ยอดหญิงมหากาฬ องค์ที่ 1 เด็กสาว
จากเด็กกำพร้าคนหนึ่งที่พ่อแม่ทิ้งไปั้แ่แรกเกิด เติบโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของโรงพยาบาล ฉัน…หนิงเอ๋อร์ แม้ไร้ซึ่งสกุล แต่ก็หาได้สาปแช่งโชคชะตาไม่ ช่างหัวโชคชะตาปะไร ในเมื่อร่างกายก็มีครบสามสิบสองประการ หมั่นร่ำเรียนฝึกฝน ทำงานสร้างตัว และสุดท้ายก็จบลงที่…เ้าของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
ไม่ใช่ว่าเพราะดวงซวยหรืออะไรหรอก เพียงแค่ไม่อาจจะทอดทิ้งเหล่าเด็กๆ ที่มีชะตาคล้ายกันได้ ก็เลยยังคงอยู่ใกล้เคียง วนเวียน และดูแล จากวันนั้นเป็ต้นมา
หรือว่าอาจเป็เพราะหัวใจดวงนี้โหยหาครอบครัวก็เป็ได้ เพียงแต่ครอบครัวหาได้ผูกมัดโดยสายเืไม่ แค่มีใจผูกพันเท่านั้น…เพียงเท่านั้น
ชีวิตนี้ใช้ได้คุ้มค่าแล้ว จนกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิต บนเตียงสีขาวและแสงแดดที่สดใส เหล่าพี่น้องและลูกรักต่างยืนล้อมเตียงร่ำไห้ แต่อย่าได้ทุกข์ใจเลย ฉันคนนี้กำลังจะไปด้วยดี ขอแค่รอยยิ้มส่งท้ายสำหรับการบอกลาิญญาหญิงเฒ่าคนนี้…ก็เพียงพอแล้ว
หลับตาลงอย่างแ่เบา ปล่อยกายและใจให้ล่องลอยออกไป พลันนึกว่า…ถึงคราปลดเปลื้องแล้วในทุกอย่างของชีวิต แต่…
“ข้าว่าิญญาดวงนี้ก็เหมาะดีนะ สำหรับโลกของเ้านะ”
เอ๋…เสียงของใครกัน?
“ดูจากประวัติของดวงิญญาแล้ว อืมมม…ข้าว่าก็ดีนะ โลกของข้าล้าหลังกว่าโลกของเ้านับหลายร้อยหลายพันปี หากมีดวงิญญานี้ไปกระตุ้นให้เกิดแรงกระเพื่อมแก่เหล่าดวงชะตาก็คงจะดีไม่น้อย”
ใครกำลังพูดอยู่น่ะ?! เหมือนมีตาแก่สองคนพูดอยู่ในหัวเลย
“อ่อ...โทษทีนะแม่หนู…พอดีว่าเทพของมิติข้างๆ เขาขอความช่วยเหลือมาน่ะ ช่วยไปทำงานให้เขาหน่อยจะได้ไหม?”
ทำงาน? ฉันเพิ่งจะได้พักผ่อนนะ!!! แต่เดี๋ยว! เมื่อกี้พูดว่าเทพใช่ไหม?! ใช่ไหม?!!!! (ในใจร้องะโบ่นออกไป เพราะไม่อาจส่งเสียงได้)
“เอาน่าๆ เดี๋ยวข้าอวยพรให้เ้า…แข็งแรง ไม่เจ็บไม่ป่วยแล้วกัน”
จะได้ทำงานได้ไม่หยุดพักหรือไง?!! (ได้ยินด้วยแฮะ)
“แล้วก็…ให้มีความจำดี องค์ความรู้ที่มีในความทรงจำไม่ว่าจะเคยมองผ่านหรือเลือนราง ก็ขอให้จำได้และนึกออก อย่างชัดเจนแล้วกัน”
ตาแก่อีกคนก็ไม่ได้ฟังกันเลยสินะ!
“เอาเถอะแม่หนู เดี๋ยวข้าจะพาเ้าไปในโลกของข้าแล้วกัน ตอนนี้ข้ากำลังหนักใจกับเหล่ามนุษย์ที่นั่นเหลือเกิน”
มีปัญหาอะไรหรือไง?! ทำไมต้องเป็ฉันด้วยล่ะ?
