ผ่านไปหลายวัน
ข่าวคราวของพ่อลูกบ้านหลิงเงียบหายไปจนคนบ้านถังคิดว่า ทั้งสองคงไม่สนใจทำงานแล้ว สองพี่น้องบ้านถังจึงหอบที่นอนกลับไปยังบ้านหลังน้อย เพราะสัตว์ทะเลตากแห้งนั้นเพียงพอสำหรับหน้าหนาวแล้ว
เด็กน้อยที่ตั้งใจจะแบ่งหมึกแห้งขายก็ต้องตัดใจไป สาหร่ายกับกุ้งเองก็ตากแห้งไว้มากทีเดียว จะเหลือก็แต่หอยนางรมที่ยังไม่ได้เก็บมาทำน้ำปรุงรส
วันนี้เหล่าบุรุษทั้งสี่คนจะเข้าป่ากัน เสี่ยวหลินจึงร้องตามไปด้วย นางเกาะหลังของเทียนเฉินไม่ยอมปล่อย จนเขาต้องจับนางมาวางบนรถเข็นด้วย
สองอาหลานตกลงกันว่าจะไปจับปลาที่น้ำตกใกล้กับแอ่งน้ำเก่าที่เคยมาเก็บมันเทศ พอมาถึงทั้งสองจึงขอแยกตัวกับเทียนหรง ฮุ่ยสง และหลิวห้าว ที่จะเข้าไปล่าหมูป่ากัน
"เสี่ยวหลินขอให้ท่านพ่อ ท่านตาและท่านอาห้าว ล่าหมูป่าได้เยอะๆ เลยนะเ้าคะ" เทียนหรงได้ฟังก็หัวเราะจนตาหยี ก่อนจะเอ่ยตอบบุตรสาว
"เยอะขนาดนั้นพ่อจะขนกลับมายังไงล่ะลูก"
"ฮิฮิ ท่านพ่อแข็งแรงมากต้องขนกลับมาได้แน่นอนเ้าค่ะ"
เมื่อกล่าวลากันเรียบร้อย ทุกคนก็ต่างแยกย้าย เทียนเฉินเข็นรถไปยังน้ำตกที่มาจับปลากลับไปกินบ่อยๆ ทั้งสองแบ่งหน้าที่กันโดยที่เทียนเฉินจะเป็คนลงไปตักปลา ส่วนเสี่ยวหลินจะเป็คนรอจับปลาใส่ถัง
เสียงเจี๊ยวจ๊าวของสองอาหลานดังลั่นไปหมด จนสัตว์เล็กสัตว์น้อยต้องวิ่งหนีออกไปให้ห่าง เพราะใกับเสียงอันดังของมนุษย์
ทางด้านบ้านถัง
ฮุ่ยหนิงกับจางรั่วที่ว่างงานอยู่ที่บ้านก็ออกมาเดินดูแปลงมันเทศ ไม่ได้เข้าไปวุ่นวายแถวๆ บริเวณที่กำลังก่อสร้างบ้านหลังใหม่เพราะมีแต่เหล่าบุรุษอยู่กันเป็สิบคน บ้านหลังใหญ่ใกล้จะเสร็จเรียบร้อยแล้ว คาดว่าอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์คนบ้านถังก็จะได้ย้ายของเข้าไปในบ้านหลังใหม่แล้วล่ะ
จางรั่วกับฮุ่ยหนิงเดินดูแปลงมันเทศ มือก็คอยดึงวัชพืชทิ่งไปด้วย เสี่ยวหลินตัวน้อยเคยบอกเอาไว้ว่าหลังจากที่มันเจริญเติบโตเลื้อยไปตามพื้นแล้ว ก็ไม่จำเป็ต้องรดน้ำบ่อยนัก
"อีกหนึ่งเดือนก็ขุดได้แล้วสินะ"
"เ้าค่ะ เจริญงอกงามได้ดีมากเลยนะเ้าคะท่านแม่"
เสี่ยวจงเองก็เดินตามมนุษย์ต้อยๆ มันมองดูต้นพืชสีสดอย่างไม่ใส่ใจ มันเคยแอบมากินเ้าพืชชนิดนี้อยู่ครั้งหนึ่ง แต่ยางของพืชชนิดนี้ทำเอามันต้องรีบคายออกมาแล้วรีบวิ่งกลับไปดื่มน้ำอย่างเร่งด่วน
