ตอนที่ 9
เช้าวันรุ่งขึ้นหนิงเหมยเซียง ที่ตื่นเร็วกว่าทุกวัน และได้ปลุกสามีให้รีบลุกขึ้นไปอาบน้ำก่อนที่คนอื่นในบ้านจะตื่นมาเห็นและจะรู้ว่าพี่หวังิ่สามารถเดินไปแล้ว จะเป็ที่ผิดสังเกตได้
หลังจากนั้นจึงได้เตรียมตัวหลังจากที่อาบน้ำเสร็จแล้ว รอให้สว่างอีกสักหน่อย จะได้ไปยืมจักรยานของผู้ใหญ่บ้านได้
"นี่เป็เงินที่พี่เก็บเอาไว้ น้องเก็บเอาไปด้วย พี่คิดว่าถ้าพวกเราไม่อยู่ในห้อง แม่เลี้ยงและน้องสะใภ้ต้องเข้ามารื้อค้นห้องอย่างแน่นอน"
เขารู้จักคนพวกนั้นดี แต่ก่อนที่เขาเดินได้และทำงานได้ ก็มักจะเข้ามารื้อของเขาบ่อยๆ คิดว่าเขาไม่รู้ แต่เขารู้ทุกครั้ง แต่แค่ไม่พูดเท่านั้นเอง เขาไม่อยากมีปัญหา จึงทำได้เพียงต้องระวังตัว และไม่เก็บอะไรที่มีค่าเอาไว้เท่านั้นเอง
"เงินเยอะอย่างนี้เลยหรือคะ" เธอมองเห็นเงินน่าจะมากกว่า 500 หยวน แต่ไม่ใช่ว่าแม่เลี้ยงของเขายึดเอาไปตั้งเยอะแล้วไม่ใช่หรือ
"พี่แอบเก็บเอาไว้ั้แ่ทำงานได้ แม่เลี้ยงของพี่ไม่รู้หรอก พี่รู้จักผู้หญิงคนนี้ดี ถ้ารู้ก็คงจะมาขโมยของพี่ไปหมดโดยไม่ได้สนใจอะไรนักหรอก"
จะบอกว่าบ้านหลังนี้ ไม่มีใครที่จะสามารถไว้ใจได้เลยก็ไม่ผิดหรอก ตอนที่เหมยเซียงบอกว่าอยากที่จะย้ายออกจากบ้านนี้ เขาจึงเห็นดีกับเธอด้วยซ้ำไป
"พี่คิดถูกแล้วค่ะ ดูสิตอนนี้ไม่ใช่ว่าไม่ให้พวกเรากินอาหารแล้วอย่างนั้นหรือ ถ้าพี่ไม่เก็บเงินเอาไว้ คงได้อดตายกันพอดีเลยค่ะ ใจร้ายมาก"
"ช่างเขาเถอะ อย่าไปสนใจเลย น้องไปยืมจักรยานได้แล้วล่ะ ท้องฟ้าเริ่มสว่างแล้ว เดี๋ยวคนอื่นจะมายืมไปเสียก่อน"
"ได้ค่ะ พี่นั่งรอไปก่อนนะ อย่าลืมว่าพี่ยังเป็คนที่เดินไม่ได้อยู่นะคะ"
"ได้พี่ไม่ลืมอย่างแน่นอน"
ตอนนี้เขาเดินได้คล่องขึ้นแล้ว เนื่องจากพอมีเวลาเขาต้องเดินไปเดินมาอยู่ตลอด เขาอยากที่จะเดินให้ได้คล่องเร็วๆ เหมือนกัน
หนิงเหมยเซียง ที่เดินออกจากบ้านจึงได้ตรงไปที่บ้านของผู้ใหญ่บ้านทันที พร้อมทั้งเตรียมลูกพลับและลูกท้อมาอย่าละสองลูก เพื่อที่จะเป็ค่าตอบแทนสำหรับการยืมจักรยานในครั้งนี้ด้วย เมื่อมาถึงจึงได้ะโเรียกทันที
"ลุงผู้ใหญ่ ลุงผู้ใหญ่คะ ฉันหนิงเหมยเซียงเองค่ะ"
"อ้าว เหมยเซียง มาหาลุงแต่เช้ามีอะไรให้ช่วยหรือเปล่า หรือว่าหวังิ่เป็อะไร"
มองหญิงสาวคราวลูกด้วยความสงสาร ที่ต้องมาแต่งงานกันหวังิ่ ที่ตอนนี้เดินไม่ได้ ทั้งยังต้องออกจากงานอีกด้วย ชีวิตของหญิงสาวคนนี้ในบ้านเย่คงจะไม่ได้อยู่อย่างสุขสบายอย่างแน่นอน แต่อย่างไรแล้วเขาเองก็เป็เพียงแค่คนนอก ไม่สามารถช่วยอะไรได้มาก ได้แต่ทำเพียงแค่เอาใจช่วยเท่านั้นเอง
