เซียวอู๋ซวนขยับกายเล็กน้อยด้วยความอึดอัด ร่างกายของเขาหนักอึ้งจนไม่อาจขยับตัวได้ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่นอย่างประหลาดใจ แต่ความเ็ปที่อกทำให้เขารับรู้ได้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่
ภาพเมื่อคืนค่อยๆ ฉายชัดในความทรงจำของเขา ร่างกายของเซียวอู๋ซวนสั่นสะท้านด้วยความแค้น ใครกันที่ลอบโจมตีเขา คนผู้นั้น้าอะไรกันแน่ เหตุใดพวกมันจึงลงมือสังหารผู้ที่ไร้ส่วนเกี่ยวข้องดังเช่นแม่นมของเขาด้วย
ดวงตาลึกล้ำค่อยๆ ลืมขึ้น ดวงตาดำขลับซ่อนความเคียดแค้นไว้เต็มเปี่ยม เขาชันกายขึ้นมองรอบด้านอย่างสงสัย
"จิ้งจอกน้อย? " เซียวอู๋ซวนแตะที่ขนเงางามเบาๆ ที่แท้ก็เป็เ้าตัวนี้ที่นอนทับเขาไว้ เหมือนเมื่อคืนเขาจะจดจำได้ว่ามีสตรีลึกลับช่วยชีวิตเขาเอาไว้? แล้วนางหายไปไหนกัน…
เด็กน้อยพยุงกายลุกขึ้น เขามองรอบๆ บ้านหลังเล็กที่ตกแต่งไว้อย่างเรียบง่าย เครื่องเรือนที่จัดวางไว้มีไม่มากนัก
เซียวอู๋ซวนหันไปมองจิ้งจอกตนนั้นก่อนจะหยิบเสื้อมาสวม เขาถอดแหวนหยกที่ติดกายไว้ตลอดวางไว้บนโต๊ะ ในยามนี้เขาไม่อาจรั้งอยู่ที่นี่ได้ เขาต้องรีบไปหาแม่นม ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถอยู่ขอบคุณนางที่ช่วยชีวิตเขาไว้ได้ ทั่วทั้งร่างกายของเซียวอู๋ซวนมีเพียงแหวนหยกที่มารดาให้ไว้ติดกายเท่านั้น
มารดาของเขาเคยสอนไว้ว่า มีคุณต้องทดแทน มีแค้นต้องชำระ ในเมื่อนางมีบุญคุณต่อเขา เขาจึงมอบของสำคัญที่ติดกายเขามาให้แก่นาง
ร่างเล็กของเด็กชายเดินออกไปจากตัวบ้าน ในยามนี้ดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้นดังนั้นท้องฟ้าจึงยังมืดมิด สิ่งที่เขาััได้มีเพียงความเหน็บหนาวเท่านั้น ร่างเล็กออกตัววิ่งฝืนความเจ็บตรงไปยังทะเลสาบก่อนจะมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่เขากับแม่นมแยกกัน
หัวใจดวงน้อยๆ หนักอึ้งเมื่อเห็นร่างไร้ิญญาของแม่นม เซียวอู๋ซวนรีบวิ่งตรงไปยังศพของนางโดยไม่สนความเ็ปของตนทันที ร่างเล็กทรุดลงกับพื้นหิมะเย็นๆ มือสั่นเทาค่อยๆ เอื้อมเข้าไปปิดดวงตาที่เบิกค้างของนาง
"ท่านแม่นม…" หยาดน้ำตาแห่งความเสียใจไหลอาบแก้ม เขาก้มลงกอดศพของผู้เปรียบเสมือนมารดาผู้บังเกิดเกล้าไว้ ั้แ่ที่มารดาของเขาจากไป แม่นมผู้นี้ก็ดูแลเขามาตลอด นางคอยเป็ที่พึ่งและอบรมสั่งสอนเขามา
