พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    เล่ม 4 บทที่ 118 พี่สาวบุตรอนุวางอุบายอีกครั้ง

            เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น บ่าวไพร่ในจวนทุกคนต่างอกสั่นขวัญผวา

            เมื่อคืนเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น ไม่รู้ว่ามีโจรขึ้นจวนยามราตรีได้อย่างไร ได้ยินว่าเข้าไปถึงเรือนหลีหวาของฟางอี๋เหนียง ทั้งยังเกือบจะทำร้ายผู้เป็นเจ้าของเรือน ต่อมานายท่านพาคนบุกเข้าไปช่วยเหลือจึงขับไล่โจรผู้นั้นไปได้ แต่ก็ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดนายท่านจึงบันดาลโทสะกับสาวใช้ประจำตัวของฟางอี๋เหนียง เล่ากันว่าเป็นเพราะปรนนิบัติขาดตกบกพร่อง

            มีคนคาดเดาว่าฟางอี๋เหนียงได้รับความสำคัญจากนายท่านเช่นนี้ เรื่องยกขึ้นเป็นนายหญิงของจวนคงไม่ใช่ปัญหา

            แต่เมื่อดูจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นเช่นนั้น มีคำสั่งลงโทษสาวใช้ประจำตัวของฟางอี๋เหนียงอย่างสายฟ้าแลบ แล้วส่งคนเข้ามาแทนที่สองสามคน แต่ดูแล้วเหมือนให้มาเฝ้าจับตามองพฤติกรรมมากกว่ามาปรนนิบัติ เพราะแต่ละคนใบหน้าบอกบุญไม่รับ ท่าทางห้าวหาญหลังเสือเอวหมีแค่เห็นก็ไม่กล้ามีเรื่องด้วย

            เรือนหลีหวาเกิดเรื่อง โม่เสวี่ยหมิ่นผู้เป็นบุตรสาวด้านหนึ่งก็เกิดความแคลงใจ อีกด้านก็เพื่อแสดงความกตัญญู ต่อหน้าผู้คนนางวางตัวเป็นกุลสตรีมีคุณธรรม นุ่มนวลอ่อนโยน พอทราบเรื่องก็แล่นมาที่เรือนหลีหวาอย่างร้อนใจ มาได้ครึ่งทางก็พบกับโม่เสวี่ยฉงโดยบังเอิญ

            นับตั้งแต่มีเรื่องสับเปลี่ยนตัวกับโม่เสวี่ยหมิ่นคราที่แล้ว โม่เสวี่ยฉงก็ทำตัวสงบเสงี่ยมมาโดยตลอด แม้จะมีการตกลงกันกับจวนเจิ้นกั๋วโหวไว้แล้ว แต่เมื่อเวลาถูกยืดออกไปยาวนานก็ยิ่งรู้สึกไม่พึงพอใจ คิดว่าหากตนเองไม่ต้องรับเรื่องงามหน้าแทนพี่สาวบุตรอนุภรรยาผู้นี้ อย่างไรก็ต้องได้แต่งไปในฐานะภรรยาเอก ไหนเลยจะต้องยอมรับฐานะอนุภรรยาที่จะสูงก็ไม่สูงจะต่ำก็ไม่ต่ำเหมือนเช่นตอนนี้

            โม่เสวี่ยหมิ่นไม่มีอารมณ์มาไร้สาระกับคนไร้สมองผู้นี้ จึงเพียงทักทายธรรมดาสองสามประโยค แล้วเลี่ยงไปยังเรือนหลีหวา ทันทีที่เข้าไปถึงก็สังเกตได้ถึงความเปลี่ยนแปลงภายใน ไม่เพียงแต่บ่าวรับใช้ที่เฝ้าประตูจะเปลี่ยนเป็นหญิงร่างใหญ่เอวกลมไหล่หนา ยังมีหญิงรับใช้อาวุโสเพิ่มเข้ามาอีกสองคน แม้ว่าแม่นมหลี่ กุ้ยเยวี่ย และกุ้ยหวาจะยังอยู่ แต่กลับมีท่าทางกลัวหัวหดอยู่ตลอดเวลา

