ตอนที่ 49 เพื่อนของอาเล่อ
ไม่ว่าจะเป็นเมืองเล็กหรือเมืองใหญ่ก็ล้วนแล้วแต่มีพื้นที่สีเทาที่ตำรวจเข้าไปดูแลไม่ทั่วถึงด้วยกันทั้งสิ้น ส่วนเหตุผลก็มีอยู่หลายประการด้วยกัน แต่ถ้าจับเอาทุกเหตุผลมามัดรวมกันแล้วกลั่นกรองดูก็คงหนีไม่พ้นสองสาเหตุหลัก ๆ นี้ หนึ่งคือไม่อยากเข้าไปยุ่ง และสองคือไม่กล้าเข้าไปยุ่ง แน่นอนว่าภายในเมืองหวากังเองก็เป็นเช่นเดียวกับที่อื่น ๆ พื้นที่สีเทาของเมืองนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มหลังคือพวกตำรวจ ‘ไม่กล้าเข้าไปยุ่ง’ และจากข่าวลือที่ว่าพวกตำรวจซึ่งประจำการอยู่ที่เมืองนี้ล้วนถูกซื้อโดยเหล่าเศรษฐีผู้มีอิทธิพลไปแล้วมากกว่าครึ่ง ทำให้พื้นที่แถบนี้กลายเป็นพื้นที่ที่ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีใครกล้าชักปืนขึ้นแถวนี้แม้แต่หน่วยลาดตระเวนเองก็ยังต้องปิดตาข้างหนึ่งและทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นไป จริง ๆ อาจกล่าวได้ว่าตำรวจแทบทุกคนที่ผ่านเข้ามาเห็นเหตุการณ์อะไรก็ตามในพื้นที่นี้ต่างก็พร้อมใจกันมองข้ามมันไป และเลือกที่จะจากไปเงียบ ๆ นั่นเพราะไม่มีใครอยากจะหาเหาใส่หัวตัวเองณ ประตูทางเข้าของ ‘Aria Bar’ผู้คนมากหน้าหลายตาเดินสัญจรขวักไขว่กันไปมาตามท้องถนน บ้างก็ใส่ชุดสูทและรองเท้าหนังพร้อมทำงาน บ้างก็แต่งชุดที่ค่อนข้างเปิดเปลือยเนื้อหนังมังสาแลดูวาบหวิว ทว่าในสถานที่แห่งนี้ไม่มีใครสนใจใครทั้งนั้น ผู้คนที่เข้ามาในพื้นที่สีเทาปลอดกฎหมายเช่นนี้ย่อมมาเพียงเพื่อหาความสำราญให้ตัวเองโดยเฉพาะ พวกเขาไม่คิดอยากจะใส่ใจผู้คนที่อยู่รอบข้างสักเท่าไหร่เฉินอันหลานยืนเงียบ ๆ อยู่บริเวณทางเข้านี้มา 10 กว่านาทีได้แล้ว และในที่สุดคนที่เขารอคอยก็ปรากฏตัว เขาเป็นชายหนุ่มตัวเตี้ยที่แต่งกายด้วยชุดเบสบอลสีดำพร้อมหมวกแก๊ปใบหนึ่งบนศีรษะดูแปลกตาไม่น้อย คนคนนั้นลอบสบตาส่งสัญญาณให้เฉินอันหลานอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินเลี้ยวเข้าไปในซอยที่อยู่ด้านข้าง ฝ่ายเฉินอันหลานที่เห็นดังนั้นก็แสร้งเก็บไฟแช็กที่อยู่ในมือลงกระเป๋าและสาวเท้าตามชายคนนั้นไปอย่างแนบเนียนเมื่อเลี้ยวเข้ามาในซอยได้ไม่ไกลนักเฉินอันหลานก็พบกับใครอีกคนที่รอตนอยู่ ชายหนุ่มตัวเตี้ยคนนั้นสอดส่ายสายตาไปรอบ ๆ จนแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอยู่จึงได้ล้วงเข้าไปหยิบถุงใบหนึ่งออกมาจากเสื้อเบสบอลตัวใหญ่ของตน เขาเอามันออกมาอย่างระมัดระวังแล้วยื่นให้กับเฉินอันหลาน “อาเล่อ นี่เป็นของที่ฉันตั้งใจหามาให้นายอย่างยากลำบากเลยนะ”เฉินอันหลานรับถุงมาเปิดดูเงียบ ๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้วจึงนำซองกระดาษบรรจุเงินสดปึกใหญ่มาส่งให้คนตรงหน้าชายอีกคนรับซองเงินสดมานับอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่ามีครบไม่ขาดไม่เกินก็เก็บเงินเข้ากระเป๋าตัวเองไป หลังจากจัดการเรื่องเงินเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มในชุดเบสบอลก็ดันปีกหมวกแก๊ปขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตากับเฉินอันหลานแล้วเอ่ยขึ้น“อาเล่อ นายเป็นสายลับจริง ๆ เหรอ?” “ตอนนี้ไม่เป็นแล้ว”“ดีแล้ว มันจะดีกว่ามากถ้านายผันตัวมาเป็นตำรวจธรรมดาทั่วไป”“นายไปได้ของชิ้นนี้มาจากไหน?”