวจสอบสกิลของตัวเองไว้ก่อน เมื่อเห็นว่าเซร่าและอัลเดลพูดคุยเกี่ยวกับโลกภายนอกเสร็จกันเรียบร้อยแล้ว
            “แล้วสรุปว่าเป็นอย่างไงบ้าง คลาสของเจ้า”
            เซร่าที่สวมเสื้อสีขาวยาวคล้ายกับเสื้อกาวน์ของนักวิจัยในยุดปัจจุบัน จู่ ๆ เธอก็ถามขึ้นมาเมื่อเห็นว่าผมตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว
            หลังจากนั้นผมก็อธิบายหลักการทำงานของทุกอย่างที่ตรวจสอบไปแล้ว คราว ๆ ให้เธอฟัง จนเซร่าสามารถสรุปได้ว่า
            “แค่อ่านกับอธิบายมันยังไม่เห็นภาพ เราไปลองของจริงดูกันเลยดีกว่า โกๆ”
            หลังจากนั้นเซร่าก็ใช้เวทมนตร์มิติเวลาของเธอสร้างพื้นที่ที่ใกล้เคียงกับคำว่าห้องแห่งกาลเวลาในดราก้อ*บอลขึ้นมา พวกเราเข้าไปในนั้นหนังจากที่เธอสร้างเสร็จ
            เป็นห้องที่มีพื้น ผนัง เพดานเป็นสีขาว กว้างใหญ่จนไม่เห็นขอบ
            สมแล้วที่เป็นเวทมนตร์มิติเวลา
            “แล้ว เราต้องทำอย่างไงต่อหรอ”
            เซร่าถามผมที่ยังตะลึงกับเวทมนตร์ระดับ SSS อยู่
            “นั้นสินะ ตอนแรกว่าจะลองอะไรที่ใหญ่ ๆ ดูเลยแต่ก็กลัวไม่ได้ ถ้างั้นขอลองจากเวทย์มนตร์ระดับต่ำก่อนล่ะกัน จะว่าอะไรไหมถ้าของดูเวทมนตร์มิติหน่อย”
            “ได้เลย ไม่มีปัญหา เราก็อยากรู้เหมือนกันว่าคลาสของเจ้าจะวิเคราะห์เวทที่เราสร้างออกมาเป็นแบบไหน”
            พอเซร่าตอบผมกลับ แค่นี้ก็เป็นสัญญาณมากพอจะให้ผมเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว
            ตามการคาดเดาของผม ช่วงที่เป้าหมายกับร่ายสกิลเวทมนตร์จะปรากฏเป็นวงเวทตรงจุดที่กำลังจะเกิดปรากฏการณ์เหนือธรรมดาขึ้นมา ในตอนนั้นเองจะเป็นช่วงที่ผมต้องใช้ [การตรวจสอบศาสตร์ลึกลับของพ่อมด] เป็นวิเคราะห์โครงสร้างของวงเวท ก่อนจะเริ่มจดบันทึกลงวิเคราะห์ [ตำราวิจัยศาสตร์ลึกลับของพ่อมด ‘ลักซ์’]
            “ถ้างั้นพอแล้วนะ”
            “อืม”
            เซร่าให้สัญญาณอีกรอบ
            จากนั้นไม่นานนักเธอก็ยกมือขึ้นเหนือหัวก่อนจะ…
            “[ฟันมิติ]”
            เกิดเป็นวงเวทในจุดที่มือของเธอฟันลงมาในแนวเฉียดและแยกออกจากกัน ในระยะเวลาเพียงพลิบตาเดียว
            และในจังหวังที่เป็นวงเวทขึ้น พอผมจะเปล่งเสียงเพื่อให้สกิลทำงานทว่า
            “…”
            …ไม่สามารถเปล่งเสียงเป็นชื่อสกิลที่ว่าได้ นี่ไม่ใช่เรื่องประหลาดที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก
            “เป็นอะไร ทำไมไม่ใช่สกิลหรอ”
            “ผมพูดชื่อของมันออกมาตอนจะใช่ไม่ได้น่ะครับ”
            “ก่อนหน้าที่ก็เป็นสินะ”
            “ครับ”
            เซร่าเดินกลับมานั่งกับผมและพยายามคลุ่นคิดอย่างหนัก หรือว่าพวกเราตีความผิดพลาดตรงไหน หรือว่าตั้งแต่แรก
            “[การตรวจสอบศาสตร์ลึกลับของพ่อมด] ไม่ใช้สกิลการกระทำหรอ”
            เซร่าถามอีกครั้งเพื่อความมันใจว่าพวกเราไม่ได้พลาดอะไรไป
            “ก็คงจะใช่ เพราะมันเป็นสกิลที่ต้องบังขับการเปิดใช้นิ”
            “แต่ลักซ์ใช้สกิลการกระทำไม่ได้นิ”
            ผมนิ่งเงียบกับความคิดสุดท้ายของเซร่า มันคงไม่ใช่อะไรง่าย ๆ หรอกมั้งที่เราพลาดไป
            ในตอนนั้นเองผมก็ฉุดคิดอะไรบ้างอย่างขึ้นได้ก่อนจะถามเซร่าไป
            “เซร่า เวลาเธอใช้ตรวจสอบ ปกติต้องเปล่งเสียงไหม”
            “ก็ไม่นะ เราแค่จ้องไปที่เป้าหมาย หลังจากนั้นมันก็ปรากฏ….”
