ทักษพรยิ้มแหยๆ ในใจรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่เขาไม่ได้สนใจเธอกับลูกแค่มาเยี่ยมญาติของเขา อีกส่วนก็รู้สึกโล่งใจว่าเขาไม่ได้สงสัยในตัวน้องพืช
“บ้านคุณอยู่แถวนี้เหรอ?”
“ลุงนา บ้านผมหลังนั้นครับ” น้องพืชชี้นิ้วไปยังบ้านของตัวเองที่อยู่ไม่ไกล
“อ้อ หลังนี้เอง มิน่าถึงได้เจอกับทิกเกอร์บ่อยๆ” ปกรณ์พยักหน้า “คุณผัก คราวหน้าเชิญคุณกับน้องพืชไปทานข้าวที่บ้านพวกเราบ้างนะครับ”
“ขอบคุณค่ะ” ทักษพรรีบขอบคุณตามมารยาท แค่ได้ยินว่าเป็นญาติของธนาเธอก็รู้แล้วว่าไม่ควรเข้าไปข้องเกี่ยว
“ไหนๆ ก็อยู่หมู่บ้านเดียวกันก็เดินไปตอนนี้เลยสิ” ธนาหอมแก้มเด็กชายในอ้อมกอดอีกที “น้องพืชหิวหรือยังครับ?”
เด็กชายไม่อยากจะให้ธนาปล่อยตนลง อย่างน้อยถูกอุ้มไปอีกสักพักก็ยังดีจึงรีบพยักหน้า “หิวแล้วครับ”
ทักษพรไม่กล้าทักท้วงเพราะกลัวจะเป็นการหักหน้าธนา ในฐานะที่เขาเป็นนายจ้าง หากเธอทำเช่นนั้นกลัวว่าเขาจะเพ่งเล็งเธอ หญิงสาวจึงเดินตามหลังผู้ชายสองคนไปเงียบๆ พร้อมกับพี่เลี้ยงของทิกเกอร์
แพงขวัญ ภรรยาของปกรณ์เป็นคนน่ารักยิ้มแย้มแจ่มใส เธอได้ยินว่าธนาจะมาทานอาหารเย็นที่บ้านจึงสั่งให้แม่บ้านเตรียมอาหารเพิ่ม ธนาแนะนำให้ผู้หญิงสองคนรู้จักกัน ปกรณ์นั่งหัวโต๊ะ ขวามือเป็นลูกชายและถัดไปเป็นภรรยา
“นา มานั่งตรงนี้สิ”
ธนาอุ้มเอาเด็กชายธนาธิปลงนั่งข้างตนเอง “น้องพืชอยากกินอะไรบอกลุงได้เลยนะครับ เดี๋ยวลุงตักให้”
เด็กชายหันไปมองมารดาที่เดินมานั่งข้างตน พอมองไปฝั่งตรงข้ามก็เห็นว่าครอบครัวทิกเกอร์มีทั้งพ่อและแม่ ส่วนตนในวันนี้ก็มีครบไม่น้อยหน้า ในสายตาของเด็กน้อยเห็นว่าธนากับปกรณ์ดูคล้ายคลึงกัน ส่วนแม่ของทิกเกอร์กับแม่ของตนก็สวยเหมือนกัน จึงยิ้มออกมาด้วยความพอใจ
“ลุงนา ผมอยากกินเหมือนทิกเกอร์” มือน้อยชี้ไปยังฝั่งตรงข้าม
“ได้ครับ เดี๋ยวลุงตักให้”
ปกรณ์มองดูน้องพืชแล้วหันไปดูหน้าญาติผู้น้องของตนเอง ตอนที่เขาเดินไปล้างมือในห้องน้ำ ภรรยาของเขามากระซิบว่าน้องพืชหน้าเหมือนธนามากจนน่าตกใจ พอเขานั่งดูดีๆ ก็เห็นว่าภรรยาของตนพูดถูก