"ไม่ออกไปวิ่งเล่นเล่า มาเดินตามทำไม หือ" จางรั่วลูบหัวเ้าวัวอ้วน มันถูไถหัวกับมือของมนุษย์เพราะอยากให้เล่นกับมัน
"สร้างคอกให้อยู่ก็ไม่ยอมอยู่ ถ้าโตกว่านี้จะนอนในบ้านไม่ได้แล้วนะเสี่ยวจง" ฮุ่ยหนิงเอ่ยบ่นอย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะได้ยินเสียงเรียกดังอยู่หน้าบ้าน
ร่างผอมเดินออกไปที่หน้าบ้าน มองเห็นคนแปลกหน้าสองคน กับเด็กมายืนรออยู่ นางขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเป็ใคร
"ท่านหลิงเหิงหรือเ้าคะ"
"ขอรับ ข้ามาด้วยเื่การจ้างงานน่ะขอรับ ท่านยัง้าคนทำงานอยู่หรือไม่"
ฮุ่ยหนิงมองดูใบหน้าของเขาที่โทรมขึ้นมาก สตรีข้างกายของเขาก็มีร่องรอยความเครียดที่มองเห็นได้ชัดเจน เด็กชายสองคนเองก็เช่นเดียวกัน
"เ้าค่ะ อย่างนั้นเชิญเข้ามาด้านในก่อนเถิด ตอนนี้สามีของข้าไม่อยู่ เขาเข้าไปล่าสัตว์ในป่าน่ะเ้าค่ะ" ฮุ่ยหนิงเปิดประตูรั้ว เอ่ยเชื้อเชิญแขกให้เข้ามาด้านใน
ครอบครัวหลิงเดินตามเ้าของบ้านเข้าไปนั่งที่แคร่ไม้ไผ่ ก่อนที่ฮุ่ยหนิงจะเข้าไปเอาน้ำดื่มมาให้แขก สี่คนพ่อแม่ลูกรับถ้วยใส่น้ำไปถือไว้แล้วนั่งเงียบ ฮุ่ยหนิงมองท่าทางนั้นอย่างไม่เข้าใจ
"มีอะไรหรือเปล่าเ้าคะ สีหน้าพวกท่านดูไม่ดีเลย"
"นางเหนียงน่ะขอรับ ั้แ่ข้าบอกกล่าวว่าอยากจะเลิกทำงานให้นางแล้วออกไปหางานอื่นทำ นางก็มาะโด่าทอเสียงดัง ทั้งยังตามมาด่าที่หน้าบ้านแทบจะเช้าเย็น ที่ข้าหายไปก็เพราะไม่กล้าทิ้งภรรยาไว้ที่บ้านน่ะขอรับ"
ฮุ่ยหนิงได้ฟังอย่างนั้นก็ถอนหายใจหนักๆ หลังจากวันที่บุตรสาวเจอเื่ไม่ดีและเห็นท่าทางแปลกๆ ของบิดามารดา นางเกิดความสงสัยจึงเข้าไปถาม
ปรากฏว่าเมื่อก่อนมารดาของนางเป็คนหมู่บ้านไห่ปิน พอท่านตาท่านยายของนางเสียชีวิต พี่สาวแท้ๆ ของมารดา ซึ่งก็คือท่านยายจางที่ฮุ่ยหนิงไปขอนมมาให้เสี่ยวจงกินตลอดนั่นแหละ เป็ผู้ไปรับท่านแม่มาอยู่ด้วยที่บ้านของนางกับสามี
สมัยยังสาวจางรั่วก็กลับไปดูแลบ้านเก่าบ่อยๆ บางครั้งฮุ่ยสงที่เป็คนรักก็กลับไปด้วย นางเหนียงเห็นเข้าจึงเกิดชมชอบขึ้นมา พอพูดถึงตรงนี้จางรั่วก็ไม่เล่าต่อ ฮุ่ยหนิงคิดว่าคงเกิดเื่บางอย่างที่ไม่ดีขึ้นมาแน่ๆ เพราะใบหน้ามารดาของนางดูไม่ดีเอาเสียเลย
"รออยู่ที่นี่ก่อนก็แล้วกันนะเ้าคะ สามีข้าเข้าป่าั้แ่เช้าแล้ว ่เที่ยงๆ เขาก็คงจะกลับมา ถึงตอนนั้นค่อยพูดคุยกัน"
