ฮันเตอร์ ปาร์กเกอร์ ไม่มีความทรงจำหลงเหลือแม้แต่น้อยว่าปาร์ตี้ค่ำคืนที่ผ่านมาจบลงเช่นไร เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพาตัวเองจากเฮเว่น ออน เอิร์ท กลับมาถึงบ้านได้อย่างไร
รู้ตัวอีกทีชายหนุ่มก็ลืมตาตื่นขึ้นบนเตียงที่คุ้นเคย ภายในห้องนอนบ้านตัวเอง หลังจากที่ใช้เวลาสลัดความงัวเงียและปรับสายตาให้สู้แสงแดดยามสายได้อยู่ครู่หนึ่ง เขาก็หันไปมองนาฬิกาแขวนผนัง ซึ่งขณะนี้บอกเวลาสิบเอ็ดโมงครึ่ง
‘ปวดหัวชะมัด’
แม้จะคุ้นชินกับการสำแดงเดชของแอลกอฮอลล์ในวันรุ่งขึ้นเป็อย่างดี ทว่าทุกครั้งที่ได้ลิ้มรส ฮันเตอร์ก็อดสบถขึ้นมาในใจไม่ได้
ประคองร่างกายลุกขึ้นจากเตียง เดินออกจากห้องนอน ลงบันไดสู่ห้องโถงรับแขกชั้นล่าง สำรวจความเสียหายว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ปรากฏว่าเป็ตามที่ฮันเตอร์คาดไว้ไม่ผิดเพี้ยน ขวด แก้ว และอุปกรณ์สำหรับการปาร์ตี้นานาชนิดกระจายเกลื่อนกลาดเต็มห้อง ราวกับว่าเมื่อคืนเกิดาน้ำเมาขึ้นภายในอาณาบริเวณแห่งนี้
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเศษซากอารยธรรมแห่งความบ้าคลั่ง กลับไร้ซึ่งวี่แววของคนแม้แต่คนเดียว
ภายในห้องโถงกว้างใหญ่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศอื้ออึงเท่านั้นที่ทำให้บรรยากาศไม่ถึงกับเงียบสนิท
ฮันเตอร์เดินฝ่าขวดแก้วที่วางระเกะระกะเต็มพื้น ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาหนังแกะที่ตั้งอยู่ใจกลางห้อง ทันใดนั้นรู้สึกความเหงาเกาะกุมขั้วหัวใจขึ้นมาอย่างประหลาด ย้อนกลับไปในตอนเด็ก ที่ชีวิตยังยากลำบากอดมื้อกินมื้อ ฮันเตอร์จำได้ว่าเคยได้ยินมหาเศรษฐีผู้หนึ่งพูดในรายการวาไรตี้โชว์ว่า
“บางครั้งที่ผมอยู่บ้านหลังใหญ่คนเดียว ก็รู้สึกเหงาเหลือเกิน”
สำหรับประโยคนี้ สำหรับเด็กชายที่สมองต้องคิดตลอดเวลาว่าทำอย่างไรให้มื้อต่อไปอิ่มท้อง ได้ยินแล้วแทบอยากเขวี้ยงกำปั้นใส่หน้าจอโทรทัศน์ ทว่าสองทศวรรษต่อมา เมื่อฮันเตอร์ผลักดันตัวเองขึ้นมาจนอยู่ในสถานะเดียวกับเศรษฐีผู้นั้นได้สำเร็จ กลับกลายเป็ว่า ประโยคที่เคยฟังดูไร้สาระ เขาเข้าใจมันอย่างถ่องแท้