            เห็นได้ชัดว่าผิดปรกติอย่างยิ่ง

            เมื่อมาถึงในห้อง ฟางอี๋เหนียงยังมิได้ลุกจากเตียง กุ้ยเยวี่ยประคองนายหญิงขึ้นมานั่ง ผมเผ้าของนางยุ่งเหยิง ดวงตาทั้งสองข้างบวมแดงเหมือนคนที่ร้องไห้จนไม่ได้นอน

            “อี๋เหนียงนี่มันเกิดอะไรขึ้น ไฉนจึงกลายเป็นแบบนี้ได้เล่า ในท้องของท่านยังมีบุตรของท่านพ่ออยู่นะ ไม่ใส่ใจดูแลตนเองเช่นนี้ได้อย่างไร” โม่เสวี่ยหมิ่นนั่งลงข้างเตียง ท่าทางอ่อนโยนคล้ายเอาใจใส่ยิ่ง

            “ไม่ใช่ข้า แต่เป็นท่านพ่อของเจ้าต่างหากที่ไม่ใส่ใจ” ฟางอี๋เหนียงสีหน้าแข็งกร้าว ร้องไห้ไปก็พร่ำรำพันไปด้วยความขุ่นเคือง

            ถึงตอนนี้นางก็ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อวานพอโม่ฮว่าเหวินบุกเข้ามาก็รื้อข้าวของระเนระนาด แม้แต่เตียงของนางก็ยังไม่เว้น ท้ายที่สุดก็ค้นจนเจอถุงหอมที่ใส่ตราประทับหยกจากเตียงของนาง หลังจากนั้นก็ไม่พูดอะไรสักคำ เพียงสะบัดแขนเสื้อพาคนออกไปทันที หลังจากออกไปก็พาสาวใช้ขั้นสองสองคนและหญิงรับใช้อาวุโสผู้จัดการความเรียบร้อยภายในเรือนคนหนึ่งของเรือนตนออกไปด้วย

            ดึกดื่นค่อนคืนก็ส่งบ่าวหญิงร่างใหญ่มาสองคน มองอย่างไรก็รู้สึกอึดอัด

            ส่วนอีกสองคนที่ยืนเฝ้าอยู่ใต้ชายคาด้านนอก กล่าวว่าเป็นคนที่นายท่านส่งมาสั่งสอนและควบคุมพฤติกรรมของแม่นมหลี่ กุ้ยเยวี่ยและกุ้ยหวา ฟางอี๋เหนียงอยู่ในห้องเหมือนดั่งหัวใจถูกบีบคั้นจนเจ็บปวด ไหนเลยจะหลับได้ลง ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมและเสียใจสุดประมาณ จึงร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด มิได้หลับได้นอน

            บัดนี้เมื่อได้ยินโม่เสวี่ยหมิ่นเอ่ยถาม น้ำเสียงจึงแหบแห้งแทบฟังไม่ได้

            “มีโจรเข้ามาในจวน ท่านพ่อก็ร้อนใจจึงบุกเข้ามา ได้เวลานอนแล้วไฉนอี๋เหนียงจึงไม่สวมอาภรณ์ให้หนาหน่อยเล่า กลางเหมันต์อากาศหนาวจัดเยี่ยงนี้ไม่กลัวเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไร” นางรู้มาจากคำบอกเล่าของพวกบ่าวไพร่ ว่าเมื่อคืนยามที่บิดาตามมาจับโจร ฟางอี๋เหนียงสวมเพียงเสื้อผ้าบางๆ ชั้นเดียว ดูไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง จึงคิดว่าบิดาน่าจะลุโทสะด้วยเหตุนี้ แต่ก็มิได้เก็บมาใส่ใจ รู้สึกเพียงว่าฟางอี๋เหนียงสติปัญญาตื้นเขินนัก

