แม้สำนักสายธารจะพยายามตามสืบแต่ก็ไม่พบเบาะแสอะไรและพวกเขาก็ไม่ได้สนใจด้วยแค่ทำพอเป็นพิธีเท่านั้นหลังจากตกลงกันได้สำนักสายธารก็สรุปว่าคนหายเหล่านี้ถูกเคลื่อนย้ายไปที่อื่นในช่วงกลางคืนโดยฝีมือของผู้มีอำนาจกลุ่มหนึ่งในเมืองแต่ถูกส่งไปไหนทางสำนักไม่ได้สนใจ
ส่วนพวกชาวบ้านเองก็ถือว่าได้คำตอบแล้วพวกเขาก็กลับมาใช้ชีวิตเหมือนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทางด้านหลิงหยวนหลังจากเดินทางหลายวันติดต่อกันในที่สุดก็มาถึงแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่อีแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่อีและอีกสองแดนศักดิ์สิทธิ์มีขนาดใหญ่มากกินพื้นที่ของแดนมนุษย์ไป6 ใน 10 ส่วน อีกสี่ส่วนเป็นพื้นที่ของพวกร้อยสำนักและแคว้นต่างๆแต่ถึงอย่างงั้นแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามกลับไม่ได้อยู่ด้านหน้าของการต่อสู้กับเผ่ามารและปีศาจแต่อยู่ด้านหลัง ส่วนแนวหน้าที่อยู่ติดกับสนามรบกลับเป็นร้อยสำนัก อย่างเช่นสำนักอวี้ฮวาที่อยู่ติดกับเทือกเขาแห่งทวยเทพซึ่งเป็นหนึ่งเทือกเขาที่มีอาณาเขตกว้างขวางและติดกับเผ่ามารและปีศาจ
แต่เพราะอันตรายที่ซ่อนอยู่ด้านในเผ่ามารและปีศาจเลยไม่คิดจะใช้เส้นทางของเทือกเขาแห่งทวยเทพลอบโจมตีเผ่ามนุษย์
“นี่คือแดนศักดิ์สิทธิ์”พวกหลิงหยวนมองอาณาเขตที่กว้างขวางนี้ด้วยแววตาตกใจต่อให้สำนักอวี้ฮวามีอาณาเขตกว้างใหญ่แล้วก็ยังเทียบกับที่นี่ไม่ได้แม้แต่เสี้ยว
“แดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสามครอบครองทรัพยากรที่ดีที่สุดของเผ่ามนุษย์อาณาเขตก็ใหญ่กว่าดังนั้นกองกำลังของพวกเขาจึงเป็นสิ่งที่ยากจะหยั่งถึง”เจ้าสำนักกล่าว
“ใช่แล้วไม่งั้นพวกเราคงไม่ยอมทนถูกรังแกมานานขนาดนี้” ผู้อาวุโสระดับสูงทั้งสองถอนหายใจ
“ครั้งนี้พวกนั้นวางแผนร้ายเอาไว้เพื่อเล่นงานพวกเราศิษย์น้องพวกเจ้าจงระวังตัวให้ดีและอย่าได้ใจอ่อนกับคนที่คิดร้ายกับเจ้าเด็ดขาด”หนานเว่ยเอ่ยเตือน
“ข้าจะระวังตัว”เหยาอวิ้นกล่าว
“หากการประชันครั้งนี้แดนศักดิ์สิทธิ์ไท่อีแทรกแซงการแข่งขันละจะเกิดอะไรขึ้น”หลิงหยวนขบคิดเล็กน้อยก่อนจะกล่าวออกมา
“ไม่ง่ายขนาดนั้นสามแดนศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้สามัคคีกันแต่แรกหากมีการแทรกแซงจริงๆอีกสองแดนศักดิ์สิทธิ์จะต้องไม่พอใจแน่”เจ้าสำนักกล่าว
บนท้องฟ้าเรือเหาะมากมายต่างลงจอดที่นอกแดนศักดิ์สิทธิ์แดนศักดิ์สิทธิ์ไท่อีมียอดเขาหลายร้อยยอดเขามีพื้นที่ขนาดใหญ่มีสิ่งก่อสร้างมากมายเรียกได้ว่ารุ่งเรืองอย่างมาก พวกหลิงหยวนไม่ได้รับอนุญาตให้ขับเรือเหาะเข้าไปจำเป็นต้องลงจอดด้านนอกและเดินผ่านเส้นทางที่เตรียมเอาไว้เห็นได้ชัดว่านี่เป็นการแสดงอำนาจและบ่งบอกถึงสถานะที่ต่างกัน