“ก็เ้าพวกนั้นคิดอะไรกันไม่ค่อยจะเป็ คนที่มีความรู้ก็มีอยู่หรอก แต่คนที่ไม่มีความรู้ก็ดักดานเสียเหลือเกิน พูดตรงๆ คือการพัฒนาด้านการเอาตัวรอดมันไม่ค่อยจะมี แล้วพวกอสูรกับภัยธรรมชาติก็ไม่ใช่อะไรที่ดูน่ารักเสียด้วย”
แล้วไหงสร้างโลกแบบนั้นขึ้นมาล่ะ? ทำให้มันง่ายหน่อยไม่ได้หรือไง?
“ก็…บททดสอบของผู้ที่สมควรอยู่รอดไง! บททดสอบที่เทพอย่างเรามักจะมอบให้ เพื่อให้เหล่ามนุษย์ได้พยายามและพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ”
ห๋า!!!!
“โลกของเ้าก็เคยมี แต่ตอนนี้ไม่มีแล้ว…บททดสอบน่ะ เพราะมนุษย์บนโลกของเ้าก้าวข้ามสิ่งเ่าั้มาหมดแล้ว”
เหรอ…?!
“แต่โลกที่เ้าจะไป ยังมีกลุ่มผู้ฝึกวิทยายุทธและพลังลมปราณอยู่มากมาย ผู้ที่ฝึกจนกลายเป็เทพยุทธ หรือเทพาก็มี เ้าไม่คิดว่ามันน่าสนใจบ้างหรือ?”
แหม…มันก็ดูแฟนตาซีดีอยู่หรอกนะ แล้วมันเหมือนหนังกำลังภายในที่ลูกๆ ของฉันดูใช่ไหม?
“จะว่าเหมือนก็เหมือนอยู่หรอก แต่…ข้าคิดว่าถ้าเป็เ้า อาจจะกลายเป็มหาเซียนยุทธเลยก็ได้นะ”
ไม่เห็นจะยากเป็เลยสักนิด แล้ว…ฉันยังสงสัยไม่หายเลย พวกท่านสองคนเสียงเหมือนกันมาก ฉันก็สับสนอยู่ว่ากำลังพูดกับใครกันแน่ ราวกับผู้เฒ่าที่พูดอยู่กับตนเอง ไม่ทราบว่าพวกท่านเป็ใครกันหรือ?
“ข้าคือเทพผู้สร้างโลกของเ้า”
“ส่วนข้าคือเทพผู้สร้างโลกข้างๆ”
ห๋า?! เทพผู้สร้าง!!!! โลกข้างๆ!!! เออ…คือว่า…ทำไมท่านผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสอง ถึงได้เลือกดิฉันด้วยเ้าคะ? (เหงื่อออกเลยไหมเนี่ย เห็นว่าเป็เทพ ใครจะไปคิดว่าเป็ถึงเทพผู้สร้าง)
“ไม่เอาๆ พูดแบบเดิมน่ะดีแล้ว”
“ใช่ๆ ข้าว่าพูดแบบเดิมดีกว่านะ ฮ่าๆๆ”
ก็พอดีดิฉันเคยเป็คนแก่ก่อนมาที่นี่น่ะเ้าค่ะ ไอความนอบน้อมแบบเด็กๆ ก็เลยไม่ได้ใช้เสียนาน เห็นว่าพวกท่านก็ดูแก่ๆ เหมือนกัน ก็เลยพูดตามปกติ ต้องขออภัยด้วยเ้าค่าาาา
“ฮ่าๆ”
“ช่างเถอะแม่หนู”
พวกท่านไม่มีชื่อหรือเ้าคะ?
“ไม่มีและไม่จำเป็ จนกว่าจะได้พบกันอีกครั้ง…ลาก่อนนะสาวน้อย”
“ไม่มีและไม่จำเป็ จนกว่าจะได้พบกันอีกครั้ง…ยินดีต้อนรับนะสาวน้อย”
อ่าว! เดี๋ยวๆ!! อย่าตัดจบการสนทนาแบบนี้สิเ้าค้าาาาาาา!!!!