เมื่อยิ่งคิดยิ่งห่อเหี่ยว ฮันเตอร์จึงลุกขึ้นยืน ตั้งใจจะไปอาบน้ำ สลัดความหม่นหมอง เติมความสดชื่น ทว่าเดินไปได้เพียงกลางทาง เสียงเรียกเข้าจากสมาร์ตโฟนเครื่องจิ๋วที่ชายหนุ่มถือไว้ในมือพลันดังขึ้น พลิกหน้าจอขึ้นดู ระบุชื่อผู้โทรเข้า ‘แองเจล่า’
ย้อนกลับไปเมื่อปีก่อน ‘แองเจล่า สกอตต์’ คือหญิงสาวที่ฮันเตอร์มีความสัมพันธ์สนิทสนมด้วยมากที่สุด เรียกได้ว่าอีกเพียงก้าวเดียวก็ถึงขั้นคบหาเป็คนรักกันแล้ว แต่สุดท้ายฮันเตอร์ก็ยังคงหวงแหนชีวิตอิสระ จึงบอกตัดสัมพันธ์ไป ทั้งที่ในใจก็รู้สึกดีกับเธอไม่น้อย
เห็นชื่อนี้ หางคิ้วฮันเตอร์กระตุก หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย สูดหายใจเข้าเฮือกใหญ่ ก่อนกดรับสาย
“ว่าไงแองเจล่า อยู่ ๆ ก็โทรมาแบบนี้” ฮันเตอร์เปิดบทสนทนาขึ้นก่อน พยายามทำน้ำเสียงให้ปกติที่สุด
“ก็มีน่ะสิ” เสียงหญิงสาวตอบกลับ ฟังดูราบเรียบเ็ากว่าที่เคย
“มีเื่อะไรว่ามาได้เลย ถ้าช่วยได้ ชั้นยินดีช่วยทุกเื่” จับสังเกตความเคร่งเครียดของเสียงปลายสายได้ ฮันเตอร์รีบถามกลับ ความร้อนรนเจือปนเล็กน้อยในน้ำเสียง
ทว่าหลังจากนั้นบทสนทนากลับนิ่งเงียบไปชั่วครู่หนึ่ง แองเจล่าไม่ตอบอะไรกลับมา มีเพียงเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่แม้จะส่งผ่านสัญญาณโทรศัพท์ คล้ายว่ามีเื่หนักอกหนักใจบางประการ แต่ไม่กล้าพูดออกมา
“แองเจล่า เธอเป็อะไรหรือเปล่า มีอะไรบอกชั้นได้จริง ๆ นะ” ยิ่งอีกฝ่ายนิ่งเงียบ ฮันเตอร์ยิ่งร้อนรุ่มใจ ถามซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจังขึ้น
เสียงถอนหายใจลอดผ่านลำโพงโทรศัพท์มาอีกครั้ง ตามด้วยเสียงเจือกังวลของแองเจล่า
“ตอนนี้ฉันอยู่ที่โรงพยาบาลเซนต์มาติน”
โรงพยาบาลเซนต์มาตินที่ว่าคือโรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ในกรุงนิวยอร์กเช่นกัน ทว่าเป็ย่านชานเมือง ห่างจากบ้านพักของฮันเตอร์ประมาณสามสิบกิโลเมตร
“โรงพยาบาลเซนต์มาติน เธอไปทำอะไรที่นั่น เป็อะไรหรือเปล่า เกิดอะไรขึ้น!” ได้ยินคำว่าโรงพยาบาล ใจของฮันเตอร์ร่วงลงสู่ตาตุ่มภายในพริบตา ความกลัวจับขั้วหัวใจ เกรงว่าสิ่งที่ตามมาจะเป็ข่าวร้าย ถามกลับไปอย่างคนร้อนรน ชนิดที่ว่าแทบจะเรียบเรียงประโยคไม่ถูก ท่าทางเช่นนี้บ่งบอกชัดเจนว่าเขายังมีความรู้สึกดีกับผู้หญิงคนนี้เต็มหัวใจ
“ฮันเตอร์ นายช่วยใจเย็นแล้วฟังฉันก่อนได้ไหม!”