ศพที่เย็นชืดไร้ซึ่งศีรษะของหลีฮัวไม่ได้ทำให้เขารู้สึกรังเกียจเลยแม้แต่น้อย กลับกันยิ่งทำให้เขาเทิดทูนในความกล้าหาญและเสียสละของแม่นมผู้นี้ ในเมื่อนางปกป้องเขา เขาเองก็จะใช้ทั้งชีวิตตามหาฆาตกรผู้ลงมือสังหารในวันนี้เพื่อแก้แค้นให้แก่นาง
เป้าหมายของพวกมันคือเขา และเขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าพวกมันคือใครกันแน่
เซียวอู๋ซวนกำหมัดแน่น เขาจะต้องแข็งแกร่งเพื่อล้างแค้นให้กับท่านพ่อท่านแม่และนาง...หลีฮัว
"คุณชาย…"
"คุณชายขอรับ ท่านอยู่ไหน" เสียงเรียกหาเซียวอู๋ซวนดังแว่วมา เขาขมวดคิ้วแน่นเนื่องจากไม่คุ้นเคยกับเสียงนี้เลยแม้แต่น้อย แต่เขาคิดว่าคนพวกนี้คงจะเป็คนเก่าแก่ของบิดาที่ออกมาตามหาเขา ดังนั้นเซียวอู๋ซวนจึงไม่หลบหนี เขาเพียงนั่งรอให้พวกเขาตามมาเจอเท่านั้น
"คุณชาย" ซานเถาวิ่งมายังร่างเล็กของเด็กชาย หัวใจของเขากระตุกวูบเมื่อรอบด้านมีแต่ซากศพขององครักษ์
เซียวอู๋ซวนผุดลุกขึ้น ดวงหน้าน้อยๆ ไร้ความรู้สึกเอ่ยถามชายร่างสูง "เ้าเป็คนของท่านพ่อ? "
"ขอรับ กระ...เอ่อ ข้าซานเถา" เขาก้มหัวลง "ข้าขออภัยที่ล่าช้า เมื่อคืนหิมะตกหนักดังนั้นจึงมาสมทบไม่ทันขอรับ"
"ไม่ใช่ความผิดเ้า" เขาเอ่ยก่อนจะก้มลงพยายามอุ้มร่างไร้ิญญาของแม่นมขึ้น ร่างน้อยของเขาไร้ซึ่งกำลังหากทว่าเขายังคงพยายามอยู่หลายครั้ง
"ท่านจะพานาง…"
"ข้าจะพานางกลับไปด้วย" เขาเอ่ยอย่างหนักแน่น
ซานเถากลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างยากลำบาก เนื่องจากเป็ความ้าของเซียวอู๋ซวนดังนั้นเขาจึงขัดไม่ได้
"ข้า...อุ้มเองขอรับ" เขาขันอาสา
เซียวอู๋ซวนชั่งใจครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า เขาปล่อยให้ซานเถาจัดการอุ้มศพไร้ศีรษะอันเย็นชืดขึ้น ขาขององครักษ์สั่นน้อยๆ แต่ทว่ากำลังรวบรวมความกล้าไม่ให้เป็ที่อับอายของคุณชาย
เซียวอู๋ซวนถอนหายใจ เขาเดินไปอุ้มศีรษะของแม่นมขึ้นมาอย่างไม่รังเกียจ "ท่านแม่นม ข้าจะพาท่านกลับบ้านเกิดของท่านนะขอรับ วางใจเถิด อาซวนของท่านจะต้องเติบโตขึ้นอย่างดี" เขากำหมัดแน่น ในยามนี้เขาคงต้องเผชิญกับชีวิตเพียงลำพัง
เซียวอู๋ซวนย่างก้าวเดินอย่างมั่นคง เขาเดินไปยังรถม้าที่จอดรออยู่ด้วยใจที่แน่วแน่ เด็กน้อยหันหลังกลับมองข้ามทะเลสาบไป เขาคงไม่มีโอกาสที่จะเอ่ยขอบคุณนางต่อหน้าอีกแล้ว…
"ไป๋ไป๋!!!!!!!!!" เสียงตวาดลั่นของหย่งซื่อทำเอาฟู่หนิงหนิงที่นอนอยู่สะดุ้งตื่นด้วยความใ นางผุดลุกขึ้นก่อนจะมองหาเด็กน้อยข้างกายแต่ก็ไม่พบ
เขาหายไปไหนกัน?
