บทที่ 18 การหยอกเย้า
การร้องไห้ของเธอทำให้พี่สะใภ้ต้วนรู้สึกไม่สบายใจ เธออ้ำอึ้งอยู่พักใหญ่ราวกับกำลังคิดหาทางช่วยหลิวเยว่
"เสี่ยวหลิว ฉันจะจดจำเื่นี้ไว้และหาทางให้ แต่เธอก็อย่าเพิ่งรีบร้อนนะ ถึงยังไงมันก็เป็เื่สำคัญในชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง"
หลิวเยว่พยักหน้า เช็ดน้ำตาแล้วเดินกลับไป
"ผู้หญิงคนนั้นน่าสงสารจริง ๆ " พี่สะใภ้ต้วนถอนหายใจพลางพูดอย่างหดหู่
ซ่งเฉียวคิดว่าบางทีเธออาจจะมองผิดไปจริง ๆ ก็ได้ ไม่แปลกที่ซูจงจวินจะมั่นใจขนาดกล้าพนันกับเธอ ถึงกับใช้เื่อาหารเช้าตั้งครึ่งปีเป็ข้อตกลง
เธอคิดตามพลางถอนหายใจ "ก็จริงนะคะ ตอนนี้บ้านเมืองยังไม่สงบสุขเท่าไหร่ การขึ้นเกาะมากับหลิวเยว่ก็ดูเป็การตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว"
"ถ้าคุณว่างก็ไปมาหาสู่กับพวกเขาบ่อย ๆ นะ เสี่ยวหลิวเป็เด็กสาวที่ซื่อ ๆ แถมยังมีน้ำใจด้วย" เธออยากจะบอกว่าหลิวเยว่จบมัธยมปลาย ให้ซ่งเฉียวไปเรียนรู้วิชามัธยมปลายจากเธอคงไม่ผิด แต่นึกขึ้นได้ว่าซ่งเฉียวก็เหมือนเธอที่ไม่ชอบเรียนหนังสือ จึงไม่อยากบังคับ
ใน่ที่ทั้งสองคนกำลังคุยกันอยู่นั้น เสี่ยวจางก็ขับรถมาถึงบ้านของซูจงจวินพอดี
"พี่สะใภ้ครับ ไก่มาถึงแล้ว แต่ห่านทางร้านค้าสวัสดิการบอกว่าต้องรออีกสองวัน ผมเลยเอาไก่มาส่งให้ก่อน" เสี่ยวจางพูดพลางเปิดท้ายรถแล้วหยิบกรงสองใบออกมา แต่ละกรงมีไก่อยู่สองตัว
ซ่งเฉียวให้เขาช่วยนำไก่เข้าไปไว้ในเล้า จากนั้นทั้งสองคนก็ไปช่วยกันขนอาหารสัตว์หนึ่งกระสอบลงมาจากรถ
เสี่ยวจางคิดอย่างละเอียดรอบคอบ "พวกพี่สะใภ้เพิ่งย้ายมา คงทำอาหารไม่บ่อย ผมเลยซื้ออาหารสัตว์มาให้กระสอบหนึ่ง หลังจากนี้เวลาทำอาหารก็เอาเศษอาหารมาเลี้ยงไก่ได้"
"รบกวนคุณจริง ๆ ดึกขนาดนี้ยังต้องมาส่งให้อีก" ซ่งเฉียวยื่นเงินค่าอาหารสัตว์ให้เขา
เสี่ยวจางปฏิเสธ "ผู้พันไม่ยอมให้พวกผมมอบของขวัญแต่งงาน งั้นถือว่านี่เป็ของขวัญแต่งงานของผมแล้วกันนะครับ"
ไม่เคยเห็นใครเอาอาหารสัตว์มาเป็ของขวัญแต่งงานมาก่อน ซ่งเฉียวรู้สึกว่าหนุ่มคนนี้จริงใจดี อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาก็เลยไม่ปฏิเสธ บอกเสี่ยวจางว่าถ้าบ้านจัดการเรียบร้อยแล้ว ให้มากินข้าวที่บ้านด้วยกัน
พอเสี่ยวจางได้ยินว่าจะเลี้ยงข้าว ตาก็เป็ประกายรีบพยักหน้ารับคำ รู้สึกว่ามีแรงในการเข้าเวรกะดึกคืนนี้ขึ้นมาทันที
"งั้นผมขอตัวก่อนนะครับพี่สะใภ้"
่เช้ามืด ซูจงจวินกลับมาท่ามกลางดวงดาวและแสงจันทร์ พอเข้าบ้าน ซ่งเฉียวก็ได้กลิ่นน้ำทะเลที่ติดตัวเขามา จึงถามด้วยความประหลาดใจ "คุณไปลงทะเลมาเหรอ?"
