ไลท์ยังคงนั่งอยู่ที่บาร์ด้วยท่าทางใจเย็น
“ เธอไม่กลับไปที่ห้องตัวเองหรอ? ” พนักงานสาวที่อายุมากสุดถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ ไม่จำเป็หรอก ” ไลท์ส่ายหน้าจากนั้นเขาก็หยิบใบค่าหัวออกมาดู
พนักงานสาวทั้งสามได้แต่มองหน้ากันไปมา เวลาแบบนี้ยังจะมีอารมณ์มานั่งดูใบค่าหัวอีกนะ
ไม่สิ! ใบค่าหัว ไม่ใช่ว่าหนุ่มน้อยคนนี้จะล่าค่าหัวกลุ่มโจรเนตรเพลิงหรอกนะ
โอ้วพระเ้า แค่คิดก็บ้าแล้ว
ไม่นานไลท์ก็หาใบค่าหัวของหัวหน้ากลุ่มโจรเนตรเพลิงเจอ
กลุ่มโจรเนตรเพลิงถือว่าเป็กลุ่มโจรที่แข็งแกร่งกว่ากลุ่มโจรหมีโลหิตมาก สมาชิกมีมากถึงแปดสิบคน รองหัวหน้าชื่อว่ามิเชล มีค่าหัวสูงถึงหกล้านจีเซลเป็จอมเวทย์ธาตุลม ส่วนหัวหน้ามีชื่อว่ามอนแรส จอมเวทย์ธาตุไฟค่าหัวสูงถึงสิบสี่ล้านจีเซล
การปล้นขบวนรถไฟคือการใช้เรือยนต์แล้วยืนปืนใหญ่ใส่ขบวนรถไฟเพื่อทำให้รถไฟล่ม จากนั้นก็ค่อยบุกฆ่าคนที่รอดชีวิตจากนั้นก็ปล้นสิ่งของมีค่าทั้งหมด
เรือยนต์คือยานพาหนะที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในโลกใบนี้ มีรูปร่างคล้ายกับเรือที่แล่นในทะเลเพียงแต่มันมีล้อและเครื่องยนต์ที่ใช้ในการเดินทาง เครื่องยนต์ใช้แกนคริสตัลเป็พลังงาน
เรือยนต์มีหลากหลายขนาดั้แ่เล็กที่นั่งได้เพียงไม่กี่คนจนไปถึงจุคนได้มากถึงพันคนก็ยังมี ซึ่งราคาต่ำสุดคือหลักล้าน สูงสุดคือหลักร้อยล้าน
ทางขบวนรถไฟเองก็มีปืนใหญ่เหมือนกัน เพื่อป้องกันการปล้นของกลุ่มโจรหรือไม่ก็ป้องกันการโจมตีของพวกสัตว์เวทย์
ทันใดนั้นก็มีเสียงปืนใหญ่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็เ้าหน้าที่รถไฟยิงใส่เรือยนต์กลุ่มโจรเนตรเพลิง
“ ให้ตายสิพวกมันชอบทำลายบรรยากาศซะจริงๆ ” ไลท์บ่นออกมาก่อนที่จะลุกขึ้นยืน
“ นี้นายจะไปไหน? ” พนักงานสาวคนหนึ่งถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ ไปเก็บกวาดขยะแปปเดียวเดี๋ยวผมกลับมา จริงสิถ้าผมกลับมาขอไฟเยอร์ค็อกเทลแก้วหนึ่งนะ ” ไลท์หัวเราะก่อนที่จะเดินไปหาเ้าหน้าที่คนหนึ่ง
“ รบกวนบอกให้ทางกัปตันให้ชะลอความเร็วของขบวนรถไฟให้หน่อย ” ไลท์พูดขึ้น
“ แกอย่ามาวุ่นวายได้ไหมกลับไปนั่งประจำที่ซะ ” เ้าหน้าที่ด่าออกมาทันที
ไลท์ส่ายหน้าเบาๆก่อนที่จะบ่นออกมาว่า “ งั้นก็ช่างเถอะความเร็วระดับนี้แปปเดียวฉันก็ตามทัน ”