หรือว่าจะถูกเ้าพวกนั้นจับไป! แต่ก็ไม่น่าจะเป็ไปได้เพราะตอนที่นางไปถึงพวกมันก็แยกย้ายกันไปหมดแล้ว นอกจากว่าเด็กคนนั้นกลับไปเอง…
ฟู่หนิงหนิงถอนหายใจ อย่างน้อยเด็กคนนั้นก็สามารถเดินกลับออกไปเองได้...แต่ถ้าเขาเป็ลมกลางทางเล่า?
ความคิดต่างๆ นานาวนเวียนอยู่ในหัวของฟู่หนิงหนิง นางครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจวิ่งออกจากบ้านเพื่อไปดูว่าเด็กคนนั้นยังปลอดภัยดีหรือไม่ นางวนเวียนหาเขาอยู่หลายรอบ เมื่อไม่เห็นวี่แววของเด็กน้อยฟู่หนิงหนิงจึงเดินกลับเข้าบ้านอย่างเสียดาย
นางเดินเข้าไปในบ้านด้วยจิตใจที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แสงของดวงอาทิตย์ส่องสะท้อนเป็สีเขียวเรืองรองทำให้นางต้องหรี่ตาลงอย่างสงสัย
หยก?
ฟู่หนิงหนิงเดินเข้าไปดู นางมองซ้ายขวาเมื่อไม่เห็นใครจึงได้แต่ครุ่นคิดว่าคงจะเป็เด็กคนนั้นวางทิ้งไว้?
เขามอบให้นางหรือ?
ฟู่หนิงหนิงกลายร่างเป็มนุษย์ก่อนจะหยิบแหวนหยกสีเขียวเนื้อวาวสดใสขึ้นมาดู ดูจากเนื้อของหยกก็รู้ได้เลยว่ามันมีราคาแพง มุมปากของนางยกยิ้มขึ้นน้อยๆ เด็กคนนั้นช่างรู้จักตอบแทนบุญคุณเสียจริง
ฟู่หนิงหนิงหยิบหยกขึ้นมาสวมบนนิ้วเรียว นางมองแหวนหยกที่อยู่บนนิ้วชี้ด้วยความพึงพอใจ "ขอบคุณสำหรับของขวัญชิ้นแรก เด็กน้อย" นางเอ่ยพึมพำ ฟู่หนิงหนิงยกมือขึ้นสำรวจ แสงแดดของเช้าวันใหม่ส่องกระทบหยกเนื้อใสจางๆ เผยให้เห็นเนื้อหยกในด้านใน
วันนี้นับว่าเป็วันแรกที่มีแสงตะวันปรากฏขึ้นเหนือฟ้า นับว่าเป็วันแรกเช่นกับกับการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ สำหรับฟู่หนิงหนิง
"ไป๋ไป๋ เ้าปุกปุยทรยศ!!!!" ฟู่หนิงหนิงสะดุ้งอย่างใกับเสียงดังจนแสบแก้วหูของหย่งซื่อ ร่างบอบบางลุกขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมทั้งเดินไปหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวม บางทีนางต้องหัดเรียนรู้คาถามนตราในการเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังจากที่กลายร่างเสียแล้ว หากเป็เช่นนี้ต่อไปผู้คนคงได้ยลโฉมร่างกายของนางจนหมดแน่
