ใน่บ่ายเจียวซิ่นจึงได้เริ่มการรักษาโดยมีลู่จื้อเข้าร่วมรักษาเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเขียนอักขระ
"พี่รองทำไมพี่ใหญ่ต้องช่วยอาจารย์เหรินด้วย" ลู่จื้อถามพี่ของตนด้วยความแปลกใจ ไม่ว่าจะมองมุมใดพี่ใหญ่ก็ไม่น่าจะได้ประโยชน์อันใดจากการช่วยเหลืออาจารย์ในเขตนอกเพราะพี่ใหญ่เป็ศิษย์ในเขตในแถมตอนนี้ยังเป็ศิษย์พิเศษที่มีโอกาสเป็ศิษย์สืบทอดของผู้าุโสองในสำนักขุนเขา์อีกแล้วมีเหตุอันใดให้ศิษย์เขตในอย่างพี่ใหญ่ต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลืออาจารย์จากเขตนอกให้เปลืองแรงด้วยหรือจะเกี่ยวกับการแบ่งฝักฝ่ายของคนในสำนักอย่างที่พี่ใหญ่เคยเล่าให้ฟัง เมื่อเห็นลู่จื้อทำหน้ายุ่งคิ้วผูกเป็โบว์เจียวซิ่นจึงหัวเราะออกมาน้อยๆในลำคอกับความช่างคิดจนเลยเถิดไปถึงกับคำว่าคิดมากของน้องชาย
"อาลู่ เ้าไม่เห็นต้องคิดอะไรให้มากมายพี่เชื่อว่าพี่ใหญ่จะไม่ทำให้เราต้องเดือดร้อนแน่ที่ให้เรารักษาอาจจะเกี่ยวข้องกับการแย่งชิงอำนาจของคนในสำนักก็เป็ได้การที่พี่ใหญ่จะเป็ศิษย์สืบทอดของาุโสองอาจทำให้สมดุลอำนาจเปลี่ยนแปลงได้เพราะพี่ใหญ่จัดว่าเป็อัฉริยะที่พบได้ยากในรอบร้อยปีเพราะได้ถือครองธาตุถึงสองธาตุด้วยกันแถมหนึ่งในนั้นยังมีธาตุพฤกษาอีกด้วยนี้ยังไม่ได้พูดถึงระดับพลังปราณของพี่ใหญ่เลยนะอาลู่คิดว่าาุโสองโชคดีมากเท่าใดที่ค้นพบเพชรเม็ดงามอย่างพี่ใหญ่ของเรา" เจียวซิ่นกล่าวกับลู่จื้อด้วยสีหน้าภาคภูมิใจในตัวพี่ชายของตนเหลือประมาณลู่จื้อที่ได้แต่มองพี่สาวที่อวยพี่ใหญ่เสียจนพี่ใหญ่จะเท้าจะไม่ติดพื้นแล้ว ได้แต่คิดในใจถ้าพี่ใหญ่เป็อัจฉริยะที่พบได้ในร้อยปีแล้วพี่สาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าจะไม่เป็เทพเซียนเลยหรือที่ได้ครองธาตุถึงสามธาตุแถมสองในธาตุที่ถือครองยังเป็ธาตุพิเศษอีกนี้ยังไม่ได้คิดรวมกับที่พี่รองมีมิติปราณ์เลยด้วยซ้ำ นี้ถ้าสำนักต่างๆรู้ว่ามีคนอย่างพี่รองอยู่คงตบตีแย่งชิงกันยกใหญ่แต่โชคดีของสำนักต่างๆที่ยังไม่รู้เพราะพี่รองรักสงบยิ่งชีพเื่นี้จึงยังไม่ทำให้สำนักต่างๆต้องเหนื่อยในการแย่งตัวพี่รองเข้าสำนักตนเอง
"อาลู่ยืนคิดอะไรอยู่พี่เดินทิ้งเ้ามาไกลแล้วนะ ตามมาได้แล้ว วันนี้พี่จะสอนเ้าเขียนอักขระกาลเวลาที่เรือนหลังจวน"เจียวซิ่นหันกลับไปพูดกับลู่จื้อที่ยืนอยู่ไกลจากตนเมื่อได้ยินที่พี่สาวพูดลู่จื้อจึงรีบวิ่งตามเจียวซิ่นอย่างกระตือรือร้นด้วยความดีใจหาได้ยากยิ่งที่พี่สาวจะมาสอนโดยตรง ส่วนใหญ่เจียวซิ่นมักจะนำตำราต่างๆมาโยนที่ห้องแล้วให้ลู่จื้อศึกษาด้วยตนเองจึงมีน้อยครั้งที่เจียวซิ่นจะมาสอนแบบนี้นี่จึงทำให้ลู่จื้อดีใจอย่างยิ่งเมื่อมาถึงเรือนหลังจวนที่ใช้ในการรักษาเจียวซิ่นจึงได้เริ่มสอนลู่จื้อเกี่ยวกับการเขียนอักขระกาลเวลาที่ใจกลางเรือนทันทีเมื่อลู่จื้อทำได้จนเป็ที่พอใจแล้วจึงได้ให้พ่อบ้านจางไปเชิญอาจารย์เหรินมารักษาที่เรือนหลังจวนตระกูลจางทันที
"เรียนคุณหนูท่านอาจารย์เหรินให้มาเรียนว่าอีกครู่จะมารับการรักษาขอรับเมื่อสักครู่ดูเหมือนพิษจะกำเริบจึงต้องทำความสะอาดร่างกายใหม่ก่อนมาพบคุณหนูขอบรับ"เมื่อกล่าวเสร็จพ่อบ้านจางจึงถอยกลับมายืนข้างเก้าอี้ที่เจียวซิ่นนั่งอยู่ลู่จื้อที่ััถึงการเปลี่ยนแปลงพลังปราณของพ่อบ้านจางจึงเงยหน้าจากตำราในมือแล้วมองสำรวจพ่อบ้านจางอีกครั้งพร้อมกล่าวแสดงความยินดีกับพ่อบ้านจาง
"พ่อบ้านจางท่านเลื่อนขั้นปราณแล้วดีใจด้วย" ลู่จื้อกกล่าวด้วยใบหน้าที่ถึงความยินดี
"ขอบพระคุณขอรับคุณชาย"พ่อบ้านจางค้อมตัวเล็กน้อยแล้วกล่าวขอบคุณลู่จื้อที่ยินดีกับตน
"อย่างไรข้าก็ฝากอาฮ่าวด้วยนะไม่รู้พี่เค่อจะฝึกอาฮ่าวหนักจนไม่ได้พักอีกรึไม่ พูดแล้วก็ชักจะเป็ห่วงเพื่อนของข้าซะแล้วซิเพื่อนคนนี้เหนื่อยก็ไม่บ่น าเ็ก็ไม่ปริเสียงออกจากปากปานนี้แผลคงเปื่อยทั้งตัวเป็แน่แท้พี่ใหญ่ข้าขอตัวไปดูอาฮ่าวนะขอรับ"เมื่อได้รับการอนุญาต ลู่จื้อจึงได้ออกจากเรือนเพื่อไปดูว่าเพื่อนของตนมีแผลจากการฝึกมากน้อยเท่าใดแล้ว