            ตั้งครรภ์อยู่เยี่ยงนี้ ยังจะคิดถึงเรื่องอย่างว่าอยู่อีก แล้วจะมิให้ผู้อื่นดูแคลนได้อย่างไร

            แค่อนุภรรยาต่ำต้อยคนหนึ่ง ไม่มีความรู้ ไม่รู้จักมารยาทและความเหมาะสม แต่ไหนแต่ไรนางก็ไม่เคยเห็นฟางอี๋เหนียงอยู่ในสายตาอยู่แล้ว แต่ต่อหน้าก็ยังต้องแสดงความห่วงใย เพราะถึงอย่างไรฟางอี๋เหนียงก็มีความจำเป็นสำหรับตนเองอยู่ หรืออาจกล่าวได้ว่ายังจำเป็นต้องใช้เด็กในท้องของนาง

            ฟางอี๋เหนียงฟังวาจาแล้วก็ทั้งอับอายและโมโหจนหน้าแดงก่ำ ตอบโต้กลับไปทันที “นี่คือคำพูดที่ผู้เป็นบุตรสาวสมควรกล่าวออกมาหรือ กลางค่ำกลางคืนใครบ้างไม่สวมเสื้อผ้าให้น้อยชิ้นลงเพื่อความสบายไม่อึดอัด อยู่ในห้องของตนเองมิได้ไปตากลมตากฝนที่ไหน ไฉนพวกเจ้าสองพ่อลูกต้องมาตั้งแง่รังเกียจข้าด้วย”

            “อี๋เหนียงอย่าเพิ่งโมโห หมิ่นเอ๋อร์ก็แค่กล่าวในสิ่งที่สมควร ก็ขอให้เรื่องยุติเท่านี้เถิด ถึงเวลาที่อี๋เหนียงคงต้องเปลี่ยนแผนใหม่แล้วกระมัง โอกาสก็ผ่านไปแล้วนี่” โม่เสวี่ยหมิ่นถามถึงข้อเสนอของนางครั้งก่อนด้วยท่าทางเปิดเผยตรงไปตรงมา ฟางอี๋เหนียงไม่อาจทำอะไรนางได้แล้ว ได้แต่ต้องใช้บุตรในครรภ์ของตนเองมาเป็นหมากในกระดาน

            ฟางอี๋เหนียงหนาวสะท้านไปถึงหัวใจ เอามือกุมท้องด้วยสัญชาตญาณ นิ่งอึ้ง ริมฝีปากสั่นระริก ทว่าไม่มีถ้อยคำใดหลุดออกจากปาก ไม่ว่าอย่างไรเด็กในท้องก็คือเลือดเนื้อเชื้อไข นางตัดใจไม่ลงจริงๆ

            โม่เสวี่ยหมิ่นแสร้งหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดหน้าแสดงบทโศก ก่อนจะแอบกระซิบเตือนฟางอี๋เหนียงด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อี๋เหนียงพักผ่อนชดเชยสักครู่ก่อนเถิด หลับให้สบาย อย่าให้ท่านพ่อวิตกกังวล เรื่องเมื่อวานผ่านไปแล้ว มองไปข้างหน้าจึงจะมีหนทาง ข้ากับพี่ชายล้วนมีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน พวกเราสองคนต่างต้องพึ่งพาอี๋เหนียงด้วยกันทั้งสิ้น”