“คุณผัก เชิญทานเลยนะครับ” ปกรณ์ยิ้มให้แขกที่นั่งหน้าเจื่อน
“ขอบคุณค่ะ อาหารน่าอร่อยทุกอย่างเลย”
“ไม่ต้องห่วงค่ะ แพงไม่ได้ทำ เป็นฝีมือแม่บ้านทั้งนั้น ถ้าแพงทำเห็นทีจะกินกันไม่ได้”
ทักษพรยิ้มให้แพงขวัญ เธอเหลือบมองดูปกรณ์ที่คอยเอาใจใส่ลูกชายแล้วหันกลับมามองดูลูกของตนที่พูดจาเจื้อยแจ้วอย่างมีความสุขกับธนา
“คุณผักไม่ต้องเกรงใจนะคะ แพงดีใจที่มีคนมากินข้าวด้วยเยอะ ทิกเกอร์จะได้สนุก กินกันสามคนบางทีก็เหงาค่ะ”
แพงขวัญรู้ว่าทักษพรเกรงใจธนาเพราะเป็นนายจ้างที่ต้องมาคอยดูแล ลูกชายให้เธอ จึงแนะนำอาหารบนโต๊ะเพื่อให้ทักษพรคลายความอึดอัด พอรับประทานอาหารเสร็จทักษพรคิดจะพาลูกชายกลับแค่เธออ้าปากก็ถูกธนาปรามเอาไว้
“คุณโทรกลับไปบอกคนที่บ้านว่าอีกสักพักเดี๋ยวผมจะเดินไปส่งคุณกับลูกเอง ให้เด็กเขาเล่นด้วยกันอีกสักแป๊บเถอะ ดูสิน้องพืชกับทิกเกอร์กำลังสนุกเลย”
ทิกเกอร์ตื่นเต้นที่มีเพื่อนมาเล่นด้วยในบ้านเป็นครั้งแรกจึงจูงมือน้องพืชไปที่มุมห้องแล้วหยิบเอาของเล่นออกมาอวด ปกรณ์คอยดูแลอยู่ใกล้ๆ ทักษพรดูแล้วก็เห็นใจลูกจึงรับคำแล้วออกไปโทรศัพท์บอกลิลี่
“บอกเพื่อนแล้วใช่ไหม?” ชายหนุ่มเดินมาข้างหลัง
“ค่ะ”
“คุณว่าบ้านหลังนั้นเป็นไงบ้าง?” เขาชี้ไปที่บ้านหลังใหญ่ข้างๆ
“แบบเดียวกันกับบ้านน้องทิกเกอร์เลยนี่ค่ะ”
“ใช่ คุณว่าเป็นไง? น่าอยู่ไหม?”
“ค่ะ กว้างขวาง น่าอยู่ แต่คงต้องมีคนช่วยดูแลบ้านหลายคน หลังขนาดนี้คงดูแลไม่ไหว”
ชายหนุ่มยิ้ม ทักษพรชะงัก เขายิ้มแบบนี้ตอนที่เรียกลูกชายของเธอให้วิ่งเข้าไปในอ้อมกอดตอนที่ยืนอยู่ในสนามหญ้า เธอรู้ว่าเขาเป็นคนหน้าตาหล่อเหลาแต่ไม่คิดว่าพอยิ้มแล้วจะทำให้เธอหวั่นไหว
“ถ้าจะอยู่กันสามคนก็คงต้องจ้างแม่บ้านสักสามคน”
ทักษพรนิ่ง เธอคิดว่าเขาอาจจะพูดถึงการแต่งงานของเขา แค่คิดเธอก็เจ็บแปลบ ไม่อยากจะได้ยินประโยคต่อไป ถ้าจะคิดมาสร้างครอบครัวที่นี่ เธอกับน้องพืชคงจะต้องย้ายหนี
พอเห็นสีหน้าของเธอกระอักกระอ่วน ธนาก็เลยเอ่ยต่อ “อ้อ ผมหมายถึง ผม น้องชาย กับคุณแม่น่ะนะ”
“ท่านประธานคิดจะมาอยู่ที่นี่เหรอคะ?”