ซูจงจวินมองเธอด้วยสายตาดุ ๆ "ตอนขากลับน้ำขึ้น มีร่องน้ำตื้น ๆ ที่ต้องผ่าน ก็เลยต้องลงน้ำเดินข้ามไป"
ตอนกลางคืนน้ำทะเลเย็นมาก อีกทั้งตอนนี้เป็ฤดูใบไม้ผลิ อุณหภูมิก็ไม่ปรานีนัก ทำให้ซูจงจวินหนาวจนริมฝีปากซีดขาว
"ฉันจะต้มน้ำร้อนให้คุณอาบน้ำนะ"
ซ่งเฉียวลุกขึ้น ซูจงจวินเรียกเธอไว้ "คุณรอผมอยู่เหรอ?"
เขารู้นาฬิกาชีวิตของซ่งเฉียวดี ปกติประมาณสี่ทุ่มก็เข้าห้องแล้ว ตอนนี้เกือบตีหนึ่งเธอกลับยังนั่งอยู่ชั้นล่าง
จริง ๆ แล้วซ่งเฉียวอยากบอกว่าที่บ้านไม่มีใคร เธอกลัวจนนอนไม่หลับ เลยนั่งอยู่ชั้นล่างดีกว่า แต่เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของซูจงจวิน เธอจึงเม้มปากพยักหน้า
คำตอบของเธอทำให้ซูจงจวินรู้สึกดี รู้สึกหายหนาวไปบ้าง จึงเดินอย่างกระฉับกระเฉง
เขาเปลี่ยนเป็ชุดฝึก ช่วยซ่งเฉียวยกถังน้ำเข้าครัว จากนั้นก็เทน้ำใส่หม้อต้ม ซ่งเฉียวหันไปเห็นโอ่งน้ำที่เหลือน้ำแค่ครึ่งเดียว ถอนหายใจ คิดว่าหนีไม่พ้นชะตากรรมที่ต้องตักน้ำแน่ ๆ
ทันใดนั้นเธอก็นึกขึ้นได้ว่าบนเกาะมีโรงงานประปา จึงถามซูจงจวิน "ฉันเห็นว่าบนเกาะมีโรงงานประปา ทำไมไม่ต่อน้ำประปาเข้าบ้านล่ะ"
ซูจงจวินไม่ได้เชี่ยวชาญด้านนี้ เพียงแค่เคยได้ยินผู้บังคับการหลิวพูดถึงบ้างเป็ครั้งคราว
"ดูเหมือนว่าเขตที่พักของพวกเราจะอยู่ห่างจากปากทะเลมากเกินไป การระบายน้ำคงไม่สะดวก" พูดไปน้ำก็เดือดพอดี ซูจงจวินรีบเทน้ำใส่กาน้ำแล้วถือไปห้องน้ำ
แต่ซ่งเฉียวไม่คิดว่านี่เป็ปัญหา แค่หาจุดเชื่อมต่อตรงกลางมาต่อท่อระบายน้ำก็น่าจะได้
เธอไม่ทันคิดอะไรก็เดินตามซูจงจวินไปที่ห้องน้ำ ซูจงจวินใหันมามองเธอ พูดติดอ่าง "คุณ...คุณ...ตามมาทำไม!"
ท่าทางตื่นตระหนกของเขาทำให้ซ่งเฉียวได้สติ เธอมองสำรวจเขาอย่างหยอกเย้า นาน ๆ จะได้รู้สึกเหนือกว่าเขาสักที อดไม่ได้ที่จะแหย่เขา "จะมาถามว่าคุณ้าให้ช่วยถูหลังไหม"
ซูจงจวินหน้าแดงก่ำ ะโว่า "ไม่ต้อง!"
พูดจบก็รีบปิดประตู
ซ่งเฉียวรู้สึกขำ หลุดหัวเราะออกมาพลางเคาะประตูห้องน้ำถามต่อ "แน่ใจนะว่าไม่้า?"
ซูจงจวินที่อยู่ข้างในรู้สึกหมดคำพูด ดึกดื่นป่านนี้ผู้หญิงคนนี้เกิดคึกอะไรขึ้นมา เขารีบราดน้ำใส่ตัวแล้วหันไปะโอย่างรำคาญ "ผมไม่้า"
ด้วยกลัวว่าซ่งเฉียวจะเปิดประตูเข้ามา เขาจึงรีบอาบน้ำให้เสร็จ สวมเสื้อผ้าแล้วเดินออกมา ซ่งเฉียวที่ยืนพิงกรอบประตูอยู่ยิ้มเ้าเล่ห์พลางมองสำรวจเขาั้แ่หัวจรดเท้า
เป็ครั้งแรกที่เธอพบว่าการแกล้งซูจงจวินนั้นสนุกดี ท่าทางตื่นตระหนกเมื่อครู่ดูเหมือนเด็กหนุ่มไร้เดียงสาเลยทีเดียว
ซูจงจวินสะดุ้งใ ตาเบิกโพลงจ้องมองซ่งเฉียวอย่างไม่พอใจ ราวกับว่าซ่งเฉียวได้ลวนลามเขาจริง ๆ
แค่สายตาก็นับว่าลวนลามแล้ว!