            เริ่มมีรอยยิ้มบาง ๆ บนในหน้าของเซร่า ของผมก็เช่นกัน แบบนี้น่าจะหมายความว่าผมและเธอคิดในสิ่งเดียวกันอยู่
            และในวินาทีนั้นผมก็ค้นพบความจริงแบบบังเอิญสุด ๆ ถ้าการคาดเดาของผมถูกสกิลอันนี้ของพ่อมดน่าจะทำงานเหมือนกันกับการตรวจสอบแน่ ๆ
            เซร่าลุกขึ้นและรีบวิ่งกลับไปยืนจุดเดิมด้วยความตื่นเต้น
            “คราวนี้จะต้องทำให้ได้นะ!!!”
            เธอตะโกนกำลังมาจากระยะสิบเมตร
            “ได้แน่นอน”
            “พร้อมนะ”
            เซร่าถามหาความพร้อมของผม
            “ถ้างั้นก็…”
            โดยไม่รอคำตอบแรกยกมือขวาขึ้นในทันที
            “[ฟันมิติ]!”
            และฟันมันลงมาในแนวเฉียงอย่างรวดเร็ว ปรากฏเป็นวงเวทเลขาคณิตและพริบตาต่อมามันก็หายไปพร้อมกับการเกิดของรอยแยกมิติก่อนมันจะปิดลงในไม่นาน
             
            จังหวะที่ปรากฏเป็นวงเวทนั้นเอง ผมเพล่งสมาธิไปที่วงเวทแบบไม่รู้ตัวและในตอนนั้น ข้อความที่ผมคาดหวังก็ปรากฏขึ้นเสียที
            [ท่านได้เห็นและจดจำวงเวทของเวทมนตร์มิติเวลาระดับ A ‘ฟันมิติ’]
            [ท่านสามารถจดบันทึกได้]
            “ได้แล้วเซร่า!”
            “เอ๊ะ เย่ๆ!!”