โดนอีกฝ่ายเอ็ดใส่ยกใหญ่ ฮันเตอร์เหมือนโดนน้ำเย็นสาดเข้าหน้า ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกหนึ่ง ก่อนตอบกลับสั้น ๆ ด้วยเสียงนิ่งสุขุมขึ้น
“ได้ เกิดอะไรขึ้น เธอช่วยเล่าให้ชั้นฟังหน่อย”
“โอเค งั้นตั้งใจฟังนะ ฉันจะพูดแค่ครั้งเดียว และออกตัวไว้ก่อนว่าฉันไม่ได้มีเจตนามาเรียกร้องผลประโยชน์อะไรกับนาย แค่คิดว่าต้องบอกให้รู้”
แองเจล่าเว้นวรรคชั่วหนึ่ง ราวกับว่าทำใจได้ยากที่จะเอ่ยประโยคต่อไปออกมา แต่ในที่สุดเธอก็รวบรวมความกล้าหาญได้สำเร็จ
“ฉันเพิ่งคลอดลูก และฉันค่อนข้างมั่นใจว่าเป็ลูกของฉันกับนาย ่ที่ตั้งท้อง ฉันพยายามปิดบังไม่ให้นายรู้ เพราะคิดว่านายคงไม่พอใจ แล้วก็จบลงที่ใช้เงินฟาดหัวฉันเพื่อให้เื่จบ แต่ที่ฉันจะบอกคือฉันเลี้ยงดูเด็กคนนี้คนเดียวได้”
จบประโยค คราวนี้กลับกลายเป็ฝ่ายฮันเตอร์บ้างที่นิ่งอึ้งไป แต่ในความนิ่งอึ้งอัดแน่นไปด้วยหมู่มวลความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตลอดชั่วชีวิตนี้เขาไม่เคยััมาก่อน มันผสมปนเปกันไปหมดทั้งใ ดีใจ ตื้นตัน อิ่มเอม ซาบซึ้ง กอปรจนล้นทะลักออกสู่ภายนอกในรูปแบบหยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
ในวินาทีนี้เอง ความว่างเปล่าที่ประหนึ่งหลุมดำในจิตใจฮันเตอร์ ที่ไม่ว่าจะเป็ทรัพย์สินเงินทอง สุราชั้นดี เซ็กส์ยอดเยี่ยมก็ไม่เคยเติมเต็มมันได้ แต่ตอนนี้กลับถูกหมู่มวลความรู้สึกประหลาดนี้เติมเต็มจนล้นเอ่อ ชีวิตที่ใช้กำปั้นกอบโกยความมั่งคั่ง แล้วนำเงินทองที่หาได้มาเสพความัวเมา วนเวียนเป็วัฏจักรไร้จุดหมาย พลันเกิดแสงสว่างส่องมาจากปลายอุโมงค์ ชี้บอกเส้นทางชีวิตชายหนุ่ม
“ถ้านายไม่มีอะไรจะพูด งั้นก็แค่นี้นะ” แม้จะไม่คาดหวัง แต่เห็นฮันเตอร์นิ่งเงียบไปนับสิบวินาที แองเจล่าก็อดไม่ได้ที่จะไม่สบอารมณ์ ชายปลายสายช่างไร้หัวจิตหัวใจเหลือเกินในความคิดของเธอ จึงเตรียมจะกดวางสาย
“เดี๋ยว อย่าเพิ่งวาง! โรงพยาบาลเซนต์มาตินใช่ไหม ชั้นจะไปถึงภายในหนึ่งชั่วโมง แล้วเราค่อยหาวิธีเลี้ยงลูกของเราไปด้วยกัน”
ด้วยไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะพลิกกลับตาลปัตรจากเช่นนี้ ฮันเตอร์ ปาร์กเกอร์ ที่เธอเคยคบหาด้วยไม่มีทางพูดเช่นนี้ออกมาแน่นอน แองเจล่าจึงสับสันไม่น้อย ตอบกลับไปสั้น ๆ เพียงแค่ “อืม”
บทสนทนาจบลง ฮันเตอร์รีบกดวางสาย รีบพุ่งตัวกระโจนเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว พยายามที่สุดในการกำจัดกลิ่นสุราที่ติดค้างอยู่ทั่วร่างให้จางหายไป
