9.....
“วิน!..”
ป้าสมใจสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเมื่อได้ยินเสียงหวีดร้องเรียกชื่อของชวินดังมาจากเตียงคนไข้
“คุณหนู...เป็อะไรไปคะ”
ป้าสมใจกุลีกุจอลุกพรวดจากโซฟาเดินหน้าตาตื่นมาหานัฏนรีที่นอนลืมตาอยู่บนเตียง
“ป้า..ช่วยวินด้วย”
นัฏนรีรีบเกาะแขนป้าสมใจแน่นสีหน้าหวาดวิตกป้าสมใจกอดแขนหญิงสาวเป็การปลอบใจ
“ไม่เป็ไรนะคะคนดีของป้า..คุณหนูแค่ฝันร้ายฝันร้ายเดี๋ยวจะกลายเป็ดีค่ะ” ป้าสมใจปลอบใจ
“แต่ดรีมเห็นวิน ถูกใครก็ไม่รู้ใส่ปลอกคอพาลากไปค่ะ วินน่าสงสารมากช่วยวินด้วยนะคะป้า”
“ไม่มีอะไรค่ะแค่ฝันเฉย ๆไม่ใช่เื่จริงสักหน่อยเชื่อป้านะคะคุณหนู”
“แต่มันเหมือนจริงมากนะป้าดรีมชักเป็ห่วงวินแล้วสิ พรุ่งนี้ดรีมจะกลับบ้านให้แม่พาไปหาวินที่โรงบาลเชียงใหม่”
“ค่ะ ค่ะ..แต่ตอนนี้คุณหนูนอนหลับก่อนนะคะ”
ป้าสมใจบอกเสียงอ่อนโยนทำให้คุณหนูของเธอพยายามข่มตาให้หลับ ป้าสมใจยืนมองจนแน่ใจว่าคุณหนูของตนจะไม่ลืมตาขึ้นมาแล้ว จึงเดินกลับไปล้มตัวลงนอนที่โซฟาตามเดิม
แต่ป้าสมใจไม่รู้ว่านัฏนรีนั้นนอนไม่หลับในใจของเธอเต็มไปด้วยความห่วงใยชวิน ยิ่งภาพความฝันเมื่อสักครู่ที่ผ่านมามันทำให้นัฏนรีต้องขบคิดทำไมเธอจะต้องฝันน่ากลัวเช่นนั้น ภาพของชวินที่ร้องขอความช่วยเหลือด้วยความเ็ปสร้างความทุกข์ใจให้กับเธอเหลือเกินโดยเฉพาะภาพสุดท้ายที่เห็นชวินถูกสวมปลอกคอคล้ายปลอกคอของสุนัขแล้วก็ถูกใครคนหนึ่งซึ่งเธอมองเห็นหน้าไม่ชัดดึงเชือกที่มัดติดกับปลอกคอลากไปอย่างไม่สนใจคนที่ถูกลากว่าจะเ็ปทรมานเพียงใด
“เราคงจะคิดมากไปเองชวินเป็คนที่เกลียดหมา เขาไม่ชอบหน้าเ้าดุ๊กดิ๊กก็เลยมีภาพของเขาออกมาให้เราเห็นในความฝันแบบนั้น”
นัฏนรีหาเหตุผลให้กับความฝันที่ผ่านมา เธอได้รับรู้มาตลอดถึงความเกลียดชังที่ชวินมีให้กับเ้าดุ๊กดิ๊กถึงขั้นเตะมันจนซี่โครงแทบหักถ้าเธอไม่ขอร้องเขาไว้ ป่านนี้เ้าดุ๊กดิ๊กก็คงจะช้ำในตายไปนานแล้ว
“ดีนะที่เอาเ้าดุ๊กดิ๊กไปฝากที่บ้านปอนด์ไว้ไม่อย่างนั้นมันคงตายเพราะน้ำมือของวินไปแล้ว คนอะไรก็ไม่รู้ไม่รักสัตว์พอว่า แต่ถึงขั้นเกลียดชังทำร้ายสัตว์แบบนี้ไม่ดีเลย”