สองสามีพยักหน้ารับ พร้อมกับบอกว่าจะรอ ฮุ่ยหนิงจึงขอตัวกลับไปที่แปลงมันเทศ โดยมีเด็กชายสองคนร้องขอตามไปด้วย และเดินตามหลังต้อยๆ
หลิงไห่กับหลิงหานมองดูแปลงมันเทศหลายหมู่ด้วยดวงตาเบิกกว้าง พวกเขาไม่เคยเห็นบ้านไหนปลูกพืชผักได้เจริญงอกงามดีเช่นนี้มาก่อน
"ใครมาล่ะลูก" จางรั่วเงยหน้าขึ้นมาถามบุตรสาว
"บ้านหลิงน่ะเ้าค่ะ" จางรั่วได้ฟังก็พยักหน้ารับ ไม่ได้เอ่ยถามอะไรต่อ
ฮุ่ยหนิงจึงนั่งลงที่เดิมแล้วถอนหญ้าต้นใหญ่ๆ ที่ขึ้นถี่เหลือเกินออกให้หมด ส่วนต้นเล็กนางเก็บไว้บ้าง เพราะถ้าถอนหมดทั้งยี่สิบหมู่ก็คงไม่ต้องทำอย่างอื่นกันพอดี คงจะเป็เพราะได้ปุ๋ยดีกระมัง มันถึงได้ขึ้นกันแน่นขนาดนี้
ด้านเสี่ยวจงนั้นมองเด็กชายสองคนตาวาววับ มันเดินเข้าไปหาทั้งสองแล้วเงยหน้ามองอยู่อย่างนั้น สองพี่น้องบ้านหลิงเองก็มองเ้าวัวน้อยแปลกตาอย่างฉงนเช่นกัน
มออ~
"พี่ใหญ่ มันคือวัวหรือขอรับ" หลิงหานเอ่ยถามเสียงเบา เขากระตุกชายเสื้อพี่ชายยิกๆ ตามองเ้าวัวขนปุยอย่างสนใจ
"พี่คิดว่าใช่นะ แต่ทำไมขนมันยาวเช่นนี้ล่ะ"
เสี่ยวจงแกว่งหางอย่างร่าเริง มันอยากให้สองพี่น้องไปวิ่งเล่นกับมัน มันจึงเดินนำออกไปยังที่ดินว่างเล็กๆ ที่มันชอบไปเล็มหญ้า เ้าวัวคอยหันกลับไปมองบ่อยๆ ว่าเ้ามนุษย์เดินตามมาหรือไม่ เมื่อเห็นสองพี่น้องตามหลังมาติดๆ มันจึงเดินสลับะโต่อไป
"ฮ่าๆๆ พี่ใหญ่ เ้าวัวมันทำอะไรน่ะขอรับ" หลิงหานมองท่าทางะโไปมาของเสี่ยวจงแล้วหัวเราะเสียงดัง
"มันอาจจะอยากเล่นกับเรานะ" เด็กชายทั้งสองวิ่งตามเ้าวัวอ้วนไป
ทั้งสามวิ่งเล่นอยู่บนที่ดินเล็กๆ อย่างสนุกสนาน ส่งเสียงหัวเราะสลับกับเสียงะโเจี๊ยวจ๊าวจนฮุ่ยหนิงกับจางรั่วหันไปมอง
หลิงเหิงกับภรรยาที่ได้ยินเสียงของบุตรชายก็ขอเสียมารยาทเดินออกมาดูเช่นกัน เพราะเกรงว่าบุตรทั้งสองจะไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น
"ดูเหมือนเสี่ยวจงจะมีเพื่อนเล่นแล้วนะเ้าคะ" ฮุ่ยหนิงเอ่ยขึ้นมา สายตาก็มองไปยังเ้าวัวอ้วนที่วิ่งเล่นอย่างร่าเริง โดยมีเด็กชายสองคนคอยวิ่งไล่จับ
"คงจะเหงาน่ะสิ เสี่ยวหลินก็ไปทำงานที่ทะเลบ่อยๆ"
ตกเที่ยงสองอาหลานก็เข็นรถเข็นที่เต็มไปด้วยถังปลากลับมาที่บ้าน เสี่ยวหลินนั่งแหมะอยู่ที่ด้านหน้ารถเข็น ส่งเสียงร้องเพลงเย้วๆ อย่างอารมณ์ดี
"เพลงอะไรของเ้ากัน" เทียนเฉินเอ่ยถามหลานสาว
"เพลงของชาวโพ้นทะเลเ้าค่ะ"
