ไม่อาจรู้ว่าเวลาผ่านไปนานเพียงใด หานซั่วค่อย ๆ ลืมตาที่บอบช้ำ ความเ็ปแผ่ซ่านไปทั่วร่าง โดยเฉพาะศีรษะที่ปวดตุบอย่างรุนแรง หลังจากมีอะไรต่อมิอะไรถั่งโถมเข้ามาในสมอง
กวาดตามองไปรอบกาย กองกระดูกสีขาวน่าสยดสยองกระจายเกลื่อน สสารประหลาดสีดำทับถมกันภายในห้องอันมืดสนิท ส่งกลิ่นเหม็นน่าสะอิดสะเอียนชวนคลื่นไส้
“อา... เราตายแล้วสินะ ที่นี่ต้องเป็นรกแน่ๆ”
ราวกับถูกความหนาวะเืเกาะกินหัวใจจนสลายเป็เถ้าธุลี หานซั่วเริ่มโอดครวญ เร็วเกินไปที่ตัวเขาต้องมาตายด้วยอายุเพียงเท่านี้ ให้ตายเถอะ! นี่มันโชคร้ายเกินไปแล้ว! ชีวิตที่ผ่านมาก็ไร้ค่าสิ้นดี รีบไปเกิดใหม่แล้วเปลี่ยนแปลงชีวิตในชาติหน้าดีกว่า...
ทันใดนั้นเอง หานซั่วรู้สึกปวดศีรษะอย่างรุนแรง เขายกมือขึ้นกุมศีรษะและส่งเสียงร้องด้วยความทรมานอยู่ครู่หนึ่ง ขณะที่ข้อมูลมากมายพรั่งพรูเข้ามาในสมอง
“ไบรอัน...ไบรอัน... ไบรอันคือใครกัน?”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา...
หานซั่วตะลึงงัน เขานึกว่าการเกิดใหม่ในร่างของผู้อื่นจะมีเฉพาะในหนังหรือในละคร แต่เื่แบบนี้กลับมาเกิดขึ้นกับตัวเขาเอง? ยิ่งไปกว่านั้น เขามาเกิดใหม่ในร่างของคนต่างชาติ! ตาแก่โง่ฉู่ชางหลานนั่นร่ายเวทผิดพลาดหรืออย่างไร?
เมื่อเริ่มปรับตัวกับความมืด หานซั่วก็ค่อย ๆ ขยับเขยื้อนร่างกาย ยกแขนขวาขึ้นมาตรงหน้า ไฝดำบริเวณข้อมือที่เคยมีหายไปแล้ว ทว่าถูกแทนที่ด้วยแผลเป็ยาวน่าเกลียดน่ากลัว ราวกับหนอนที่เลื้อยขึ้นไปตามแขน หานซั่วตัวสั่นงันงก ความรู้สึกเย็นะเืเกาะกินอวัยวะภายในทั่วทุกอณู
นี่ไม่ใช่ร่างกายของเขา... หานซั่วตื่นใและตระหนักได้ว่า เขาเข้ามาอยู่ในร่างของคนอื่นจริงๆ
แม้ไบรอันจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่หานซั่วกลับรับรู้อดีตทุกอย่างของไบรอันได้ด้วยเหตุผลบางอย่าง รู้แม้กระทั่งว่าเขาไม่ได้มาเกิดใหม่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศอังกฤษ หรือประเทศไหน ๆ ในทวีปฝั่งตะวันตก แต่เขากำลังอยู่ในอีกโลกที่ชื่อว่า ‘ทวีปแห่งความลึกล้ำ’ และในอาณาบริเวณของประเทศที่ไม่คุ้นเคยชื่อว่า ‘อาณาจักรแลนเซอล็อต’ ดินแดนพิศวงที่เต็มไปด้วยการประดาบ เวทมนตร์ และเผ่าพันธุ์ประหลาดที่อาละวาดไปทั่ว
พ่อแม่ของไบรอันเสียชีวิตั้แ่ตอนที่เขายังเด็ก กระทั่งอายุได้สิบขวบก็ถูกลุงแท้ ๆ ขายให้กับพ่อค้าทาส ซึ่งนำเขาไปขายให้ ‘วิทยาลัยเวทมนตร์และศาสตร์แห่งพลังบาบิโลน’ และชีวิตของไบรอันก็จมดิ่งลงสู่ความมืดมิดนับแต่นั้น