            หากเอาเด็กคนนี้ไว้ ก็จะไม่มีนางกับโม่อวี่เฟิง ดูสิว่าฟางอี๋เหนียงจะเลือกผู้ใด

            “ได้ ตามใจเจ้า” เสียงตอบลอดไรฟันออกมา

            ฟางอี๋เหนียงนอนคิดมาทั้งคืนก็ตัดสินใจว่าจะสละบุตรในครรภ์คนนี้ เรื่องเมื่อวานมาคิดดูแล้วเพราะตนเองเป็นอนุภรรยาจึงได้รับความไม่เป็นธรรมเยี่ยงนั้น หมิ่นเอ๋อร์กล่าวมาไม่ผิด ต่อไปนางยังมีบุตรอีกได้ หากไม่รีบจัดการให้ได้รับแต่งตั้งขึ้นเป็นภรรยาเอก รอจนโม่ฮว่าเหวินแต่งภรรยาใหม่เข้ามา ตนเอง หมิ่นเอ๋อร์และเฟิงเอ๋อร์ก็จะกลายเป็นที่รำคาญตา เปรียบเสมือนหนามยอกอกของผู้อื่น

            ยิ่งไปกว่านั้นนางก็ไม่ยินดีให้แผนการชิงตำแหน่งนายหญิงของจวนที่ตนเองเพียรวางมาตลอดหลายปีจนใกล้จะสำเร็จอยู่รอมร่อ ต้องมาถูกผู้อื่นช่วงชิงไปต่อหน้าต่อตา นี่คือสิ่งที่นางไม่มีวันยอมรับได้ ที่นางแสดงท่าลังเลใจเมื่อครู่ ก็เพราะยังอาลัยอาวรณ์อยู่นั่นเอง แต่เพื่อฐานะของตนเองในภายภาคหน้า แค่เด็กเพียงคนเดียวนางย่อมสละได้  

            นางคิดไปถึงขั้นว่าถ้าไม่มีเด็กคนนี้แล้ว โม่ฮว่าเหวินจะต้องทั้งปวดใจและละอายใจ ทั้งยังสามารถถอนรากความโปรดปรานที่โม่ฮว่าเหวินมีต่อโม่เสวี่ยถงได้ในคราวเดียวกัน หากได้เช่นนี้แล้วจะมีอันใดที่ไม่น่ายินดีเล่า

            โม่เสวี่ยหมิ่นคาดการณ์ไว้นานแล้วว่าฟางอี๋เหนียงจะต้องตอบตกลง ด้วยนิสัยเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจของนาง จึงแค่พูดไปอย่างนั้นเอง สิ่งที่แสดงออกไปก่อนหน้าก็ล้วนเป็นเพียงการเล่นแง่เท่านั้น นางไม่เคยชอบฟางอี๋เหนียงมาแต่ไหนแต่ไร รู้สึกว่านางเป็นเพียงอนุภรรยาผู้ต่ำต้อยที่ทำให้ตนเองต้องลำบาก เมื่อเห็นเป้าหมายสัมฤทธิ์ผลก็ไม่รั้งตัวอยู่ต่อ แอบยัดแผ่นกระดาษใส่มือของฟางอี๋เหนียง

            ท่านพ่อจัดการคนรับใช้ที่นี่ใหม่ทั้งหมด เห็นได้ชัดว่าโกรธเคืองฟางอี๋เหนียงอยู่ นางไม่กล้าทำให้โม่ฮว่าเหวินไม่พอใจในเวลานี้ แม้ว่าเรื่องก่อนหน้านั้นจะจบไปแล้ว แต่โม่ฮว่าเหวินก็ยังเห็นโม่เสวี่ยถงสำคัญกว่านาง แม้ว่าจะไม่ตำหนิใดๆ แต่ก็ต้องไม่พึงพอใจ สองสามวันมานี้จึงไม่มาหานางเลย

            แล้วยามนี้นางจะยอมให้ท่านพ่อยิ่งห่างเหินเย็นชากับตนเองเพราะเรื่องฟางอี๋เหนียงได้อย่างไร