"ท่านจะส่งเสียงเอะอะทำไม? " ฟู่หนิงหนิงเดินเข้าไปในห้องของหย่งซื่อ ดวงตาเฉี่ยวจ้องมองนางอย่างนึกสนุก
"เ้าเป็ใคร!! เ้ารู้หรือไม่ว่านี่คือบ้านใคร? " นางพยายามดิ้นหนีอย่างหวาดกลัว สตรีผู้นี้คือใครกัน นางเป็โจรมาปล้นสวาท ไม่สิ ปล้นทรัพย์สินหรือ เพียงแต่ในบ้านหลังนี้หาได้มีสิ่งของมีค่าอันใด นอกจากนางแล้วก็ไม่มีสิ่งใดมีค่าไปมากกว่านี้แล้ว ช่างเ้าจิ้งจอกน้อยเถอะ เ้าตัวนั้นช่างไร้ประโยชน์ ไม่รู้ถูกโจรผู้นี้ซื้อด้วยของกินไปหรือยัง
ฟู่หนิงหนิงแอบหัวเราะอย่างขบขัน นางเอนหลังพิงกรอบประตูก่อนจะเอ่ย "ข้าเห็นสุนัขจิ้งจอกตัวน้อยนั่นข้างนอก นางช่างออดอ้อนน่ารักแถมยังให้การต้อนรับข้าเป็อย่างดี ข้าได้ยินท่านเรียกมันว่าไป๋ไป๋หรือ อืม...เชยยิ่งนัก"
หย่งซื่อกัดฟัน นั่นไงล่ะ นางว่าแล้วไม่ผิด เ้าจิ้งจอกนั้นนอกจากจะซุกซนไปวันๆ แล้วยังเลี้ยงเสียข้าวสุก
"เอาล่ะ ข้าจะหาสิ่งของมีค่าและจะรีบไปจากที่นี่ อ้อ ข้าจะพาจิ้งจอกนั่นไปด้วย" ฟู่หนิงหนิงเยื้องย่างเข้าหาหย่งซื่อที่นอนอยู่บนเตียง ใบหน้าของนางยกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์
หย่งซื่อตาพร่ากับรอยยิ้มของนาง สตรีผู้นี้ช่างงดงามประหลาดตายิ่งนัก ดวงตาของนางเรียวยาวราวกับสุนัขจิ้งจอก (ความจริงนางก็คือจิ้งจอก) หากทว่าสามารถสะกดให้ผู้พบเห็นหลงใหลได้อย่างง่ายดาย เรือนร่างบอบบางของนางช่างน่าทะนุถนอม ดวงตาสีฟ้าซีดช่างแปลกตายิ่งนัก…
ดวงตาสีฟ้า…
เหมือนนางจะเคยเห็นดวงตาคู่นี้ที่ไหน แม้หย่งซื่อจะพยายามนึกเท่าไหร่แต่นางก็นึกไม่ออก
นางส่ายหน้าเพื่อตั้งสติก่อนจะะโ "ไอหยา นั่นจิ้งจอกพระราชทานเชียว หากเ้าขโมยมันไปคงไม่แคล้วหัวหลุดออกจากบ่า"
ฟู่หนิงหนิงหัวเราะอย่างขบขัน นางเอียงคอน้อยๆ "หย่งซื่อเป็ข้าเอง จิ้งจอกน้อยตนนั้น งดงามจนจำไม่ได้เลยล่ะสิ" นางหมุนกายรอบๆ เพื่อให้หย่งซื่อมองได้ถนัด
"เพ่ย อย่ามาโกหกข้าให้ยาก" นางพยายามดิ้นให้หลุดจากเชือกที่มัดไว้ สายตามองฟู่หนิงหนิงอย่างโกรธเคือง
