แพ้รักประธานร้าย

    บทที่ 25 บ้านหลังใหม่

                ทักษพรยิ้มแหยๆ ในใจรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่เขาไม่ได้สนใจเธอกับลูกแค่มาเยี่ยมญาติของเขา อีกส่วนก็รู้สึกโล่งใจว่าเขาไม่ได้สงสัยในตัวน้องพืช

                “บ้านคุณอยู่แถวนี้เหรอ?”

                “ลุงนา บ้านผมหลังนั้นครับ” น้องพืชชี้นิ้วไปยังบ้านของตัวเองที่อยู่ไม่ไกล

                “อ้อ หลังนี้เอง มิน่าถึงได้เจอกับทิกเกอร์บ่อยๆ” ปกรณ์พยักหน้า “คุณผัก คราวหน้าเชิญคุณกับน้องพืชไปทานข้าวที่บ้านพวกเราบ้างนะครับ”​

                “ขอบคุณค่ะ” ทักษพรรีบขอบคุณตามมารยาท แค่ได้ยินว่าเป็นญาติของธนาเธอก็รู้แล้วว่าไม่ควรเข้าไปข้องเกี่ยว

                “ไหนๆ ก็อยู่หมู่บ้านเดียวกันก็เดินไปตอนนี้เลยสิ” ธนาหอมแก้มเด็กชายในอ้อมกอดอีกที “น้องพืชหิวหรือยังครับ?”

                เด็กชายไม่อยากจะให้ธนาปล่อยตนลง อย่างน้อยถูกอุ้มไปอีกสักพักก็ยังดีจึงรีบพยักหน้า “หิวแล้วครับ”

                ทักษพรไม่กล้าทักท้วงเพราะกลัวจะเป็นการหักหน้าธนา ในฐานะที่เขาเป็นนายจ้าง หากเธอทำเช่นนั้นกลัวว่าเขาจะเพ่งเล็งเธอ หญิงสาวจึงเดินตามหลังผู้ชายสองคนไปเงียบๆ พร้อมกับพี่เลี้ยงของทิกเกอร์

                แพงขวัญ ภรรยาของปกรณ์เป็นคนน่ารักยิ้มแย้มแจ่มใส เธอได้ยินว่าธนาจะมาทานอาหารเย็นที่บ้านจึงสั่งให้แม่บ้านเตรียมอาหารเพิ่ม ธนาแนะนำให้ผู้หญิงสองคนรู้จักกัน ปกรณ์นั่งหัวโต๊ะ ขวามือเป็นลูกชายและถัดไปเป็นภรรยา

                “นา มานั่งตรงนี้สิ”

                ธนาอุ้มเอาเด็กชายธนาธิปลงนั่งข้างตนเอง “น้องพืชอยากกินอะไรบอกลุงได้เลยนะครับ เดี๋ยวลุงตักให้”

                เด็กชายหันไปมองมารดาที่เดินมานั่งข้างตน พอมองไปฝั่งตรงข้ามก็เห็นว่าครอบครัวทิกเกอร์มีทั้งพ่อและแม่ ส่วนตนในวันนี้ก็มีครบไม่น้อยหน้า ในสายตาของเด็กน้อยเห็นว่าธนากับปกรณ์ดูคล้ายคลึงกัน ส่วนแม่ของทิกเกอร์กับแม่ของตนก็สวยเหมือนกัน จึงยิ้มออกมาด้วยความพอใจ

                “ลุงนา ผมอยากกินเหมือนทิกเกอร์” มือน้อยชี้ไปยังฝั่งตรงข้าม

                “ได้ครับ เดี๋ยวลุงตักให้”

                ปกรณ์มองดูน้องพืชแล้วหันไปดูหน้าญาติผู้น้องของตนเอง ตอนที่เขาเดินไปล้างมือในห้องน้ำ ภรรยาของเขามากระซิบว่าน้องพืชหน้าเหมือนธนามากจนน่าตกใจ พอเขานั่งดูดีๆ ก็เห็นว่าภรรยาของตนพูดถูก

                “คุณผัก เชิญทานเลยนะครับ” ปกรณ์ยิ้มให้แขกที่นั่งหน้าเจื่อน

                “ขอบคุณค่ะ อาหารน่าอร่อยทุกอย่างเลย”

                “ไม่ต้องห่วงค่ะ แพงไม่ได้ทำ เป็นฝีมือแม่บ้านทั้งนั้น ถ้าแพงทำเห็นทีจะกินกันไม่ได้”​

