ระยะห่างระหว่างพีทอันนา และมีนากลายเป็สิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป เหมือนมีกำแพงล่องหนกั้นแยกมีนาออกจากพีทกับอันนาอันนาและพีทพยายามทำเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่รอยร้าวในมิตรภาพของพวกเขาก็ยิ่งชัดเจนขึ้นจนไม่อาจซ่อมแซมได้
พีทกับอันนาทุ่มตัวเองลงไปในเื่เรียนและโครงการกลุ่มพยายามเบี่ยงเบนความสนใจจากช่องว่างที่กำลังขยายใหญ่ขึ้นแต่ความหนักอึ้งของมันยังคงอยู่เสมอ กัดกร่อนความคิดของพีททีละน้อย
บ่ายวันหนึ่งขณะที่พีทและอันนากำลังเดินกลับไปห้องเรียนหลังมื้อกลางวันอันนาเป็คนทำลายความเงียบก่อน
“เราควรลองคุยกับเธอให้มากกว่านี้”เธอพูด น้ำเสียงเธอเบาแต่จริงจัง “ระยะห่างมันยิ่งแย่ลงเรื่อย ๆ”
พีทถอนหายใจยาว ส่ายหัวเบา ๆ“ไม่ใช่ว่าฉันไม่พยายามนะ ทุกครั้งที่ฉันชวนเธอไปทำอะไร เธอก็มักจะมีแผนอยู่แล้ว...กับพี่เค้า”
พีทแลดูลังเลแต่ความหงุดหงิดที่สะสมอยู่ข้างในทำให้เขาต้องพูดออกมา “เธอก็รู้สึกเหมือนกันใช่มั้ย? ทุกครั้งที่เราอยู่ที่สนามบาสเหมือนกับว่า…เราไม่ได้เป็ส่วนหนึ่งของชีวิตมีนาอีกแล้ว เหมือนเราเป็แค่ตัวประกอบในเื่ของพวกเค้า”
อันนาไม่ได้พูดอะไรแต่ความเงียบของเธอดังกว่าคำพูดใด ๆ เธอพยักหน้าดวงตาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดและเศร้าเหมือนที่พีทเองก็รู้สึกไม่มีใครอยากยอมรับมัน แต่ทั้งสองต่างก็รู้ว่ามันคือความจริง
ถึงแม้มีนามากินมื้อกลางวันกับพีทและอันนาแต่มันก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เธออยู่ที่นั่นแค่ร่างกายแต่จิตใจของเธออยู่ที่อื่น อยู่กับพี่กิตติ
เสียงของเธอเต็มไปด้วยความสุขทุกครั้งที่พูดถึงเขาและรอยยิ้มของเธอสดใสจนแทบจะเจิดจ้าเกินไปที่จะมอง พีทพยายามฝืนยิ้มตอบและพูดอะไรที่ดูสนับสนุน เช่น “ว้าว เขาดูจริงจังกับเธอมากเลยนะ”
แต่ภายในใจกลับเป็อีกเื่หนึ่งเขาอยากะโออกมาว่า “พอแล้ว! เลิกพูดถึงเขาได้ไหม!” แน่นอนว่าเขาไม่เคยพูดออกไปเพราะรอยยิ้มนั้นของเธอ…มันหยุดเขาไว้ทุกครั้ง
ส่วนอันนาเธอหาวิธีรับมือในแบบของเธอเอง ทุกครั้งที่มีนาพูดถึงพี่กิตติเธอจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านทันที เธอไม่พูดอะไรเลย มุ่งสมาธิไปที่หน้ากระดาษแม้ว่าจะเห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้มันอ่านจริง ๆ
มันดูไปก็น่าตลกดีจนพีทนั้นคิดกับตัวเองในหัวว่า “เธอพกหนังสือนั่นไว้แค่หนีสถานการณ์แบบนี้หรือเปล่า?”
แต่ความเงียบของเธอกลับสื่ออะไรได้มากกว่าคำพูดเธอก็เหนื่อยที่จะฟังเื่ของพี่กิตติไม่ต่างจากกัน
การสอบกลางภาคมาถึงพร้อมกับงานกลุ่มและการบ้านที่ถาโถมเข้ามาจนทำให้พีทรู้สึกเหมือนกำลังจมอยู่ในคลื่นของความเครียดโดยปกติ มีนาจะอยู่ด้วยกันกับอันนาและพีทตลอดช่วยกันอ่านหนังสือและบ่นเื่งานที่หนักหนา แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม
ตอนนี้พี่กิตติคือคนที่ช่วยเธออ่านหนังสือแน่นอนว่าเขาเรียนเก่งเหมือนทุกอย่างที่เขาทำ ดูเหมือนว่าเขาจะสมบูรณ์แบบไปหมดจนน่ารำคาญ
เย็นวันหนึ่งขณะที่พีทกับอันนากำลังทำโครงการกลุ่มที่ยากจนแทบจะหมดแรง พีทสังเกตเห็นว่าอันนาเหม่อมองไปที่ไกลๆ ริมฝีปากเธอเม้มแน่นเหมือนคิดอะไรอยู่
“มีอะไรเปล่า?” พีทถาม
เธอส่ายหัว “ไม่มีอะไร”
แต่มันไม่ใช่ไม่มีอะไรพีทรู้ว่าเธออยากพูดอะไรบางอย่าง อยากปลดปล่อยความหงุดหงิดที่สะสมอยู่ในใจ แต่เธอหยุดตัวเองไว้เหมือนที่เธอทำเสมอ
มิตรภาพของพวกเขาซึ่งเคยแข็งแกร่ง กลับรู้สึกเหมือนมันถูกยึดไว้ด้วยด้ายที่เริ่มจะขาดออกจากกันเสียงหัวเราะระหว่างมื้อกลางวัน เื่ล้อเล่นไร้สาระ ความใกล้ชิดที่ทั้งสามเคยมี ทุกอย่างกำลังเลือนหายไปทีละน้อย
พีทไม่อาจหยุดคิดถึงเื่นี้ได้ทุกคืน ขณะที่เขานอนจ้องเพดาน คำถามเดียวกันนี้วนเวียนในหัวของเขา: เราจะกลับไปเป็เหมือนเดิมได้อีกไหม?
แต่คำถามที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ: ถ้าคำตอบคือไม่ได้ล่ะ?
ดังนั้น พีทจึงเลือกที่จะเงียบปล่อยให้ความหวังที่ว่าอะไรบางอย่างอาจแก้ไขด้วยตัวของมันเองเพราะแค่คิดถึงการสูญเสียมีนาและอันนา การสูญเสีย “มิตรภาพ” มันก็เกินกว่าที่เขาจะรับไหวแล้ว