“ท่านเจ้าสำนักข้าจะเป็นคนเฝ้าเรือเหาะเองพวกท่านไปเถอะ”ผู้อาวุโสทั้งสองกล่าว
“อืมเตรียมตัวเอาไว้ให้พร้อมตลอดเวลาด้วย” เจ้าสำนักกล่าว
“เข้าใจแล้ว”ทั้งสามคนเผยสีหน้าจริงจัง
“มีผู้คนมากมายกำลังเดินทางมาพวกเขาทั้งหมดเป็นคนจากร้อยสำนักสินะ”หลิงหยวนกล่าว
“ใช่การประชันนี้มีเพียงร้อยสำนักเท่านั้นที่ได้รับสิทธิ์ให้เข้าร่วมส่วนตระกูลใหญ่หรือกองกำลังอื่นทำได้แค่นั่งชมเท่านั้น” เจ้าสำนักกล่าว
“ศิษย์น้องเล็กมีอะไรหรือเปล่า”หนานเว่ยเห็นเหยาอวิ้นมองไปยังคนกลุ่มหนึ่งที่ลงมาจากเรือรบนานก็เอ่ยถามขึ้น
“ไม่มีอะไร”เหยาอวิ้นกล่าวก่อนจะดึงสายตากลับมา
ขณะเดียวกันคนกลุ่มที่เหยาอวิ้นมองก็มองกลับมาเช่นกันคนกลุ่มนี้คือคนจากสำนักถานไถและในกลุ่มมีหญิงสาวคนหนึ่งที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มนางคือศิษย์ของเจ้ายอดเขาคนหนึ่งของสำนักถานไถเหยาซู
“เหยาอวิ้น”เหยาซูเห็นเหยาอวิ้นก็หรี่ตาลงนางไม่คิดว่าเหยาอวิ้นที่พึ่งฝึกตนได้ไม่นานจะได้เป็นตัวแทนของสำนักอวี้ฮวามาลงประลอง
“นางถึงกับบรรลุขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสูงแล้วเป็นไปได้ยังไความเร็วเช่นนี้นางควรจะเรียกว่าอัจฉริยะถึงจะถูกแต่ทำไมหลายปีที่ผ่านมาถึง”อาจารย์ของเหยาซูเผยแววตาตื่นตระหนก
นางเคยเห็นเหยาอวิ้นมาก่อนและรู้ว่าในตอนนั้นเหยาอวิ้นไร้พรสวรรค์อย่างมากนางเคยตรวจสอบร่างกายของอีกฝ่ายแล้วพบว่าร่างกายปกติแค่บ่มเพาะช้านางจึงเลือกเหยาซูมาเป็นศิษย์
“หรือว่าจะเป็นฝีมือของฉินอวี้ซี”ผู้อาวุโสสำนักถานไถคนหนึ่งกล่าว
“อาจจะใช่ผู้หญิงคนนี้ล้ำลึกสุดจะหยั่งบางทีนางอาจจะมีวิชาลับที่ช่วยยกระดับพลังได้เร็วขึ้น”ผู้อาวุโสอีกคนกล่าว
“ส่วนเด็กหนุ่มคนนั้นคนที่ปลดปล่อยวิถีกระบี่จนเกือบจะทำลายเมืองหลวงคนนั้น”
“เจ้าคิดว่าหากเหยาซูสู้กับเด็กคนนั้นจะเป็นอย่างไร”เจ้ายอดเขาอีกคนมองมายังอาจารย์ของเหยาซู
“ยากหากอีกฝ่ายสามารถปลดปล่อยพลังระดับนั้นออกมาได้แสดงว่าไม่ได้อยู่ขอบเขตสร้างรากฐานแล้วดังนั้นเขาจึงไม่มีสิทธิ์เข้าร่วม”อาจารย์ของเหยาซูกล่าว
“ท่านอาจารย์แต่ข้ามองขอบเขตเขาไม่ออกเขาราวกับคนธรรมดา” เหยาซูกล่าวด้วยแววตาสั่นไหวเมื่อมองไปยังหลิงหยวนก่อนจะรีบดึงสายตากลับมาไม่กล้ามองนาน
แต่ศิษย์หญิงคนอื่นกลับยืนอึ้งกันไปแล้วพวกนางเริ่มหายใจแรงขึ้นเมื่อมองไปยังหลิงหยวนจนผู้อาวุโสรีบเตือนสติพวกนาง
“พวกเจ้านี่มันยังไงการประชันจะเริ่มในอีกไม่นานสภาพจิตใจของพวกเจ้าก็เละเทะไปหมดแล้วหรือพวกเจ้าหากเจอกับคนผู้นี้ในอนาคตจะไม่สู้แต่ยอมแพ้ดีละ” เหล่าผู้อาวุโสพากันตำนิ
“พวกเรา....ขออภัยผู้อาวุโส”ศิษย์คนอื่นพากันหน้าแดงด้วยความอับอาย