จากนั้นไลท์ก็ทำในสิ่งที่ทุกคนในโบกี้รถไฟประหลาดใจคือเขาะโออกไปนอกหน้าต่างไป
“ ให้ตายสิวะ!! ” เ้าหน้าที่สบถแต่เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจไลท์แม้แต่น้อย ใครมันจะไปสนใจชีวิตคนอื่นทั้งๆที่ชีวิตตัวเองยังจะไม่รอด
ไม่ถึงห้านาทีก็เกิดเสียงะเิขึ้นที่ด้านนอกหลายครั้ง
เ้าหน้าที่รถไฟตื่นตระหนกก่อนที่จะชะโงกหน้าออกไปดูสถานการณ์ทันที ซึ่งคนอื่นๆที่อยู่ในโบกี้รถไฟก็ทำตามเหมือนกัน พวกเขามองไปก็พบว่าเรือยนต์ของกลุ่มโจรเนตรเพลิงถูกทำลายไปแล้ว
“ เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี้ย ” เ้าหน้าที่รู้สึกประหลาดใจแต่ก็ตื่นเต้นไปด้วยเช่นกัน เพราะถ้าเรือยนต์ของกลุ่มโจรเนตรเพลิงถูกทำลายแสดงว่าพวกเขาก็รอดแล้ว
ทันใดนั้นก็มีเงาหนึ่งพุ่งเข้ามาทางหน้าต่าง
เ้าหน้าที่และคนอื่นๆก็เห็นว่าเป็ไลท์ ชายหนุ่มที่ะโออกไปจากหน้าต่างเมื่อครู่
ไลท์เมื่อเข้ามาแล้วเขาก็บิดี้เีเบาๆและบ่นขึ้นว่า “ การออกกำลังกายหลังอาหารเย็นเป็เื่ที่ดีจริงๆไหนจะได้เงินอีก ”
“ นี้เธอไปทำอะไรมา?! ” เ้าหน้าที่รถไฟถามขึ้นด้วยความสงสัย ซึ่งคนอื่นๆเองก็อยากรู้เช่นกัน
“ ก็ไปฆ่าพวกมันไง ” ไลท์พูดขึ้นราวกับเป็เื่ปกติ
“ อะไรนะ!! ”
“ โอ้พระเ้า กลุ่มโจรเนตรเพลิงเป็กลุ่มโจรที่แข็งแกร่งมากทางการส่งกองทหารหลายคนมาจัดการแล้วแต่ก็ไม่สามารถจัดการได้ แต่ชายหนุ่มคนนี้จัดการได้ง่ายๆแถมใช้เวลาไม่นานด้วย ”
“ ชายคนนี้แข็งแกร่งแค่ไหนกันเนี้ย ”
ไลท์เองก็ไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่กลับไปนั่งกินเหล้าที่บาร์เหมือนเดิม
“ นายแข็งแกร่งมาก!! ” พนักงานสาวต่างพากันมาชื่นชมไลท์ด้วยท่าทีตื่นเต้น
ไลท์ไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่ยิ้มเฉยๆ
หลังจากนั้นทุกๆคนก็พากันแยกย้ายกันกลับไป
“ เรียนผู้โดยสารทุกท่าน เวลานี้ปัญหาของกลุ่มโจรเนตรเพลิงได้ถูกจัดการไปแล้วขอให้ทุกท่านสบายใจได้ ” เสียงของกัปตันดังขึ้นตามลำโพง
“ ไฟเยอร์ค็อกเทลที่เธอ้า ” พนักงานสาวยิ้มและวางค็อกเทลสีแดงเพลิงที่ด้านหน้าไลท์
“ ขอบคุณ ” ไลท์ยิ้ม
ไม่นานก็มีกลุ่มคนหลายคนเดินเข้ามาหาไลท์
“ สวัสดีหนุ่มน้อยฉันชื่อมาเต้เป็กัปตันรถไฟขบวนนี้ ฉันขอขอบคุณเธอแทนทุกๆคนบนขบวนรถไฟแห่งนี้ด้วย ” มาเต้พูดขึ้นด้วยความเคารพ