"โอ้ เสี่ยวหลินน้อยรู้จักภาษาของชาวโพ้นทะเลด้วยหรือ" เขาถามอย่างไม่จริงจังนัก เพราะคิดว่าหลานสาวคงจะพูดไปอย่างนั้นเอง เด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงักจนแก้มกระเพื่อม
"เสี่ยวหลินเก่ง"
"ขอรับเถ้าแก่เนี้ยน้อยเก่งที่สุด" เสี่ยวหลินหัวเราะคิกคัก
รถเข็นคันเล็กมาจอดที่หน้าบ้าน สองอาหลานมองดูคนแปลกหน้าที่นั่งพูดคุยกันอยู่กับจางรั่วอย่างสงสัย แต่พอเข็นรถเข้ามาในบ้านก็จำได้ว่าเป็ผู้ใด เสี่ยวหลินยิ้มกว้างแล้วเอ่ยทักทายเสียงดัง
"ท่านลุงจะมาทำงานให้เสี่ยวหลินแล้วหรือเ้าคะ" ร่างอวบถูกอุ้มลงมาวางที่พื้น นางเดินเข้าไปรับกระบอกน้ำดื่มมาจากมารดา ฮุ่ยหนิงมองดูบุตรสาวครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าครัวไป
"ใช่แล้วล่ะ เสี่ยวหลินจะยังจ้างลุงอยู่หรือไม่" หลิงเหิงเอ่ยถามเด็กน้อยตัวกลม เขาเพิ่งได้สังเกตเด็กน้อยอย่างถ้วนถี่ ใบหน้า
น่ารักกับเนื้อตัวขาวอวบทำให้เขาและภรรยาเอ็นดูเป็อย่สงมาก ทั้งสองอยากจะมีบุตรสาวเช่นกันแต่เด็กน้อยก็แสนดื้อดึงไม่ยอมมาเกิดเสียที
"จ้างสิเ้าคะ เสี่ยวหลินจะเก็บสัตว์ตากแห้งเอาไว้ขายเ้าค่ะ" นางพูดจบก็ยกกระบอกน้ำขึ้นดื่มอย่างกระหาย แก้มน้อยๆ แดงปลั่งจากการตากแดดมาั้แ่ชายป่า
"โอ้ ถึงกับขายด้วยหรือ อย่างนั้นอย่าลืมแบ่งขายให้ลุงด้วยนะ"
"เสี่ยวหลินไม่ขายหรอกเ้าค่ะ ท่านลุงมาทำงานให้เสี่ยวหลิน เสี่ยวหลินจะแบ่งให้อยู่แล้วเ้าค่ะ" ร่างกลมๆ เดินเข้าไปปีนขึ้นแคร่อย่างทุลักทุเลเพราะติดพุง
เมื่อก่อนไม่เห็นขึ้นยากขนาดนี้นี่นา
เทียนเฉินเห็นอย่างนั้นก็อุ้มหลานสาวขึ้นไว้บนแคร่ก่อนจะยกถังใส่ปลาไปเก็บไว้หลังบ้านเตรียมชำแหละต่อไป
"แล้วปลานั่นเ้าจะทำอย่างไรล่ะ" จางรั่วเอ่ยถามหลานสาว
"เราจะชำแหละแล้วผ่ากลางั้แ่ส่วนท้องมาถึงครีบด้านหลังเ้าค่ะ แต่ไม่ต้องตัดให้ขาด" ทุกคนนึกภาพตามแต่ก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดีว่าจะเป็แบบไหน
ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจากหน้าบ้าน เป็บุรุษทั้งสามที่เข็นรถเข็นสองคันเข้ามา พร้อมกับหมูตัวอ้วนสี่ตัวที่นอนอยู่บนนั้น
เสี่ยวหลินเห็นอย่างนั้นก็ตาวาว ร่างอวบะโตุบลงจากแคร่วิ่งดุ๊กๆ เข้าไปดูเ้าหมูตัวอ้วนอย่างรวดเร็ว แต่ละตัวอ้วนท้วนสมบูรณ์ดีมาก
"ได้ถึงสี่ตัวเลยหรือเ้าคะ สุดยอดมากเลยเ้าค่ะ!"
