บทที่ 17 หนูเห็นมากับตา
เมื่อเหตุการณ์ลงเอยเช่นนี้ คนในตระกูลกู้ก็ได้ยินเสียงตบตีตลอดทั้งคืน ในห้องของครอบครัวใหญ่ กู้เจี้ยนเป่าทำการตบตีหลิวชุนฮวาเพราะคิดว่าภรรยาทำให้เขาขายหน้า ส่วนในห้องครอบครัวรอง กู้เจี้ยนเว่ยก็ตบตีหม่าเถี่ยหลานเพราะคิดว่าเธอเอาแต่สร้างปัญหาทุกวัน ทำให้เขาไม่ได้พักผ่อน
ห้องครอบครัวสามเงียบสงบ ครอบครัวทั้ง 4 คนกำลังนั่งล้อมวงรอบกองของขวัญ กู้เจี้ยนเซ่อพูดขึ้นมาเป็คนแรกว่า "ครอบครัวเราไม่ได้ขายลูกสาวกินสักหน่อย พวกเราไม่ควรรับของขวัญพวกนี้เอาไว้เลย" พวกเขาเป็คนที่ซื่อสัตย์มาก
หนิงหนิงนั่งอยู่บนขอบเตียง เธอจำเป็ต้องปรับเปลี่ยนความคิดของทุกคนอย่างค่อยเป็ค่อยไป "ถ้าอย่างนั้นพ่อคิดว่าหนูควรจะถูกรังแกอยู่แต่เพียงฝ่ายเดียวโดยไม่มีเหตุผลเหรอคะ?" ในสายตาของหนิงหนิง ของขวัญพวกนี้เป็เพียงแค่ผลพลอยได้เท่านั้น
กู้เจี้ยนเซ่อหยุดชะงักไปทันที "ไม่ใช่อย่างนั้น..." เพียงแต่ถ้ามีคนรู้ว่าพวกเขารับของขวัญเอาไว้ แล้วคนอื่นๆ จะมองพวกเขาเป็คนยังไง?
หนิงหนิงยิ้มและพูดว่า "คนอื่นจะคิดยังไงก็ไม่สำคัญหรอกค่ะ แค่พวกเรามีชีวิตที่มีความสุขก็พอแล้ว" กู้หนิงกล่าวต่อไปด้วยความมุ่งมั่น "อีกอย่าง โจวเหวินเยี่ยนกับหนูก็ถอนหมั้นกันแล้ว แต่โจวจื้อหย่วนก็คือโจวจื้อหย่วน เขาเป็นายทหารระดับสูงของกองทัพ พวกเราจะหักหน้าเขาไม่ได้นะคะ" ในความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ย่อมมีคนที่พวกเขาไม่ควรไปมีปัญหาขัดใจด้วยเป็อันขาด และการปฏิเสธไม่รับของขวัญก็คือหนึ่งในจุดเริ่มต้นของปัญหาเ่าั้
ด้วยเหตุนี้ นี่จะเป็เหตุผลที่กู้หนิงรับนาฬิกาข้อมือของโจวจื้อหย่วนเอาไว้เพื่อที่จะได้พบเจอเขาต่อไป เธอ้าจะใช้ของสิ่งนี้รักษาความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับโจวจื้อหย่วนเอาไว้
กู้เจี้ยนเซ่อสูดหายใจลึกก่อนจะถอนหายใจออกมา "หนิงหนิงเติบโตขึ้นมากแล้วนะ"
หนิงหนิงก้มหน้าลง นี่คือสิ่งที่เธอได้รู้จากชีวิตที่เ็ปในชาติที่แล้ว เธอกลับโจวเหวินเยี่ยนมีจุดจบที่ไม่ดี แน่นอนว่าเขาเป็คนนอกใจเธอก่อน แต่เธอก็มีชีวิตแต่งงานที่สามีเป็คนควบคุมชีวิตอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โจวเหวินเยี่ยนสามารถบงการชีวิตของเธอได้ตามใจชอบ
ในระหว่างที่กู้หนิงกำลังนั่งนึกถึงความหลัง เธอก็ถูกขัดจังหวะโดยหลิวซูเจิน ซึ่งต้มยามาให้หยางหยาง น้องชายของเธอคลอดก่อนกำหนด เขาจึงมีร่างกายอ่อนแอั้แ่ยังเด็ก ต้องกินยาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี หลิวซูเจินเองก็เช่นกัน ร่างกายของเธอเริ่มทรุดโทรมลงเมื่อให้กำเนิดลูกแฝด และต่อมาเธอก็มีหยางหยางอีก ทำให้ร่างกายของเธอแย่ลงอย่างสมบูรณ์
เมื่อมารดาเดินเข้ามา หนิงหนิงก็ถามว่า "ทำไมมีแค่ถ้วยเดียวล่ะคะ?"
