Chapter 07
ความอัดอั้นที่ทำให้สติขาดผึง
ผมเห็น ‘เอ้’ยืนทำหน้าซีดเซียวอยู่กับพี่โจลีนตอนเราออกจากโรงพยาบาลศัลยกรรมชื่อดังย่านกังนัมใน่บ่ายอันแสนเหน็ดเหนื่อย เพราะมีทีมโปรดักชันและโฟโตกราฟเฟอร์มาคอยถ่ายทำั้แ่เจ็ดโมงเช้า จนถึงตอนนี้มีเพียงน้ำเปล่ากับนมกล้วยที่กลิ้งขลุกขลิกอยู่ในท้องพวกเราเท่านั้น
“มีอะไรกันเหรอครับ?” ผมเอ่ยถามขณะเดินขนาบข้างไปกับพี่โจลีนตอนที่ทีมของเรากำลังเคลื่อนพลไปยังร้านปิ้งย่างซึ่งอยู่ถัดไปอีกสามร้อยเมตร
“เอ้บอกว่าลืมคอนเฟิร์มห้องพักไว้ให้คุณมอสน่ะสิ แถมตอนนี้โรงแรมที่เราพักก็เต็มหมดแล้วด้วย กลัวว่านายจะด่าก็เลยมาปรึกษาพี่หน้าซีดหน้าเซียว”
ได้ฟังอย่างนั้นผมเองก็พลอยจนปัญญาไปด้วย เพราะก่อนเดินทางทุกคนก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าตัวเองต้องนอนห้องไหนและจับคู่กับใคร
“ส่วนใหญ่ก็เป็ผู้หญิงกันซะด้วยสิ” พี่โจลีนพึมพำต่อ “จริงสิ กายนอนคนเดียวไม่ใช่เหรอ?”
“อย่าบอกนะ...” ผมรีบร้อง
เอาอีกแล้ว... กายรับจบอีกแล้วสินะ
“แต่ผมไม่ชอบนอนร่วมกับคนอื่นพี่ก็รู้... แถมห้องผมเป็เตียงเดี่ยวซะด้วย”
“เอาน่า ช่วยกันไปก่อน วันนี้นายดูเหนื่อย ๆ ถ้ามีปัญหาเื่ห้องไปกวนใจอีก ได้ะเิลงใส่เอ้ตูมใหญ่แน่ คราวนี้ก็จะพาลไม่จอยกับพวกเราไปด้วย ทริปนี้จะกร่อยเอานะ”
พอคิดภาพตามก็ได้แต่ถอนหายใจ เพราะดันมีเ้านายที่ใช้อารมณ์บริหาร หากไม่รู้ใจกันจริง ๆ ก็จะอยู่ด้วยกันยาก
ผมล่ะอยากจะทึ้งหัวไอ้เอ้จริง ๆ ถึงจะเป็เด็กจบใหม่ที่ชอบทำหน้าเด๋อ ๆแต่ก็ไม่คิดว่ามันจะซื่อบื้อได้ขนาดนี้
แล้วการที่ผมกับมอสได้นอนร่วมห้องและเตียงเดียวกันก็ไม่ใช่สิ่งที่วางแผนไว้แต่แรก
“ขอบคุณมากนะครับคุณกาย” ไอ้เอ้ส่งคีย์การ์ดให้ผมพร้อมขยิบตาวิงค์ให้ ก่อนจะช่วยลากกระเป๋าเดินทางของผมไปที่ห้องโดยมีผู้ชายตัวสูงอีกคนเดินตามมาด้วย “อยู่ด้วยกันดี ๆ อย่าทะเลาะกันนะครับ” พูดจบไอ้ตัวต้นเื่ก็วิ่งหายไป
“ไอ้เวรนี่!”