"ท่านลองคิดดูว่าฮ่องเต้ผู้นั้นจะให้ท่านมาดูแลจิ้งจอกธรรมดาทำไมนอกจากว่านางจะเป็...ปีศาจจิ้งจอก!" นางกางกรงเล็บออกพร้อมกับคลี่ยิ้มให้กับหย่งซื่อ
หย่งซื่อมองเล็บที่ยาวขึ้นด้วยดวงตาเบิกโพลง นางพยายามขยับกายหนี "เ้าๆ ปีศาจ!!!" เอ่ยได้ไม่กี่ประโยคนางก็ไม่อาจกลั้นของเหลวภายในกายไหว ปัสสาวะอุ่นๆ ไหลรดที่นอนทันทีเมื่อทราบว่านางคือปีศาจ
"หย่งซื่อ? " ฟู่หนิงหนิงรีบวิ่งเข้าไปแก้เชือกให้กับนาง ทว่าหย่งซื่อกลับถอยหนีอย่างหวาดกลัว
"ออกไปๆๆ อมิตาพุทธ อมิตาพุทธ ช่วยข้าด้วยเ้าค่ะ ข้ากำลังจะถูกปีศาจจิ้งจอกดูดิญญา" นางพนมมืออ้อนวอนต่อ์
ฟู่หนิงหนิงอ้าปากค้างด้วยความใ นางน่ากลัวถึงขนาดนั้นเชียวหรือ? นางคิดว่านางค่อนข้างจะงดงามพอตัว หรือว่าร่างจำแลงนี้มีเขี้ยว ดวงตาแดงก่ำ ฟันแหลมคมน่าหวาดกลัวหรือ?
ฟู่หนิงหนิงผุดลุกขึ้น นางรีบวิ่งไปหากระจกเพื่อสำรวจใบหน้าตน แต่ทว่าหาเท่าไหร่ก็หาไม่พบดังนั้นนางจึงวิ่งไปยังห้องอาบน้ำ ก่อนจะตักน้ำขึ้นมาสำรวจใบหน้าของตน
เงาที่สะท้อนออกมาเป็หญิงสาวใบหน้างดงาม ดวงตาของนางเป็สีฟ้าดูแปลกตา แม้นางจะเป็จิ้งจอกหิมะ แต่ร่างกายมนุษย์ของฟู่หนิงหนิงกลับมีผมดำขลับยาวถึงบั้นเอว หากไม่เอ่ยเกินจริงนางก็คิดว่าในร่างมนุษย์ของนางก็งดงามไม่แพ้ปีศาจตนอื่นเลยสักนิด
น่ากลัวที่ใดกัน? นางหาได้ดูดกลืนิญญาเช่นปีศาจร้ายตนอื่นไม่ ร่างบางโยนขันน้ำลงในอ่างอย่างไม่สบอารมณ์ นางกลับไปยังห้องของหย่งซื่อก่อนจะมองหย่งซื่อที่ตัวสั่นงันงกอย่างถอดถอนใจ
"หย่งซื่อ ข้าอยู่กับท่านมาเป็ปี เหตุไฉนท่านจึงหวาดกลัวข้า? " นางเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ นางหน้าตาอัปลักษณ์น่าหวาดกลัวก็ว่าไปอย่าง นี่ทุกส่วนของนางแทบจะเหมือนมนุษย์ มีเพียงดวงตาที่แตกต่างจากคนทั่วไปเท่านั้น แต่นี่มันสามารถใช้มนต์อำพรางได้ ดังนั้นจึงไม่เป็อุปสรรคต่อฟู่หนิงหนิง
"จะ...เ้าเป็ปีศาจ" นางเอ่ยเสียงสั่น
"ข้าเป็ปีศาจแสนดี ที่สำคัญข้าไม่กลืนกินดวงิญญาเป็อาหารแน่" นางกอดอกอย่างไม่สบอารมณ์
"จะ...จริงหรือ? "