“ ไม่เป็ไรครับ ” ไลท์ส่ายหน้าแค่ค่าหัวก็ทำให้เขาได้เงินมากถึงยี่สิบล้านแล้วไหนจะสมบัติอีกจำนวนมากภายในเรือยนต์ของพวกมันอีก โดยรวมแล้วเขาได้เงินมาไม่ต่ำกว่ายี่สิบสามล้านเลยทีเดียว
“ เธอเป็นักผจญภัยหรือจอมเวทย์ที่สังกัดกิลด์? ” ชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบนิดๆถามขึ้น
“ นี้คือ? ” ไลท์มองไปยังชายนุ่มและกลุ่มคนด้านหลังด้วยความสงสัย
“ นี้คือจอมเวทย์กิลด์โนวาสปีริต พวกเขารับภารกิจคุ้มกันขบวนรถไฟขบวนนี้ ” มาเต้อธิบาย
“ ผมไลท์เป็นักผจญภัย ” ไลท์พูดขึ้น
“ นักผจญภัย? นายจะต้องเป็ักผจญภัยระดับสูงแน่ๆ ไม่อย่างนั้นนายจะสามารถเอาชนะกลุ่มโจรเนตรเพลิงได้ง่ายๆได้อย่างไร แต่ฉันก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามีนักผจญภัยที่อายุน้อยและแข็งแกร่งแบบนี้ ” ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงพูดขึ้นพร้อมกับมองมาที่ไลท์ด้วยความชื่นชม
หลังจากที่แนะนำตัวกันเสร็จแล้วทุกๆคนก็ขอตัวกันไป
ไลท์เองก็นั่งพูดคุยกับสามสาวจนกระทั้งถึงเมืองหลวงฟรอส
“ ไลท์ถ้าหากคืนนี้นายว่าง นายสามารถมาหาพวกเราได้ที่โรงแรมนะ ” หนึ่งในพนักงานสาวพูดพร้อมกับหัวเราะอย่างเ้าเล่ห์ ส่วนพนักงานอีกสองคนก็หัวเราะออกมาเช่นกัน
“ ถ้าผมว่างเดี๋ยวผมไปหาล่ะกันส่วนนี้คือหมายเลขของฉัน ” ไลท์พูดพร้อมกับหยิบเครื่องมือสื่อสารออกมา
เครื่องมือสื่อสารในโลกใบนี้คล้ายกับโทรศัพท์มือถือในโลกเก่าของเขา มันสามารถเมมเบอร์ของอีกฝ่ายได้และยังสามารถโทรหาคนที่อยู่ในหอคอยแห่งนิรันดร์ได้ด้วย
หลังจากที่แลกเบอร์ติดต่อแล้วสามสาวก็ขอตัวไปพักผ่อน
“ ในที่สุดก็ถึงสักทีเมืองหลวงฟรอส ” ไลท์บิดี้เี จากนั้นเขาก็ถามทางชาวเมืองแถวนั้นและมุ่งหน้าไปยังตึกสำนักงานนักผจญภัย
ตึกสำนักงานนักผจญภัยเป็ตึกสูงสี่ชั้นและยังมีความหรูหราอย่างมาก ตึกนักผจญภัยที่เมืองทิวลิปไม่สามารถเทียบได้เกือบที่เมืองหลวงแม้แต่เสี้ยวเดียว
ยังไม่ทันที่ไลท์จะเข้าไปในตึกสำนักงานนักผจญภัยก็มีเสียงะโดังต่อเนื่อง
“ สมกับเป็สถานที่วุ่นวายจริงๆไม่รู้ว่ากิลด์จอมเวทย์จะวุ่นวายแบบนี้ไหมนะ ” ไลท์ได้แต่ส่ายหน้าก่อนที่จะเดินเข้าไปข้างใน
ข้างในตึกสำนักงานนักผจญภัยมีขนาดใหญ่โตมาก แต่ทว่าภายในก็คล้ายๆกับที่เมืองทิวลิปอยู่บ้างแต่แตกต่างกันตรงที่การใช้วัสดุในการก่อสร้าง