                ทักษพรยิ้มให้แพงขวัญ เธอเหลือบมองดูปกรณ์ที่คอยเอาใจใส่ลูกชายแล้วหันกลับมามองดูลูกของตนที่พูดจาเจื้อยแจ้วอย่างมีความสุขกับธนา

                “คุณผักไม่ต้องเกรงใจนะคะ แพงดีใจที่มีคนมากินข้าวด้วยเยอะ ทิกเกอร์จะได้สนุก กินกันสามคนบางทีก็เหงาค่ะ”

                แพงขวัญรู้ว่าทักษพรเกรงใจธนาเพราะเป็นนายจ้างที่ต้องมาคอยดูแล  ลูกชายให้เธอ จึงแนะนำอาหารบนโต๊ะเพื่อให้ทักษพรคลายความอึดอัด พอรับประทานอาหารเสร็จทักษพรคิดจะพาลูกชายกลับแค่เธออ้าปากก็ถูกธนาปรามเอาไว้

                “คุณโทรกลับไปบอกคนที่บ้านว่าอีกสักพักเดี๋ยวผมจะเดินไปส่งคุณกับลูกเอง ให้เด็กเขาเล่นด้วยกันอีกสักแป๊บเถอะ ดูสิน้องพืชกับทิกเกอร์กำลังสนุกเลย”

                ทิกเกอร์ตื่นเต้นที่มีเพื่อนมาเล่นด้วยในบ้านเป็นครั้งแรกจึงจูงมือน้องพืชไปที่มุมห้องแล้วหยิบเอาของเล่นออกมาอวด ปกรณ์คอยดูแลอยู่ใกล้ๆ ทักษพรดูแล้วก็เห็นใจลูกจึงรับคำแล้วออกไปโทรศัพท์บอกลิลี่

                “บอกเพื่อนแล้วใช่ไหม?” ชายหนุ่มเดินมาข้างหลัง

                “ค่ะ”

                “คุณว่าบ้านหลังนั้นเป็นไงบ้าง?” เขาชี้ไปที่บ้านหลังใหญ่ข้างๆ

                “แบบเดียวกันกับบ้านน้องทิกเกอร์เลยนี่ค่ะ”

                “ใช่ คุณว่าเป็นไง? น่าอยู่ไหม?”

                “ค่ะ กว้างขวาง น่าอยู่ แต่คงต้องมีคนช่วยดูแลบ้านหลายคน หลังขนาดนี้คงดูแลไม่ไหว”

                ชายหนุ่มยิ้ม ทักษพรชะงัก เขายิ้มแบบนี้ตอนที่เรียกลูกชายของเธอให้วิ่งเข้าไปในอ้อมกอดตอนที่ยืนอยู่ในสนามหญ้า เธอรู้ว่าเขาเป็นคนหน้าตาหล่อเหลาแต่ไม่คิดว่าพอยิ้มแล้วจะทำให้เธอหวั่นไหว

                “ถ้าจะอยู่กันสามคนก็คงต้องจ้างแม่บ้านสักสามคน”

                ทักษพรนิ่ง เธอคิดว่าเขาอาจจะพูดถึงการแต่งงานของเขา แค่คิดเธอก็เจ็บแปลบ ไม่อยากจะได้ยินประโยคต่อไป ถ้าจะคิดมาสร้างครอบครัวที่นี่ เธอกับน้องพืชคงจะต้องย้ายหนี

                พอเห็นสีหน้าของเธอกระอักกระอ่วน ธนาก็เลยเอ่ยต่อ “อ้อ ผมหมายถึง ผม น้องชาย กับคุณแม่น่ะนะ”

                “ท่านประธานคิดจะมาอยู่ที่นี่เหรอคะ?”

                “ครับ ผมซื้อหลังนี้เอาไว้แล้ว” เขาชี้ไปบ้านหลังที่อยู่ถัดไป

                ทักษพรชะงัก คนรวยนี่ช่างดีจริงๆ แค่เห็นแล้วชอบก็ซื้อได้แล้ว บ้านที่เขาเลือกเป็นขนาดที่ใหญ่ที่สุดของโครงการเช่นเดียวกับบ้านของทิกเกอร์ มีสวนล้อมรอบและห่างจากหลังอื่นๆ พอสมควร แน่นอนว่าราคาก็สูงจนคนอย่างเธอไม่กล้าฝันถึง

                “เอาไว้ตกแต่งเสร็จคุณกับลูกค่อยมาดูก็แล้วกันนะ”