นัฏนรีอดตำหนิคนรักไม่ได้แต่ก็นั่นแหละ เธอหลงชวินมาก สิ่งไหนที่ชวินไม่ชอบ เธอก็จะไม่ทำแม้จะฝืนความรู้สึกก็ตามอย่างเ้าดุ๊กดิ๊กเอง นัฏนรีก็รักมันอยากจะเลี้ยงดูมันแต่ก็ทำไม่ได้มันช่างน่าเศร้าใจนัก
นัฏนรีนึกถึงครั้งที่เคยขับรถไปชนสุนัขจรจัดตัวหนึ่งเมื่อสองปีที่แล้วโชคดีที่มันไม่ตาย เพียงแต่ขาหักซี่โครงยุบ เธอรู้สึกสงสารมันมากเห็นมันแน่นิ่งไปก็คิดว่าคงจะตายไปแล้ว แต่พอมันดิ้นเธอก็ดีใจมากรีบพามันไปหาหมอและรักษามันจนอาการดีขึ้นก็เลยเอามาเลี้ยงดูที่บ้าน และหวังว่าชวินก็คงจะรักและเมตตามันเช่นกัน
“วินไม่ชอบสัตว์เลี้ยงทุกชนิดทำไมดรีมจึงเก็บไอ้หมาข้างถนนนี่มาเลี้ยงดูด้วย บอกตรง ๆ ว่าไม่ถูกชะตากับมันเลย”
ชวินไม่พอใจอย่างมากที่เห็นเ้าดุ๊กดิ๊กมาอยู่ในบ้านของนัฏนรี ทำให้เธอต้องเอาเ้าดุ๊กดิ๊กไปซ่อนไว้ในเวลาที่ชวินมาที่บ้านของเธอ แต่วันดีคืนร้ายเ้าดุ๊กดิ๊กก็โผล่หน้ามาเดินป้วนเปี้ยนเพื่อจะมาคลอเคลียนัฏนรี และครั้งนั้นก็ทำให้ชวินโมโหมันมากถึงกับไล่เตะทำร้ายมันพร้อมกับยื่นคำขาดให้เธอเลือกระหว่างชวินกับเ้าดุ๊กดิ๊ก ซึ่งแน่นอนว่านัฏนรีย่อมจะต้องเลือกชวินอยู่แล้วและนำเ้าดุ๊กดิ๊กไปฝากสิปปกร ให้ช่วยเลี้ยงอยู่ที่บ้านคุณยายกันยามาศโดยที่นัฏนรีก็จะแวะไปเยี่ยมเยียนมันอย่างสม่ำเสมอ
ป้าสมใจทำหน้าแปลกใจเมื่อเห็นคนที่มาเยี่ยมคนป่วยเนื่องจากไม่คุ้นเคยกับผู้หญิงสองคนมาก่อน ซึ่งคนหนึ่งดูเป็หญิงวัยกลางคนแต่งตัวด้วยเสื้อสีขาวกางเกงขาสามส่วนสีดำดูท่าทางการเดินบอกให้รู้ว่ามีปัญหากับขา จึงต้องมีหญิงสาววัยรุ่นที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงยีนส์สีดำ ในมือของเด็กสาววัยรุ่นหิ้วถุงส้มเขียวหวานด้วยพร้อมกับคอยพยุงให้คนขาไม่ดีเดินด้วย
“เข้าห้องผิดหรือเปล่าคะคุณ”
ป้าสมใจบอกกับคนที่เข้ามา
“จะผิดได้ยังไงล่ะ เมื่อกี้ก็อ่านชื่อหน้าห้องแล้วว่านางสาวนัฏนรี”
ฝ่ายผู้หญิงสูงวัยที่ถูกพยุงเป็คนพูด
“เรามาเยี่ยมพี่ดรีมค่ะ”ฝ่ายเด็กสาวเป็คนพูดบ้าง