ทุกๆคนในตึกนักผจญภัยต่างก็มองมาที่ไลท์ แต่ครู่เดียวก็เลิกให้ความสนใจ แต่ก็มีบางคนที่ยังให้ความสนใจไลท์อยู่
ไลท์เดินไปยังเคาน์เตอร์
ที่เคาร์เตอร์มีพนักงานชายหญิงอายุประมาณยี่สิบปลายๆคู่หนึ่งกำลังทำหน้าที่ของตัวเองอยู่
เมื่อไลท์เดินมาถึงพนักงานหญิงก็ถามขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า “ ยินดีต้อนรับสู่สำนักงานนักผจญภัย มีอะไรให้พวกเราช่วยไหม? ”
“ ผมเอาหัวของมอนแรสและมิเชลจากกลุ่มโจรเนตรเพลิงมาขึ้นเงิน ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับหยิบหัวของทั้งสองออกมาจากแหวนมิติ
พนักงานสาวหยุดชะงัก เธอไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหมเมื่อกี้ชายหนุ่มข้างหน้าเธอบอกว่าเอาหัวของกลุ่มโจรเนตรเพลิงมาส่ง แม้แต่พนักงานชายที่อยู่ข้างๆก็ยังหยุดชะงักและมองมาที่ไลท์ด้วยความไม่อยากเชื่อ
ทั้งสองคนรู้ดีว่ากลุ่มโจรเนตรเพลิงแข็งแกร่งมากแม้แต่กลุ่มนักผจญภัยระดับBหลายคนก็ยังถูกฆ่า
เมื่อพนักงานชายหญิงตรวจสอบหัวสองหัวที่วางบนโต๊ะก็รู้ได้ทันทีว่าเป็มอนแรสและมิเชลแห่งกลุ่มโจรเนตรเพลิง
“ เธอล่าพวกมันเองงั้นหรอ? ” พนักงานสาวถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“ ใช่ ถ้าหากคุณไม่เชื่อก็ไปถามเทสโซเนียแห่งกิลด์โนวาสปีริตได้เลยพวกเขาอยู่ในเหตุการณ์ ” ไลท์พูดขึ้น
“ เื่นั้นไม่จำเป็ ใครเป็คนเอาหัวมาส่งคนๆนั้นก็จะได้เงินไป แต่เธอต้องระวังให้ดีล่ะเพราะยิ่งเงินเยอะเท่าไรก็ยิ่งมีคน้าฆ่าเธอมากเท่านั้น ” พนักงานหญิงเตือน
ไลท์พยักหน้ารับ เื่พวกนี้เขารู้อยู่แล้วแต่ก็ไม่ได้สนใจถ้าหากไม่ใช่นักผจญภัยระดับSเขาก็สามารถหลบหนีได้สบายๆ
หลังจากที่ได้เงินแล้วไลท์ก็ถามกับพนักงานหญิงว่า “ ที่นี้มีมานาคริสตัลไหม? ”
มานาคริสตัลคือคริสตัลที่สะสมละอองมานานานหลายปีจนทำให้กลายเป็คริสที่สามารถบ่มเพาะพลังเวทย์ได้ ซึ่งแต่ละก้อนก็มีราคาสูงมากๆ เพียงแค่ระดับต่ำก็มีราคาไม่ต่ำกว่าหลักแสนแล้ว และถ้ายิ่งเป็ระดับสูงล่ะก็เกรงว่าราคาคงหลายสิบล้าน
บนขบวนรถไฟไลท์ได้ยินเื่นี้จากเทสโซเนีย เขาเป็คนบอกเกี่ยวกับเื่มานาคริสตัลให้ไลท์ฟัง ทำให้ไลท์เกิดความสนใจและยังได้ยินมาว่ามานาคริสตัลสามารถเพิ่มพลังเวทย์ให้กับเหล่าจอมเวทย์ได้อีกด้วย ถ้าหากเพิ่มพลังเวทย์ให้กับเหล่าจอมเวทย์ได้แสดงว่ามันก็น่าจะสามารถเพิ่มพลังปราณให้กับเขาได้ด้วยเช่นกัน
