จันทร์กระซิบคลื่น

    บทที่ 5: คำในใจ

    ระยะห่างระหว่างพีทอันนา และมีนากลายเป็๲สิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป เหมือนมีกำแพงล่องหนกั้นแยกมีนาออกจากพีทกับอันนาอันนาและพีทพยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่รอยร้าวในมิตรภาพของพวกเขาก็ยิ่งชัดเจนขึ้นจนไม่อาจซ่อมแซมได้

    พีทกับอันนาทุ่มตัวเองลงไปในเ๹ื่๪๫เรียนและโครงการกลุ่มพยายามเบี่ยงเบนความสนใจจากช่องว่างที่กำลังขยายใหญ่ขึ้นแต่ความหนักอึ้งของมันยังคงอยู่เสมอ กัดกร่อนความคิดของพีททีละน้อย


    บ่ายวันหนึ่งขณะที่พีทและอันนากำลังเดินกลับไปห้องเรียนหลังมื้อกลางวันอันนาเป็๞คนทำลายความเงียบก่อน


                “เราควรลองคุยกับเธอให้มากกว่านี้”เธอพูด น้ำเสียงเธอเบาแต่จริงจัง “ระยะห่างมันยิ่งแย่ลงเรื่อย ๆ”


                พีทถอนหายใจยาว ส่ายหัวเบา ๆ“ไม่ใช่ว่าฉันไม่พยายามนะ ทุกครั้งที่ฉันชวนเธอไปทำอะไร เธอก็มักจะมีแผนอยู่แล้ว...กับพี่เค้า”


                พีทแลดูลังเลแต่ความหงุดหงิดที่สะสมอยู่ข้างในทำให้เขาต้องพูดออกมา “เธอก็รู้สึกเหมือนกันใช่มั้ย? ทุกครั้งที่เราอยู่ที่สนามบาสเหมือนกับว่า…เราไม่ได้เป็๞ส่วนหนึ่งของชีวิตมีนาอีกแล้ว เหมือนเราเป็๞แค่ตัวประกอบในเ๹ื่๪๫ของพวกเค้า”


    อันนาไม่ได้พูดอะไรแต่ความเงียบของเธอดังกว่าคำพูดใด ๆ เธอพยักหน้าดวงตาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดและเศร้าเหมือนที่พีทเองก็รู้สึกไม่มีใครอยากยอมรับมัน แต่ทั้งสองต่างก็รู้ว่ามันคือความจริง

     

    ถึงแม้มีนามากินมื้อกลางวันกับพีทและอันนาแต่มันก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เธออยู่ที่นั่นแค่ร่างกายแต่จิตใจของเธออยู่ที่อื่น อยู่กับพี่กิตติ

    เสียงของเธอเต็มไปด้วยความสุขทุกครั้งที่พูดถึงเขาและรอยยิ้มของเธอสดใสจนแทบจะเจิดจ้าเกินไปที่จะมอง พีทพยายามฝืนยิ้มตอบและพูดอะไรที่ดูสนับสนุน เช่น “ว้าว เขาดูจริงจังกับเธอมากเลยนะ”


    แต่ภายในใจกลับเป็๲อีกเ๱ื่๵๹หนึ่งเขาอยาก๻ะโ๠๲ออกมาว่า “พอแล้ว! เลิกพูดถึงเขาได้ไหม!” แน่นอนว่าเขาไม่เคยพูดออกไปเพราะรอยยิ้มนั้นของเธอ…มันหยุดเขาไว้ทุกครั้ง


    ส่วนอันนาเธอหาวิธีรับมือในแบบของเธอเอง ทุกครั้งที่มีนาพูดถึงพี่กิตติเธอจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านทันที เธอไม่พูดอะไรเลย มุ่งสมาธิไปที่หน้ากระดาษแม้ว่าจะเห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้มันอ่านจริง ๆ


    มันดูไปก็น่าตลกดีจนพีทนั้นคิดกับตัวเองในหัวว่า “เธอพกหนังสือนั่นไว้แค่หนีสถานการณ์แบบนี้หรือเปล่า?”


    แต่ความเงียบของเธอกลับสื่ออะไรได้มากกว่าคำพูดเธอก็เหนื่อยที่จะฟังเ๱ื่๵๹ของพี่กิตติไม่ต่างจากกัน

     

    การสอบกลางภาคมาถึงพร้อมกับงานกลุ่มและการบ้านที่ถาโถมเข้ามาจนทำให้พีทรู้สึกเหมือนกำลังจมอยู่ในคลื่นของความเครียดโดยปกติ มีนาจะอยู่ด้วยกันกับอันนาและพีทตลอดช่วยกันอ่านหนังสือและบ่นเ๱ื่๵๹งานที่หนักหนา แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม


    ตอนนี้พี่กิตติคือคนที่ช่วยเธออ่านหนังสือแน่นอนว่าเขาเรียนเก่งเหมือนทุกอย่างที่เขาทำ ดูเหมือนว่าเขาจะสมบูรณ์แบบไปหมดจนน่ารำคาญ

    เย็นวันหนึ่งขณะที่พีทกับอันนากำลังทำโครงการกลุ่มที่ยากจนแทบจะหมดแรง พีทสังเกตเห็นว่าอันนาเหม่อมองไปที่ไกลๆ ริมฝีปากเธอเม้มแน่นเหมือนคิดอะไรอยู่


                “มีอะไรเปล่า?” พีทถาม


                เธอส่ายหัว “ไม่มีอะไร”


    แต่มันไม่ใช่ไม่มีอะไรพีทรู้ว่าเธออยากพูดอะไรบางอย่าง อยากปลดปล่อยความหงุดหงิดที่สะสมอยู่ในใจ แต่เธอหยุดตัวเองไว้เหมือนที่เธอทำเสมอ

    มิตรภาพของพวกเขาซึ่งเคยแข็งแกร่ง กลับรู้สึกเหมือนมันถูกยึดไว้ด้วยด้ายที่เริ่มจะขาดออกจากกันเสียงหัวเราะระหว่างมื้อกลางวัน เ๱ื่๵๹ล้อเล่นไร้สาระ ความใกล้ชิดที่ทั้งสามเคยมี ทุกอย่างกำลังเลือนหายไปทีละน้อย


    พีทไม่อาจหยุดคิดถึงเ๱ื่๵๹นี้ได้ทุกคืน ขณะที่เขานอนจ้องเพดาน คำถามเดียวกันนี้วนเวียนในหัวของเขา: เราจะกลับไปเป็๲เหมือนเดิมได้อีกไหม?


    แต่คำถามที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ: ถ้าคำตอบคือไม่ได้ล่ะ?


    ดังนั้น พีทจึงเลือกที่จะเงียบปล่อยให้ความหวังที่ว่าอะไรบางอย่างอาจแก้ไขด้วยตัวของมันเองเพราะแค่คิดถึงการสูญเสียมีนาและอันนา การสูญเสีย “มิตรภาพ” มันก็เกินกว่าที่เขาจะรับไหวแล้ว