ตอนที่ 14 คำพูดที่มีเกียรติ (2)
ริมฝีปากชมพูวาววับของกู้เชียนเสวี่ยโค้งขึ้น...เป็อย่างที่นางคิดเอาไว้จริงๆ คนคนนั้นกำลังแอบฟังอยู่ด้วย
“จะเป็อย่างไรได้อีก ก็ต้องตายน่ะสิ” กู้เชียนเสวี่ยแกว่งถ้วยยาพิษในมือ ท่าทางสบายอกสบายใจนั้น ทำเหมือนว่ากำลังแกว่งสุราองุ่นชั้นเลิศอยู่ “หรือว่าปริมาณยาพิษที่ท่านให้ข้ายังไม่พอ ต้องเพิ่มอีกอย่างนั้นหรือ”
ชายหนุ่มเดินถอยออกไปด้านข้างทันที แผ่นหลังชื้นเหงื่อไปหมด รู้สึกว่ากู้เชียนเสวี่ยนั้นโง่เขลาเหมือนอย่างที่เล่าลือกันมาจริงๆ ความตายอยู่ตรงหน้าแล้วยังจะไปยั่วยุลี่อ๋องไม่หยุด
ไม่นานนัก ก็ตามมาด้วยเสียงไอเบาๆ แล้วก็มีคนหนึ่งคนก้าวออกมาจากหลังฉากกันลม มิใช่ใครอื่น เป็ลี่อ๋อง
ยังคงอยู่ในชุดสีดำที่ปักลายด้วยดิ้นเงินดินทองทั้งตัว ผ้าคาดเอวสีหยกนิล ปลายแขนเสื้อและกระบอกคอเสื้อนั้น ใช้เส้นด้ายสีทองปักลวดลายที่สวยงามล้ำค่า ชุดผ้าไหมทำจากวัสดุชั้นดี ท่ามกลางแสงที่ลอดผ่านความมืดก็ยังคงเห็นถึงความมันวาวที่ดูสง่างามดังเดิม
เห็นก็แต่สีหน้าเคร่งขรึมบนใบหน้าขาวสะอาดของลี่อ๋อง ดวงตาที่หรี่ลงดูเย็นเยือกไร้อารมณ์
“กู้เชียนเสวี่ย เ้ากำลังยั่วยุข้าอย่างนั้นหรือ” น้ำเสียงอ่อนแรง แต่ก็ให้ความรู้สึกกดดันมากทีเดียว
เชียนเสวี่ยเลิกคิ้ว เอ่ยตอบอย่างเย้ยหยัน “ข้าจะหาเื่ยั่วยุท่านทำไมกัน อีกอย่าง ในเมืองหลวงแห่งนี้ข้ากู้เชียนเสวี่ยก็ถือว่าเป็จอมอันธพาล ท่านจะมาคาดหวังให้ข้าเป็หญิงสาวผู้มีจิตใจงดงามจากตระกูลที่สุจริตอย่างนั้นหรือ”
ลี่อ๋องเดินไปยังเก้าอี้ไท่ซือ[1]ที่อยู่ตรงกลางโถงใหญ่แล้วค่อยๆ นั่งลง “เ้าคิดจริงหรือว่าข้าไม่กล้าฆ่าเ้า”
กู้เชียนเสวี่ยหลุดหัวเราะออกมา “ฆ่าเถิด ฆ่าข้าเสีย ต่อให้ไม่เห็นแก่ท่านเ้ากรมพ่อของข้า อย่างน้อยที่สุดก็ถือว่าเป็การผิดใจต่อผู้บัญชาการฯ จ้าวท่านตาของข้าแทน เดิมทีคิดว่าท่านแม่ของข้าไม่เอาไหนที่สุดแล้วเสียอีก ดูท่าแล้ว ลี่อ๋องท่านเองก็ไม่เอาอ่าวเหมือนกัน”
ลี่อ๋องฆ่านาง เท่ากับเป็ตัวแทนของฮ่องเต้ในการผิดใจกับจ้าวหย่วนเจิง ถ้าไม่เรียกว่าไม่เอาอ่าว แล้วจะให้เรียกว่าอะไร
กู้เชียนเสวี่ยหลุบตาลง มุมปากแฝงรอยยิ้ม และยังคงแกว่งถ้วยยาพิษนั่นไม่เลิก
นางไม่กลัวว่าลี่อ๋องจะฆ่านางหรอก ไม่ใช่เพราะสิ่งอื่นใด แต่เป็โรคของพระสนมฉินเฟยต่างหาก
สีหน้าของลี่อ๋องไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย ทำแค่เพียงมองนิ่งๆ แต่แล้วจู่ๆ มุมปากก็ยกขึ้นบางๆ ราวกับน้ำแข็งที่แตกออก