หลิวซูเจินโกหกไม่เก่ง "มันขมเกินไป แม่ไม่อยากกินน่ะ"
กู้หนิงรู้ได้ทันทีว่ายาที่บ้านหมดแล้ว แม่ของเธอไม่มีเงินไปซื้อยา หญิงสาวจ้องมองไปที่นาฬิกาและขวดสุราเหมาไถ แล้วความคิดก็เกิดขึ้นในสมอง แต่เธอไม่แสดงออกทางสีหน้า หยางหยางดื่มยาต้มหมดถ้วยในอึดใจเดียว ไม่บ่นอะไรเลยแม้แต่น้อย กู้หนิงยิ่งรู้สึกเศร้ามากขึ้น เธอรีบแกะห่อขนมออกโดยเร็วและถามด้วยรอยยิ้มว่า "กินของหวานหน่อยไหม?"
ขนมหวานจะช่วยลดความขมที่ติดอยู่ในปาก ดวงตาของหยางหยางเป็ประกายระยิบระยับอย่างมีความสุข "ถ้าผมได้กินขนมพวกนี้ทุกวันก็คงจะดี"
เพียงประโยคเดียวก็ทำให้พ่อแม่ของเขาน้ำตาแทบไหลแล้ว ความยากจนทำให้ลูกๆ ของพวกเขาต้องมีชีวิตที่ยากลำบาก
กู้หนิงยิ้มออกมาและพูดว่า "ถ้าหยางหยางเป็เด็กดียอมกินยาทุกวัน พี่ก็จะซื้อขนมพวกนี้มาให้เธอแน่นอน"
"หนิงหนิง..." ขนมหวานเหล่านี้มีราคาแพงมาก หลิวซูเจินรู้สึกไม่เห็นด้วย
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะแม่ เดี๋ยวหนูหาวิธีเอง"
...
กลางดึก กู้เหยาปลอบโยนแม่บุญธรรมที่กำลังร้องไห้ เธอเหนื่อยล้ามาก และเธอก็เกิดฝันขึ้นมาในระหว่างที่เผลอหลับไป เธอฝันถึงตลาดมืดในเมืองอานโจว ชายหนุ่มคนหนึ่งนำไหโบราณไปขาย แต่ไม่มีใครรับซื้อ ทุกคนบอกว่ามันเป็ของปลอม เขาไปที่ตลาดค้าขายของเก่า แต่ก็ถูกไล่ออกมา
ชายหนุ่มรู้สึกอับอาย หลังจากนั้นเขาก็ตั้งใจทำงานหนัก และกลายเป็คนใหญ่คนโตในวงการค้าขายของเก่า
หลังจากนั้น ภาพทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เป็ภาพของการประมูลแห่งหนึ่ง มีแต่เ้าหน้าที่ระดับสูงและมหาเศรษฐีเดินเข้าออกภายในงาน ชายหนุ่มคนนั้นกลายเป็ชายหนุ่มที่ร่ำรวย เขานั่งอยู่ด้านล่างเวที สวมใส่ชุดเสื้อคลุมตัวยาว ดูทรงพลังและมีอำนาจ
และไหโบราณที่ทุกคนปฏิเสธก็ถูกนำไปวางไว้บนเวที หลังผ่านการตรวจสอบ ไหโบราณมีราคาแพงมาก ว่ากันว่ามันมาจากยุคสมัยเฉียนหลง และเคยเป็ของใช้ส่วนตัวของจักรพรรดิมาก่อน
เมื่อเริ่มการประมูล มีผู้คนแข่งขันเสนอราคา แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะกลัวชายหนุ่มคนนี้ ในที่สุดชายหนุ่มก็ซื้อไหโบราณนั้นในราคา 1 ล้านหยวน
กู้เหยาลุกขึ้นนั่งทันที เธอเหงื่อออกท่วมตัว และยิ้มอย่างมีความสุข "หนึ่งล้านหยวน..." เธอจะต้องตามหาไหโบราณใบนั้นให้เจอให้ได้ และเธอก็อยากเป็คนสนิทของชายหนุ่มคนนั้น
แต่ก่อนที่รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของหญิงสาวจะสงบลง หลิวชุนฮวาก็กระชากผมลูกสาวบุญธรรมพร้อมกับสาปแช่งว่า "นี่แกหัวเราะเยาะฉันใช่ไหม?" หลิวชุนฮวารู้ดีว่าเสียงที่ตนเองถูกตบตีเมื่อคืนนั้นคงเป็เื่ตลกที่ทุกคนในตระกูลกู้หัวเราะเยาะ
กู้เหยาหดคอลงด้วยความเ็ปและยิ้มตอบกลับไปว่า "ไม่ใช่นะคะแม่..."