“ไม่โทษพวกนางด้วยรูปร่างเช่นนั้นหากไม่ใช่เพราะพวกเราฝึกฝนวิชาลืมรักจนถึงระดับสูงแล้วก็คงไม่ต่างจากพวกนางนักหรอกผู้ชายคนนี้เป็นตัวตนที่พวกเราไม่ควรไปยุ่ง” เจ้ายอดเขาอีกคนกล่าว
พวกหลิงหยวนเดินไปข้างหน้าก็เห็นศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์กำลังยืนต้อนรับเพียงแต่การต้อนรับของอีกฝ่ายดูจะหยิ่งยโสอย่างมาก ศิษย์ขอบเขตหลอมแก่นปราณถึงขนาดเชิดหน้าใส่เจ้าสำนักขอบเขตหยวนอิงเห็นได้ชัดว่าศิษย์เหล่านี้ไม่เห็นเจ้าสำนักทั้งร้อยอยู่ในสายตาแต่กลับกันเจ้าสำนักคนอื่นๆต้องพากันกุมมือคารวะอีกฝ่าย
“หืมสำนักอวี้ฮวา เหตุใดถึงมีคนเพียงแค่นี้ อ้อข้าลืมไปพวกเจ้าสูญเสียคนจำนวนมากเมื่อเร็วๆนี้ว่าแต่แม้แต่คนธรรมดาก็ได้เป็นตัวแทนงั้นเหรอ” ศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่อีมองหลิงหยวนด้วยแววตาเหยียดหยามดูถูกราวกับมองมดปลวก
“เจ้าเศษสวะนี่”หนานเว่ยถึงกับโกรธและอยากจะลงมือ
“พวกเราจะส่งใครเป็นตัวแทนก็ไม่เกี่ยวกับแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่อีไม่ใช่หรือหรือไม่หากเจ้าไม่ชอบใจพวกเราสามารถถอนตัวได้นะ” เจ้าสำนักกล่าว
“นี่เจ้า”ศิษย์คนนั้นกลายเป็นโกรธและกำลังจะขับไล่แต่ทันใดนั้นเองเสียงที่เย็นชาก็ดังขึ้น
“ข้าให้เจ้ามาต้อนรับแขกจากร้อยสำนักไม่ใช่ให้มาทำตัวหยิ่งยโสที่นี่”หานอีปรากฏตัวขึ้นก่อนจะมองไปยังศิษย์คนนั้นด้วยแววตาเย็นชาราวกับต้องการจะบดขยี้ศิษย์ตัวเล็กๆผู้นี้ให้หายไป
“ท่านผู้อาวุโสหานอี”ศิษย์คนนั้นหน้าถอดสีด้วยความหวาดกลัว
“แขกจากสำนักอวี้ฮวาต้องขออภัยที่คนของเราเสียมารยาทเชิญทางนี้เถอะ”หานอีกล่าวก่อนจะมองมายังหลิงหยวนนางยกยิ้มขึ้นพยายามสะกดความลุ่มหลงในใจของนางไม่ให้ระเบิดออกมา
“อ้าหลิงหยวนของข้า นับวันเจ้ายิ่งน่าดึงดูดมากขึ้นไปอีกยิ่งเจ้าแต่งตัวเช่นนี้ข้ายิ่งไม่อาจทนได้” หานอีกล่าวในใจ
“นางคิดจะทำอะไรไม่ใช่ว่าพวกเรากับนางคือศัตรูกันหรอกเหรอ”เจ้าสำนักอวี้ฮวาขมวดคิ้วแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเดินตามอีกฝ่ายไป
“ส่วนเจ้าหลังจากต้อนรับแขกเสร็จก็ไปรับโทษด้วยตัวเองซะ”หานอีหันกลับมามองศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่อีด้วยแววตาเย็นชากล้าดูถูกเหยียดหยามคนที่นางหมายปองนางจะยอมทนได้อย่างไร
“นี่มันอะไรกันไม่ใช่ว่าผู้อาวุโสหานอีและสำนักอวี้ฮวาไม่ถูกกันงั้นเหรอข้าตั้งใจหาเรื่องเพราะอยากเอาหน้าแต่กลายเป็นถูกลงโทษเสียเอง” ศิษย์ของแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่อีเกาหัวด้วยสีหน้างุนงง
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมสถานการณ์ถึงไม่เหมือนกับที่พวกเราได้ยินมา”สำนักต่างๆที่อยู่ด้านหลังพวกหลิงหยวนพากันเผยสีหน้าไม่เข้าใจ