            เมื่อไม่มีคำใดจะพูดแล้ว ก็กลับไปยังเรือนของตน

            …

            ในเรือนชิงเวย

            โม่เสวี่ยถงกลับล้มป่วยขึ้นมาจริงๆ เดิมทีบาดแผลที่ได้รับพอใส่ยาแล้วก็ไม่น่าจะเกิดปัญหาอะไรอีก แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดจึงล้มหมอนนอนเสื่อได้ จู่ๆ ร่างกายก็สะบัดร้อนสะบัดหนาวแทบลุกจากเตียงไม่ไหว มีลมหายใจแต่กลับไร้กำลังวังชา ยาที่ส่งเข้ามานางล้วนตรวจสอบแล้วทั้งสิ้น ก็ไม่พบว่ามีปัญหาแต่อย่างใด เหล่าไท่ไท่ยังคงให้รักษาระเบียบไปคารวะยามเช้า เวลาอื่นๆ ไม่ต้องออกไปไหน ให้พักผ่อนอยู่แต่ในเรือนชิงเวย

            ไม่มีโม่เสวี่ยหมิ่นกับโม่เสวี่ยฉงมากวนใจ วันเวลาช่วงนี้ก็นับว่าสงบสุขดี

            “โม่เยี่ย เจ้าไปนำกำยานนี้มาจากไหน ทำไมจึงไม่เหมือนกับทุกทีเล่า” โม่เสวี่ยถงวางผ้าปักลายในมือลง แล้วช้อนตามองโม่เยี่ยที่เพิ่งเดินเข้ามา ทั้งเนื้อทั้งตัวเต็มไปด้วยหิมะ สองวันมานี้อากาศไม่ค่อยดีนัก มีหิมะตกเป็นพักๆ

            โม่เยี่ยปัดหิมะออกจากตัว หยิบกำยานออกมาแล้วเดินไปหาโม่เสวี่ยถงก่อนส่งให้ถึงมือ พลันกดเสียงต่ำแล้วกล่าวว่า “คุณหนู ท่านอ๋องบอกว่ากำยานนี้มีปัญหา”

            นี่เป็นข้อสงสัยเพียงข้อเดียวที่โม่เสวี่ยถงคิดได้ จึงให้โม่เยี่ยนำไปให้เฟิงเจวี๋ยหร่านช่วยตรวจสอบ

            “มีพิษหรือ” โม่เสวี่ยถงรับมาถือไว้ ตนเองใช้กำยานนี้เพียงอย่างเดียวมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง เหมันตฤดูอากาศหนาวจัด แต่ภายในห้องกลับอบอุ่นและมีกลิ่นหอมเย็นอ่อนๆ แบบนี้ นางรู้สึกชอบเป็นพิเศษจึงใช้มาโดยตลอด

            โม่เยี่ยอยู่เบื้องหน้าของโม่เสวี่ยถง แต่หันหลังให้นาง ใช้สมาธิจดจ่ออยู่ภายในเรือนว่ามีเสียงของผู้ใดแอบแฝงอยู่หรือไม่ เมื่อมั่นใจแล้วว่าไม่มีจึงกระซิบตอบเสียงเบา “ท่านอ๋องบอกว่ามีส่วนผสมบางอย่างในกำยานนี้ หากคุณหนูสูดกลิ่นร่วมกับใช้สมุนไพรบางตัวในยาที่คุณหนูดื่มจะทำให้รู้สึกง่วงงุน ด้านอื่นๆ ก็มิได้มีผลร้ายอันใด แต่ในนี้มีส่วนผสมของกลิ่นชะมดเช็ด”

            ไม่มีผลร้ายกับนางแล้วนำมาให้นางใช้ทำไม นางไม่เชื่อว่าโม่เสวี่ยหมิ่นจะทำเรื่องที่ไม่ส่งผลประโยชน์กับตนเอง ยิ่งไปกว่านั้นกลิ่นชะมดเช็ดก็ไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับนาง ประโยชน์เพียงอย่างเดียวของมันคงใช้เพื่อทำร้ายฟางอี๋เหนียงกระมัง แต่ฟางอี๋เหนียงก็ไม่น่าจะมาที่เรือนของตนเองได้

            โม่เสวี่ยหมิ่นคิดจะทำสิ่งใดกันแน่ นางหลุบตาลงครุ่นคิด ดวงตากระจ่างใสกะพริบปริบๆ แต่ก็คิดไม่ออก รู้สึกแต่ว่าโม่เสวี่ยหมิ่นไม่น่าทำในสิ่งที่ไร้ประโยชน์ จะต้องมีความเกี่ยวข้องกับบางอย่างเป็นแน่

            “คุณหนูกำยานนี้จะให้จุดหรือไม่”

            “จุดสิ ทำไมจะไม่จุดเล่า เมื่อผู้อื่นอุตส่าห์วางแผนมาอย่างดีแล้ว ก็ให้แผนของพวกนางเดินต่อไปทีละก้าวเถิด”

            โชคดีที่หลังจากนั้นไม่กี่วัน อาการไม่มีแรงของโม่เสวี่ยถงก็หายไปเอง พวกแม่นมสวี่จึงค่อยวางใจลง แต่โม่เสวี่ยถงก็ยังตั้งปราการป้องกันอยู่ในใจ จึงเชิญลั่วเหวินโย่วให้มาหาที่จวน ลั่วเหวินโย่วนำยามาให้มากมายบรรจุมาเต็มรถคันใหญ่ ยามคนขนของเข้ามาโม่เสวี่ยฉงเห็นแล้วก็ไม่พอใจแค่นเสียงเย็นใส่ไม่หยุด พอพวกเขาเดินพ้นไปแล้ว นางก็หมุนตัวกลับเรือนของตน

            วันเวลาแห่งความสงบสุขค่อยๆ ผ่านไป และแล้วคืนนี้ก็เป็นคืนส่งท้ายปี โม่อี๋เหนียงและฉิงอี๋เหนียงเป็นผู้ดูแลจัดการภายในจวน สองสามวันมานี้จึงยุ่งตัวเป็นเกลียว ทั้งสองต้องช่วยกันจัดงานฉลองเทศกาลยิ่งใหญ่ ไม่ว่าอย่างไรก็จะให้ผู้อื่นมาดูแคลนมิได้

            ช่วงนี้ฟางอี๋เหนียงทำตัวสงบเสงี่ยมอย่างยิ่ง ไม่สำแดงความสามารถใดๆ ทั้งสิ้น ปรกตินอกจากไปคารวะเหล่าไท่ไท่ยามเช้า ก็จะเดินเล่นอยู่ในสวน ไม่มีการหาเรื่องเล่นงานโม่อี๋เหนียงและฉิงอี๋เหนียง คล้ายว่าได้มอบหมายงานจัดการภายในจวนให้แก่พวกนางสองคนแล้ว ส่วนตนเองก็มีหน้าที่แค่ดูแลเอาใจใส่บุตรในครรภ์ บ่าวไพร่จากเรือนของนางเมื่อออกมาข้างนอกก็วางตัวดีมีมารยาทอย่างยิ่ง

            เพียงแต่ใครๆ ต่างก็มองออกว่าโม่ฮว่าเหวินดูเหมือนจะโกรธเคืองฟางอี๋เหนียงจริงๆ ได้ยินบ่าวชายของเรือนด้านนอกคุยกันว่า คืนนั้นนายท่านดื่มสุราในห้องหนังสือจนเมามาย วันต่อมาก็ไม่ตื่นตลอดทั้งวัน หลับไปจนถึงเช้าอีกวันหนึ่งจึงลุกขึ้นมาตามปรกติ

            ทว่านับแต่นั้นก็ไม่เหยียบย่างไปเรือนหลีหวาอีกเลยแม้เพียงก้าวเดียว

    คล้ายกับเรื่องพลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111