ฟู่หนิงหนิงพยักหน้ารับ "ขอเพียงท่านเก็บเื่ข้าเป็ความลับท่านก็จะปลอดภัย" นางเอ่ยกำชับ
"ขะ...ข้า" นางหลุบตาลง ั้แ่เกิดมานับสี่สิบปีนางเคยได้ัักับความเหนือธรรมชาติเช่นนี้ที่ไหนกัน นางเพิ่งจะเคยพบปีศาจจิ้งจอกตัวเป็ๆ ครั้งแรกจะไม่ให้หวาดกลัวได้อย่างไร
"ฮ่องเต้ให้ท่านมาดูแลข้า ท่านกลับกลั่นแกล้งข้า หากท่านเอ่ยเื่นี้ออกไป ข้าจะให้ฮ่องเต้ทำโทษท่าน" ฟู่หนิงหนิงมองหย่งซื่ออย่างบังคับ "ท่านเลือกเอา"
"ข้าไม่บอก" นางเอ่ยเสียงแ่
"ดี" ฟู่หนิงหนิงกอดอก "ความจริงข้าเป็ผู้าุโกว่าท่านด้วยซ้ำ เอาล่ะ ข้าขอแนะนำตัวอย่างเป็ทางการ ข้าฟู่หนิงหนิง จิ้งจอกน้อยอายุหนึ่งร้อยหนึ่งหนาว" นางยิ้มอย่างภาคภูมิใจ อายุหนึ่งร้อยยังถือว่าน้อยสำหรับเผ่าพันธุ์จิ้งจอก
"ข้าหย่งซื่อ" หย่งซื่อจ้องมองฟู่หนิงหนิงอย่างกล้าๆ กลัวๆ นางจะทำใจเชื่อได้เช่นไรว่าตนเองเพิ่งจะพบปีศาจ แถมนางยังอาศัยอยู่กับปีศาจมานับปีอีกด้วย
"ข้าจะไม่คาดคั้นเ้า เอาเป็ว่าข้าให้โอกาสท่านในการปรับตัว" ฟู่หนิงหนิงแบมือออกมา สายตาส่งให้กับหย่งซื่ออย่างมีเลศนัย
"อะไรเ้าคะ? " หย่งซื่อเอ่ยถามอย่างสงสัย
"เงิน" นางหรี่ตาลง "ข้ารู้นะว่าคนผู้นั้นส่งเงินมาให้หลายตำลึง" นางถือโอกาสไถเงินจากหย่งซื่อทันที
หย่งซื่อยิ้มแหยๆ นางลุกขึ้นด้วยขาที่สั่นเทาก่อนจะเดินไปหยิบถุงเงินมาให้ฟู่หนิงหนิง
"ท่านต้องประหยัดนะเ้าคะ" นางเอ่ยอย่างไม่ไว้ใจ
"เอาน่า ข้ารู้ ท่านก็ส่งจดหมายไปให้คนผู้นั้นว่าในตอนนี้ข้าพร้อมแล้ว" เอ่ยจบร่างบางในชุดที่ใหญ่กว่านางเดินออกไปด้านนอกด้วยเท้าที่เปลือยเปล่า ฟู่หนิงหนิงมองหารองเท้าของหย่งซื่อก่อนจะะโ "ข้ายืมรองเท้าท่านก่อนนะ เดี๋ยวข้าซื้อของเสร็จแล้วจะเอามาคืน"
ฟู่หนิงหนิงไม่รอให้เ้าของตอบรับ นางรีบสวมรองเท้าก่อนจะรีบวิ่งออกไปด้านนอกด้วยความตื่นเต้น ในที่สุดนางก็จะได้ซื้อของทุกอย่างที่นางอยากได้เสียที
ซาลาเปาร้อนๆ เกี๊ยวหอมๆ ซุปหอมกรุ่นกำลังรอนางอยู่ ฟู่หนิงหนิงยกมือขึ้นลูบท้อง นางวิ่งตรงไปยังตลาดอย่างตื่นเต้น ั้แ่เกิดใหม่มานี้นางรอเวลาที่จะได้วิ่งเล่นซื้อของในยุคจีนโบราณมานับร้อยปี!!