วันนี้มีการเชิญคุณหมอที่จบจากอังกฤษ มาบรรยายพิเศษ ทางมหาลัยเลยให้ทุกคนหยุดเรียน เพื่อไปฟังการบรรยายพิเศษ แต่เพื่อนๆกำลังต่อว่า พี่สาวของกรกันต์ที่ทำเช่นนี้ จนกรกันต์ต้องขอโทษแทนพี่สาวของตน
“ ไม่ต้องหรอก สักวันที่พี่เกศของนายมีความรัก ก็จะเข้าใจเองว่าความรักนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่ซื้อขายกันได้แบบนี้” ขจรเอ่ยออกไป แต่ว่า ก็รู้สึกใที่เห็นอาจารย์บรรยายพิเศษเดินเข้ามา เพราะเขาช่างมีใบหน้าเหมือนวงหน้าในอดีตที่เขาจดจำแม่นไม่เคยลืม
“ เ้าฟ้ากุ้ง?”
“ ว่าไรนะ” กิ๊ฟหันมามองหน้าขจรเพราะได้ยินไม่ชัด
“ เปล่าๆ ไม่มีอะไร”
“ สวัสดี ผมเป็ชื่อว่า ธิเบศ จะมาบรรยายพิเศษสำหรับนักศึกษาแพทย์ ที่่่จะเลือกเป็แพทย์ศัลยกรรมในอนาคต ประวัติของผมนั้นทุกคนคงจะทราบหมดแล้ว ดังนั้นผมจะเข้าเื่เลย ในปัจจุบันการผ่าตัดถือเป็เื่ง่ายๆ และเป็เื่ที่ปลอดภัย ด้วยนวัตรกรรมที่ออกมาในรูปแบบใหม่ โดยการผ่าตัดผ่านกล้อง คนเจ็บจะได้รับการรรักษาที่ได้มาตรฐานโลก และ มีแผลที่เล็ก และใช้เวลาพักฟื้นน้อยลง ดังนั้น นอกจากการใช้มีดหมอผ่าตัดอย่างเดียว บางทีมันยังไม่พอ สำหรับวันนี้ผมจะแนะนำว่า อุปกรณ์ และเครื่องมือที่ทันสมัยว่ามีอะไรบ้าง เริ่มต้นจากอุปกรณ์ตัวแรกนี่ก่อน นี่คือก ล้องวิดีโอขนาดเล็กแต่ประสิทธิภาพสูง ที่จะทำให้เห็นอวัยวะภายในของคนไข้ได้โดยจะเห็นภาพได้ชัด และช่วยวินิจฉัยโรคได้แม่นยำกว่า เครื่องเอกซเรย์ .......”
ขจรนั่งฟังน้ำเสียงและท่าทางของอาจารย์ธิเบศแล้ว ช่างเหมือนกับเ้าฟ้ากุ้งมิมีผิดเพี้ยนจริงๆ สงสัยท่านจะกลับชาติมาเกิดใหม่ ในชาตินี้เหมือนกับเขาแล้ว
“ นี่คืออาจารย์หมอธิเบศ พอจบหมอเมืองไทยแล้ว ก็ไปเรียนต่อวิชาที่เกี่ยวกับการผ่าตัดส่องกล้องมาโดยเฉพาะ อาจารย์เป็ลูกหลานของตระกูลเจียง ร่ำรวยไม่แพ้ตระกูลหลี่ของกรกันต์เลยนะ” กิ๊ฟเอ่ยบอกกับขจร
“ ทำไมรู้มากขนาดนี้?” จรมองกิ๊ฟด้วยหางตาเหมือนแอบหึงนิดๆ
กิ๊ฟหมั่นไส้ เลยหยิกแขนจรไปทีหนึ่ง