                ทักษพรกำลังจะอ้าปากปฏิเสธแต่ไม่ทัน ธนาหันหลังเดินเข้าไปในบ้าน หญิงสาวได้แต่เดินตามหลังเขาทำตาปริบๆ

                พอเด็กๆ เล่นกันสมควรแก่เวลา ปกรณ์ก็อุ้มลูกชาย ส่วนธนาก็อุ้มน้องพืชเดินเคียงกันไปส่งสองแม่ลูก เดินมาเกือบถึงสวนหน้าบ้านทักษพรก็เดินมาข้างธนา

                “ท่านประธานค่ะ ส่งแค่นี้ก็พอค่ะ เดินอีกนิดก็ถึงบ้านพวกเราแล้ว”

                ปกรณ์ที่พอจะดูออกรีบเอ่ยขึ้น “คุณผัก ให้ทิกเกอร์ไปดูบ้านน้องพืชหน่อยเถอะครับ”

                ธนาอมยิ้มสบตากับญาติผู้พี่แวบหนึ่งแล้วหันมาหาทักษพร “ผมเองก็อยากเห็นบ้านน้องพืชเหมือนกัน ไหนๆ ก็มากันขนาดนี้แล้ว ไปทำความรู้จักคนในบ้านคุณผักด้วยก็ดีนะครับ”

               

                ทักษพรแนะนำเพื่อนสองคนให้กับท่านประธานบริษัทและปกรณ์ได้รู้จัก ด้วยท่าทางเป็นกันเองของคนทั้งสองทำให้แบงค์รู้สึกพอใจ ส่วนลิลี่พิจารณารูปร่างหน้าตาของท่านประธานบริษัทเครื่องดื่มใหญ่อยู่ข้างๆ

                “ขอบคุณนะครับที่มาส่งลูกของพวกเรา” แบงค์ค้อมศีรษะเล็กน้อย

                “ขอบคุณนะคะ คุณพ่อน้องทิกเกอร์” ลิลี่สำทับ

                “ยินดีครับ ได้ยินพี่เลี้ยงทิกเกอร์บอกว่ามาเล่นที่สนามหญ้ากับน้องพืชอยู่บ่อยๆ ได้เจอกันสักที ผมไม่มีโอกาสได้พาลูกออกมาวิ่งเล่นได้ ช่วงนี้กำลังก่อสร้างโรงงานกาแฟเลยยุ่งมากครับ”

                ธนาได้เห็นแบงค์ใกล้ๆ ก็รู้สึกว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างสูงและผอมบางใบหน้าดูแล้วยากจะแยกว่าเป็นผู้หญิงหรือชาย ส่วนลิลี่เป็นผู้หญิงสูงสันทัดหน้าตาน่ารักดูเหมาะสมกัน

                “พ่อแบงค์ ผมไปเที่ยวบ้านทิกเกอร์มา” เด็กชายที่ถูกอุ้มอยู่รีบร้องอวด

                “ครับ สนุกไหมล่ะ?”

                “สนุกครับ ทิกเกอร์มีของเล่นตั้งเยอะ” เด็กชายพูดพร้อมกับกางแขนอยากจะให้แบงค์อุ้มเขา

                “สงสัยจะใกล้ง่วงแล้วล่ะครับ” แบงค์ยิ้มสบตากับธนาเพื่อให้เขาปล่อยน้องพืชให้กับตน

                ธนาจึงส่งเด็กชายให้กับแบงค์และลากลับ เด็กชายสองคนยิ้มกว้างโบกมือลากัน ปกรณ์เดินคู่ไปกับญาติผู้น้องบนทางเดินข้ามสวน เขายิ้มน้อยๆ ก่อนสัพยอก

                “บ้านใหม่ที่จะซื้อนี่ เป็นเพราะสองแม่ลูกใช่ไหม?”

                “รู้ทันอีกแล้ว”

                ปกรณ์หัวเราะหึๆ สายตาของญาติผู้น้องที่มองทักษพรทั้งเขาและภรรยาเห็นพ้องต้องกันว่าทั้งเปิดเผยและโจ่งแจ้ง “เขาเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเหรอ?”

                “ครับ เห็นว่าเลิกกันตั้งแต่ก่อนน้องพืชเกิด ดีที่ได้เพื่อนสองคนคอยช่วยเลี้ยงลูก บ้านนั้นเป็นบ้านของลิลี่”

               

     ************



    คล้ายกับเรื่องแพ้รักประธานร้าย ที่คุณอ่าน

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    นิยาย อีโรติก
    2.40M 1665
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.44M 2988
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271