ประโยคคำพูดเรียบง่ายเช่นนี้ แท้จริงแล้วได้จี้จุดตายของเื่ราวทั้งหมดฉีเฉินมาคิดดูแล้วก็เห็นเป็เช่นนั้น เื่ระหว่างตนเองกับฉีอินเป็การต่อสู้เพื่อแย่งชิงราชบัลลังก์ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอันใดกับเฟิงไป๋อวี้มาั้แ่ต้น แม้จะไม่รู้ว่าเหตุผลที่เขาช่วยตนเป็เพราะมีเป้าหมายอันใดแต่เขาก็มีเพียงตัวคนเดียว ไม่มีอำนาจหรือผู้ติดตามอื่นจะว่าไปแล้วก็เป็เื่ที่น่ายินดีสำหรับตนเอง
"น้องเฟิงอย่าได้กล่าวเช่นนี้ ต่อไปในภายหน้าเปิ่นหวางยัง้าความช่วยเหลือจากน้องเฟิง..."ฉีเฉินกล่าวถึงตรงนี้ก็เริ่มอับจนคำพูด
ความตึงเครียดก่อเกิดเป็เม็ดเหงื่อกลมผุดพรายขึ้นมาเต็มหน้าผากของเขา เฟิงไป๋อวี้ผู้นี้แท้จริงแล้วเป็คนอย่างไรกันแน่?ผู้ที่มองการณ์ได้ละเอียดลึกซึ้ง ลงมือได้ฉลาดหลักแหลมเยี่ยงนี้หากกลายเป็กำลังให้ฝ่ายศัตรู นั่นก็จะเป็ปัญหาใหญ่
"เื่ราวที่ทำไปเหล่านี้ หวางเหย่ล้วนได้รับผลประโยชน์สูงสุดก่อนหน้านี้เป็ข้าผู้สกุลเฟิงที่มองคนผิดไป พระโอรสของฝ่าายังมีอีกมากมายมิใช่เพียงหวางเหย่ผู้เดียว หากข้าคิดเปลี่ยนนายติดตามรับใช้ก็คงจะเหมือนกันมิใช่หรือ?”
จวินหวงกล่าวจบก็ยังคงมองฉีเฉินคราหนึ่งรอยยิ้มเต็มไปด้วยความสุขุมเยือกเย็น
มาดูกันว่าหนนี้ข้าจะทำให้เ้าวิตกกังวลไม่ได้
ฉีเฉินเดินตามมาอยู่ตรงหน้าของจวินหวงคำพูดก็มิได้แข็งกร้าวเหมือนเมื่อครู่แล้ว
"คุณชายกล่าวได้ถูกต้อง เดี๋ยวข้าจะให้คนไปเตรียมการส่วนเื่ทางองค์รัชทายาทก็ต้องฟังคุณชาย ฉวยโอกาสที่ได้เปรียบรุกไล่ต่อตี"
จวินหวงก็ยังคงวาดภาพของนางไปด้วยความรู้สึกพึงพอใจ หลังจากได้ยินฉีเฉินเอ่ยวาจาเช่นนี้ก็เกิดนึกสนุกอยากจะพูดจากลั่นแกล้งฉีเฉินผู้นี้อีกสักรอบหนึ่ง
"เื่แบบนี้ให้สามัญชนเช่นข้าไปทำมันอันตรายเกินไปเื่ของหวางเหย่ หวางเหย่ก็ควรจะไปทำเอง ถึงจะทำให้ผู้คนสบายใจที่สุด"พอกล่าวจบจวินหวงก็วางพู่กันในมือของตนเองลง แล้วสบกับดวงตาทั้งคู่ของฉีเฉิน
"หวางเหย่ ข้าเหนื่อยแล้ว เชิญหวางเหย่ตามสบายเถิด"
ฉีเฉินเห็นจวินหวงมีท่าทางเฉยเมย จึงเดินจากห้องของจวินหวงมาเพื่อให้จวินหวงใจเย็นลง
"เช่นนั้นน้องเฟิงก็พักรักษาตัวให้ดีเื่ที่ข้ารับปากน้องเฟิงไว้จะต้องทำเพื่อน้องเฟิงให้ได้"
จวินหวงมองเงาหลังของฉีเฉินที่จากไป มุมปากก็หยักยกขึ้นเป็รอยยิ้มที่ลุ่มลึกเพื่อข้า? ฉีเฉิน เื่ระหว่างเราใครทำเพื่อใครกันแน่?
ยามราตรี จวินหวงยืนอยู่ข้างหน้าต่างชมแสงจันทร์กระจ่างบนฟากฟ้าไม่รู้ว่าเพลานี้เสด็จแม่อยู่ที่ไหน น้องชายไปอยู่ยังแห่งหนใด
และแล้วเงาสีดำร่างหนึ่งนอกประตู ก็ดึงดูดความสนใจของจวินหวงเอาไว้นางรีบหยิบหมอนหนุนยัดเข้าไปใต้ผ้าห่ม ปลอมให้เหมือนท่าทางตนเองกำลังหลับอยู่ความจริงที่นางยืนอยู่ในมุมมืดเพราะอยากจะเห็นว่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญผู้นี้เป็ใคร
จวินหวงเดินไปทางห้องหนังสือ แล้วยืนหลบอยู่ด้านหลังฉากกั้นลม คอยสังเกตความเคลื่อนไหวของเงาดำร่างนั้นอย่างเงียบๆ
รออยู่ครู่ใหญ่ จวินหวงถึงมองเห็นเงาดำร่างนั้นผลักประตูเดินเข้ามาหลังจากเข้ามาแล้วก็ปิดประตูทันที แล้วยังมองซ้ายมองขวาจนแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดตามหลังมา ถึงเดินไปยังเตียงนอน
สิ่งที่ทำให้จวินหวงรู้สึกประหลาดใจก็คือ ผู้มาแม้จะพกกระบี่แต่กลับไม่ชักกระบี่ของตนเองออกมาแล้วชี้ไปที่เตียง
กลับดึงผ้าห่มบนเตียงออกมา หลังจากพบว่าเป็เพียงหมอนหนุนใต้ผ้าห่มคิ้วก็ขมวดขึ้นด้วยความแปลกใจ
"คุณชายเฟิง ไม่อยู่ในห้องได้อย่างไร?”