“ ใครๆ ก็รู้จักอาจารย์กันทั้งนั้น มีจรคนเดียวที่ไม่รู้จัก ก็แค่บอกให้รู้”
ในระหว่างนั่งฟังบรรยายนั้น บรรยากาศก็คล้ายกับว่า จะมีลมเย็นๆ พัดออกมาโดยที่ขจรััได้ ลมเย็นวูบนี้หาใช้ลมที่เกิดจาก แอร์ไม่ แล้วเขาก็พบว่า มีเงาิญญาลางๆ ที่แต่งกายด้วยชุดคล้ายกับนักศึกษา แล้วไม่มีใครมองเห็นนอกจากเขา เหมือนว่าิญญานั้นจะรู้ หันมามองเขาตรงๆ ขจรถึงกับนึ่งอึ้ง พูดกับตัวเองในใจ
“ หม่อมสังวาลย์นี่ เป็ไปได้อย่างไร ว่านางยังไม่ไปผุดไปเกิด แต่กลับมาคอยเฝ้ามอง อาจารย์ธิเบศอยู่อย่างนี้”
แม้เงาิญญาของหม่อมสังวาลย์จะมองมา แต่ว่าขจรแกล้งทำเป็ไม่สนใจ ก็คงคิดว่าขจรมองไม่เห็น เลยหันกลับไปมองอาจารย์ธิเบศต่อไป
จวบจนการบรรยายพิเศษจบ อาจารย์ธิเบศเดินออกไป ิญญาดวงนี้ก็ยังคงตามติดไปตลอด
“ จร เป็ไรหรือเปล่า” กิ๊ฟเห็นขจร มองเหม่อก็เลยสะกิดเรียก
“ ไม่มีอะไรแล้ว เราไปกันเถอะ”
ทั้งหมดมากินอาหารที่โรงอาหาร พร้อมกับเห็นนักศึกษาแพทย์หลายคน ตามมาขอถ่ายรูปกับอาจารย์ธิเบศ หลายคนเหมือนเป็ดาราเลยทีเดียว
“ ป๊อบหน้าดูเลยนะ อาจารย์ธิเบศ” กรกันต์เอ่ยอย่างหมั่นไส้
“ ฉันเองก็อยากถ่ายรูปกับอาจารย์เหมือนกัน” ซีเอ่ยแล้วทำสายตาหวานฉ่ำ
“ ก็ไม่ไปล่ะ มานั่งตรงนี้ทำไม?” กรกันต์ไล่ส่งไป
“ ไม่เอาดีกว่า สาวๆ เต็มไปหมด ฉันไม่อยากเข้าไปแย่งต่อคิวกับใคร”
ขจรเห็นิญญาของหม่อมสังวาลย์ มองพวกสาวๆ ที่เข้ามาหาอาจารย์ธิเบศแบบไม่พอใจนัก จึงได้ทำการผลักร่างของนักศึกษาหญิงคนหนึ่งไปชนกับนักศึกษาที่รุมล้อม อาจารย์ธิเบศ จนล้มกันระเนระนาด แล้วยิ้มอย่างสะใจ
ขจรไม่อยากสนใจเื่ราวแบบนี้ กรรมของใคร ก็กรรมของมัน
หลังจากกินข้าวเสร็จก็กลับไปที่ค่ายมวยเพื่อฝึกซ้อม แต่คราวนี้ครูทิมบอกว่า
มีลูกค้าใหม่คนหนึ่ง ได้มาเหมาเวลาของขจรเอาไว้แล้ว พอขจรไปพบก็เห็นว่า
เป็หญิงคล้ายคนจีนวัย สี่สิบปี ชื่อว่า ซินดี้ แต่งกายด้วยชุดสปอร์ตรัดรูป สีดำ แม้นว่าอายุจะมากแล้ว แต่ร่างกายยังดูเฟิร์มมากๆ
“ เธอชื่อขจร ใช่ไหม?”