            ผมตะโกนออกไปอย่างดีใจสุดขีด เซร่าก็เช่นกัน เธอรีบกลับมานั่งข้าง ๆ ผมหลังจากนั้นทันที
            เมื่อเห็นและจดจำวงเวทได้แล้วต่อไปก็คือการบันทึกลงบนตำราวิจัยของตัวเอง
            วงเวทที่ผมสังเกตเห็นมีสีองค์ประกอบหลักเป็นสีม่วงมีวงกลมและอักษรลูนตรงกลาง ในทิศทั้งแปดมีสามเหลี่ยม4 อันซ้อนทับกับวงกลมที่มีอักษรลุนเขียนอยู่ ผมจดจำมันได้ ก่อนจะใช้ปากกาขนนกจุ่มหมึกวาดวงเวทที่จดจำได้พร้อมกับเขียนอธิบายปรากฏการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
            เวลาไปผ่านไปประมาณ 3 ชั่วโมงในห้องมิติเวลา ในที่สุดผมก็จดบันทึกรายละเอียดที่จำได้ทั้งหมดเรียบร้อย
            [ท่านได้จดบันทึกเวทมนตร์มิติเวลาระดับA ‘ฟันมิติ’ สำเร็จ]
            [‘ฟันมิติ’ เปลี่ยนจากเวทมนตร์กลายเป็นมนตรา]
            [ท่านสามารถใช้มนตราแห่งมิติและเวลาระดับ A ‘ฟันมิติ’ ได้]
            [ได้รับค่าโบนัสจากการบันทึกมนตราระดับ A 250 แต้ม]
            [ท่านบรรลุเงื่อนไขพิเศษ ได้รับฉายา ผู้สร้างมนต์ตรา]
            ผู้สร้างมนต์ตรา
            **เมื่อใช้งานมนต์ตราที่ตัวเองสร้างจะเพิ่มพลังโจมตี20%
            **เมื่อใช้งานมนต์ตราที่ตัวเองสร้างจะคืนมานาที่ใช้ไป50%
            [ท่านสามารถวิจัยมนตรา ‘ฟันมิติ’ ได้ด้วยการแยกออกองค์ประกอบของวงเวท วิเคราะห์การจ่ายและใช้งานมานาในวงจรการทำงาน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด ท่านจำเป็นต้องตัดส่วนที่ไม่จำเป็นและเพิ่มส่วนที่ต้องการเข้าไป]
            ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า สามชั่วโมงที่ผ่านมาผมพยายามวาด จด และอธิบายสิ่งที่ผมเห็นจากสกิลออกมาให้หมดและนี้คือสิ่งที่ผมได้รับ
            ฟันมิติ (A)        มนต์ตรามิติที่พ่อมดมนตรา ลักซ์ ร่วมมือกับมหาจอมเวทมิติ เซร่า จดบันทึกและดัดแปลง        ผู้ใช้จะต้องนึกภาพของวงเวทมนตร์มิติไว้อย่างละเอียดก่อนจะใช้งาน        *เมื่อใช้งานสำเร็จและมิติแยกออกจะสร้าความเสียหาย 130% ของพลังโจมตี        *เมื่อมิติปิดลงในอีก1 วินาทีต่อมาจะสร้างความเสียหาย 200 % ของพลังโจมตี        *สร้างสถานะหยุดชะงัก0.4 วินาทีในครั้งแรก และ0.2 วินาทีในครั้งที่สอง        เงื่อนไขการใช้งาน: ผู้ใช้จะต้องกระทำการ‘ฟัน’ พร้อม กับนึกภาพวงเวทไว้        มานาทีใช้: 700 หน่วย ไม่มีระยะหน่วง
            “สำเร็จแล้วเน้อลักซ์—”
            เป็นหลากหลายอารมณ์ที่ถาโถมเข้ามาใส่ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นความสุข ความดีใจเสียมากว่า
            สุขเสียจนน้ำตาของผมไหลออกมาเอง
            เมื่อครั้งเลเวล54 ผมเป็นไร้คลาสจึงไม่มีโอกาสได้เปลี่ยนเป็นคลาสที่มีสกิลต่อสู้เลย ที่มาถึงเลเวล54 ได้นั้นส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะพลังของไอเทมทั้งนั้น
            เพราะฉะนั้น ฟันมิติ จึงเป็นทักษะทำดาเมจชนิดแรกที่ผมได้ตั้งแต่เล่น ‘New Horizon’ มาตลอดหนึ่งปีหนึ่งเดือน หรือสี่ปีสี่เดือนในเกม