"ฉันไม่เชื่อ เว้นแต่ว่าแกจะช่วยฉันทำอาหารพรุ่งนี้เช้า" นี่คือเจตนาของหลิวชุนฮวาหลังจากถูกซ้อม ร่างกายของเธอเ็ป งานบ้านพรุ่งนี้เช้าเธอทำไม่ไหวแน่
และเพื่อให้แม่บุญธรรมยอมปล่อยผมของเธอ กู้เหยาจึงได้แต่กัดฟันรับคำแต่โดยดี
...
กู้หนิงตื่นั้แ่เช้า เธอทำการคัดลอกสุราเหมาไถขึ้นมาใหม่ เช่นเดียวกับนมกระป๋อง และนาฬิกาข้อมือที่ถูกเก็บอยู่ในถุง พอเรียบร้อยแล้วเธอก็พร้อมออกเดินทาง แต่เพิ่งจะเปิดประตูเดินออกมาจากห้องเท่านั้น เธอก็ได้พบกับกู้เหยาซึ่งก็ตื่นั้แ่เช้าเหมือนกัน
ตาต่อตาประสาน บรรยากาศร้อนระอุขึ้นมาทันที
กู้หนิงประหลาดใจเล็กน้อย จ้องมองที่นวดแป้งในมือของกู้เหยาและเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาทันที จึงพูดเบาๆ ว่า "ไม่ต้องรีบลุกมาทำอาหารให้ฉันั้แ่เช้าก็ได้"
กู้เหยากำที่นวดแป้งในมือแน่น พี่สาวที่แสนดีของเธอพูดกับเธอแบบนี้ได้ยังไง? หนิงหนิงเห็นเธอเป็คนใช้อย่างนั้นเหรอ?
แต่เมื่อคิดว่าความฝันที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้น่าจะมีเธอเพียงคนเดียวที่รับรู้ กู้เหยาจึงสงบจิตใจลง และถามหนิงหนิงว่า "พี่จะออกไปไหนเหรอ?" เธอเห็นกระเป๋าที่อีกฝ่ายกำลังถืออยู่
กู้หนิงยิ้มออกมาทันทีก่อนเลิกคิ้วสูง เชิดหน้าขึ้นตอบว่า "เธอมายุ่งอะไรด้วย? อาหารเช้าเสร็จแล้วหรือไง?"
