
ตอนที่21 ฉันหิวจังเลย
จ็อกกกก
ฉันยกมือขึ้นลูบท้องไปมาหวังจะให้ท้องไส้ที่กำลังปั่นป่วนเหมือนมีพายุอยู่ด้านในหยุดส่งเสียงร้องซะที แต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย ฉันหิว หิวจนแทบกินช้างเข้าไปทั้งตัวได้แล้วมั้ง ทำไงดี? ฉันลุกขึ้นจากเตียงเดินไปแอบส่องที่หน้าต่าง ด้านนอกเป็สนามหญ้าสีเขียวถัดไปเป็บ้านสุนัขหลังสีฟ้า แต่หางยาวๆ ที่โผล่ออกมาจากบ้านสุนัขหลังนั้นไม่เหมือนหางสุนัขพันธุ์ทั่วไปที่มีอยู่ในโลกใบนี้
บ้านของเ้าสัตว์ประหลาดตัวนั้นสินะ โอ้โห้ เ้าของบ้านคงชอบสีฟ้ามากเลย
ปรื้นนนนน
เสียงเครื่องตัดหญ้าดังอยู่ตรงมุมหนึ่งของบ้านซึ่งเป็มุมอับสายตาทำให้ฉันมองไม่เห็น แต่ก็พอจะเดาได้แหละว่าผู้ชายคนนั้นคงกำลังตัดหญ้าอยู่หน้าบ้าน ว้าว นี่เป็โอกาสดีของฉันที่จะย่องออกไปจากห้องเพื่อหาอะไรกินระหว่างที่ผู้ชายคนนั้นกำลังวุ่นวายอยู่กับการตัดหญ้าในสนาม
เร็วเท่าความคิด ฉันค่อยๆ ย่องออกไปจากห้องทันที ทันทีที่ก้าวเท้าออกจากห้องนอนก็พบห้องรับแขก มันตกแต่งอย่างน่ารัก มีบาร์เล็กๆ และโซฟาสีหวานเหมือนลูกกวาด ถัดไปก็น่าจะเป็ห้องครัว นั่นแหละเป้าหมายของฉัน
พระเ้า
ห้องครัวของบ้านหลังนี้เป็อะไรที่ทำให้ฉันยืนตลึงตาค้าง ส่วนที่เป็ห้องครัวของบ้านมีขนาดใหญ่กว่าห้องรับแขกเสียอีก หรือจะว่าไปห้องนี้มันอาจจะใหญ่กว่าทุกห้องในบ้านหลังนี้ซะอีก ภายในห้องครัวมีเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่แถมยังมีข้าวของเครื่องครัวมากมายละลานตาเต็มไปหมด บ่งบอกได้เป็อย่างดีเลยว่าเ้าของบ้านคงชื่นชอบการทำอาหารเป็ชีวิตจิตใจ
ใช่สินะก็เค้าเป็เชฟนี่นา
ฉันแอบอ่านใบประกาศต่างๆ ที่ติดเป็คอลเลคชั่นในห้องนอนพบว่าเป็ใบประกาศเกี่ยวกับการชนะเลิศทำอาหารทั้งนั้นเลย ใบประกาศที่เก่าแก่ที่สุดอายุมากกว่าฉันอีกนะ ฉันมองสำรวจไปรอบๆ ชั้นวางของ้าสะดุดตากับคุกกี้เข้าโหลหนึ่ง ฉันเลือกที่จะหยิบมันมาเปิดกินเป็อันดับแรก
หืม อร่อยมาก
คุกกี้อะไรนะทำไมถึงได้รสชาติอร่อยสุดๆ ไปเลย จากหนึ่งชิ้นเป็สองชิ้นตามมาด้วยชิ้นที่สามสี่ห้าจนฉันหยุดไม่ได้ รู้ตัวอีกทีคุกกี้ก็หมดโหลไปซะแล้ว
“กินจนเพลินเลย หิวน้ำจัง”
สายตามองไปยังตู้เย็นขนาดั์มุมห้องที่ตั้งเรียงกันอยู่สองใบ ขนาดของตู้เย็นในบ้านหลังนี้หากจะจับใครสักคนฆ่าแล้วยัดใส่ในตู้เย็นเอาไว้ล่ะก็คงยัดเข้าไปได้หลายคนทีเดียว
“งื้อ ทำไมในนี้มีแต่ผักกับเนื้อกันล่ะ”
“น้ำดื่มอยู่ในตู้ทางซ้าย”
“ขอบคุณค่ะ”