“เกรงว่าเรื่องนี้อาจจะซับซ้อนกว่าที่พวกเราคิด”หลายสำนักพากันชั่งน้ำหนักข้อมูลที่ได้รับมาอีกครั้งว่ามีความถูกต้องมากแค่ไหน
ตอนแรกที่พวกเขาได้ยินข่าวว่าแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่อีและสำนักอวี้ฮวาเกิดความขัดแย้งพวกเขาก็เตรียมแผนการเล่นงานสำนักอวี้ฮวาเพื่อเอาหน้าไว้แล้วแต่ตอนนี้พวกเขาต้องกลายเป็นงุนงงว่าตกลงทั้งสองฝ่ายเป็นศัตรูหรือมิตรกันแน่
หานอีพาพวกหลิงหยวนไปถึงที่พักที่ทางแดนศักดิ์สิทธิ์เตรียมเอาไว้ให้ในตอนแรกเจ้าสำนักคิดว่าที่พักของพวกเขาจะต้องถูกวางแผนกลั่นแกล้งแน่ๆแต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น
“ท่านเจ้าสำนัก”หนานเว่ยหรี่ตาลงสัมผัสได้ว่าตลอดทางหานอีมองมาที่หลิงหยวนไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง
“ข้ารู้แต่ตอนนี้อย่าพึ่งทำอะไรรอดูไปก่อน” เจ้าสำนักกล่าว
หลิงหยวนเองก็รู้ตัวว่าอีกฝ่ายมองตนบ่อยครั้งแต่หลิงหยวนและหานอีไม่รู้จักกันถึงขั้นที่ไม่เคยพูดคุยกันเลยสักครั้ง
“ที่นี่คือที่พักของสำนักอวี้ฮวาจะแบ่งออกเป็นสองส่วนแยกหญิงและชาย ส่วนห้องนี้เป็นห้องที่ข้าเตรียมเอาไว้ให้คุณชายท่านนี้”หานอีกล่าวและชี้ไปที่ห้องที่ดูหรูหราที่สุดและชี้มาที่หลิงหยวน
“เอ๋”พวกเหยาอวิ้นพากันงุนงง
“เพราะอะไร”หลิงหยวนเองก็แปลกใจ
“ท่านเจ้าสำนักสีสถานะสูงดังนั้นคงไม่อยากให้ใครรบกวนข้าเลยเตรียมห้องไว้ให้คุณชายโดยเฉพาะ”หานอีกล่าว
“เช่นนั้นก็ขอบคุณท่านทูตหานอีมาก”เจ้าสำนักกล่าว
“ไม่เป็นไรทางเราได้เตรียมสาวใช้เอาไว้แล้วหากขาดเหลืออะไรสามารถเรียกพวกนางได้” หานอีโบกมือก่อนจะมีสาวใช้สองสามคนเดินออกมา
“ไม่มีอะไรแล้วพวกเราเดินทางมาเหนื่อยต้องขอตัวพักผ่อน”เจ้าสำนักกล่าว
“ในคืนนี้จะมีงานเลี้ยงต้อนรับขอให้ทุกท่านมาเข้าร่วมมือพูดคุยแลกเปลี่ยนกับสำนักอื่นๆด้วย”หานอีมองมายังหลิงหยวนเห็นได้ชัดความหมายของนางคือให้หลิงหยวนมาให้ได้ก่อนที่นางจะเดินจากไป
“ฮึนางสารเลวหมายตาศิษย์น้องอย่างไม่ต้องสงสัย” หนานเว่ยกล่าว
“ใช่แล้วห้องนี้จะต้องมีอะไรแน่ๆ ไหนดูสิว่านางแอบเล่นลูกไม้อะไรเอาไว้” เหยาอวิ้นเองก็ไม่สบอารมณ์เดินเข้าไปในห้องก่อนจะพบว่าห้องของหลิงหยวนกว้างมากมีของตกแต่งที่หรูหราเกินกว่าจะเป็นห้องพักธรรมดาไปมาก
“ศิษย์น้องข้าว่าห้องนี้ไม่ปลอดภัยเจ้าพักห้องใกล้ๆกับพวกเราดีกว่า”หนานเว่ยกล่าว
“ใช่แล้วศิษย์พี่รองผู้หญิงคนนั้นสร้างห้องแยกเช่นนี้จะต้องแอบเล่นงานท่านตอนกลางคืนแน่” เหยาอวิ้นกล่าว
“ศิษย์พี่ทั้งสองไม่ต้องกังวลก่อนจะพักข้าจะวางค่ายกลเอาไว้นางเข้ามาไม่ได้หรอก” หลิงหยวนกล่าว
“เช่นนั้นก็ดีจำไว้ป้องกันให้แน่นหนาอย่าให้นางเข้ามาได้” หนานเว่ยกล่าว