“ ที่นี้มีเพียงแค่ระดับกลางเท่านั้น ถ้าหาก้าระดับสูงคงต้องไปที่โรงประมูลไมร์เดน” พนักงานหญิงตอบ
“ แล้วระดับกลางราคาก้อนละเท่าไร? ”
“ ก้อนละห้าล้านจีเซล ”
ไลท์ตกลงที่จะซื้อมาสี่ก้อนก่อนที่จะออกจากตึกนักผจญภัย
‘ การหาเงินว่าง่ายแล้วการใช้เงินง่ายยิ่งกว่า ’ ไลท์ถอนหายใจเพราะเมื่อครู่เขามีเงินกว่ายี่สิบล้านแต่ตอนนี้เหลือเพียงแค่ห้าล้านจีเซลเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นห้าล้านจีเซลก็นับว่าเพียงพอแล้วสำหรับเขาในเวลานี้
ตอนเย็นไลท์ก็ติดต่อไปยังสามสาวก่อนที่จะเพลิดเพลินไปกับความสนุกบนเตียง
สามวันผ่านไป ไลท์เอาแต่เที่ยวเล่นที่เมืองหลวงฟรอสอย่างเพลิดเพลิน สถานที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังภายในเมืองหลวงฟรอสเขาก็ไปชมมาหมดแล้ว
เวลานี้ไลท์กำลังนั่งกินข้าวอยู่ที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง เบื้องหน้าเขามีใบค่าหัววางเอาไว้
จอมปามีดไรโอเนล ค่าหัวสามสิบแปดล้านจีเซล
เมื่อวันก่อน ไลท์ได้ข่าวมาว่าจอมปามีดไรโอเนลได้ลงมือปล้นขบวนคาราวานของพ่อค้าระดับสูงของเมืองหลวงและยังฆ่าผู้คุ้มกันที่เป็จอมเวทย์กิลด์การ์แรสไปถึงแปดคน
กิลด์การ์แรสโกรธมากถึงกับสั่งให้ทุกคนในกิลด์ไล่ล่าแต่ทว่าโชคร้ายที่พวกเขาไม่สามารถเอาชนะกลุ่มโจรมีดบินได้ ทำให้ได้รับาเ็กลับมา
ทำให้ค่าหัวของจอมปามีดไรโอเนลเพิ่มขึ้นจากยี่สิบสองล้านกลายเป็สามสิบห้าล้าน
ไลท์ครุ่นคิดอยู่ว่าเขาจะไปล่าเ้าจอมปามีดนี้ดีหรือไม่ หรือว่าจะรอให้เขาทะลวงเข้าสู่ระดับจิตวิถีาก่อนดี เพราะเวลานี้เขารู้สึกว่าอีกไม่กี่วันเขาก็สามารถทะลวงเข้าสู่จิตวิถีาได้ นอกจากนี้มานาคริสตัลระดับกลางเขาก็ใช้หมดไปแล้วด้วยและยังซื้อมาเพิ่มอีกหนึ่งก้อน ทำให้ตอนนี้เขาแทบจะไม่มีเงินติดตัวเลยทีเดียว
“ รอให้ทะลวงก่อนแล้วค่อยไปจัดการแล้วกัน ” ไลท์ครุ่นคิดเพราะถึงอย่างไรเ้าพวกนี้ก็อาศัยอยู่รอบๆเมืองหลวงและคงจะไม่ได้ไปไหนไกล
‘ หวังว่าจะไม่ถูกฆ่าไปก่อนที่ฉันจะทะลวงพลังล่ะ ’ ไลท์คิดก่อนที่จะกลับไปยังโรงแรม
ผ่านไปสิบวัน