เฮือก… ฉันกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก
มะ… เมื่อกี้เสียงทุ้มต่ำน่ากลัวนั่น ไหนจะเงาสีดำทะมึนที่ยืนทาบอยู่ด้านหลังของฉันอีก พอฉันหันหลังไปมองก็พบกว่าผู้ชายคนนั้นยืนกอดอกจ้องฉันเขม็งด้วยสีหน้าที่อ่านยากสุดๆ เค้าเข้าบ้านมาตอนไหนกันทำไมฉันไม่รู้ตัวเลย
ผ่างงง ฉันถอยหลังกรูดด้วยความใแผ่นหลังไปชนกับฝาตู้เย็นใบหน้าซีดเผือด เราสองคนมองสบตากันนิ่ง
“นี่เธอ ฟื้นแล้วเหรอ”
ผู้ชายคนนั้นเป็ฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อนด้วยใบหน้านิ่งๆ เหมือนถูกสต๊าฟเอาไว้
“ค่ะ”
ฉันพยักหน้ารัวๆ เม้มปากแน่นบรรยากาศกดดันสุดๆ เค้าทำให้ฉันจะร้องไห้แล้วนะ
“ไปนั่งก่อนสิ เดี๋ยวทำอะไรให้กิน”
“เอ๋”
เค้าเอียงคอไปทางโต๊ะอาหาร ฉันรีบเดินไปนั่งลงอย่างว่านอนสอนง่าย สายตามองตามร่างสูงโปร่งเดินไปหยิบผ้ากันเปื้อนมาสวมใส่ เปิดเตาแก๊ส ต้มน้ำร้อน จากนั้นก็ฉีกซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเอาลงต้ม ไม่ถึงห้านาทีบะหมี่หอมกรุ่นก็มาวางอยู่ตรงหน้าของฉัน
เค้าเป็เชฟไม่หรือไง ไง๊ทำบะหมี่มาให้ฉันกินเฉยเลย มันควรจะเป็อาหารที่ดีกว่านี้ไม่หรือไง แต่ตอนนี้ฉันเลือกอะไรได้ซะที่ไหนกัน
ฉันเงยหน้าขึ้นมองเค้าสลับกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่กำลังมีควันลอยกรุ่นอยู่เหนือปากชาม
“พอดีเห็นว่าเธอหิว ฉันก็เลยทำอะไรง่ายๆ ให้กินก่อน กินๆ ไปเหอะ”
เค้ายื่นชามบะหมี่มาตรงหน้าของฉัน
“ขอบคุณค่ะ”
ฉันคีบบะหมี่ใส่ปาก รสชาติของมันในยามหิวก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนักหรอก ผู้ชายคนนั้นลุกไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำมาเปิดฝาขวดแล้ววางไว้ตรงหน้าของฉัน
“ฉันรู้ว่าเธอคงกำลังรู้สึกแปลกๆ” เขายกมือขึ้นกอดอก
“เอ๋”
“ที่จู่ๆ มานั่งกินข้าวในบ้านของฉันนี่ไง”
อ๋อ ฉันพยักหน้าหงึกๆ
“ฉันเองก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนกันที่จู่ๆ ก็มีใครก็ไม่รู้เข้ามานอนให้จีจี้สัตว์เลี้ยงแสนรักของฉันงับเล่นอยู่ในสนามหญ้าหน้าบ้านอ่ะนะ”
เค้าวางข้อศอกประสานมือกันไว้บนโต๊ะทานอาหาร คิ้วเข้มภายใต้กรอบแว่นตาขมวดมุ่น
จีจี้ เ้าสัตว์ประหลาดตัวนั้นมีชื่อว่าจีจี้งั้นสินะ นี่ต้องเป็คนแบบไหนกันถึงได้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงหน้าตาน่ากลัวแบบนั้นเอาไว้ในบ้าน แถมยังตั้งชื่อซะน่ารักว่าจีจี้อีก
“ดังนั้นหลังจากเธอกินอิ่มแล้วก็ช่วยเล่าเื่ของเธอให้ฉันฟังหน่อย โอเคไหม”
“อื้อ”
ฉันพยักหน้าตอบรับ