“อย่าไปว่าเขาเลย นั่นน่ะคิวปิดของเราเลยนะ”
ผมหันไปค้อนใส่เขาก่อนจะปรี่ตัวเองไปหงายผึ่งบนเตียงอย่างอ่อนล้า
“อัญญาฝากฉันให้ดูแลนาย ก็ไม่คิดว่าจะต้องดูแลใกล้ชิดตามตูดต้อย ๆขนาดนี้”
“ก็ตอนนี้ผมมีแต่คุณกายแล้วทั้งใจ”
“อย่าทำเป็พูดล้อเล่น”
“ไม่ได้ล้อเล่นนะครับ เมื่อคืนคุณกายทำผมใจจะขาดเกือบตาย” คนพูดทำหน้าทะเล้นขณะรื้อของบางอย่างออกจากกระเป๋ามาจัดเรียง
ผมยันตัวเองลุกขึ้นนั่งแล้วมองหน้าเขาผ่านเงาสะท้อนในกระจกปลายเตียง
“แสดงว่านายติดใจ...”
คนที่ยืนอยู่จ้องตอบสายตาผ่านเงาสะท้อนนั้นกลับมา “ยังจำความเสียวได้ขึ้นใจเลยล่ะ”
ผมเองก็ชักเสียววูบในช่องท้อง ใจเต้นรัวขึ้นมาอีกแล้ว
“วันนี้จะไม่ทำอะไรทั้งนั้น นายรีบเข้าไปอาบน้ำเร็ว ๆฉันจะได้อาบบ้างแล้วก็รีบนอน พรุ่งนี้ตารางถ่ายทำเช้าตรู่อีกแล้ว”
มอสยักคิ้วใส่ผมอย่างยียวน ก่อนจะปลดกระดุมแล้วถอดเสื้อออกจนเผยให้เห็นแผงอกกำยำที่ผมได้แนบซุกเมื่อคืน จากนั้นก็เลื่อนมือไปปลดเข็มขัดหนังเฟอร์รากาโมแล้วปลดตะขอดึงกางเกงสแล็คลงจนเผยให้เห็นกางเกงในทรงทรังค์สีดำจากจีออร์จีโออาร์มานี
เขามีรสนิยมที่น่าชื่นชมและรูปร่างของเขาดีจนผมเผลอกลืนน้ำลาย ขณะมองเขาคว้าผ้าขนหนูมาพันห่อท่อนร่างอย่างนวยนาด
นี่ล่ะ มันจะไม่จบไม่สิ้นก็เพราะอย่างนี้
สามีของคนอื่นกำลังยั่วยวนผมอย่างจงใจ
ราวสามสิบนาทีมอสก็ออกจากห้องน้ำมาด้วยตัวเปียกหมาด จึงเป็คิวผมที่จะได้ชำระร่างกายบ้าง
ผมลำเลียงสัมภาระของใช้ประจำตัวไว้ข้างอ่างล้างหน้า ก่อนจะหันไปแขวนผ้าเช็ดตัวที่ราวก็ต้องเห็นอะไรบางอย่างพาดคาเอาไว้อยู่ เหมือนจะเป็ตัวเดียวกับที่เขาใส่ก่อนจะเข้าห้องน้ำ
โดยที่ยังไม่ทันต้องะโร้องเรียก เ้าของมันก็เดินเข้ามา “ผมลืมน่ะ”
“จงใจมากกว่ามั้ง” ผมย้อนพร้อมบีบยาสีฟันใส่แปรงยัดเข้าปาก
“สมกับเป็คุณกายจริง ๆไม่ว่าสถานการณ์ไหน ๆ ก็อ่านออกไปซะหมด” ร่างสูงว่าพร้อมกับก้าวอาด ๆ เข้ามาด้านหลังผมอย่างพลการ
ผมที่ฟองเต็มปากจึงยังไม่อยากโต้ตอบอะไรให้ฟังลำบาก
จู่ ๆมือหนาก็ยกขึ้นมาแล้วบีบนวดที่ไหล่ทั้งสองข้างของผม “วันนี้คุณน่าจะเหนื่อยทั้งวันกว่าใคร แถมยังรับบทเป็พิธีกรภาคสนามด้วย มากความสามารถจริง ๆ”
ผมพยายามขัดขืนแต่แรงของเขาเยอะกว่าและกำลังฝืนต้านผมไว้
“คุณเป็คนที่มีเสน่ห์จริง ๆนะคุณกาย...”
