ในรัชศกลู่อันปีที่17 แผ่นดินสงบสุขไร้า การค้ารุ่งโรจน์ทำให้ผู้คนมีอันจะกิน แต่แล้วความสงบสุขก็มีได้ไม่นาน เมื่อ่ต้นเดือนฤดูฝนแรก น้ำกลับท่วมหมู่บ้านหลายแห่ง ฮ่องเต้ผู้มีจิตใจห่วงใยราษฎรจึงมีราชโองการช่วยเหลือผู้ประสบเภทภัย
เหล่าขุนนางเห็นโอกาสอันดี ช่วยส่งเสริมบุตรหลานที่พึ่งสอบจงหงวนได้ให้ไปช่วยราชโองการเพื่อทำคุณนามความดี มีหลายคนที่ต้องจากบ้านไกล รวมถึงคุณชายใหญ่แห่งสกุลอี้ ทายาทสายตรงของสกุลเช่นเขาก็ต้องไปเช่นผู้อื่น
" อาเนี่ยน "
เสียงเรียกชื่ออันอ่อนหวานมาก่อนเ้าของเสียงเสียอีก อี้เนี่ยนเจินที่กำลังร่ำลาครอบครัวหันไปหาแทบจะทันที เขามีรอยยิ้มกว้างขึ้น เดินก้าวเข้าไปรับผู้มาใหม่
" เสี่ยวหลาน..ข้านึกว่าเ้าจะไม่มาส่งข้าเสียแล้ว "
ผู้มาใหม่ล้วนเป็คนในสกุลอี้คุ้นเคยดียิ่ง สตรีงามวัยสะพรั่ง ผู้มีใบหน้าละมุนหวานจากสกุลฮุ่ย คู่หมั้นและเพื่อนสมัยเด็กของเนี่ยนเจิน
ฮุ่ยหลานเฟินได้ยินถ้อยคำเช่นนั้น นางเพียงเผยรอยยิ้มออกมาช้าๆ
" ระหว่างทางมีขบวนเดินทางเยอะมาก..จึงมาช้าเสียหน่อย อาเนี่ยน เ้าอย่าโกรธกันเลยนะ "
ทั้งสองสนิทสนมกันและมีความรักหวานชื่นจนผู้คนอิจฉา หากไม่ติดว่ามีราชโองการลงมา ทั้งสองคงได้ฤกษ์มงคลหลังงานวันเกิดของอี้เนี่ยนเจินแล้วเป็แน่
คู่รักวัยเยาว์พูดคุยอำลากันเล็กน้อย ฮุ่ยหลานเฟินจึงมอบถุงหอมอวยพรให้ชายหนุ่ม อี้เนี่ยนเจินก็มอบปิ่นหยกเนื้อดีสีขาวนวลแกะสลักเป็ดอกกล้วยไม้ให้นางเช่นกัน
" ข้าต้องไปแล้ว..เสี่ยวหลาน ระหว่างนี้ ข้าขอฝากเ้าดูแลครอบครัวข้าแทนข้าด้วย "
เขาบีบมือนางเบาๆแทนความรู้สึกอำลา ฮุ่ยหลานเฟินแม้ยังยิ้ม แต่ดวงตาแดงก่ำคล้ายใกล้จะร้องไห้ นางพยักหน้ารับคำ เอ่ยอวยพรให้เขาแคล้วคลาด ปลอดภัยกลับมา และยืนส่งเขานั่งควบอาชาจากไปพร้อมผู้ติดตามคนสนิทไม่กี่คนจนลับสายตา
ผ่านไปแล้วครึ่งเดือน นางได้รับจดหมายจากเขาว่าถึงที่หมายอย่างปลอดภัยแล้ว สภาพหมู่บ้านที่เขาลงไปดูแลค่อนข้างดีหน่อย เพราะมีตระกูลใหญ่ในหมู่บ้านคอยดูแลชาวบ้านอีกที
เห็นเป็เช่นนั้นนางจึงโล่งใจ พับเก็บกระดาษลงกล่องไม้อย่างเรียบร้อย กลับไปตั้งใจทำงานต่อตามเดิม
สกุลอี้นอกจากจะเป็ขุนนางระดับกลางผู้หนึ่งแล้ว ยังมีกิจการการค้า เปิดโรงพิมพ์และหอตำราให้เหล่าบัณฑิตเลือกซื้อขายได้ในราคาไม่แพงมากนัก นางที่สนิทสนมกับคนในตระกูลหลักอย่างดี ทั้งยังเป็ว่าที่ฮูหยินของจวนจึงมักจะถูกขอให้มาช่วยทำงานอยู่เป็ประจำ
แม้นางจะงดงามเหมือนบุปผาแต้มภาพวาด แต่เพราะถูกจับฝึกฝนให้เป็ว่าที่ภรรยามาแต่เด็ก พอมีคู่หมั้นก็มาช่วยทำงานในบ้านในสกุลของว่าที่สามี ทำให้นางมีเพื่อนหรือสหายน้อยนัก..