“ในเมื่อเ้าพูดเองว่ารักษาโรคได้ แล้วเหตุใดจะต้องมายั่วยุข้าอีก เ้าอยากตายหรืออยากมีชีวิตอยู่กันแน่”
แน่นอนว่ากู้เชียนเสวี่ยอยากมีชีวิต แต่ที่ยั่วยุกันแบบนี้ เป็เพราะไม่อยากจะเสียมาดไป
นางเองก็ไม่ได้มีมาดอะไรอยู่แล้ว หากไม่มีมาด เท่ากับว่ายอมถูกคนอื่นรังแก หากเป็แบบนั้นสู้ยอมรับความตายไปเสียดีกว่า
เช่นเดียวกัน ท่าทางอวดดีแบบนั้น ถือเป็ภาพลวงตาที่หลอกผู้อื่นได้ดีทีเดียว เพราะความจริงแล้ว นางไม่เข้าใจโรคของพระสนมฉินเฟยแม้แต่น้อย
“ยอมตายอย่างมีเกียรติ ดีกว่ามีชีวิตอยู่อย่างขี้ขลาด” กู้เชียนเสวี่ยกล่าว
ห้องโถงใหญ่เงียบสนิท รอไปได้ครู่ใหญ่ ลี่อ๋องถึงได้หัวเราะออกมาเบาๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “ดี ข้าจะให้โอกาสเ้า หากว่าเ้าสามารถรักษาเสด็จแม่ของข้าได้จริงก็ถือว่าคำพูดของเ้านั้นมีเกียรติ แต่หากว่ามิเป็เช่นนั้น” ลี่อ๋องเว้นจังหวะ น้ำเสียงที่มีความเ็าอยู่แล้ว ก็ยิ่งเย็นเยือกขึ้นมาทันที “ข้าจะทำให้เ้าได้รู้ ว่าการตายที่น่าเวทนายิ่งกว่านี้เป็อย่างไร”
กู้เชียนเสวี่ยยกถ้วยยาในมือขึ้น “ในเมื่อพูดเช่นนี้ ข้าคงไม่ต้องดื่มสิ่งนี้แล้วใช่หรือไม่”
ลี่อ๋องไม่ได้สนใจนาง ปฏิเสธชายหนุ่มที่จะเข้าไปประคอง ค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วจากไป เดินหายไปที่ด้านหลังของฉากกันลมนั่น
กู้เชียนเสวี่ยเอียงถ้วยลง ปล่อยให้ยาพิษค่อยๆ ไหลลงใส่พื้น เห็นเพียงพื้นนั่นเกิดฟองกัดกร่อนเป็ชั้นๆ
เป็กรดกำมะถันหรือกรดเกลือกันนะ ของแบบนี้ถ้าดื่มเข้าไป จะต้องทำให้ช่องปากจนไปถึงอวัยวะต่างๆ ถูกกัดกร่อนแน่ๆ โเี้เสียจริง
ลี่อ๋องไปแล้ว ชายหนุ่มคนนั้นหันกลับมา “คุณหนูกู้ เชิญตามข้ามาด้านในวังเถิด”
กู้เชียนเสวี่ยจึงโยนถ้วยทิ้ง เสียงดังสนั่นไปทั่ว ถ้วยแตกออกเป็เสี่ยงๆ
นางจ้องมองไปยังถ้วยยาที่แตกด้วยตาเป็มัน มุมปากยกขึ้นด้วยความเด็ดเดี่ยว...กู้เชียนเสวี่ยอย่างนางดวงแข็งนัก จะให้นางตาย ไหนเลยง่ายดายขนาดนั้น
ประตูห้องโถงใหญ่ถูกเปิดออกอีกครั้ง แสงอาทิตย์สีทองแย่งกันเข้ามาในห้องโถงที่มืดสลัว ราวกับอยู่คนละภพ
ยามกู้เชียนเสวี่ยเดินออกมา ก็เห็นว่าอวี้เหลียนอวี้ชุ่ยกำลังร้องไห้โฮกันอยู่สองคน ร้องไห้พลางคุยกันว่าจะตายอย่างไรถึงจะได้ฝังไปพร้อมกับคุณหนู
กู้เชียนเสวี่ยหลุดหัวเราะออกมา ยื่นมือออกไปเขกศีรษะคนละหนึ่งที “ไม่ยักว่าพวกเ้าสองคนเป็คนตลกด้วย ตอนแรกข้าก็กลุ้มใจอยู่หรอก แต่พอเห็นพวกเ้าแล้ว ก็อารมณ์ดีขึ้นมาเลย”
เชิงอรรถ
^ เก้าอี้ไม้โบราณ ด้านหลังมีพนักพิง ด้านข้างมีเท้าแขน นิยมใช้ในหมู่ขุนนาง