เมื่อเห็นว่าเขายังไม่หยุด ผมจึงต้องรีบคายฟองยาสีฟันออกแล้วรีบบ้วนปากล้างน้ำ
“ท่าทางแบบนี้ เกิดชอบฉันขึ้นมาแล้วรึไง?” ผมแกล้งย้อน
“ไม่ปฏิเสธนะ”
พอได้ฟังคำตอบกลับก็ดันเป็ผมเสียเองที่ออกอาการประหม่า
“แล้วคุณล่ะ?”
“ทำไม?”
“ชอบผมบ้างมั้ย?”
ผมจ้องคนที่ยืนอยู่ข้างหลังผ่านเงาสะท้อนในกระจกแล้วกระตุกยิ้มมุมปากแทนคำตอบจู่ ๆมือซุกซนก็เลื่อนจากหัวไหล่ทั้งสองข้างของผมมาโอบที่รอบเอวพร้อมกับซุกใบหน้ามาที่ต้นคอ
“ผมชอบกลิ่นน้ำหอมคุณจัง...”
“แล้วอะไรที่มันกำลังดุนบั้นท้ายฉันอยู่กันนะ”
คนถูกถามคลี่ยิ้มอย่างชอบใจ “ก็ของที่มันอยู่ในปากคุณเมื่อคืนไงล่ะ...”
ผมเผลอกัดริมฝีปากตอนที่ดวงตาคมนั้นช้อนสบกลับมาอย่างท้าทาย
เอาอีกแล้ว...
สายตาที่จะทำให้ผมควบคุมตัวเองไม่ไหว
“นอกจากผ้าขนหนูบาง ๆ นี่แล้ว... ผมก็ยังไม่ได้ใส่อะไรเลยนะ”
“แค่ัักับฉัน นายก็แข็งแล้วเหรอ?”
“ไม่รู้สิ”
“นายรู้...” ผมหันหน้ากลับมาเผชิญกับคนตัวสูงกว่า “นายรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่...”
“...”
“และรู้วิธีรับมือกับมันแล้วใช่มั้ย?”
ดวงตาสีนิลวาวโรจน์จนเป็ประกาย เขามองใบหน้าผมราวกับกำลังแสดงความ้าที่เตรียมจะปะทุออกมา
“ผม... อยากทำกับคุณ แบบที่ไม่ได้ทำเมื่อคืน...”
“ทำสิ... รออะไรล่ะ?” พูดจบผมก็โผเข้าไปประกบกับริมฝีปากอวบอิ่มที่กำลังพูดจาอ้อมค้อมทันที
อีกฝ่ายตอบรับผมด้วยการจูบอย่างดุดันราวกับอดทนกักเก็บมันเอาไว้มานาน ก่อนที่เราสองคนจะเผยออ้าแลกลิ้นทะลวงกระพุ้งแก้มซึ่งกันและกันบดคลึงไปตามเส้นประสาทภายในอุ้งปากอย่างดูดดื่ม ปลายลิ้นสากของอีกฝ่ายไล้โลมไปทั่วโพรงร้อนขณะที่ผมก็ตอบรับด้วยการตวัดรัดชอนไชไล้วนทั่วเพดานปาก
ปานจะกลืนกินกัน
อย่างไม่มีใครยอมแพ้ใคร...
“ไปแอบฝึกมาแล้วรึไง?”
“ผมแค่ไม่อยากทำให้คุณประทับใจั้แ่แรก กลัวคุณจะเป็ฝ่ายหลงผมแทนเพราะแค่การจูบ...”
“อวดดี!”
คนตัวใหญ่กว่ารุกหนักจนร่างผมเซไปพิงกับขอบอ่างล่างหน้า ชนเข้ากับของใช้ที่เพิ่งจัดวางเป็ระเบียบเรียบร้อยจนล้มกลิ้งระเนระนาด พร้อมสองมือก็ปัดป่ายลูบคลำไปทั่วสรรพางค์กายของกันและกันจนผ้าขนหนูที่ห่อหุ่ม่ล่างของเขาไว้นั้นหลุดลุ่ยและััได้ถึงท่อนกลางกายที่กำลังผงาดอยู่ตรงหน้าท้องผม
คิดไว้อยู่แล้วล่ะว่าถ้ามีครั้งแรกแล้วก็ต้องมีครั้งต่อไป
แต่ไม่คิดว่าผมจะทำให้เขาโงหัวไม่ขึ้นจนราวกับขาดสติได้ขนาดนี้...