ตอนนี้ณรัชต์ขายหุ้นบริษัทพลาสติกแล้ว
แม้อัตราเปอร์เซ็นต์ผลตอบแทนของหุ้นบริษัทพลาสติกตัวนี้จะไม่เท่าหุ้นบริษัทชิปปิ้ง L ที่เคยได้ แต่ด้วยผลตอบแทนประมาณห้าเท่า หุ้นบริษัทพลาสติกก็ทำให้เงินห้าแสนของเขากลายเป็สองล้านกว่าได้แล้ว
อนาคตหุ้นตัวนี้คงให้ปันผลที่ดี และกิจการจะค่อยๆ เติบโตไปได้อีกเรื่อย ๆ และเขาจำได้ว่าจนถึง่เวลาที่เขาจากมาหุ้นตัวนี้ก็ยังอยู่ในตลาดหุ้นได้อย่างมั่นคง
แต่เป้าหมายการลงทุนหุ้นในตอนนี้ของเขาเป็ไปเพื่อผลตอบแทนที่รวดเร็ว เขาจึงไม่คิดจะถือหุ้นที่ค่อยๆ โตนี้ต่อไป
ณรัชต์อดนึกถึงผลตอบแทนการลงทุนใน่ชีวิตที่แล้วของเขาไม่ได้
ตอนนี้เพราะอาศัยว่าพอจะรู้ล่วงหน้าว่าอะไรจะเกิดขึ้นจึงทำให้เขาได้รับผลตอบแทนที่สูงมากในเวลาไม่ถึงปี ในขณะที่่ชีวิตที่แล้วเขาทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้ปีละสิบเปอร์เซ็นต์เศษๆ เท่านั้น
คนที่ไม่ใช่นักลงทุนอาจคิดว่าผลตอบแทนเพียงสิบหรือยี่สิบเปอร์เซ็นต์ต่อปีไม่ใช่เื่ที่น่าสนใจเลย ถ้าเทียบกับการลงทุนอย่างอื่น
แต่ในความจริงแล้ว นักลงทุนระดับโลก (นักลงทุนแบบเน้นคุณค่า) ที่เคยรวยเป็อันดับหนึ่งของโลกอย่าง วอร์เร็น บัฟเฟตต์ เขาทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้ราวยี่สิบกว่าเปอร์เซ็นต์ต่อปีเท่านั้น
คนทั่วไปอาจแปลกใจ ทำไมผลตอบแทนแค่ยี่สิบกว่าเปอร์เซ็นต์ถึงทำให้รวยได้มหาศาล
แต่นักลงทุนจะทราบกันดีถึง พลังของการทบต้น ในการลงทุน
ยกตัวอย่าง คุณมีเงินหนึ่งล้านบาท
ฝากเงินกินดอกเบี้ยคงที่สองเปอร์เซ็นต์ สามสิบปีเกษียณ เงินก้อนนี้จะเพิ่มเป็เงินราว หนึ่งล้านเจ็ดแสนแปดหมื่นบาท
ในขณะที่คุณลงทุนแล้วได้รับผลตอบแทนเฉลี่ย 10 เปอร์เซ็นต์ต่อปี สามสิบปีต่อมาเงินก้อนนี้จะมีราว สิบหกล้านบาท
แล้วถ้าคุณทำผลตอบแทนเฉลี่ย 15 เปอร์เซ็นต์ต่อปี สามสิบปีต่อมาเงินก้อนนี้จากหนึ่งล้านบาทจะเป็ ห้าสิบแปดล้านบาท
ถ้าทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้ 20 เปอร์เซ็นต์ต่อปี สามสิบปีต่อมาของเงินหนึ่งล้านจะเพิ่มเป็ ร้อยเก้าสิบแปดล้านบาท
และถ้าคุณทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้ 26 เปอร์เซ็นต์ต่อปี เงินหนึ่งล้านบาทของคุณเมื่อครบสามสิบปี เงินก้อนนี้จะเพิ่มเป็ แปดร้อยสิบสี่ล้านบาท!!!!!!