ไบรอันเสียชีวิตตอนอายุสิบหกปี ก่อนหน้านั้น เขาถูกส่งไปอยู่ในสาขาที่อ่อนแอที่สุดของวิทยาลัยบาบิโลน --- ศาสตร์แห่งความตาย
่เวลาหกปีนั้น งานของไบรอันคือการช่วยเหลือพวกนักเรียนในสาขาศาสตร์แห่งความตาย หรือเหล่า ‘เนโครแมนเซอร์’ ตัวน้อยในการทำความสะอาดซากโครงกระดูก ซากศพ และขยะอื่น ๆ ที่เกิดผิดพลาดจากการทดลองเวทมนตร์ นอกเหนือจากนั้น ก็ต้องช่วยงานจิปาถะทั่วไปอย่างการชงชา คอยยกน้ำยกอาหาร กวาดพื้น และกำจัดแมลงรบกวนต่างๆ
อีกอย่างหนึ่ง พวกนักเรียนสาขาศาสตร์แห่งความตายมักจะใช้เขาเป็ ‘เป้าฝึกซ้อม’ ในการต่อสู้ของโครงกระดูกหรือภูตผีที่อัญเชิญมา หรือไม่ก็ทดลองเวทมนตร์กับเขาโดยตรง
ไบรอันผู้อ่อนแอและขลาดกลัวต้องทนทุกข์ทรมานกับการใช้ชีวิตในขุมนรกแห่งนี้นานถึงหกปี ร่างกายของเขาจึงเต็มไปด้วยแผลเป็ และรอยฟกช้ำนับไม่ถ้วน นักเรียนสาขาศาสตร์แห่งความตายจะเรียกใช้เขาเป็เป้าฝึกซ้อมทุกครั้ง หลังจากที่พ่ายแพ้ในการต่อสู้กับนักเรียนสาขาอื่น ไม่ว่าจะเป็ตอนที่เขากำลังกล้ำกลืนฝืนกินอาหาร หรือตอนที่กำลังทำงานตามคำสั่งอันไร้ที่สิ้นสุดอยู่ก็ตาม
เด็กหนุ่มวัยสิบหกปี กับความทรมานอย่างแสนสาหัสตลอดหกปีเต็ม ช่างโหดร้ายเกินกว่าที่เด็กคนหนึ่งจะทนรับไหว
ไบรอันเคยคิดจะฆ่าตัวตาย แต่เพราะความขี้ขลาด เขาจึงไม่เคยกล้าพอแม้แต่จะพรากชีวิตของตัวเอง ทำได้เพียงอดทนเงียบ ๆ มาตลอดหกปีนั้น
และในที่สุด เมื่อวานนี้เองที่นักเวทตัวน้อยนามว่า ‘ลิซ่า’ ได้อัญเชิญเจตภูตออกมาตนหนึ่ง ซึ่งเผลอกลืนกินจิติญญาของไบรอันจนตาย เขาไม่รู้สึกเ็ปเลยแม้แต่น้อย แต่กลับรู้สึกสุขอย่างที่สุดที่ได้หลุดพ้นเสียที...
หลังจากที่คอยเก็บกวาดซากศพและเศษกระดูกมาตลอดหกปี ทาสคนหนึ่งก็โยนศพของไบรอันไว้ในกองขยะ ที่ซึ่งเขาเคยใช้เป็ที่ทิ้งขยะและสิ่งโสมมทั้งหลาย บัดนี้กลายมาเป็สุสานของตัวเขาเอง
หานซั่วเคยพร่ำบ่นว่าชีวิตของตนเองช่างน่าสมเพช แต่เมื่อเทียบกับไบรอันแล้ว เขาถึงกับใจสลาย เป็ครั้งแรกที่รู้สึกว่าชีวิตในอดีตไม่ได้เลวร้ายอะไรเลย
เมื่อเข้าใจแล้วว่าไบรอันผ่านอะไรมาบ้าง เขาก็ทอดถอนใจ และกระซิบด้วยเสียงสั่นเครือ
“เด็กบ้าจอมขี้ขลาดอย่างนายมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้อย่างไร ไบรอัน คราวนี้ร่างนายเป็ของฉันแล้ว ฉันจะทำอะไรให้นายได้บ้าง?”