            “อือ สำเร็จแล้วล่ะ เซร่า”
            ผมพยายามเก็บเสียงไว้และตอบกลับแบบดูเป็นธรรมชาติที่สุด
             
            เซร่าเข้าใจความรู้สึกนั้นดี เธอเห็นและเฝ้ามองการเดินทางของลักซ์มาตลอดสี่ปี ลักซ์เป็นคนที่ใช้ชีวิตได้ตามความฝันและความต้องการของตัวเอง เขายังใส่ใจคนรอบข้างเสมอ ทั้งตอนที่รถม้าที่ติดมาด้วยเสีย ช่วยเด็กหลงป่า ไปเมืองข้าง ๆ เป็นเพื่อนแม่ลูกชาวบ้านธรรมดาเพราะกลัวพวกเขาเป็นอะไร
            ลักซ์ไม่เหมือนผู้เล่นคนอื่น เขาไม่ได้มองเอ็นพีซีเป็นแค่สิ่งของ ลักซ์ใส่ใจทุกคนที่เข้ามาพบพานในชีวิตของเขา ถ้าหากเกินเรื่องดีเขาจะมองว่านั่นเป็นกำไรของวันนี้ หากเป็นเรื่องร้ายเขาจะมองว่าเป็นบทเรียนของวันนี้
            ทั้งนิสัยที่ชอบค้นคว้า ความน่ารำคาญที่อยากรู้อะไรก็จะหาจนกว่าจะเจอ เซร่าถูกความดื้อรั้นแบบเด็กของลักซ์เข้าไปเติมเต็มแผลใจกว่า 800 ปีของตน ตั้งแต่ที่เธอเจอเขาที่อาคาเซีย
            เซร่ารู้ว่าลักซ์มิอาจจจะอยู่มอบความสนุกและชีวิตชีวาให้กับเธอได้ตลอดไป เขาต้องออกเดินทางเพื่อหาตามหาอะไรใหม่ ๆ ในไม่ช้า เธอไม่อยากให้ความรู้สึกของตนเป็นตัวเหนี่ยวรั้งความอิสระของชายหนุ่มคนนั้นไว้
            แม้จะผ่านไป3 เดือนสำหรับ‘New Horizon’ แล้วลักซ์ก็ยังไม่เพิ่มเลเวลของตนเองเสียที
            เพราะฉะนั้นเซร่าถึงได้ตัดสินใจแนะนำให้ลักซ์ไปที่เมืองลับแล เธอมั่นใจว่าลักซ์จะต้องได้พลังจากต้นไม้แห่งปัญญาเช่นเดียวกับเธอ และถ้าหากว่ามันไม่เพียงพอ เธอก็จะทำทุกอย่างเพื่อจะให้เป็นพลังกับลักซ์ได้ ลักซ์ไม่อยากอัพเลเวลก็ไม่เป็นไรเพราะการเดินทางครั้งนี้จะทำให้ลักซ์แข็งแกร่งขึ้นเอง เซร่าเชื่อแบบนั้น
            เธอมอบหนังสือทั้งหมดในร้านที่อาคาเซีย 2,000 เล่มกับลักซ์ก่อนเดินทาง และเฝ้ามองจากภายในจดหมายหรือเวทมนตร์สร้างมิติแบ่งแยกจากเวลาของเธอตลอดเวลา
            แต่พอมาถึงหน้าป่าแอนท์ที่มีเลเวลมอนสเตอร์ขั้นต่ำ 530 เซร่าก็เริ่มเปลี่ยนความคิด หรือว่าการเดินทางขั้นนี้จะยากเกินไป เธอกังวนใจแบบนั้นแต่ก็ยังมีศรัทธา
            ศรัทธาที่ว่าชายหนุ่มจะสามารถผ่านไปได้ เธอคาดว่าอย่างน้อยต้องสัก10 ปีใน‘New Horizon’ กว่าเขาจะผ่านไปได้
            แต่ทว่าลักซ์กลับทำลายการคาดเดาแบบไม่ไว้หน้าใคร ในช่วงหลัง ๆ เขาสามารถคาดเดาและหลบการโจมตีที่มองไม่เห็นของต้นไม้วิญญาณได้อย่างต่อเนื่อง แม้เขาจะเหลือเลเวลแค่ 1 ก็ตาม
            ท้ายที่สุดแล้วชายหนุ่มคนนั้นก็ผ่านมาได้ และนั่งกอดเข่าดีใจอยู่ตรงหน้าเธอ
            ชายหนุ่มที่สามารถเติบเต็มหัวใจของจอมปราชญ์ที่สาบสูญจากตำนานได้
            “ไม่มีอะไรที่มนุษย์ทำไม่ได้หรอกนะ”
            เซร่านึกถึงคำพูดของผู้เป็นพ่อ คนที่บังคับให้เธอหนีความโหดร้ายของสงครามมาจากเมื่อ 800 ปีก่อน
            เมื่อคิดแบบนั้นน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาเช่นกัน