เป็ไง? เห็นความโหดของการทบต้นของการลงทุนหรือยัง
บทความทางการเงินการลงทุนมักมีกล่าวอ้างถึง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ที่เคยกล่าวถึงพลังของดอกเบี้ยทบต้นไว้หลายประโยค แต่ที่เขาคิดว่าดูจะเป็จริงที่สุดคือคำพูดที่พูดถึง ดอกเบี้ยทบต้นไว้ว่า
“It is the greatest mathematical discovery of all time”
-นี่คือการค้นพบระบบคณิตศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด…-
----------------------
ในขณะที่กีฬาสีเริ่มใกล้เข้ามา ฝ่ายต่าง ๆ ในสีของเขาก็เริ่มวุ่นวายขึ้น
ฝ่ายสตาฟเชียร์ก็ต้องไปต้อนเด็กรุ่นน้องมาขึ้นสแตนด์ร้องเพลงเชียร์ โดยต้องไปคอยดักหน้าดักหลังเพื่อพาน้องๆ มาซ้อมเพลงเชียร์ โดนอาจารย์ของห้องรุ่นน้อง เขม่นกันไป
ฝ่ายทำสแตนด์ ฝ่ายขบวนแห่พาเหรดก็กำลังวุ่ยวายกับการคิดหาธีม เตรียมอุปกรณ์ทำสแตนด์ เตรียมทำขบวนแห่พาเหรด ถกเถียงกันวุ่ยวาย ทั้งเื่ธีม เื่คน เื่งบ กระทั่งหลีดของห้องเขาก็ยังมีเื่วุ่นวายกันเื่เสื้อผ้า กับการของบกับทางประธานสี
กลุ่มสตาฟนักกีฬาของพวกเขากลับเป็กลุ่มที่สบายที่สุด
ไม่ค่อยมีเื่วุ่นวายอะไรให้ทำ เย็น ๆ ว่าง ๆ ก็ไปดูน้อง ๆ ที่ตัวเองดูแล ซ้อมกีฬา ซื้อน้ำ ซื้อขนมไปส่งนักกีฬาในสังกัด นั่งดูสาว ๆ ซ้อมกีฬาอย่างเพลิดเพลิน
การส่งน้ำ ส่งขนมนักกีฬา ดูจะเป็งานที่เต้ชอบมาก เพราะนักกีฬาตะกร้อกับแบดมินตันที่พวกเขาดูแลนั้น เต้ได้เคยบอกไว้ว่า ถ้าวัดกันที่กีฬา ไม่รู้ว่าทีมนักกีฬาพวกเขาจะได้เหรียญหรือเปล่า แต่ถ้าวัดกันที่หน้าตา นักกีฬาแบดมินตันกับตะกร้อของสีพวกเขากินขาดเหรียญทองแน่นอน สังเกตได้จากเวลาซ้อม มักมีเด็กหนุ่มมอสี่ มอห้า มาป้วนเปี้ยนใกล้ ๆ ที่ซ้อมเสมอ
โดยการดูแลนักกีฬาส่วนใหญ่มักมีแต่ณรัชต์กับเต้เป็หลัก วิทย์นั้นมา ๆ หาย ๆ ส่วนเล้งที่เป็สตาฟนักกีฬาอีกคน เพราะตอนเย็นต้องรีบกลับบ้านไปช่วยที่บ้านทำงาน จึงมักไม่ได้มา ซึ่งพวกเขาก็เข้าใจในส่วนนี้
-----------------------
ที่ห้องสมุดประชาชน
วันนี้ที่โรงเรียนของณรัชต์ปิด รด. แต่เพราะมีวิชาที่ต้องทำรายงาน กลุ่มของพวกเขาจึงนัดกันมาหาข้อมูลทำรายงานที่ห้องสมุดประชาชน