“ ใช่ครับ”
“ มาดูกัน ว่าเธอจะมีฝีมือแค่ไหน”
หญิงสาวคราวป้า ไม่รอให้ขจรตั้งตัว บุกเข้ามาเตะเข้าใส่ขจรไป 1 ทีเข้าสีข้าง
เปรี้ยง !! ขจรถึงกับเซถลาไปติดเชือก แม้นว่าเขาจะตั้งท่าการ์ดทั่วไปแล้ว แต่ไม่อาจต้านทานพลังเตะที่หนักหน่วงเช่นนี้ได้ ขจรถึงกับตาโตด้วยความใ
“ ไม่เลว แค่ท่าแรก ก็รับได้ แต่ยังต้องลองดูอีกที”
คราวนี้ ซินดี้เดินเข้ามาแล้วสะบัดเท้าใส่อย่างต่อเนื่อง แต่ว่าขจรตั้งมั่นแล้วใช้ท่าเท้าคชสารรับเอาไว้ แม้แต่จะสั่นสะท้านไปทั่วร่าง แต่ก็ยืนหยัดอยู่ได้
“ อืม ไม่มีพลังเทพยุทธ์ แต่กลับรับมือฉันได้เช่นนี้ ไม่เลว พ่อหนุ่มเอาใหม่”
ซินดี้พูดออกมา แต่ว่าขจรกลับฟังไม่รู้เื่ แต่คราวนี้ซินดี้พุ่งตัวเข้ามา แบบว่องไวปานสายฟ้า บุกเข้ามาแล้วชกเข้าที่หน้าขจรไปหลายหมัด แม้จะมีเฮ็ดการ์ด
ป้องกันก็ยังคงเกิดอาการมึนอย่างต่อเนื่อง จนโดนหมัดสุดท้าย ขจรถึงกับกระเด็นไปติดเชือก
“ นี่มันพลังหมัดแบบไหนกันเนี่ย?” ขจรเอ่ยออกมาเบาๆ
“ ก็ไม่เท่าไร วันนี้พอแค่นี้ก่อน วันหน้าฉันจะกลับมาใหม่”
ขจรพยักหน้ารับ แต่ก็ยังสงสัยคำพูดของซินดี้
“ พูดเหมือนกับว่า ป้าไม่ใช่คนบนโลกใบนี้ซะอย่างนั้น”
ขจรยังคงยืนนิ่งมองซินดี้เดินจากไป ทิ้งให้เขาถึงกับหมดแรง ไม่คิดว่า วิชาที่เรียนรู้มาสองร้อยกว่าปี จะถูกป้าคนนี้ต่อยเสียจนกระเด็นไปมา เหมือนกับว่าแกยังใช้พลังออกมาไม่หมด
“ ว่าไง นี่เอ็งเล่นละครซะเหมือน หวังดึงลูกค้าหรือไงวะ”
ครูทิมเอ่ยเหมือนรู้ทัน คิดว่าขจรแกล้งกระเด็นไปมา เพื่อให้ลูกค้าติดใจ จะได้มาอีกครั้ง
“ ผมไม่ได้เล่นละคร ลูกค้ามีพลังหมัดและเท้าที่หนักจริงๆ”
“ เอาล่ะ ข้าไม่ว่าเอ็งหรอก เป็เทคติคของแต่ละคนที่จะดึงดูดลูกค้า แต่ว่า พรุ่งนี้จะขึ้นชกแล้ว กลับไปพักผ่อนให้เยอะๆ ตอนเย็นค่อยเจอกันที่สนาม”
“ ครับครู”
ขจรกลับไปที่วัด เพื่อพักผ่อน เขาก็ได้แต่คิดถึงเื่ที่ชกกับลูกค้าวันนี้ เหมือนกับว่า หมัดที่นางต่อยมานั้น เขารู้ว่าจะมาทางไหน แต่ว่า พอรับกลับรู้สึกได้ถึงพลังงานปราณที่ปล่อยออกมา
ขจรเคยฝึกสมาธิ เพื่อเปิดลมปราณในร่าง ซึ่งตอนนี้เปิดไปได้ถึง 150 จุด แต่ว่าเขาไม่รู้เลยว่า จะเอาพลังปราณในร่างออกมาใช้ได้อย่างไร แต่ซินดี้ที่มาวันนี้กลับนำออกมาใช้ได้ ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ
หลังจากเพลียหลับไป ขจรก็ฝันถึงเื่ราวในอดีตต่อ
มหาดเล็กทับ ได้อาศัยอยู่พระราชวัง และ ฝึกฝนวิชาการต่อสู้ ทั้งดาบ และ มีดสั้น จากพ่อครูหลวงชำนาญฤทฺธิไกร ครบสามปี บ้านเมืองก็เกิดอาเพศ ท้องฟ้าแปรปรวน ฝนตกฟ้าร้องตลอดเวลา ขจรได้นอนเฝ้าอยู่ที่เตียงห้องพระบรรทมของกษัตริย์ เขารู้สึกตื่นขึ้นมากลางดึก พบว่า กษัตริย์กำลังยืนคุยกับใครบางคนในเงามืด แล้วเขาก็ได้ยินคำพูดของกษัตริย์เอ่ยออกมาว่า
“ ถึงเวลาของข้าแล้วรึ?”