"ฮ่าๆๆ ตาของเ้าล่าหมูได้ถึงสองตัวเชียวนะ" ฮุ่ยสงอุ้มหลานสาวขึ้นมาหอมแก้ม
"ว้าววว ท่านตาคือสุดยอดผู้พิชิตหมูป่าเลยเ้าค่ะ!" เด็กน้อยตบมือแปะๆ จนผู้ถูกชมหัวเราะเสียงดังลั่น
"อ้าว นั่นท่านหลิงเหิงไม่ใช่หรือ" เป็เทียนหรงที่เอ่ยทักขึ้น
หลิงเหิงเห็นอย่างนั้นก็ลุกขึ้นมาโค้งตัวให้ฮุ่ยสงและเทียนหรง ถึงแม้เทียนหรงจะดูอายุน้อยกว่าเขาหลายปี แต่ในอนาคตคนผู้นี้จะเป็นายจ้างของเขา เขาจึงต้องเคารพคนผู้นี้มากสักหน่อย
"ขอรับ ข้ามาถามไถ่เื่จ้างงานน่ะขอรับ"
"อ้อ เื่นั้นค่อยพูดคุยกันเถอะ ข้าจะจ้างท่านแน่นอน แต่ตอนนี้มาช่วยกันชำแหละหมูกันดีกว่าขอรับ พวกท่านจะได้แบ่งไปกินด้วย"
"เอ่อ.."
"ไม่ต้องเกรงใจไปหรอก ไปเร็วเข้า เข็นรถไปหลังบ้าน"ฮุ่ยสงเห็นชายหนุ่มจะเอ่ยปฏิเสธเขาจึงรีบโบกมือแล้วพูดตัดบท
ชายชราอุ้มหลานสาวตัวกลมเดินนำไปยังหลังบ้าน ทุกคนเห็นอย่างนั้นก็เดินตามไป หลิงเหิงหันมองภรรยาที่ยืนทำหน้างง เขาจึงดึงแขนนางให้เดินตามทุกคนไป
"ท่านพี่.." นางเอ่ยเรียกสามีเสียงเบา
"มี่ฮวา อย่าสงสัยอะไรเลย พวกเขาใจดีอย่างนี้เอง แต่ถึงขนาดจะแบ่งเนื้อหมูที่ล่ามาได้อย่างยากลำบากให้กับคนแปลกหน้าเช่นนี้ ข้าเองก็เพิ่งจะเคยเจอ" เขาเอ่ยบอกให้ภรรยาไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้วเดินตามคนอื่นไป
"กลับมากันแล้วหรือเ้าคะ" ฮุ่ยหนิงได้ยินเสียงบิดาหัวเราะดังลั่นพร้อมกับเสียงพูดคุยกันมายังหลังบ้านนางจึงออกมาดู
"อ้อ อาหนิง ไม่ต้องทำกับข้าวนะ วันนี้พ่อกะว่าจะกินหมูย่างให้หนำใจ จริงสิ ทำแค่ตับหมูผัดต้นหอมป่าก็แล้วกัน" ฮุ่ยสงหันไปเอ่ยกับบุตรสาวอย่างอารมณ์ดี
"ได้เ้าค่ะท่านพ่อ" ฮุ่ยหนิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มก่อนจะเอ่ยขอตัวไปเก็บต้นหอมป่า มี่ฮวาเห็นอย่างนั้นก็เอ่ยขอตามไปด้วย
"เอาล่ะ เราก็มาชำแหละหมูกันเถอะ" เทียนหรงเอ่ยขึ้นมา