ณรัชต์มองบรรยากาศที่เพื่อนในกลุ่มค้นหาข้อมูลจากหนังสือเล่มต่าง ๆ ในห้องสมุด แล้วรวบรวมมาเตรียมสรุปเพื่อทำรายงาน ซึ่งดูจะยุ่งยากมากเมื่อเทียบกับอนาคตที่ขอแค่มีคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวเท่านั้นก็จบ
แต่เขาก็ชอบบรรยากาศของการค้นข้อมูลทำรายงานที่ห้องสมุดแบบนี้มากกว่า
ส่วนใหญ่เื่การทำรายงาน เมื่อรวบรวมข้อมูลเสร็จ ปกติวิทย์จะอาสาเป็คนพิมพ์รายงานให้กลุ่ม เพราะที่บ้านมีคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
แต่รายงานวิชานี้ณรัชต์เสนอให้เขียนแทน โดยมอบหมายให้เต้เป็ฝ่ายใช้แรงงาน เขียนลอกข้อมูลลงเล่มรายงาน วิทย์จึงไม่ได้อาสาพิมพ์ ไม่รู้ว่าเป็เพราะเห็นด้วยกับเขาที่อยากให้เต้เขียนรายงานเพื่อหวังให้เพื่อนได้ความรู้ไปเยอะๆ จากการเขียนรายงานเอง หรืออยากเห็นเต้ลำบากต้องจดรายงานเป็สิบหน้าก็ไม่รู้
หลังค้นข้อมูลมาให้เพื่อนเสร็จ เขาก็ไปค้นหาหนังสือเกี่ยวกับเรือและการขนส่งที่หมวดหนังสือต่างประเทศมาอ่านไปพลาง ๆ ตามประสานักลงทุนเน้นคุณค่าที่ดีที่ต้องพยายามศึกษาเกี่ยวกับหุ้นที่ถือให้ลึกซึ้ง
การใช้ภาษาอังกฤษได้ดี ช่วยเปิดโลกใหม่ให้กับเขาอย่างมาก
ความรู้มากมายต่าง ๆ ที่หาไม่ได้กับตำราภาษาไทย แต่ในตำราภาษาอังกฤษล้วนมีหมด
หรืออย่าง่เวลานี้ที่บ้านเราแทบไม่มีตำราเกี่ยวกับหุ้นหรือการลงทุนเลย แต่เราสามารถหาอ่านในฉบับภาษาอังกฤษที่มีอยู่มากมายได้
อย่างตอนนี้ณรัชต์กำลังนั่งอ่านเื่เกี่ยวกับเรือขนส่งสินค้า ที่มีมากมายหลากหลายประเภท ทั้งเรือสินค้า เรือดาดฟ้าชั้นเดียว เรือบรรทุกสินค้าเทกอง เรือบรรทุกแก๊ส เรือบรรทุกสินค้าเหลว เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ อยู่อย่างสนใจ
นั่งอ่านไปสักพัก ปวดฉี่เขาจึงลุกไปห้องน้ำ
ลงมาชั้นล่างห้องสมุดขณะกำลังจะเลี้ยวไปทางห้องน้ำเขาก็เห็นภาพข่าวจากทีวีที่บรรณารักษ์กำลังเปิดดูอยู่
'หืม ข่าวเรือสินค้าชนกันแถวสิงคโปร์'
เฮ้ยย นั่นมันเรือบริษัทเดินทะเล C ที่เขาถือหุ้นอยู่นี่นา
ณรัชต์เดินเข้ามาดูใกล้ ๆ ทีวี
'แบบนี้หุ้นเดินเรือเขาคงตกแรงแน่'
----------------------------------
Name : ณรัชต์
Asset : หุ้น บริษัทเดินทะเล C หนึ่งหมื่นหุ้น จากราคา 43 บาท ราคาปัจจุบัน 44.5 บาทต่อหุ้น
:หุ้นบริษัทพลาสติก - ขายหมดแล้ว
:เงินสดในบัญชีหุ้น 2,272,400 บาท
มูลค่าสินทรัพย์รวม : 445,000 + 2,272,400 = 2,717,400 บาท