ไลท์ที่นั่งสมาธิอยู่ก็ลืมตาขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ยินดี
“ ในที่สุดฉันก็ทะลวงระดับเข้าสู่ขั้นวิถีาแล้ว ” ไลท์รู้สึกว่าความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นจาก่อนหน้านี้หลายร้อยเท่าเลยทีเดียว
“ เพียงเท่านี้ฉันก็มั่นใจว่าจะจัดการกับพวกที่มีค่าหัวต่ำกว่าร้อยล้านได้ แต่ถ้าหากมากกว่าร้อยล้านก็คงต้องลองเสี่ยงดู ” ไลท์พึมพำเบาๆ
ไลท์มาที่ตึกนักผจญภัยพร้อมกับสอบถามว่ากลุ่มโจรมีดบินถูกฆ่าไปหรือยัง ซึ่งคำตอบที่ได้ก็คือกลุ่มโจรมีดบินถูกทำลายไปแล้วและจอมปามีดไรโอเนลก็ถูกฆ่าไปแล้วด้วย
ซึ่งคนที่ฆ่าจอมปามีดไรโอเนลคือหัวหน้ากิลด์การ์แรส แต่ถึงอย่างนั้นหัวหน้ากิลด์การ์แรสก็ได้รับาเ็สาหัสกลับมาเช่นกัน
“ น่าเสียดายชะมัด ” ไลท์ถอนหายใจแต่เขาก็ไม่ได้เสียใจเท่าไรถึงอย่างไรพวกอาชญากรก็มีเยอะไปหมด
“ พี่โรสพอรู้ไหมว่ามีกลุ่มโจรหรืออาชญากรที่อยู่ใกล้กับเมืองหลวงมากที่สุด ” ไลท์ถามขึ้น
โรสคือพนักงานต้อนรับหญิง ส่วนพนักงานต้อนรับผู้ชายมีชื่อว่าเกียร์
“ แถวนี้หรอ ก็พอมีอยู่สามกลุ่มแต่ละกลุ่มก็มีค่าหัวสูงกว่าห้าสิบล้านเลยทีเดียว เธอคิดว่าจะจัดการไหวหรอ? ” โรสมองมายังไลท์ด้วยสีหน้าไม่มั่นใจนัก
“ สบายๆ ”ไลท์ตอบ
ไม่นานไลท์ก็ได้ข้อมูลทั้งมา ซึ่งเป็กลุ่มโจรสองกลุ่มและอาชญากรหนึ่งคน
กลุ่มโจรแมงมุมเหล็ก หัวหน้าคือแมสตั้น ค่าหัวห้าสิบแปดล้าน จอมเวทย์ผสานร่างแมงมุมเหล็ก ส่วนรองหัวหน้าคือบาร์ตั้น เป็น้องชายของแมสตั้น จอมเวทย์ผสานร่างแมงมุมเช่นเดียวกันแต่เป็แมงมุมสีชาด ค่าหัวสามสิบสามล้าน มีลูกสมุนอยู่นับร้อยคน
กลุ่มโจรเงาสังหาร หัวหน้าพาราเดล ค่าหัวแปดสิบเก้าล้าน จอมเวทย์ธาตุมืดเชี่ยวชาญการใช้เงาและยังเป็มือสังหารที่แข็งแกร่ง รองหัวหน้าคือลูอิส จอมเวทย์ธาตุเหล็ก ค่าหัวสี่สิบสามล้าน มีลูกสมุนอยู่หนึ่งร้อยสามสิบคน
และอาชญากรเพียงคนเดียวคือ ดาบสายลมมาร์คัส จอมเวทย์ธาตุลมและยังเชี่ยวชาญการใช้ดาบจนทำให้ได้รับฉายาว่าดาบสายลม สังหารจอมเวทย์และนักผจญภัยไปไม่ต่ำกว่าห้าสิบคน ค่าหัวหกสิบเก้าล้าน
สมองของไลท์กำลังประมวลผลถึงเงินทั้งหมดที่เขาจะได้รับก็เกือบสามร้อยล้านแล้ว
“ ลุยเลยแล้วกัน ” ไลท์เดินออกจากตึกนักผจญภัยก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังูเาแมงมุมเป็อันดับแรก