“ครับ ผมซื้อหลังนี้เอาไว้แล้ว” เขาชี้ไปบ้านหลังที่อยู่ถัดไป
ทักษพรชะงัก คนรวยนี่ช่างดีจริงๆ แค่เห็นแล้วชอบก็ซื้อได้แล้ว บ้านที่เขาเลือกเป็นขนาดที่ใหญ่ที่สุดของโครงการเช่นเดียวกับบ้านของทิกเกอร์ มีสวนล้อมรอบและห่างจากหลังอื่นๆ พอสมควร แน่นอนว่าราคาก็สูงจนคนอย่างเธอไม่กล้าฝันถึง
“เอาไว้ตกแต่งเสร็จคุณกับลูกค่อยมาดูก็แล้วกันนะ”
ทักษพรกำลังจะอ้าปากปฏิเสธแต่ไม่ทัน ธนาหันหลังเดินเข้าไปในบ้าน หญิงสาวได้แต่เดินตามหลังเขาทำตาปริบๆ
พอเด็กๆ เล่นกันสมควรแก่เวลา ปกรณ์ก็อุ้มลูกชาย ส่วนธนาก็อุ้มน้องพืชเดินเคียงกันไปส่งสองแม่ลูก เดินมาเกือบถึงสวนหน้าบ้านทักษพรก็เดินมาข้างธนา
“ท่านประธานค่ะ ส่งแค่นี้ก็พอค่ะ เดินอีกนิดก็ถึงบ้านพวกเราแล้ว”
ปกรณ์ที่พอจะดูออกรีบเอ่ยขึ้น “คุณผัก ให้ทิกเกอร์ไปดูบ้านน้องพืชหน่อยเถอะครับ”
ธนาอมยิ้มสบตากับญาติผู้พี่แวบหนึ่งแล้วหันมาหาทักษพร “ผมเองก็อยากเห็นบ้านน้องพืชเหมือนกัน ไหนๆ ก็มากันขนาดนี้แล้ว ไปทำความรู้จักคนในบ้านคุณผักด้วยก็ดีนะครับ”
ทักษพรแนะนำเพื่อนสองคนให้กับท่านประธานบริษัทและปกรณ์ได้รู้จัก ด้วยท่าทางเป็นกันเองของคนทั้งสองทำให้แบงค์รู้สึกพอใจ ส่วนลิลี่พิจารณารูปร่างหน้าตาของท่านประธานบริษัทเครื่องดื่มใหญ่อยู่ข้างๆ
“ขอบคุณนะครับที่มาส่งลูกของพวกเรา” แบงค์ค้อมศีรษะเล็กน้อย
“ขอบคุณนะคะ คุณพ่อน้องทิกเกอร์” ลิลี่สำทับ
“ยินดีครับ ได้ยินพี่เลี้ยงทิกเกอร์บอกว่ามาเล่นที่สนามหญ้ากับน้องพืชอยู่บ่อยๆ ได้เจอกันสักที ผมไม่มีโอกาสได้พาลูกออกมาวิ่งเล่นได้ ช่วงนี้กำลังก่อสร้างโรงงานกาแฟเลยยุ่งมากครับ”
ธนาได้เห็นแบงค์ใกล้ๆ ก็รู้สึกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างสูงและผอมบางใบหน้าดูแล้วยากจะแยกว่าเป็นผู้หญิงหรือชาย ส่วนลิลี่เป็นผู้หญิงสูงสันทัดหน้าตาน่ารักดูเหมาะสมกัน
“พ่อแบงค์ ผมไปเที่ยวบ้านทิกเกอร์มา” เด็กชายที่ถูกอุ้มอยู่รีบร้องอวด
“ครับ สนุกไหมล่ะ?”
“สนุกครับ ทิกเกอร์มีของเล่นตั้งเยอะ” เด็กชายพูดพร้อมกับกางแขนอยากจะให้แบงค์อุ้มเขา
“สงสัยจะใกล้ง่วงแล้วล่ะครับ” แบงค์ยิ้มสบตากับธนาเพื่อให้เขาปล่อยน้องพืชให้กับตน
ธนาจึงส่งเด็กชายให้กับแบงค์และลากลับ เด็กชายสองคนยิ้มกว้างโบกมือลากัน ปกรณ์เดินคู่ไปกับญาติผู้น้องบนทางเดินข้ามสวน เขายิ้มน้อยๆ ก่อนสัพยอก
“บ้านใหม่ที่จะซื้อนี่ เป็นเพราะสองแม่ลูกใช่ไหม?”
“รู้ทันอีกแล้ว”
ปกรณ์หัวเราะหึๆ สายตาของญาติผู้น้องที่มองทักษพรทั้งเขาและภรรยาเห็นพ้องต้องกันว่าทั้งเปิดเผยและโจ่งแจ้ง “เขาเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเหรอ?”
“ครับ เห็นว่าเลิกกันตั้งแต่ก่อนน้องพืชเกิด ดีที่ได้เพื่อนสองคนคอยช่วยเลี้ยงลูก บ้านนั้นเป็นบ้านของลิลี่”
************