แต่เขาไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ง่าย ๆ จึงวางอ่างลง กอดอกมองซ่งเฉียวบ้าง เลียนแบบท่าทางของเธอ มุมปากยกขึ้นพลางมองสำรวจเธออย่างไม่เกรงใจ ตอนนี้ซ่งเฉียวสวมชุดกระโปรงตัวหลวม เรือนร่างอ้อนแอ้นแทบจะมองเห็นผ่านเนื้อผ้า
สีหน้าเธอชะงัก ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"คุณมองฉันแบบนั้นทำไม?"
"เมื่อกี้คุณก็มองผมแบบนี้เหมือนกันไม่ใช่หรือ?" ซูจงจวินพูดพลางเดินเข้าไปหาซ่งเฉียว บีบให้เธอถอยไปจนชิดหน้าต่างห้องครัว ใบหน้าและใบหูของซ่งเฉียวแดงก่ำ ในใจก็รู้สึกโกรธที่เขาทำตัวไม่สุภาพ
"คุณจะทำอะไร"
ทั้งสองคนอยู่ห่างกันเพียงแค่ลมหายใจกั้น ซ่งเฉียวขี้ขลาดจนไม่กล้าสบตากับซูจงจวิน
"คุณชอบผมใช่ไหม?" ซูจงจวินถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"คุณปล่อย..." ซ่งเฉียวกำลังจะด่าเขา แต่จู่ ๆ ก็เห็นใบหูสีชมพูของเขา ที่แท้คนคนนี้ก็กำลังประหม่านี่เอง แต่ยังพยายามทำท่าสงบนิ่ง
เมื่อเห็นว่าเธอไม่โต้แย้งสักที ซูจงจวินก็มองเธอด้วยความสงสัย แต่เสียงหัวใจเต้นของเขากลับดังเหมือนเสียงกลอง และเต้นเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
ในตอนนั้น ซ่งเฉียวจู่ ๆ ก็โถมตัวเข้าไปกอดเขา ยังไม่ทันได้พูดหยอกอะไร เขาก็ใะโหนีออกมา
ซ่งเฉียวเห็นท่าทางเก้อเขินของเขาแล้วหัวเราะจนยืนตัวตรงไม่ไหว
"อยากมาทำเป็เล่นกับฉันแบบนี้ทำไม!" พูดจบ ซ่งเฉียวก็เดินอ้อมตัวเขาออกจากห้องครัวแล้วรีบวิ่งขึ้นบันไดไป
จริง ๆ แล้วในใจเธอก็รู้สึกสับสนมาก แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับซูจงจวิน เธอก็ไม่อาจแพ้ในเื่บรรยากาศและท่าทีได้! ไม่อย่างนั้นเขาคงจะหัวเราะเยาะเธอไปตลอดชีวิต
ทิ้งให้ซูจงจวินที่อยู่ชั้นล่าง ยืนปิดแก้มที่ร้อนผ่าวของตัวเอง เขาไม่เคยเจอผู้หญิงแบบนี้มาก่อนเลย! เขาคงเป็บ้าไปแล้วที่แต่งงานกับเธอ ตอนนี้ยังต้องมาทนให้เธอแกล้งเล่นอีก
"รอดูเถอะ!" เขาเดินไปที่บันไดพลางกัดฟันพูด
หลังจากพายุไต้ฝุ่นผ่านพ้นไป ผิวทะเลก็กลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง สายลมทะเลพัดโชยอ่อนโยน บางครั้งก็มีคลื่นซัดสาด เสียงคลื่นกระทบฝั่งช่วยกล่อมให้คนหลับใหล
แต่ซูจงจวินและซ่งเฉียวกลับนอนพลิกไปพลิกมาหลับไม่ลง โดยเฉพาะซ่งเฉียว เธอค่อย ๆ ลืมตามองม่านโปร่งสีขาวที่พลิ้วไหวตามสายลมทะเล นึกถึงภาพที่เธอแกล้งซูจงจวินในคืนนี้ แล้วตบแก้มตัวเองด้วยความเสียใจ
เธอคิดอะไรอยู่กันแน่ ถึงได้ไปแกล้งผู้ชายแบบนั้น จะทำให้ซูจงจวินมีความประทับใจที่ไม่ดีต่อเธอหรือเปล่า? แต่เธอก็ไม่ใช่คนแบบนั้นนี่นา
ด้วยความกลัดกลุ้ม เธอจึงพลิกตัวอีกครั้ง
แต่จากการัั คนคนนี้ก็มีหน้าอกที่กว้างขวาง และรูปร่างก็ดีอีกด้วย
เธอหัวเราะคิกคักออกมา สีหน้าเหมือนแมวน้อยที่ขโมยของกินได้สำเร็จ
ผิวน้ำทะเลเกิดคลื่นซัดสาดขึ้นมาอีกครั้ง เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังซ่า ๆ ช่วยขับกล่อมให้หลับ แต่ไม่รู้ทำไมทั้งสองคนถึงฝันเหมือนกัน ในความฝันเต็มไปด้วยภาพอันงดงาม ทำให้จมดิ่งลงไปในห้วงฝันโดยไม่รู้ตัว