ทันใดนั้น หานซั่วก็ััได้ถึงของเหลวบางอย่างไหลเวียนอยู่ในร่างกาย ศีรษะปวดแปลบในขณะที่ความทรงจำบางอย่างผุดขึ้นมาอย่างกะทันหัน มวลของเหลวโคจรไปทั่วร่างอย่างช้า ๆ ขณะที่ห้วงจิตของหานซั่วถูกเติมเต็มด้วยข้อมูลความรู้มากมายของตาเฒ่าฉู่ชางหลานอย่างอธิบายไม่ได้
‘เวทปีศาจ’ แบ่งเป็เก้าอาณาจักรพลังด้วยกัน ได้แก่
อาณาจักรพลังรูปธรรม
อาณาจักรพลังเบิกทาง
อาณาจักรพลังหลอมิญญา
อาณาจักรพลังปีศาจแท้จริง
อาณาจักรพลังกระหายโลหิต
อาณาจักรพลังแยกร่างปีศาจ
อาณาจักรพลังกามอสูร
อาณาจักรพลังเก้าการเปลี่ยนแปลง
และระดับสูงสุด คือ อาณาจักรพลังอาถรรพ์ปีศาจ
ผู้ใช้เวทปีศาจจะสนองความ้าของตนเองและสังหารผู้คนตามใจปรารถนา เพื่อพลังอันไร้ขีดจำกัด โดยไม่สนกฎเกณฑ์หรือศีลธรรมใดๆ
ยามใดที่ผู้ฝึกฝนกลายเป็ปีศาจอย่างเต็มตัว คนผู้นั้นจะมีพลังในระดับที่สามารถเคลื่อนภูผา ผ่าท้องทะเล
หานซั่วนั่งนิ่ง ไม่ทราบว่าเวลาล่วงผ่านไปนานเท่าใด เขาได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ มากมายที่เกินขอบเขตความเข้าใจของมนุษย์
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขามั่นใจอย่างแรงกล้า คือการใช้เวทครั้งสุดท้ายของฉู่ชางหลานต้องมีบางอย่างผิดพลาด จิติญญาของฉู่ชางหลานถูกลบล้างไป แต่กลับถ่ายทอดความทรงจำและความรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์ทั้งหมดไว้ในห้วงจิตของหานซั่วแทน!
มวลของเหลวที่ไหลเวียนทั่วร่างกาย คือรากฐานชีวมนตราอันทรงพลัง เรียกว่า ‘แก่นมนตรา’ จากความทรงจำของฉู่ชางหลาน ผู้ใช้เวทปีศาจจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามถึงห้าปีในการบ่มเพาะและสร้างแก่นมนตราขึ้นมา แต่หานซั่วซึ่งไม่เคยรู้หรือทำสิ่งใด กลับมีแก่นมนตราสีเงินยวงไหลเวียนอยู่ทั่วร่าง แม้จะอ่อนแรง เขาก็รับรู้ได้ว่ามันคือแก่นมนตราของจริง
หานซั่วพลันฉุกคิดถึงฉู่ชางหลาน ตาเฒ่านั่นตั้งใจใช้เขาเป็ตัวตายตัวแทน แต่กลับลงเอยด้วยการส่งหานซั่วมายังต่างโลก ความรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์ทั้งหลายที่ถ่ายทอดมาต้องเป็ของฉู่ชางหลานอย่างแน่นอน
หานซั่วเรียนรู้โลกอันน่าพิศวงใบนี้ผ่านความทรงจำของไบรอันได้เพียงน้อยนิด เพราะความเข้าใจของไบรอันจำกัดอยู่ในมุมมองของทาสผู้ต่ำต้อยในวิทยาลัยบาบิโลน ความคิดของหานซั่วจึงเริ่มโลดแล่นถึงสิ่งที่เขาจะทำในชีวิตต่อจากนี้
เมื่อไบรอันเสียชีวิตไปแล้ว และหานซั่วก็กลายเป็เ้าของร่างแทน ตัวตนถาวรเขาจึงต้องกลายเป็ ‘ไบรอัน’ ทาสที่ถูกขายให้กับวิทยาลัยเวทมนตร์ โลกประหลาดใบนี้มีบทลงโทษอันโหดร้ายสำหรับทาสที่พยายามหลบหนี เพราะฉะนั้น หานซั่วจึงยังไม่หนี แม้ตั้งใจว่าจะทำเื่สุ่มเสี่ยงนั้นให้สำเร็จ แต่เป็เพราะเวลานี้ เขาไม่มีเงินติดตัวเลยสักแดง...