“พวกคุณเป็ใครคะ”
สมใจถามอย่างไม่แน่ใจชักจะสังหรณ์ใจว่าเป็เครือญาติของชวิน
“ฉันเป็แม่ของชวินแฟนของหนูดรีมนี่ก็น้องสาวของตาวิน”
นางบุญมาบอกแววตาหม่นเศร้าของนางทำให้ป้าสมใจรู้สึกเห็นใจนางขึ้นมาที่ต้องสูญเสียสามีกับลูกชายไปพร้อมกัน ป้าสมใจยังไม่เคยเห็นหน้าคนในครอบครัวของชวินมาก่อนแต่เค้าหน้าของชวินก็เหมือนกับบุญมาไม่น้อย
“คุณหนูนอนหลับอยู่ค่ะ”
ป้าสมใจเริ่มไม่สบายใจ ถ้าเกิดสองแม่ลูกพูดเื่ของชวินให้นัฏนรีฟังล่ะตายแล้วจะทำอย่างไรดีหนอ ป้าสมใจนึกในใจด้วยความหวาดเสียว ดร.ฉันทวัฒน์ กับภรรยาก็เพิ่งจะออกจากห้องไปเมื่อไม่นานนี้เองจะกลับมาเยี่ยมลูกสาวได้อีกทีก็ตอนค่ำโน่น
“งั้นพวกเราจะรอจนหนูดรีมตื่นก็แล้วกันไม่ค่อยมีเวลามาเยี่ยมนักหรอก มาแล้วก็จะได้ไม่เสียเวลา”
พูดจบนางบุญมาก็เดินกะโผลกกะเผลกให้ลูกสาวคอยพยุงเข้าไปด้านในทันที แล้วก็ทรุดนั่งที่โซฟาโดยไม่รอคำเชิญ ป้าสมใจทำอะไรไม่ถูกได้แต่เดินตามเข้าไปนั่งประกบสองแม่ลูกเอาไว้ก่อน
“ห้องกว้างขวางหรูหรายังกะโรงแรมชั้นดีเลยนะเนี่ย”
บุญมาพูดขึ้นสายตาของนางสำรวจไปทั่วห้องก่อนจะไปหยุดอยู่ที่ใบหน้าของคนป่วยที่นอนหลับอยู่บนเตียง
“โชคดีนะที่หนูดรีมหักรถเข้าชนต้นไม้ไม่หยั่งงั้นละก็ป่านนี้ฉันกับหนูดรีมก็คงจะกลายเป็ศพเหมือนกับตาทองก้อนกับตาวินไปแล้วล่ะ”
นางบุญมาเล่าพร้อมกับน้ำตาซึม ป้าสมใจหน้าซีดเกรงว่าคำพูดของบุญมาจะไปเข้าหูคนที่นอนหลับอยู่บนเตียงผู้ป่วย
“หนูดรีมหลับไปนานหรือยังคะคุณ”
นางบุญมาหันมาถามป้าสมใจ
“ก็เกือบจะชั่วโมงแล้วค่ะ” ป้าสมใจบอกตามความจริง
“งั้นค่อยยังชั่วหน่อย อีกไม่นานก็คงจะตื่น”
นางบุญมาพูดในขณะที่ชโรชาเดินไปดูนัฏนรีใกล้ ๆ
“เอ้อ..คุณคะดิฉันมีเื่อยากจะขอร้องค่ะ”
ป้าสมใจตัดสินใจบอกกับบุญมาด้วยเสียงเหมือนกระซิบ
“ขอร้อง .เื่อะไร” นางบุญมาขมวดคิ้วจ้องหน้าคนพูด
“คือ..คุณหนูยังไม่รู้เื่...”
“ไม่รู้เื่อะไรเหรอ”
บุญมาทำหน้างง ๆ ไม่เข้าใจป้าสมใจจึงยื่นหน้าไปกระซิบที่หูแต่ก็ยังไม่ทันได้พูด นัฏนรีก็ตื่นขึ้นพอดี
“น้องแหวน!”