กู้หนิงพูดถ้อยคำเหล่านี้ออกมา โดยไม่ต้องเกรงใจกู้เหยาอีกแล้ว
กู้เหยาไม่ทันตั้งตัว ยกมือขึ้นด้วยความโกรธแค้น "แก..." กู้เหยารู้สึกรำคาญใจ แต่เธอก็ตัดสินใจปล่อยให้กู้หนิงได้ใจไปก่อน รอจนเธอได้ไหโบราณมูลค่า 1 ล้านหยวนก่อนเถอะ เมื่อถึงตอนนั้น มาดูกันว่าพี่สาวฝาแฝดของเธอจะทำหน้ายังไง
กู้เหยามั่นใจว่าครั้งนี้ตัวเองต้องชนะอย่างแน่นอน
หนิงหนิงไม่ได้มองไปที่เธอเลย ก้าวเดินออกจากบ้านตระกูลกู้อย่างรวดเร็ว ไม่มีเวลาพูดคุยกับเสี่ยวไป๋เหลียนเพื่อนข้างบ้านด้วยซ้ำ
แต่จังหวะที่เธอเดินออกมาจากบ้าน เธอก็นึกอะไรได้ จึงหันกลับไปมองที่กู้เหยา ถ้าเธอจำไม่ผิด ในชาติที่แล้วกู้เหยาสามารถค้นพบไหโบราณได้ใบหนึ่ง ซึ่งเปลี่ยนชีวิตของกู้เหยาไปโดยสิ้นเชิง
กู้หนิงยิ้มออกมาอย่างนึกสนุก และคิดอะไรได้บางอย่าง เธอจะต้องแย่งไหโบราณใบนั้นมาให้ได้
เมื่อกู้หนิงเดินออกไปแล้ว ประตูห้องทางทิศใต้ก็เปิดออกเช่นกัน ผู้ที่เดินออกมาคือหม่าเถี่ยหลาน เธอเดินหิ้วขอบกางเกงมาด้วย เห็นได้ชัดว่ากำลังจะไปเข้าห้องน้ำ แต่ก็เดินชนกับกู้เหยาที่ยืนอยู่หน้าประตูโดยไม่ทันตั้งตัว ทั้งสองคนร้องครางออกมาด้วยความเ็ป ต่างคนต่างเซถอยหลังไป
"เธอมายืนขวางประตูทำไมั้แ่เช้า? เป็ยามเฝ้าประตูหรือไง?" หม่าเถี่ยหลานพึมพำ
กู้เหยาขอโทษพร้อมกับยกมือถูแขนตัวเอง แต่เมื่อเห็นหน้าหม่าเถี่ยหลาน ดวงตาของเธอก็เป็ประกายทันที "คุณป้าคะ คุณป้ารู้ไหมว่าหนูมาทำอะไรตรงนี้?"
หม่าเถี่ยหลานกำลังจะรีบไปฉี่ ไม่มีเวลามาพูดคุย "ฉันไม่รู้ ฉันจะไปเข้าห้องน้ำ"
"คุณป้าคะ หนูเห็นพี่สาวหนูแอบเอาของออกไปด้วย"
คำพูดนี้ทำให้หม่าเถี่ยหลานหยุดชะงักได้ทันที หม่าเถี่ยหลานจะจดจำเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ไปชั่วชีวิต หลังจากคิดดูแล้ว เธอก็รู้ว่านี่ไม่ใช่ความผิดของเธอเลย เธอคิดว่าทั้งหมดนี้เป็ความผิดของหนิงหนิง หล่อนได้ของขวัญออกมาจากห้องของคุณย่าใหญ่จริงๆ เธอไม่ได้ตาฝาดไปเอง ในเมื่อนี่ไม่ใช่ความผิดของเธอ เธอก็ไม่ควรถูกซ้อมตลอดทั้งคืน
"จริงเหรอ?"
"หนูจะโกหกคุณป้าทำไมล่ะ? หนูเห็นมากับตา พี่สาวถือถุงใบใหญ่ ข้างในเหมือนจะใส่ขวดอะไรเอาไว้ด้วย"
"ว่าไงนะ?" หม่าเถี่ยหลานมีความกล้าหาญขึ้นมาทันที ดวงตาเป็ประกาย "ต้องเป็ขวดใส่เหล้าเหมาไถแน่ หรือไม่ก็พวกกระป๋องนม นี่คือของขวัญที่คุณแม่แอบให้หนิงหนิงสินะ?" หม่าเถี่ยหลานเริ่มจินตนาการไปไกล
ทุกคนรู้ดีว่าตระกูลกู้ยากจนขนาดไหน ดังนั้นการที่คุณแม่ให้ของขวัญแต่หนิงหนิงคนเดียวจึงเป็เื่ที่ไม่ยุติธรรมที่สุด และสิ่งที่จ้าวกุ้ยฮวาเกลียดชังมากที่สุดก็คือการที่มีคนในครอบครัวนำของของเธอไปหาผลประโยชน์
ได้การแล้ว
ในที่สุด หม่าเถี่ยหลานก็คิดว่าตนเองจะสามารถจัดการหนิงหนิงได้เสียที