เงาสีดำคล้ายพยักหน้า ไม่พูดอะไร
“ ขอเวลาข้าสักครู่”
เงาสีดำก็พยักหน้าไม่ได้เอ่ยห้ามอะไร
กษัตริย์เดินเข้ามา หาขจร ที่นั่งอยู่ข้างเตียง แล้วเอ่ยว่า
“ กูต้องไปแล้ว ต่อไปมึงก็ไปอยู่กับเ้าฟ้าเอกทัศน์ช่วยคุ้มครองมันด้วย แม้นว่าจะอยู่ภายใต้ผ้ากาสาวพักตร์ แต่ก็ยังมีเภทภัยอยู่ คงต้องฝากมึงเอาไว้ ต่อไปใช้ชีวิตให้ดี อย่าประมาท ช่วยปกป้องแผ่นดินอย่าให้ผู้ใดมารุกรานได้”
“ พระองค์จะไปไหนหรือพระเ้าข้า จะให้กระหม่อมติดตามไปด้วยหรือไม่”
“ มึงตามกูไปไม่ได้หรอก ส่วนที่หมายของกูนั้น กูเองยังไม่รู้เลย”
ทับมองตามร่างของกษัตริย์ที่เดินไปกับ เงาสีดำ แล้วหายไปพร้อมกันด้วยความสงสัย แต่พอหันหลังกลับมาเพื่อจะเก็บเครื่องนอน ก็พบว่า กษัตริย์ยังคงนอนหลับอยู่บนเตียงที่บรรทมอยู่ ทับรีบเอานิ้วไปััที่จมูก พบว่าไร้สิ้นลมหายใจ พระองค์สิ้นชีวิตไปแล้ว
“ ขุนหลวง” ทับคุกเข่าลงไปกับพื้น ร่ำไห้ออกมาทันที
แล้วในที่สุดหลังเ้าฟ้ากุ้งตายไปสามปี พระเ้าอยู่หัวบรมโกศก็ตตามไป
เ้าฟ้าอุทุมพรได้ขึ้นเป็กษัตริย์ ส่วนทับก็กลายไปเป็เด็กวัด อยู่กับพระเ้าฟ้าเอกทัศน์ ที่วัดประดู่ทรงธรรม
ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง แม้ว่าภายหลังงานพิธี จะเกิดฏเ้าสามกรม
สุดท้ายก็ถูกปะาจนตายไปหมด
ณ ตำหนัก กรมหมื่นเทพพิพิธ
“ ตัดเสี้ยนหนามไปแล้ว ตอนนี้ยังคงเหลือแต่พระเ้าฟ้าเอกทัศน์อีกหนึ่ง กูไม่ยอมให้มีใครมาคอยเป็หนามตำคอกูไปเช่นนี้ตลอดไปแน่ มึงไปหานักฆ่าแขกจาม สั่งพวกมันฆ่าพระเ้าฟ้าเอกทัศน์ให้ได้ กูจะให้รางวัลพวกมันอย่างงาม”
“ แต่ว่า หากขุนหลวงรู้เข้าจะทำอย่างไรขอรับ”
“ ข้าวสารเป็ข้าวสุกไปแล้ว ท่านจะทำอะไรได้”
ณ วัดประดู่ทรงธรรม
พระภิกษุเ้าฟ้าเอกทัศน์ กำลังเดินจงกลมอยู่เพียงลำพัง โดยมีทับ ยืนเฝ้าอยู่รอบๆ ไม่ห่างกาย พอพระเ้าฟ้า เดินจงกลมเสร็จ ก็เข้ามาในพักที่ในโบสถ์
“ เอ็งไม่ต้องมาเฝ้าข้าแบบนี้ก็ได้ ข้าเป็เพียงแค่พระธรรมดา ไม่มีใครมาทำอะไรข้าให้เปลืองแรงหรอก พวกในราชสำนักก็ไม่เห็นมีใครมาหาข้าเลยสักคน”