การเข้าร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ก็มีน้อยแสนน้อยที่จะได้ออกไป ยิ่งภายหลังมานี้ นางแทบจะอยู่กินอยู่ที่หอตำรา ดูแลกิจการแทนคนรักเนื่องจากเขาติดภารกิจไกล..
ระหว่างที่มีความคิดไปไกล สองมือที่ดีดลูกคิดเพื่อตรวจยอดค่าใช้จ่ายย้อนหลัง หูก็พลันได้ยินเสียงโกลาหลน้อยๆอยู่หน้าห้อง
" คุณหนู! มะมีข่าวมาเ้าค่ะ!! "
สาวใช้ของหอตำรารีบร้อนเข้ามาหานางพร้อมส่งมอบกระดาษข่าวมาให้
ใจความของกระดาษมีรายงานเขียนเอาไว้ว่าหมู่บ้านที่อี้เนี่ยนเจินไปมีน้ำป่าหลายหลาก ข่าวมาที่เมืองหลวงได้ไม่นาน แสดงว่าคงเกิดเื่ขึ้นมาใน่ที่คนรักของนางไปถึงไม่กี่วัน ฮุ่ยหลานเฟินใจนเกือบทรุด นึกเป็ห่วงคนรักจะเกิดอันตราย เพราะนอกจากคำในข่าวที่กล่าวว่าองค์ชายที่ไปด้วยปลอดภัย ก็มีการบอกว่ามีผู้าเ็และสูญหายไป...
นับั้แ่นั้น ฮุ่ยหลานเฟินนอกจากจะทำงานจนดึกดื่นแล้ว เช้าสางก็เข้าวัดทำบุญขอพรให้คนรักปลอดภัยเช่นกัน ไม่ได้มีเพียงนางเท่านั้นที่ทำ สตรีที่คู่หมั้นไปทำงานไกล บิดามารดาที่ห่วงใยบุตรชายก็ล้วนมาขอพรกันทั้งนั้น ฮ่องเต้ทรงรู้ข่าวถึงความกังวลของราษฎร จึงส่งหมอหลวงลงไปช่วยเหลือหมู่บ้านเพิ่ม และให้กองทหารส่วนหนึ่งไปช่วยตามหาผู้าเ็และผู้เสียหาย
ทำเช่นนั้นอยู่หลายเดือนก็มีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายมาถึงเมืองหลวง พบเจอส่วนมากล้วนตายจาก สูญหายก็ยังมีอยู่ให้ได้ยิน
ฮุ่ยหลานเฟินทำงานไป เฝ้าอธิษฐานไปทั้งน้ำตาแม้กระทั่งลงไปตักน้ำราดตัวเองยามดึกเพื่อขอพรนางก็ล้วนทำเพื่อขอให้์เมตตา
ขอให้คนรักของนางปลอดภัยกลับมา...