“ตลาดมืด” ชายอีกคนหยุดไปครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยต่อ“เมื่อวานนายโทรศัพท์มาหาฉันก็เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เหรอ ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าสองสามวันก่อนฉันได้ยินเพื่อนของฉันบอกว่ามีคนเอาสร้อยเพชรเส้นนี้มาขายให้เขา เพราะงั้นฉันก็เลยติดต่อเพื่อนคนนั้นไปและถามเรื่องสร้อยนี่ แล้วบังเอิญว่ารูปที่เขาส่งมาให้ดูดันเหมือนสร้อยในรูปของนายพอดี ฉันก็เลยรีบโทรศัพท์หานายนั่นแหละ”นิ้วหัวแม่มือของเฉินอันหลานค่อย ๆ ไล้วนไปมาบนจี้ของสร้อยคอที่อยู่ในมือ ดวงตาคู่นั้นของเขาหรี่ลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“คนที่เอาสร้อยคอเส้นนี้มาขายมีสองคนใช่ไหม?”“อ่า...ใช่ เพื่อนฉันบอกว่าเป็นผู้ชายสองคน คนหนึ่งสูงประมาณ 170 กว่า ๆ ส่วนอีกคนรูปร่างจะท้วม ๆ หน่อย และมีไฝเม็ดหนึ่งอยู่บนจมูกด้วย”“พวกเขาอยู่แถวนี้เหรอ?”“ดูเหมือนว่าพอขายสร้อยเสร็จ สองคนนั้นก็หลุดปากออกมาว่าพวกเขาจะมาหาความสุขกันที่นี่ แต่อาเล่อ ที่นี่มันกว้างมากเลยนะ ถ้านายจะหาสองคนนั้นด้วยตัวคนเดียวมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ให้ฉันระดมพรรคพวกช่วยตามหาดีไหม?”“ไม่ต้อง” เฉินอันหลานเก็บสร้อยเส้นนั้นเข้ากระเป๋า ก่อนจะเดินออกไปก็ไม่วายหันมากำชับกับคู่สนทนา“นายไม่รู้เรื่องนี้ และคืนนี้เราก็ไม่เคยเจอกัน ตกลงนะ”“อาเล่อ...” ชายหนุ่มคนนั้นเรียกเฉินอันหลานด้วยปลายเสียงที่ทอดยาวเฉินอันหลานชะงักไปก่อนจะหมุนตัวกลับมาหาชายหนุ่มตัวเตี้ยอีกครั้ง“มีอะไรอีก?”“อาเล่อ ในตอนที่เราสองคนเป็นน้องของพี่เฉิง...หวางเฉิง นายคอยดูแลฉันมาตลอด และถึงแม้ว่าตอนนี้เราสองคนจะอยู่กันคนละสถานะก็ตาม แต่ถ้านายต้องการ นายสามารถบอกฉันได้ทุกเมื่อเลยนะ”“รู้แล้ว”“อาเล่อ...”เฉินอันหลานมองหน้าใครอีกคนโดยไม่พูดอะไรคนที่เอ่ยรั้งไว้คล้ายลังเลเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจพูด“อาเล่อ เราสองคนยังเป็นพี่น้องกันอยู่ใช่ไหม?”ความประหลาดใจสะท้อนออกมาจากดวงตาที่เย็นชาคู่นั้น แต่เพียงแค่แวบเดียวมันก็อันตรธานหายไป เฉินอันหลานเลือกที่จะไม่ตอบคำถามนี้ เขาเลือกที่จะหมุนตัวแล้วเดินจากไป“อาเล่อ! ไม่ว่านายจะเห็นฉันเป็นพี่น้องหรือไม่ก็ตาม แต่สำหรับฉัน นายจะเป็นพี่น้องที่ดีที่สุดตลอดไป!”“ฉันชื่อเฉินอันหลาน”“ฉันจะเรียกนายว่าอาเล่อ”คราวนี้เฉินอันหลานไม่ได้ต่อความอีกแล้ว เขาทำเพียงก้าวเท้าและเดินออกจากซอยไปเงียบ ๆ