“ นี่เป็คำสั่งของขุนหลวงองค์ก่อน กระหม่อมไม่อาจฝ่าฝืนพระบัญชาได้”
“ ตามใจเอ็ง ด้านนอกก็มีองครักษ์ที่ขุนหลวงองค์ใหม่ทรงส่งมาคอยเฝ้าตั้งสิบคนแล้ว เอ็งไม่ต้องเป็ห่วงหรอก”
ไม่ทันที่ทับจะเอ่ยบอกอะไร ก็มีหัวขององครักษ์ทั้งสิบ ลอยมากองอยู่ต่อหน้าของ พระเ้าฟ้าเอกทัศน์
“ เฮ้ย !!”
พระเ้าฟ้าร้องออกมาอย่างใ แล้วก็มีชายชุดดำ พุ่งตัวเข้ามาในโบสถ์ สี่ห้าคน
พวกมันใช้ด้าบทิ่มใส่พระเ้าฟ้าทันที แต่ว่าฉับพลันนั้น แขนที่ถือดาบของพวกมันสองคนที่จะแทงร่างพระเ้าฟ้าเอกทัศน์อยู่แล้ว ก็ขาดสะบั้น เพราะเจอคมดาบของทับฟันจนขาด แล้วตวัดดาบกลับมาฟันคอของสองคนขาดสะบั้น ที่เหลือก็บุกเข้าโจมตีพร้อมกัน แต่ว่า พวกมันมิอาจหลบหลีกดาบคู่ของ ทับที่ฟันแต่ละทีเข้าจุดตายพวกมันทั้งนั้น
จนพวกมันมากันอีก หลายคน คราวนี้พวกมันมีปืน มาด้วย แต่ทว่า พวกมันไม่ทันได้ยิง ทับก็เปิดเสื้อออก พบว่า เขามีมีดสั้นขนาดเล็กหลายสิบเล่ม ติดอยู่ในเสื้อ ทับรีบขว้างมีดบินออกไปทันที มีดสั้นบินไปปักเข้าที่ลำคอ นักฆ่าที่จะยิงปืนเข้ามา นอนดิ้นไปกับพื้นตายไปในทันที ทับเข้ามาดูพบกว่าเป็พวกทหารต่างชาติ เป็นักรบรับจ้างทุกๆ คน
แต่พวกมันยังมีอีกมาก มันเข้ามาเพื่อจะเข้าไปในโบสถ์ แต่ว่าทับชักดาบคู่ออกมาขวางกั้นเองไว้ แล้วก็ฟาดฟันกับนักฆ่าอีกนับสิบคน จนพวกนักฆ่าตายกลายซากศพกองพเนินหน้าประตูเข้าโบสถ์ กลิ่นคาวเืคละคลุ้งไปทั่วโบสถ์ ยังมีทหารอีกหลายสิบคน ไม่กล้าเข้ามาใกล้เลยล้อมโบสถ์เอาไว้
ได้ยินเสียงคนๆ หนึ่งะโว่า
“ เผามัน เผามัน”
ทับก็ไม่รอเช้า ท่องคาถาพรางตัว แล้วพุ่งออกไป พบว่ามี นักฆ่าเกือบห้าสิบคน ยืนอยู่ตรงประตูโบสถ์ทั้งแปดทิศ พวกมันกำลังจุดไฟเผาโบสถ์ ทำให้ทับต้องรีบแข่งกับเวลา ทั้งใช้ดาบกรีดที่ลำคอของคนร้าย ที่มองไม่เห็นทับสักคนเดียว ทำให้พวกมันตายไปในทันที กว่าสิบศพ พวกมันบางคนเริ่มหนี แต่ว่าก็ยังมีมีดลอยมาปักเข้าที่ท้ายทอย ร่วงไปทีละศพ
จนกระทั้งหัวหน้านักฆ่าเหล่านี้ ถือกริชเขี้ยวเสือ แล้วร่ายเวทย์ ขว้างดินมาโดนทับ พอมันเห็นร่างทับ มันก็ะโเข้ามา แล้วจ้วงแทงจากที่สูงทันที