"ฉันจะมาขอยืมจักรยานลุงผู้ใหญ่หน่อยค่ะ"
"จะยืมจักรยานไปไหนอย่างนั้นหรือ"
ถามด้วยความสงสัย เนื่องจากเขารู้ว่าวันๆ หนึ่งแทบไม่ได้ไปไหน ต้องทำงานที่บ้านหลังนั้น แต่วันนี้ถึงกลับมายืมจักรยาน คงจะต้องเข้าไปในเมืองอย่างแน่นอน
"ฉันจะพาพี่หวังิ่ ไปให้หมอตรวจขาสักหน่อยค่ะ และอีกอย่างฉันไปเก็นผลไม้มาได้เลยว่าจะนำพวกมันไปขายซื้อยาให้พี่หวังิ่ด้วยค่ะ"
"โอ้...จะพาหวังิ่ไปหาหมออย่างนั้นหรือ ดีจริง อย่างนั้นเอาไปเลย แล้วปั่นพวกกันไปไหวหรือเปล่า"
"ไหวค่ะลุงผู้ใหญ่"
"อย่างนั้นก็เอาไปเถอะ วันนี้ลุงไม่ได้ไปไหน"
"ขอบคุณลุงผู้ใหญ่มากนะคะ นี่เป็ผลไม้ที่ฉันเก็บมาค่ะ ช่วยรับเอาไว้ด้วยค่ะ"
"เอาไปขายไม่ดีกว่าหรือ ไม่ต้องเอามาให้ลุงหรอก ลูกใหญ่อย่างนี้ คงได้ราคาไม่น้อยเลย ค่าหมอคงแพงไม่น้อย"
"ไม่เป็ไรค่ะ ฉันเก็บมาเยอะอยู่ลุงรับไว้เถอะค่ะ ฉันอาจจะต้องพาพี่หวังิ่ไปหาหมอบ่อยๆ อาจจะต้องรบกวนลุงอีกหลายครั้ง ถ้าลุงไม่รับ ฉันคงไม่กล้าที่จะมายืมแล้ว"
"อย่างนั้นลุงจะรับเอาไว้ก็ได้ ขอบใจมากนะ รีบไปเถอะ เดี๋ยวจะสายเสียก่อน"
"ค่ะ"
หลังจากนั้นจึงได้ปั่นจักรยานออกไปทันที
"ใครมาแต่เช้าหรือคะ ได้ยินเสียงคุย" สูเสียวหลัน ผู้เป็เมียถาม หลังจากที่เสียงพูดคุยจบไปแล้ว
"เหมยเซียง เมียของหวังิ่ มายืมจักรยาน พาสามีไปหาหมอในเมืองน่ะ"
"หวังิ่โชคดี ได้เมียดี ไม่อย่างนั้นคงไม่ทนอยู่กับสามีพิการหาเลี้ยงตัวเองไม่ได้อย่างนี้หรอก แล้วพวกเขามีเงินไปหาหมออย่างนั้นหรือ ฉันได้ข่าวมาว่า หลังจากออกจากงานกลับบ้านมา แม่เลี้ยงของเขายึดเงินค่าชดเชยไปหมด บอกว่าเป็ค่าเลี้ยงดู"
เื่นี้เป็ที่พูดถึงกันของชาวบ้าน และสงสารเย่หวังิ่คนนี้มากๆ ที่มีแม่เลี้ยงที่เห็นแก่ตัวอย่างนั้น ยึดเงินเขาไปหมด ไม่รู้ต่อไปชีวิตจะเป็อย่างไร เธอไม่คิดว่าผู้หญิงที่เห็นแก่ตัวคนนั้นจะสามารถดูแลคนที่ทำงานไม่ได้ไปนานอย่างแน่นอน ที่พูดตอนแรกคงเพียงแค่้าเงินเท่านั้นเอง
"เห็นบอกว่าเก็บผลไม้จากป่ามาได้ จะเอาเข้าไปขายด้วย คุณดูผลไม้นี่สิ ลูกโตมาก ถ้านำไปขายคงจะขายได้อยู่นะ"
เขายื่นผลไม้ทั้งสี่ลูกที่ถือเอาไว้ให้ดู มันน่ากินจริงๆ และคนในเมืองคงจะถูกใจกับผลไม้ไม่น้อยเลย ถ้าขายได้ก็ถือว่าโชคดีไป
"ลูกใหญ่จริงๆ ด้วย แล้วคุณไปรับมาทำไมคะ จะได้เอาไปขายทำเงินของพวกเขาได้"