(-)
ดวงิญญาถูกแรกกระชากเข้ามาในพื้นที่บางแห่งที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ราวกับถูกดึงทะลุกำแพงน้ำตกอย่างไรอย่างนั้น แรงกดดันมหาสารเข้าปะทะไปที่ดวงิญญา แต่ก็เพียงครู่ทุกสิ่งทุกอย่างก็นิ่งสงบไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว แม้โดยรอบจะยังไม่ต่างจากที่ๆ จากมาเท่าไร แต่ก็รู้สึกได้ว่าไม่เหมือนเดิมอยู่ดี
เมื่อเวลาผ่านไปจนคุ้นชิน ดวงิญญานี้ได้แปรเปลี่ยนไปเป็ร่างคล้ายกับร่างเดิมยามเป็มนุษย์ และเริ่มเดินไปอย่างไร้จุดหมาย ในใจนั้นพร่ำบ่นเทพผู้สร้างว่าเหตุใดไม่ไปส่งให้ถึงที่หมายกัน จนกระทั่งเสียงๆ หนึ่งเรียกหา
“ท่านเ้าคะ”
“ใครน่ะ?”
เสียงเล็กๆ ของเด็กสาวร้องเรียกอยู่ใกล้ๆ อย่างอ่อนแรง นั่งคุดคู้อยู่ที่พื้นในชุดเก่าขาดรุ่งริ่งราวกับกองผ้าขี้ริ้ว
“ได้โปรด…ช่วยดูแลท่านพ่อกับท่านแม่ด้วยนะเ้าคะ”
“เอ๋!…ทำไมล่ะ? แล้วหนูเป็ใคร?”
“ข้าเป็เด็กอกตัญญู ไม่อาจจะอยู่ดูแลท่านพ่อกับท่านแม่ได้ ทำได้เพียงรบกวนท่าน”
“ไม่เอาน่า ไหนๆ มาเล่าให้ยายฟังหน่อยสิ”
ไม่อาจจะปล่อยผ่านไปได้ น้ำตาของเด็กน้อยไหลรินมากมาย ก้มกราบแทบเท้าราวกับจะร้องขอความเมตตาครั้งสุดท้าย จะให้เด็กตัวน้อยต้องทรมาณได้ยังไง
อ้อมแขนนี้ได้สวมกอดเด็กสาวอย่างอบอุ่น โอบอุ้มตัวเธอขึ้นมาจากพื้นอย่างแ่เบา และค่อยๆ ซับน้ำตาออกจากแก้มน้อยๆ อย่างทะนุถนอม
เด็กน้อยทำหน้าใ ไม่คิดว่าคนผู้นี้จะกล้าััตัวเธอที่สกปรกมอมแมมราวกับก้อนดิน น้ำตาที่ถูกเช็ดกลับไหลออกมามากกว่าเดิม แต่แล้วใบหน้าน้อยๆ ก็ถูกกดลงที่หน้าอกอันอบอุ่นเพื่อรับน้ำตาของนางเอาไว้
“โอ๋ๆ ไม่ร้องๆ นะ”
ทันใดนั้นแสงสว่างก็บังเกิดขึ้นจากร่างกายทั้งสอง ดวงิญญาผสานเข้าด้วยกันราวกับทั้งสองต่างก็เป็ครึ่งของกันและกัน หนิงเอ๋อร์ยืนหลั่งน้ำตากับอ้อมแขนที่ว่างเปล่าราวกับไม่มีอะไรมาั้แ่แรก ภาพความทรงจำและความรู้สึกของสาวน้อยไหลเข้ามาในหัวดั่งกระแสน้ำไหล ใบหน้าของหนุ่มสาวที่ผอมบางและรอยยิ้มของทั้งคู่กำลังบาดลึกลงจิตใจ ทั้งหมดนั้นคือความทรงจำของสาวน้อย…หนิงเอ๋อร์
“เพราะไร้พลังที่จะดูแลท่านพ่อท่านแม่สินะ”
ร้องไห้เพราะอ่อนแออย่างนั้นหรือ! ช่วยไม่ได้!!…นับแต่นี้ต่อไป หนิงเอ๋อร์ผู้นี้จะทำเพื่อเธอ ทำแทนเธอให้เอง สาวน้อยที่ชื่อเดียวกัน…หนิงเอ๋อร์
และแสงสว่างก็บังเกิดเส้นทางและชี้นำเป้าหมายให้เธอแล้ว