"แล้วปลานี่ล่ะพี่ใหญ่" เทียนเฉินเอ่ยถามลาที่เขาจับมาได้ถึงสามถัง
"เอาไว้ตากที่ทะเลเ้าค่ะท่านอา เพราะที่ทะเลแดดแรงมากๆ" เสี่ยวหลินเอ่ยบอกท่านอาของนาง
เทียนเฉินพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เหล่าบุรุษพากันแบกหมูไปวางไว้ห่างจากบ้านสักหน่อย แล้วจัดการสุมฟางแห้งเพื่อเผาขนหมูป่า
เสี่ยวหลินกอดอกมองดูเหล่าบุรุษทั้งหลายทำงานกันเสียงดังวุ่นวาย หมูสี่ตัวได้ขาด้านหลังของหลังหมูมาถึงแปดขา เื่เกลือนางไม่ห่วงแล้วเพราะหลายวันที่ผ่านมานางกับมารดานั่งต้มเกลือกันทั้งวัน ได้เกลือมาหนึ่งไหใหญ่ เพียงพอต่อการพอกขาหมูแน่นอน
ขาหน้าเอาไปทำขาหมูตุ๋นดีกว่า~
มออออ~
เสียงร้องอันดังของเสี่ยวจงดังเข้ามา มันวิ่งตุบตับเข้ามาภายในบริเวณรั้วบ้านออดอ้อนเด็กน้อยตัวกลมเพื่อขอนม ผ่านมาราวสองเดือนกว่าแล้วแต่เ้าวัวอ้วนก็ยังชอบกินนมมากๆ
"หิวล่ะสิเ้าอ้วน" มือขาวลูบหัวเ้าวัวที่ตัวจะสูงเท่านางแล้ว
มอ~
เสี่ยวจงร้องเบาๆ อย่างพอใจเมื่อเ้านายตัวน้อยเกาคางให้มัน บางครั้งมันยังแลบลิ้นออกมาเลียที่มือน้อยๆ
"ฮิฮิ อ้าวพี่ชายไห่กับเสี่ยวหาน" เสี่ยวหลินเอ่ยทักเด็กชายทั้งสองที่เดินตามเ้าวัวอ้วนมา
"เสี่ยวหลิน เ้าเองก็ไปล่าหมูป่ามาหรือ" หลิงไห่เอ่ยทักเด็กน้อยเ้าบ้าน ก่อนหน้านี้เข้าได้ยินว่าบิดาของนางเข้าไปล่าหมูป่า และเขาก็ไม่เห็นนางอยู่ที่บ้านจึงคิดว่าน่าจะตามบิดาไป
"ไม่ใช่หรอกเ้าค่ะ เสี่ยวหลินไปจับปลากับท่านอา จริงสิ พี่ชายไห่ช่วยยกถังนมมาเทให้เสี่ยวจงหน่อยได้ไหมเ้าคะ คนอื่นๆ ไม่มีใครว่างเลย"
"ได้สิ"
เสี่ยวหลินเดินนำหลิงไห่เข้ามายกถังนมในห้องครัว ส่วนนางก็ออกไปเอากะละมังนมให้มัน เด็กชายยกถังนมเทใส่กะละมังครึ่งหนึ่งตามที่เด็กหญิงบอก เ้าเสี่ยวจงแกว่งหางอย่างอารมณ์ดี เมืุ่์เทเสร็จมันก็เข้าไปดื่มกินทันที
"เฮ้อ เสี่ยวจงไม่ทำงานทำการ กินอย่างเดียวเลย"
########################################