"ผมไม่รับแล้ว แต่ไม่ยอมน่ะสิ เห็นบอกว่าเก็บมาได้เยอะอยู่ เขามีน้ำใจก็รับไปเถอะ"
"อืมคงเป็อย่างนั้น"
หนิงเหมยเซียง ที่ปั่นจักรยานเข้าบ้านมาแล้ว จึงได้ไปจอดเอาไว้ตรงลานบ้าน ก่อนที่จะเดินเข้าไปเรียกสามีของเธอ
"พี่หวังิ่ ฉันมาแล้วค่ะ"
"พี่สะใภ้จะพาพี่หวังิ่ไปไหนหรือครับ"
เย่หวังเยี่ยน ที่เห็นพี่สะใภ้ปั่นจักรยานเข้าบ้านมา เขาจึงได้รีบเข้ามาถาม ไม่รู้ว่าพี่ใหญ่ของเขาเป็อะไรหรือเปล่า เขาจึงได้เดินเข้ามาหาทันที โดยไม่คิดที่จะสนใจคนอื่นที่ทัดทานเลยสักนิดเดียว
"พี่กำลังจะพาพี่หวังิ่ ไปให้หมอตรวจน่ะ"
"แล้วพี่สะใภ้จะพาไปได้หรือครับ" เขามองร่างผอมบางของพี่สะใภ้ด้วยความเป็ห่วง กลัวว่าจะไม่มีแรงปั่นจักรยาน ไหนจะไม่มีอาหารตกถึงท้องั้แ่เมื่อวานอีก
"ได้ พี่จะค่อยๆ ไป ถ้าเหนื่อยก็หยุดพักเอาได้"
"ให้ผมปั่นไปให้หรือเปล่าครับ"
"หวังเยี่ยน ต้องไปทำงานไม่ใช่หรือ ขอบใจมาก เดี๋ยวพี่พาไปเอง แต่ช่วยพี่พาพี่หวังิ่ ขึ้นจักรยานหน่อยได้ไหม พี่สะใภ้รบกวนหน่อย"
ทำไมเธอจะไม่เห็นว่าตอนนี้คนอื่นๆ กำลังมองมาที่เธอและน้องสามีคนนี้ด้วยความไม่พอใจ คงจะไม่อยากให้เขาเข้ามายุ่งกับพวกเธอสินะ แต่เหมือนว่าน้องสามีคนนี้คงจะมีนิสัยดีเหมือนกัน แต่คงอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี บางครั้งจึงทำตัวเหมือนกับคนอื่นไปด้วย
"ได้ครับ" หลังจากตอบรับแล้ว จึงได้เดินเข้าห้องของพี่ชายคนโต
"พี่ใหญ่เป็อย่างไรบ้างครับ ขอโทษนะครับ ผมไม่ได้มาดูแลพี่เลย"
"ไม่เป็ไรหรอก วันนี้ไม่ไปทำงานอย่างนั้นหรือ" มองน้องชายคนนี้ ที่นิสัยดีพอสมควร แต่หัวอ่อนไปหน่อย จึงมักทำตามที่คนอื่นบอกอย่างไม่
สามารถขัดได้ ไม่รู้ครั้งนี้มาหาเขาได้อย่างไร เขาคิดว่าแม่เลี้ยงคงไม่ยอมให้เขาเข้ามายุ่งกับเขาอย่างแน่นอน
"ไปครับ แต่ผมเห็นพี่สะใภ้ไปยืมจักรนายมาเลยมาดู ผมจะมาช่วยพยุงพี่ไปที่รถจักรยานนะครับ หรือจะให้ผมพาพี่ไปเองครับ"
"ไม่ต้องหรอก ให้พี่สะใภ้พาไปนั่นล่ะ แค่พยุงพี่ไปที่จักรยานก็พอแล้ว"
"ได้ครับ"
หลังจากนั้นจึงได้พยุงกันไปที่จักรยาน แม้จะดูทุลักทุเล แต่ในที่สุดก็ขึ้นไปนั่งได้เรียบร้อย
"พี่ไปก่อนนะขอบใจอีกครั้งหนึ่งที่ช่วยเหลือ"
"ครับ ไม่เป็ไร พี่สะใภ้ฝากด้วยนะครับ"
"ได้ พี่ไปก่อนนะ"
หลังจากนั้นจึงได้พากันปั่นจักรยานออกไปจากบ้าน โดยมีสายตาหลายคู่มองตามไปด้วยความสงสัย ว่าทั้งสองคนจะไปไหนกัน
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )