บทที่ 16 ฝึกขายของในตลาดกลางคืน
ข่าวลือสารพัดที่ทำให้หลี่ซิงเหอถูกสังคมรังเกียจนั้น เธอบอกกับตัวเองว่า ‘เมื่อออกมาแล้ว ก็ไม่ต้องนึกถึงมันอีก’ แต่หยางเฉินนั้นกลับต่างออกไป… เพราะในหมู่บ้านเคาซานมีเพียงหยางเฉินคนเดียวเท่านั้นที่เป็แสงสว่างเล็ก ๆ มาตลอดยี่สิบปีแรกของชีวิต แต่สุดท้าย แสงสว่างนั้นกลับมืดมน ทำไมเขาถึงได้สงสัยในตัวเธอแบบนี้?
ความอบอุ่นที่หลงเหลืออยู่ในใจของหลี่ซิงเหอนั้น ขณะนี้ได้แตกร้าวจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว…
เธอเงยหน้าขึ้นเพื่อกลั้นน้ำตาเอาไว้ ฝืนยิ้มออกมาทั้งที่ไม่อยากทำ ‘พอเถอะ อย่าร้องไห้อีกเลย’ น่าแปลกใจเหลือเกิน ทั้งที่โดนทำร้ายร่างกาย โดนใส่ร้ายป้ายสี เธอก็ไม่เคยร้องไห้ออกมา แต่พอหนีออกมาได้กลับกลายเป็คนอ่อนไหวง่ายซะงั้น จู่ ๆ ก็ร้องไห้กับเื่ไม่เป็เื่…
เธอคิดในใจ ‘ขอแค่แม่อยู่ก็พอ ขอเพียงแค่มีแม่อยู่’ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เธอก็ไม่มีอะไรให้สูญเสียอีกแล้ว! หลังจากที่เธอภาวนาในใจอยู่นั้น เธอก็เอื้อมมือไปเปิดประตูห้องน้ำ พบว่าแม่กำลังงีบหลับในอ่างอาบน้ำ ดูท่าทางสบายขึ้นมาก ใบหน้าเรียวขึ้นสีแดงระเรื่อราวกับค่ำคืนนี้เป็คืนที่มีความสุขที่สุด
หลังจากที่แช่น้ำเสร็จ แม่รีบเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว ทั้งสองก็ออกไปข้างนอก เดินตามเสียงผู้คนไปทางด้านหลังสถานีตำรวจ… ถนนเส้นนี้ล้อมรอบด้วยย่านที่พักอาศัย สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าเล็ก ๆ เมื่อเดินไปอีกนิด มีป้ายขนาดใหญ่พาดผ่านสองฝั่งถนน ้ามีตัวอักษรเขียนไว้ว่า 'ตลาดกลางคืนเฟิงเล่อ' แสงไฟหลากสีทำให้ดูน่าสนใจขึ้นมา ผู้คนแถวนั้นต่างทยอยเข้าไปในตลาดกลางคืนอย่างไม่ขาดสาย
สองคนแม่ลูกเข้ามาในร้านอาหารเป็ครั้งแรก โชคดีที่พนักงานไม่ได้มีท่าทีดูถูกพวกเธอที่สวมเสื้อผ้าเก่าปะชุน แล้วยังคงต้อนรับอย่างอบอุ่น เชิญให้นั่งลงและรอคอยการจดอาหารอย่างเป็มิตร
รายชื่ออาหารถูกเขียนติดไว้บนผนังด้วยตัวอักษรขนาดใหญ่ ไม่มีรายการอื่นแยกมาดูเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้แม่ต้องกังวลเื่เงิน เธอจึงไม่ได้สั่งอาหารราคาแพง สั่งแค่ผัดผักจานเดียวที่กินกับข้าวได้ นั่นคือมันฝรั่งผัดมะเขือ และข้าวสวยสองชาม
"จริงสิ ซิงเหอ หยางเฉินไม่ได้บอกว่าจะกินข้าวเย็นด้วยกันหรอกเหรอ? ทำไมเด็กคนนั้นถึงรีบกลับนักล่ะ"
"ที่ทำงานของเขามีเื่ด่วนค่ะ" หลี่ซิงเหอ อธิบายอย่างช้า ๆ
"ก็จริงนะ… เขาเป็ตำรวจ ต้องไปจับคนร้ายบ้างบางครั้ง เมื่อครู่ไม่น่าไปรบกวนให้เขามารับพวกเราเลยจริง ๆ "
ไม่นานนัก อาหารก็ถูกยกขึ้นโต๊ะเรียบร้อย ปริมาณอาหารก็เหมือนกับเมืองนี้ พูดได้สองคำเลยก็คือ ‘ยิ่งใหญ่’
สองคนแม่ลูกก้มหน้าก้มตากินอย่างตั้งใจ แม้จะกินจนอิ่มท้องแล้วก็อาหารในจานยังคงเหลืออยู่ คนที่เคยผ่านความหิวโหยและลำบากอย่างเธอ มีเหรอจะยอมให้อาหารเสียไปโดยเปล่าประโยชน์? หลี่ซิงเหอจึงฝืนใจกินอาหารบนโต๊ะจนหมดเกลี้ยง!
เมื่อกลับมาถึงโรงแรม เธอจัดการให้หวังฟางเข้านอนพักผ่อน พอหวังฟางนอนอยู่บนเตียงพร้อมนอนแล้ว เธอจึงขึ้นมานอนข้าง ๆ
หากเป็ในหมู่บ้านเคาซาน เวลานี้คงเป็เวลาที่เงียบมาก คงมีเพียงเสียงลมเย็น ๆ และเสียงสัตว์กลางทุ่งนาที่คอยกล่อมในยามค่ำคืน ขณะนี้ชาวบ้านต่างหลับใหลกันหมดแล้ว
แต่ในเมืองอวิ๋นถิงนั้นกลับแตกต่าง! แสงไฟยังคงสว่างไสวทั่วทุกที่
เตียงนอนในโรงแรมนุ่มสบายกว่าแคร่แข็ง ๆ ที่ห้องเก็บของนั่นมาก เธอจมตัวลงบนเตียงพลางลูบหลังแม่เบา ๆ ขึ้นลง
หลังจากกินอิ่มแล้ว ร่างกายก็ง่วงขึ้นมาทันที รวมกับการเดินทางมาเหนื่อย ๆ ทำให้หวังฟางหลับไปอย่างรวดเร็ว เสียงหายใจที่สม่ำเสมอทำให้หลี่ซิงเหอรู้สึกง่วงนอนตามไปด้วย
หลี่ซิงเหอพยายามลุกขึ้นมาอย่างกระฉับกระเฉง รีบล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเพื่อไม่ให้เธอหลับไปอีกคน
จากนั้นก็เข้าไปในพื้นที่มิติ โอ้โห! พื้นที่มิตินี้มีเื่ให้น่าประหลาดใจทุกวันจริง ๆ
ใน่เวลากลางวัน ไข่ไก่และไข่เป็ดก็สะสมเป็กองโตขึ้นมาอีกแล้ว! เมื่อก่อนตอนเธออยู่ในหมู่บ้านเธอไม่สามารถหาของขายได้เยอะ เนื่องจากในตะกร้าหลังของเธอมีพื้นที่จำกัด เธอจึงขายแต่ผักป่าที่เก็บมาจากป่าเท่านั้น
แต่ในพื้นที่มิติของเธอนั้น… เหล่าผักป่าและผักสวนครัวที่เหลือที่ปลูกไว้ กลับเติบโตเต็มแปลงอย่างรวดเร็ว
ครั้งแรกเธอไม่ได้ปลูกไว้มากขนาดนี้แน่นอน แต่เมื่อผักต่าง ๆ หยั่งรากและแพร่พันธุ์ออกไป พื้นที่มิติก็ค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นมา
เธอนำตะกร้าหลังออกมาจากพื้นที่มิติ แล้วหยิบไข่ไก่และไข่เป็ดออกมาครึ่งหนึ่ง ที่เหลือใช้จิตสั่งให้ไปอยู่กับฝูงไก่และเป็ด "ช่วยฟักไข่ให้ได้เยอะ ๆ หน่อยนะ ขอบคุณค่ะ" ไม่รู้ว่าการสั่งแบบนี้จะได้ผลหรือเปล่า แต่ในพื้นที่มิตินี้อะไรก็เป็ไปได้! และมีไก่ตัวผู้อยู่ด้วย อีกไม่นานไข่น่าจะฟักออกมาจนเธอสามารถได้
หลังจากหยิบผักป่าสด ๆ หลากหลายชนิดออกมา เธอก็แบกตะกร้าหลังที่หนักอึ้งเดินออกจากห้องน้ำ ค่อย ๆ ย่องไปที่ข้างเตียงแม่ จัดผ้าห่มให้เรียบร้อย ปิดไฟลงแล้วเดินออกจากห้องไป
ตลาดกลางคืนที่เพิ่งผ่านมาคือเป้าหมายของเธอในค่ำคืนนี้! เธอวิ่งเหยาะ ๆ ไปตามทาง ถ้าช้ากว่านี้อาจจะไม่มีคนอยู่แล้ว
เป็ไปตามคาด… ผู้คนน้อยลงกว่าตอนที่กินข้าวเมื่อครู่ แต่ก็ยังพอมีคนเดินไปเดินมา
แผงขายของสองข้างทางเต็มไปหมดแล้ว หลี่ซิงเหอยังไม่พบกับที่ตั้งขายที่ดีขอ
เธอ แต่ตลาดแห่งนี้สามารถเดินเที่ยวได้รอบ ๆ แล้วที่นี่นั้นสนุกจริง ๆ มีทั้งเสื้อผ้า รองเท้า ของกิน ของใช้ครบครัน
"ขอโทษนะคะ ขอถามหน่อย ถ้าจะขายของที่นี่ต้องจ่ายเงินไหมคะ?" เธอถามสาวขายเสื้อผ้าที่ดูใจดีคนหนึ่ง
"ไม่ต้องจ่าย แค่หาที่ว่างแล้วตั้งแผงได้เลย"
"ค่ะ ขอบคุณนะคะ"
ที่ตั้งขายดี ๆ สองข้างทางเต็มหมดแล้ว เธอจึงต้องแบกไข่กับผักเดินไปข้างหน้าต่อไป
เมื่อมาถึงทางออกของตลาดกลางคืน เธอวางของลงที่พื้น นำเสื้อผ้าเก่าที่มีอยู่ไม่กี่ตัวปูลงก่อน ส่วนเสื้อผ้าที่แม่ยืนกรานให้เอามาด้วย ไม่คิดว่าวันนี้จะได้ใช้ประโยชน์จริง ๆ
ไม่นานเธอก็จัดวางผักป่าสด ไข่ไก่ และไข่เป็ดลงบนเสื้อผ้าอย่างเป็ระเบียบ ผักป่าที่เพิ่งขุดออกมาจากดินในพื้นที่มิติทำให้ยังอยู่ในสภาพดีมาก มีสีเขียวสดและดูน่ากิน
ตอนที่เธอมาถึง เธอได้มองดูรอบ ๆ แล้ว ในตลาดกลางคืนมีร้านขายผักก็จริง แต่เป็ผักป่า และทั้งตลาดมีแค่ร้านเดียวเท่านั้น
เธอเดินออกมาจนถึงจุดสุดท้ายของตลาด คนที่เดินออกมาส่วนใหญ่ต่างถือของติดไม้ติดมือมาแล้ว ที่นี่… นับว่าเป็ทำเลที่ไม่ค่อยดีนักเลย
แต่เป็ไปตามที่เธอคาดไว้ ผักป่าสด ๆ เป็สิ่งที่คนในเมืองปฏิเสธไม่ได้ โดยเฉพาะพวกคุณลุง คุณป้า
"ผักพวกนี้สดมากเลยนะ ผักชีฝรั่งใบใหญ่ดีนี่ เพิ่งเด็ดมาเหรอจ๊ะ? ผักกูดนี่ก็ด้วย ดูน่าอร่อยจริง ๆ "
"ผักชีก็ดูดีนะ พวกนี้ล้างน้ำให้สะอาด เก็บรากไว้ด้วย เอาไปดองน้ำพริกไว้กินวันพรุ่งนี้"
"น้องสาว ขายราคาเท่าไหร่บ้างล่ะ"
แต่ก่อนพ่อค้าผักเคยมารับซื้อผักป่าที่หมู่บ้าน เธอคุ้นเคยกับราคารับซื้อดี และพอจะเดาราคาขายในเมืองได้
ไม่นานนัก ผักป่าที่วางขายก็ถูกขายจนหมด
มีพื้นที่มิติติดตัวแล้ว สามารถเอาตะกร้าสะพายหลังบังพื้นที่มิติไว้ และ 'เติมของ' ได้ตลอดเวลา เธอยุ่งกับแต่การเติมของจนมีเหงื่อซึมออกมาเป็เม็ดเล็ก ๆ ที่ปลายจมูก
คนในเมืองมีกำลังซื้อสูงจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็กระเป๋า หรือเสื้อของพวกเธอถ้วนเต็มไปด้วยราคาที่ต้องจ่าย ไม่ว่าจะเป็หนึ่งหยวนหรือสองหยวน
จวนดึกมากแล้ว คนที่เดินเที่ยวตลาดกลางคืนเริ่มน้อยลงเรื่อย ๆ บางแผงเริ่มเก็บของกลับ เหลือเพียงบางแผงที่ยังคงอยู่
ผักของหลี่ซิงเหอยังคงสดใหม่เหมือนเดิม พ่อค้าแม่ค้าที่กำลังเก็บแผงเดินผ่านมาจึงซื้อกลับบ้านด้วย
"น้องสาว ผักพวกนี้ไปเอามาจากที่ไหนเหรอ? สดมากเลยนะเนี่ย"
"ฉันขุดเองค่ะ" เธอตอบพลางยิ้มบาง ๆ
แม่ค้าที่กำลังนั่งยอง ๆ เลือกผัก พอได้ยินคำตอบของหลี่ซิงเหอก็ยิ้มอย่างเข้าใจ ก็นั่นแหละ ใครจะบอกแหล่งซื้อของให้คนอื่นรู้ง่าย ๆ ล่ะ? เดี๋ยวก็ไม่ได้กำไรกันพอดี!
"ผักกูดพวกนี้ฉันเหมาหมดเลยนะ ตอนนี้ไม่มีลูกค้าแล้ว เธอก็เก็บร้านได้แล้วล่ะ"
หลังจากที่เขาเดินออกไป หลี่ซิงเหอ ก็เก็บแผงทันที มองไปข้างหน้าเห็นมีเพียงหญิงสาวที่ขายเสื้อผ้าอยู่ไม่ไกล กำลังเก็บเสื้อผ้าอยู่ ส่วนแผงอื่น ๆ ก็แทบจะเก็บกันไปหมดแล้ว
เธอสะพายตะกร้าเปล่าเดินเข้าไป
"เอ๋? เป็เธอนี่เอง? ขายหมดเร็วนะ" หญิงสาวมองตะกร้าเปล่าของหลี่ซิงเหอ พลางพับเสื้อผ้าไปด้วยพร้อมกับรอยยิ้มจริงใจ
"ฉันอยากซื้อเสื้อผ้าค่ะ"
"ได้เลย ๆ " เธอชี้ไปที่เสื้อผ้าที่ยังไม่ได้เก็บ "เธอลองดูสิ หรือจะบอกมาว่าอยากได้แบบไหน ฉันจะหาให้"
ในที่สุด หลี่ซิงเหอ ก็ซื้อกางเกงยีนทรงบานที่กำลังเป็ที่นิยมในเมืองอวิ๋นถิง ซื้อเสื้อไหมพรมสีแดงอีกตัว และกระเป๋าสะพายข้างใบเล็กแบบเรียบ ๆ
ส่วนของแม่ เธอเลือกชุดสูทผ้าวูลหนึ่งชุด และซื้อชุดชั้นในสำหรับเปลี่ยนเพิ่มอีกหลายตัว
เพราะเป็ผู้หญิงเหมือนกัน หญิงสาวเ้าของร้านจึงให้ส่วนลดกับหลี่ซิงเหออย่างใจกว้าง
พอเธอกลับถึงโรงแรม ในความมืดมีแค่เสียงลมหายใจเบา ๆ ของหวังฟางดังเข้ามาในหู เสียงแ่เบานี้… ทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจมาตลอด
เพื่อไม่ให้รบกวนการนอนของแม่ เธอจึงเปิดไฟในห้องน้ำแล้วนั่งยอง ๆ อยู่ที่หน้าประตู อาศัยแสงไฟสีเหลืองนับเงินอย่างเชื่องช้า เธอล้วงธนบัตรออกมาจากกระเป๋าเสื้อทีละกำ ๆ แล้วเรียงธนบัตรที่มีมูลค่าเท่ากันไว้ด้วยกัน แบงก์หนึ่งหยวนมีมากเหลือเกิน พอวางซ้อนกันสูงขึ้นก็ล้มลงมา ความรู้สึกนี้มันช่างมีความสุขเหลือเกิน~ หลี่ซิงเหอยิ้มอย่างกลั้นไม่อยู่พลางนับเงินไปด้วย
"เก้าสิบแปด เก้าสิบเก้า หนึ่งร้อย! หนึ่งร้อยหนึ่ง"