เมื่ออาบน้ำเสร็จ ชายหนุ่มก็แต่งกายด้วยชุดที่คิดว่าดูดีและเหมาะสมกับกาลเทศะโรงพยาบาลมากที่สุด ส่องกระจกจนรู้สึกมั่นใจว่าดูดี ไม่ขาดตกบกพร่องสิ่งใด จากนั้นคว้ากุญแจ และเดินลงสู่โรงจอดรถ
ทันทีที่ไฟในโรงจอดรถสว่างจ้าขับไล่ความมืด ภาพที่ปรากฏคือรถซูเปอร์คาร์ต่างสีต่างยี่ห้อนับสิบคันจอดอยู่เรียงรายเต็มพื้นที่ แต่สำหรับชั่วโมงเร่งรีบเช่นนี้ ฮันเตอร์ไม่อยากเสี่ยงกับการผจญรถติดบนท้องถนน เขาอยากไปถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจเลือกมอเตอร์ไซค์คู่ใจให้ทำหน้าที่เป็ม้าเร็วในครั้งนี้
ประตูโรงรถค่อย ๆ แง้มเปิดออก เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มดังลอดสวนออกมา ผ่านไปครู่หนึ่ง ฮันเตอร์ที่ประจำการอยู่บนมอเตอร์ไซค์สีดำโฉบเฉี่ยวก็พุ่งทะยานออกมาด้วยความเร็วปานม้าศึกโรมรันเข้าสู่สมรภูมิา
เป็ดังที่ฮันเตอร์คาดการณ์ไม่มีผิดเพี้ยน ในยามสายเช่นนี้ รถราคลาคล่ำเต็มท้องถนนในมหานครนิวยอร์ก แต่สิ่งนี้ไม่เป็ปัญหาสำหรับชายหนุ่มเท่าไรนัก เขาใช้ความคล่องตัวที่มากกว่าของมอเตอร์ไซค์ขับขี่ฉวัดเฉวียน ลัดเลาะผ่านตรอกซอกซอยต่าง ๆ ไม่เกินยี่สิบนาทีก็สามารถผ่านย่านตัวเมืองออกมาได้
ทิวทิศน์ที่ปรากฏแก่ครรลองสายตาเริ่มแปรเปลี่ยนจากตึกระฟ้าเป็ท้องทุ่งสลับกับบ้านเรือนหลังเล็กหลังน้อย ความแออัดบนท้องถนนจางหายไป มอเตอร์ไซค์ครูสเซอร์ชอปเปอร์ของฮันเตอร์จึงใช้ความเร็วได้เต็มอัตรา ขณะพุ่งไปข้างหน้า สายลมแรงพัดเข้าปะทะร่างชายหนุ่ม แม้สายตาจะจับจ้องถนนหนทางเบื้องหน้า แต่ห้วงความคิดของเขาล่องลอยไปไกล ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไรนัก
ตลอดชีวิตยี่สิบเจ็ดปีที่ผ่านมา ไม่มีแม้เพียงชั่ววูบเดียวที่ฮันเตอร์ปรารถนาที่จะเป็พ่อคน ตรงกันข้ามเขาคิดว่าการมีลูกคือหายนะ ไม่ต่างจากบ่วงโซ่ที่จะพันธนาการไม่ให้ชีวิตได้มีอิสระดั่งใจ้านอกจากนั้น ประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็กคือเหตุผลอีกข้อที่ทำให้ฮันเตอร์ไม่ศรัทธาในความเป็พ่อแม้แต่น้อย ความทรงจำคอยย้ำเตือนเสมอว่าพ่อคือปีศาจที่ทุบตีเขาอย่างโหดร้ายทารุณ ฮันเตอร์เองก็คิดว่าตนไม่ใช่คนดีอะไร ดังนั้นหากไม่มั่นใจว่าสามารถเป็พ่อที่ดีได้ การไม่มีลูกเลยเป็ทางเลือกที่ดีกว่า
แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ฮันเตอร์รู้ตัวมาสักพักแล้วว่าเขาเหมือนคนหลงทาง ชีวิตไร้ซึ่งจุดหมาย สิ่งที่เคยมอบความสุขให้กลับไม่สุขเหมือนเคย ทว่าเสี้ยววินาทีที่รับรู้ว่าตัวเองมีลูก เหมือนได้ค้นพบทางออก ความสุขที่เหือดหายไปนานกลับเต็มปรี่ขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมปณิธานตั้งมั่นในทันทีว่าจะเป็พ่อที่ดีให้ได้ แม้แต่ตัวฮันเตอร์เองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมทัศนคติของเขาถึงเปลี่ยนแปลงได้กะทันหันเช่นนี้
ขณะความคิดล่องลอย อยู่ ๆ ชายหนุ่มก็เหมือนโดนกระชากออกจากห้วงฝัน สายตาที่จับจ้องถนนพลันเบิกโพลงอย่างตกตะลึง เรียกสติกลับเข้าประจำที่เป็การด่วน เพราะเบื้องหน้าห่างออกไปไม่กี่สิบเมตร ปรากฏหลุมดำพิศวง ขนาดประมาณประตูฟุตบอล ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางถนน
“นั่นมันอะไรกัน!” ฮันเตอร์อุทานอย่างตื่นตระหนก พร้อมสองมือสองเท้าเหยียบเบรกเต็มที่ เสียงยางเสียดสีกับพื้นถนนดังสนั่นทั่วบริเวณ เกิดรอยยางไหม้สีดำลากเป็ทางยาว แต่เนื่องด้วยห้อตะบึงมาด้วยความเร็วสูง มอเตอร์ไซค์จึงไม่หยุดเคลื่อนที่ลงโดยง่าย สุดท้ายไถลเข้าสู่หลุมดำอย่างฉุดไม่อยู่
เมื่อเข้าสู่หลุมดำ ฮันเตอร์และมอเตอร์ไซค์คู่ใจล่องลอยเคว้งคว้างท่ามกลางความมืดมิด วินาทีนั้นฮันเตอร์คิดว่าหรือจุดจบชีวิตเดินทางมาถึงแล้ว
“นี่ต้องมาตายที่นี่เหรอวะเนี่ย เจ็บใจโว้ย!” ฮันเตอร์คำรามออกมา ในใจอยากเตะฟ้าทุบแผ่นดินให้รู้แล้วรู้รอด หากย้อนกลับไปเมื่อวันก่อน ความตายคือสิ่งที่เขาไม่ยี่หระโดยสิ้นเชิง จะมาก็มา ไม่ได้สนใจหรือหวาดกลัว แต่ตอนนี้ราวกับเื่ตลกร้าย ชายหนุ่มเจ็บใจที่ความตายมาเยือนในวันที่เขาอยากมีชีวิตต่อไปมากที่สุด แถมยังเป็ความตายสุดพิศวงงงงวย ไร้ซึ่งคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นอีกด้วย
ทว่าขณะที่กำลังฟุ้งซ่านอย่างเจ็บใจอยู่นั้น ฮันเตอร์พร้อมมอเตอร์ไซค์คู่ใจของเขาก็พลันหลุดพ้นจากห้วงมืดมิด ตกลงกระแทกพื้นดินอย่างจัง คนไปทาง มอเตอร์ไซค์ไปทาง แม้ไม่ถึงขั้นเืตกยางออก แต่ก็มึนงงไม่น้อย ใช้เวลานานนับนาทีกว่าที่ฮันเตอร์จะเหยียดร่างขึ้นมา กวาดสายตาสำรวจได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ทันใดนั้น ชายหนุ่มประสบกับความตื่นตระหนกและงุนงงที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต เมื่อทิวทัศน์รอบข้างที่ปรากฏแก่สายตาคือชายหาดแห่งหนึ่งในยามราตรี ห่างออกไปไม่กี่เมตรเกลียวคลื่นกำลังโหมซัดกระทบผืนทราย
จากความเจิดจ้ายามสายเปลี่ยนเป็ความมืดยามรัตติกาล จากถนนหลวงเปลี่ยนเป็หาดทราย และชัดเจนว่าที่นี่ไม่ใช่รัฐนิวยอร์กแน่ ๆ คำถามที่ฮันเตอร์อยากรู้คำตอบที่สุดในตอนนี้คือ
‘ที่นี่ที่ไหนกัน?’