นัฏนรีอุทานเรียกชื่อของคนที่ยืนมองตนอยู่ข้างเตียงด้วยความตื่นเต้นแต่คนที่กำลังกระซิบกระซาบอยู่กับนางบุญมา สะดุ้งใ
“คุณกระซิบเบามากไม่ได้ยินเลย ตื่นแล้วเหรอจ๊ะหนูดรีม แม่กับยัยแหวนมาเยี่ยมนะ”
นางบุญมาบอกกับป้าสมใจก่อนจะหันไปกล่าวทักทายคนป่วยที่เตียงป้าสมใจหน้าซีดเริ่มคิดปลงกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น
“พี่ดรีมเป็ยังไงบ้างคะ”
ชโรชาจับมือคนป่วยด้วยความสนิทสนม
“พี่ดีขึ้นแล้วล่ะ ดีใจจังที่แหวนกับแม่มาเยี่ยมพี่”
นัฏนรีมีน้ำเสียงดีใจอย่างที่บอก
“ความจริงแหวนก็อยากจะมาเยี่ยมพี่ดรีมั้แ่เมื่อวานแล้วค่ะแต่พอดีต้องยุ่งกับงานศพอยู่” ชโรชาบอกด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยนัฏนรีเป็ฝ่ายบีบมือชโรชาเป็การปลอบใจ
“พี่รู้แล้วนะเื่ที่คุณพ่อทองก้อนเสีย พี่เสียใจด้วยอยากจะไปร่วมงานศพ แต่พี่ก็ยังไปไม่ได้แต่พี่ตั้งใจว่าจะไปวันที่เผา”
“ไม่เป็ไรหรอกหนูดรีมแม่รู้ว่าหนูต้องรักษาตัวเพราะหนูอาการหนักกว่าแม่”
นางบุญมาบอกอย่างเข้าใจ
“แล้ววินล่ะคะแม่..อาการเป็ยังไงบ้าง หนูว่าจะไปเยี่ยมเขาที่เชียงใหม่”
ชโรชาหันไปมองหน้านางบุญมาสองแม่ลูกมองหน้ากันด้วยความแปลกใจกับคำถามของนัฏนรีเพราะคิดว่านัฏนรีน่าจะทราบแล้วว่าชวินเสียชีวิต
“เอ๊ะ..นี่หนูดรีมยังไม่รู้ใช่ไหมว่าตาวิน...”
บุญมาชะงักคำพูดเอาไว้นางเริ่มเข้าใจสิ่งที่ป้าสมใจกระซิบพอหันไปมองหน้าป้าสมใจก็พบว่าฝ่ายนั้นกำลังส่ายหน้าไปมาพร้อมกับส่งสายตาเป็สัญญานขอร้อง
“ใครบอกหนูดรีมหรือลูก ว่าตาวินอยู่ที่เชียงใหม่”
นางบุญมาจึงย้อนถามเมื่อเข้าใจสายตาของป้าสมใจ
“คุณแม่บอกค่ะ..แล้วก็เพื่อน ๆของดรีมด้วย ตกลงชวินยังอยู่ที่เชียงใหม่หรือเปล่าคะ แล้วอาการเขาเป็ไงบ้าง”
“ศพพี่วินย้ายมาจากเชียงใหม่แล้วค่ะพี่ดรีม”
ชโรชาโพล่งออกมาเสียงสั่นน้ำตาซึมป้าสมใจหลับตาปี๋คอยลุ้นดูอาการของนัฏนรี
“น้องแหวน..เมื่อกี้น้องแหวนว่าอะ..อะไรนะ..คะ”
นัฏนรีถามเสียงตะกุกตะกักใจหายวาบ
“พี่วินเสียแล้วค่ะพี่ดรีม..ฮือๆ”
ชโรชาบอกพร้อมกับร้องไห้โฮออกมา แต่คนที่ร้องไม่ออกกลับเป็นัฏนรีที่นอนตาค้างนิ่งอึ้งไปนานจนป้าสมใจต้องรีบเข้ามาเขย่าให้รู้สึกตัว
“ไม่!..ไม่จริง!..ไม่ใช่..น้องแหวนโกหกพี่ใช่ไหม”
นัฏนรีตั้งสติได้ร้องถามเสียงสั่นรู้สึกถึงลมหายใจที่มันหยุดทำงานชั่วคราวตัวเย็นเฉียบไปถึงปลายเท้า
“หนูดรีมทำใจเสียเถอะลูก..”
นางบุญมาบอกพร้อมกับเสียงสะอื้นร่ำไห้ออกมาอย่างสุดที่จะกลั้นทำให้ห้องทั้งห้องระงมไปด้วยเสียงแห่งความเศร้าโศกเสียใจ ประหนึ่งเสียงแข่งขันการร้องไห้
“คุณหนู..”
ป้าสมใจเรียกด้วยความะเืใจที่เห็นนัฏนรีที่นอนตัวแข็งคล้ายคนที่ช็อคจนพูดไม่ออกป้าสมใจเห็นท่าทางจะไม่ดีรีบกดเรียกพยาบาลทันที