แต่ว่า ทับก็เคลื่อนหลบถอยห่างออกไป แล้วขว้างมีดบินเข้าใส่ที่คอของมัน
ฉึก !
มันเอามือกุมคอเอาไว้ ชี้หน้าทับไม่อยากเชื่อสายตา พวกมันนักฆ่ากลับต้องมาตายเพราะเด็กน้อยแบบนี้
บัดนี้คนร้ายตายหมดเกลี้ยง เหล่าพระที่วัดต่างแห่กันมาดูซากศพนับร้อย เืไหลนองเต็มไปหมด ร่างเด็กชายวัย 11 ปีที่มีแต่เืคนร้ายชโลมกายเข้าไปในโบสถ์
“ พวกเราปลอดภัยแล้ว”
“ นี่เอ็งเป็อะไรหรือเปล่า?”
“ ไม่ขอรับ”
พระเ้าฟ้าเอกทัศน์เห็นคนตายเป็ร้อยก็ถอดถอนใจแล้วเอ่ยออกมาว่า
“ กรมหม่่ืนเทพพิพิธ เหตุใดเ้าถึงไม่ปล่อยวางเสียที เ้าเห็นว่าน้องของข้าใจอ่อน แล้วเ้าคิดจะทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้นรึ?”
ในรุ่งเช้า พระเ้าฟ้าเอกทัศน์ เดินเข้าวังไปในสภาพของฆาราวาส ไม่เป็แล้วพระเ้า ทหารที่คอยเฝ้ายาม ก็ไม่ให้เข้า แต่มีหรือจะหยุดยั้ง ทับได้ ถูกทับอัดลงไปกองกับพื้น ไม่มีใครกล้าขัดขวางได้ จนมายืนอยู่ในท้องพระโรง โดยมีเ้าฟ้าอุทุมพรกำลังว่าราชการอยู่
“ เ้าพี่ ท่านลาสิขาออกมาได้ไง?”
“ เมื่อคืน มีคนส่งพวกนักฆ่าแขกจามไปสังหารพี่ แต่โชคดร้ายพวกมันกลับไปตายกันหมด กรมหมื่นเทพพิพิทธ เ้าคิดลอบสังหารข้า แล้วก็จะคิดฏเหมือน พี่ชายเ้าหรือไง”
“ เปล่า กระหม่อมไม่รู้เื่จริงๆ”
“ อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้ว ไอ้ทับจัดการมัน”
“ เดี๋ยวก่อน เ้าพี่ เื่นี้คงมีความเข้าใจผิดกัน เมื่อคืนกรมหมื่นเทพพิพิธบอกกับข้าว่า มีคนร้ายคิดลอบปลงประชมน์ เลยรีบส่งกองกำลังเข้าไปช่วยเสด็จพี่"
“ บัดซบ นี่มึงยังหน้าด้าน พูดแบบนี้อีกหรือไงวะ”
ทับท่องมนต์พรางตัวเข้าไป กระแทกองครักษ์ที่ยืนข้างของกรมหมื่นเทพพิพิธจนกระเด็นไป แล้ว ก็บีบคอของกรมหมื่นเทพพิพิธเอาไว้
“ ทรงบอกมาจะให้ตาย หรือ อยู่” ทับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
“ หยุดก่อน นี่ข้าคือกษัตริย์นะ ข้าสั่งให้ปล่อยเขา”
ทับไม่ปล่อย แต่หันไปมองหน้าเ้าฟ้าเอกทัศน์
“ เ้าพี่อย่าให้ต้องฆ่าแกงกันอีกเลย ที่ผ่านมาก็ฆ่ากันยังไม่เพียงพออีกหรือ?