หลังจากใคร่ครวญอยู่นาน หานซั่วตัดสินใจกลับไปที่วิทยาลัย เพราะมีเพียงที่แห่งนั้นที่จะเปลี่ยนแปลงความเป็ทาส และทำอะไรสักอย่างเพื่อไบรอันผู้น่าสงสารได้
หานซั่วรู้สึกเจ็บไปหมด เพราะไบรอันมีาแเต็มตัวก่อนตาย เมื่อพยายามลุกขึ้นยืน ความเ็ปร้าวระบมก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง จนเขาร้องออกมา “โอ๊ย!” และทิ้งตัวลงนั่งอย่างรวดเร็ว
หานซั่วไม่มีความไยดีต่อฉู่ชางหลาน ผู้ซึ่งลักพาตัวเขามาที่นี่ แม้ไม่รู้จักชีวิตหรือโลกของฉู่ชางหลานเลย แต่จากความทรงจำที่ได้รับถ่ายทอดมา ทำให้รู้ว่าตนเองสามารถหล่อหลอมร่างกายแข็งแกร่งขึ้นโดยฝึกพลังเวทที่มีในตัว เคลื่อนย้ายตนเองไปยังสถานที่อื่นในชั่วพริบตา หรือแม้กระทั่งเคลื่อนย้ายขุนเขาและท้องทะเล
แม้ฉู่ชางหลานออกจะเพี้ยนอยู่สักหน่อย แต่จากที่เขาจำได้ ฉู่ชางหลานเคยพาเขาขึ้นไปบนดวงจันทร์มาแล้ว จึงเชื่อว่าด้วยเวทมนตร์ภายในตัวน่าจะทำให้เขาเหาะได้เช่นกัน
เมื่อไม่มีอะไรให้เสียอีกแล้ว หานซั่วจึงทบทวนคาถาอันซับซ้อนที่จำเป็ต้องใช้ในการฝึกพลังเวท เขาตั้งสมาธิแน่วแน่เพื่อเริ่มฝึกเวทปีศาจใน ‘อาณาจักรพลังรูปธรรม’ ซึ่งเป็หลักการแรกในการควบคุมและผนึกจุดอ่อนของแก่นมนตรา
เมื่อเขาตั้งสมาธิและควบคุมแก่นมนตราตามกฎของอาณาจักรพลังรูปธรรมสำเร็จ แก่นมนตราก็สามารถตอบสนองเขาได้ดังใจนึก เป็ไปตามองค์ความรู้ของฉู่ชางหลานอย่างไม่ผิดเพี้ยน
หานซั่วรู้สึกลิงโลด แม้ฉู่ชางหลานจะเพี้ยนแค่ไหน แต่ความทรงจำของตาเฒ่านั่นก็มีประโยชน์ เขาตั้งสมาธิฝึกฌานอีกครั้ง และเริ่มโคจรแก่นมนตราไปทั่วร่างกายตามกฎของอาณาจักรพลังรูปธรรม
กว่าหานซั่วจะรู้สึกตัวอีกครั้ง ก็ตอนที่ท้องของเขาเริ่มส่งเสียงโครกคราก ไม่รู้ว่าเขานั่งทำสมาธินานแค่ไหนแล้ว แต่ความเ็ปตามร่างกายบรรเทาลงมาก และััถึงกำลังวังชาที่เพิ่มพูนขึ้น นี่คือผลลัพธ์ของการฝึกฌานเพียงชั่วครู่ ตาเฒ่าฉู่ชางหลานนั่นใช้เวลาฝึกฝนมานานเพียงใด? ไม่แปลกใจเลยที่เขากล้าขึ้นไปถึงดวงจันทร์ หานซั่วจินตนาการไม่ออกว่าฉู่ชางหลานจะมีพลังแกร่งกล้ามากเพียงใดตอนที่ยังมีชีวิตอยู่
ทันใดนั้น หานซั่วก็ััถึงความผิดปกติบางอย่างเมื่อเขาหยุดพักจากการฝึก แก่นมนตราสีเงินยวงไม่ได้โคจรตามกฎของอาณาจักรพลังรูปธรรมอีกแล้ว แต่มันกำลังไหลบ่าไปตามิั กล้ามเนื้อ กระดูก และอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย
เป้าหมายหลักของอาณาจักรพลังรูปธรรม คือมุ่งเน้นการฟื้นฟูทางกายภาพ เสริมความแข็งแกร่งให้กับกล้ามเนื้อ ิั และกระดูก ขณะที่เสริมสร้างแก่นมนตราอย่างช้า ๆ แต่พวกบ้าบิ่นบางคนมักทำร้ายตัวเองเพื่อแลกกับการฟื้นฟูร่างกายและเสริมสร้างแก่นมนตราพร้อมกันในคราเดียว เพราะการทำทั้งสองอย่างพร้อมกันจะสัมฤทธิผลรวดเร็วที่สุด
“การฝึกพลังขั้นนี้คือการทำร้ายตัวเองชัด ๆ เลยนี่นา เอาเถอะ ไหน ๆ ไบรอันก็โดนอะไรแบบนี้บ่อย ๆ อยู่แล้ว บางที ถ้ากลับไปที่วิทยาลัย การฝึกอาณาจักรพลังรูปธรรมของเราอาจจะก้าวหน้าเร็วขึ้นอีก อยู่ในร่างของไบรอันแบบนี้อาจไม่เลวนักก็ได้แฮะ”
หานซั่วซาบซึ้งเพียงครู่หนึ่ง และตั้งใจจะออกไปจากจุดนี้ทันที หลังจากเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองหลงโง่อยู่ในหลุมศพเหม็นเน่านี่ตั้งนานจนเริ่มจะทนไม่ไหว
แสงสว่างรำไรสาดส่องลงมา จากความทรงจำของไบรอัน หานซั่วรู้ว่าเบื้องบนคือปากบ่อขนาดใหญ่ ที่ซึ่งซากโครงกระดูกและซากศพถูกโยนทิ้งลงมา เขายังรู้สึกเ็ปไปทั้งตัวเมื่อลุกขึ้นยืนด้วยร่างที่เต็มไปด้วยแผลเป็ ความทรมานยาวนานกว่าหกปียังคงส่งผลในร่างของไบรอัน ประกอบกับอาหารการกินที่แร้นแค้น ส่งผลให้ร่างกายของเขาผ่ายผอมเพราะขาดสารอาหาร และมีความสูงเพียงประมาณร้อยหกสิบเิเกว่า ๆ เท่านั้น
หานซั่วยืนอยู่บนพื้นที่ปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำ ทำให้เขาต้องประคองร่างกายอันอ่อนแออย่างยากลำบาก หลังจากล้มลุกคลุกคลานอยู่หลายครั้ง เขาก็สามารถออกมาจากหลุมศพได้ในที่สุด หานซั่วรู้สึกปีติยินดีอย่างเหลือล้นที่จะได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งภายใต้แสงจันทราที่สาดส่องลงมาพื้นผิวโลก อาบไล้สุสานแห่งนี้จนสว่างกระจ่างตา
ด้วยแก่นมนตราที่ยังคงไหลเวียนอยู่ทั่วร่าง หานซั่วจึงมองในแง่ดีว่าสิ่งที่ฆ่าเราไม่ตาย จะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น และใช่ว่าเขาจะไร้ซึ่งไพ่ตายในมือ เพราะเคล็ดลับในการฝึกที่ฉู่ชางหลานทิ้งไว้ให้ พิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์ และจะช่วยให้หานซั่วทำตามความฝัน ที่เขาไม่เคยแม้แต่จะกล้าฝันมาก่อน
อย่างไรก็ตาม หานซั่วไม่รู้เลยว่าแก่นมนตราที่ฉู่ชางหลานทิ้งไว้ให้นั้น มิได้เพียงช่วยเขาฝึกฝนพลังเวท แต่ยังเป็เมล็ดพันธุ์ที่สามารถแปรเปลี่ยนความคิด ดังเช่นที่เปลี่ยนแปลงร่างกายของเขา จิตใจของหานซั่วในโลกเดิมเคยถูกเติมเต็มด้วยความคิดชั่วร้ายมาก่อน เพียงแต่ยังไม่เคยกล้าพอที่จะทำตามความคิดเ่าั้ เมล็ดพันธุ์นี้เองจึงเป็หนทางสู่หายนะ และอาจเป็สิ่งเร้าที่ทำให้หานซั่วต้องสูญเสียการควบคุมตนเองในที่สุด...
*****************************************