จวินหวงได้ยินผู้มาเรียกชื่อของตนเอง แท้จริงแล้วคนผู้นี้เป็ใครกันแน่?
จนกระทั่งเขาหันกายกลับมา จวินหวงถึงมองเห็นใบหน้าของเขาอย่างชัดเจนที่แท้ผู้มาคือหนานสวิน...
แล้วรอยยิ้มสงบผ่อนคลายก็ลอยมาปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจวินหวง ว่าแต่... เวลานี้เขามาอยู่ในจวนเฉินอ๋องได้อย่างไร?
จนกระทั่งมั่นใจแล้วว่าหนานสวินจะไม่ทำร้ายตนจวินหวงถึงเดินออกมาจากหลังฉากกั้นลม กระแอมเบาๆ สองครั้ง
"ข้าอยู่นี่"
หนานสวินมองไปตามเสียง ถึงได้เห็นจวินหวงเดินออกมา ใช่นาง ค่อยโล่งอกไปที"ดึกๆ ดื่นๆ เ้าไม่นอนอยู่บนเตียง ไปยืนทำอะไรอยู่ตรงนั้น?"
จวินหวงไม่ได้จุดตะเกียง แล้วนั่งลงกับหนานสวินท่าทางที่ทั้งสองคนนั่งสนทนากันดูผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด "ข้ายังไม่หลับมองไปข้างนอกเห็นมีเงาดำ กลัวว่าจะมาเพื่อลอบสังหารข้า ก็เลยไปซ่อนตัวไว้แล้วท่านล่ะ ค่ำมืดดึกดื่นไยไม่อยู่จวนหนานอ๋องแอบเข้ามาในจวนเฉินอ๋องได้อย่างไร"
"ได้ยินว่าเ้าได้รับาเ็ก็เลยมาเยี่ยมเ้า"แม้ว่าหนานสวินจะรู้ว่าจวินหวงไม่ได้าเ็สาหัสอะไรแค่หาข้ออ้างมาดูนางหน่อยก็เท่านั้น
จวินหวงมองแผลที่แขนของตนเองแล้วคลี่ยิ้มอบอุ่น "ไม่ต้องกังวล แผลนี้ข้าทำของข้าเองแหละท่านไม่ต้องเป็ห่วง"
จากดวงตาของหนานสวินจวินหวงมองออกว่านอกจากความจริงใจแล้วยังมีความห่วงใยอยู่บ้าง
"นี่คือจวนเฉินอ๋อง ท่านไม่ควรอยู่นาน"
กล่าวจบจวินหวงก็กลับไปที่เตียงเพียงลำพัง แล้วก็ก้มหน้าก้มตานอน
จวินหวงพักรักษาตัวอยู่คนเดียวภายในห้องพักไม่เกินสองวันฉีเฉินก็พาสตรีผู้หนึ่งและบุรุษผู้หนึ่ง เดินเข้ามาในห้องของจวินหวง
นางมองไปยังคนสองคนที่อยู่ข้างหลังของฉีเฉิน เพียงปราดเดียวก็ดูออกว่าพวกเขาไม่ใช่คนรับใช้ธรรมดา น่าจะเป็ลูกน้องของฉีเฉิน
"ถวายบังคมหวางเหย่" จวินหวงโค้งกายคารวะฉีเฉินดูท่าทางฉีเฉินจะพาลูกน้องของตนเองมา
เพียงแต่ไม่รู้ว่าเขาจะให้อำนาจแก่ตนเองมากน้อยแค่ไหน
ฉีเฉินทำท่าคล้ายประคองจวินหวงให้ลุกขึ้น ทั้งสองคนเดินคุยกันไป"พวกเขาเป็ลูกน้องของข้า ในมือมีอำนาจของข้าอย่างน้อยครึ่งหนึ่งหากคุณชายมีเื่อันใดก็สามารถมอบหมายให้เขาสองคนไปจัดการ"
ในใจของจวินหวงย่อมกระจ่างใจดีว่าคนของฉีเฉินยอมฟังคำพูดของตนเองล้วนเป็เพราะฉีเฉิน
หากเื่ที่ตนเองทำ ไม่ได้เป็การช่วยเหลือฉีเฉิน พวกเขาก็จะไม่ช่วยนางทำงาน
จากนั้นจวินหวงก็พยักหน้ามองพิจารณาคนที่อยู่ด้านหลังของฉีเฉินอย่างคร่าวๆ ครั้งหนึ่งที่แท้ลูกน้องของฉีเฉินก็ยังมีสตรีอยู่ด้วย ไม่รู้จริงๆ ว่าฉีเฉินคิดจะใช้สตรีผู้นี้มายั่วยวนตนเองหรือว่าส่งมาช่วยเหลือตนเองจริงๆ กันแน่