“ ไอ้ทับ ปล่อยมันก่อน
ทับมองหน้าของพระเ้าเอกทัศน์อย่างไม่เข้าใจ
ครั้งนี้ พระเ้าเอกทัศน์สำแดงเดช เข้าวัง ทำให้พวกขุนนางในวัง ต่างครั่นคร้าม ไม่กล้า สบตาเพราะแต่ละคนนั้น มองว่า พระเ้าอุทุมพรนั้นเป็คนที่ใจอ่อน เห็นใจคนมากไปทำให้พวกขุนต่าง โกงกินกันไม่หยุด ต่างหาเงินเอาเข้ากระเป๋าของตน ไม่ส่งคืนท้องพระคลังหลวง จึงสนับสนุน แต่เ้าฟ้าเอกทัศน์หาเป็เช่นนั้นไม่
“ น้องพี่ใจอ่อนเกินไปแล้ว ข้าอภัยให้มัน ต่อไปนี้เป็ต้นไป เนรเทศมันออกไปที่เกาะลังกา ไปบวชที่นั่น ห้ามกลับมาที่อโยธยานี้ตลอดไป”
พอคำพูดนี้พูดออกไป ทุกคนนิ่งเงียบ ทับเตะเข้าที่พับหลังของ กรมหมื่นเทพพิพิทธ จนต้องคุกเข่ากับพื้น แล้วก็จับศรีษะโขกไปกับพื้น รับคำพระบัญชา
ขุนนางในราชสำนัก ต่างมองหน้ากันเลิกลั่ก คนที่กล่าวคำสั่งนี้หาใช่องค์กษัตริย์ไม่ แต่ก็ทำให้ทุกคนต้องหวาดหวั่นใจยิ่งนัก สุดท้ายเ้าฟ้าอุทุมพรก็คุกเข่า มอบมงกุฏพระเ้าแผ่นดินให้กับ เ้าฟ้าเอกทัศน์ พร้อมประกาศยกราชบัลลังก์ให้กับ เ้าฟ้าเอกทัศน์ เป็พระมหากษัตริย์องค์ต่อไป ส่วนตัวของพระองค์ ก็จะไปบวชเป็พระแทน
ขจรสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เวลาล่วงไปถึงเที่ยง
“ โอ้ ไม่มีใครปลุกเลย ต้องรีบไปแล้ว”
ณ สนามมวยเดอะแชมเปี้ยน
คู่ที่ 1 สำหรับการชกแบบถ่ายทอดสดผ่านชองทีวี ของเดอะแชมป์เปี้ยน
นักชกทั้งสองคน ยืนรออยู่บนเวทีแล้ว คือ ซาอิด ซามานหรือไอ้หัวเหล็ก
และ ขจรเดช ศิษย์ครูยอด กรรมการคนเดิมเรียกทั้งคู่เข้าทราบกติกา
“ พวกมึงสองคนก็ผ่านศึกกันมาบ้างแล้ว อย่าให้กูต้องพูดซ้ำๆ หากใครมีปัญหากูจะไล่แม่งลงจะเวทีทันที ชกกันได้”
แล้วการชกถ่ายทอดสด คู่แรกของรายการเดอะแชมเปี้ยนก็เริ่มขึ้น...