"การวิจัยรถเวทมนตร์ไปถึงไหนแล้ว?" หญิงสาวในชุดพิธีการเต็มไปด้วยเหรียญยศถลึงตามอง
"พวกเราสามารถวางโครงสร้างของมันและให้คนเข้าไปนั่งได้แล้วครับ แต่ก็ยังไม่ได้ประทับเวทระเบิดอย่างที่ท่านต้องการ"
ขณะที่นายทหารกำลังรายงานผลเธอก็ก้าวลงมาจากที่นั่งตามองออกไปนอกหน้าต่าง
"เข้าใจแล้วนายออกไปได้"
"ครับ !" หลังจากที่ตอบรับเสียงดังเขาก็ถอยหลังก้าวออกจากห้องไป
เธอเปิดหน้าต่างรับแรงลมกระแทกเข้ามาอย่างกับพายุและทันใดนั้นก็มีใครบางคนแทรกตัวมากับสายลมเหล่านั้น
"ยินดีต้อนรับค่ะท่านยอซ...จอมมารแห่งการเดินทาง" ชายหนุ่มผมสีทองอร่ามดั่งทองคำบริสุทธิ์ส่งสายตามองกระตุกยิ้มชอบใจ
"ไม่ต้องพิธีอะไรนักหรอกแค่จะมาเยี่ยมลูกศิษย์สักหน่อย" เขาเดินขึ้นไปนั่งที่นั่งของหญิงสาวแทนปล่อยให้เธอยืนฟัง
"แล้วเป็นยังไงบ้างล่ะ? รวบรวมกองกำลังไปถึงไหนแล้ว"
"ฉันคิดว่ากองกำลังของเราในตอนนี้มากพอที่จะบุกอาณาจักรเซีย แม้จะไม่รู้ว่าพวกเขาพัฒนาอาวุธไปถึงไหนแต่พวกมันต้องคอยพะวงกับอาณาจักรไอร์อีกด้วย"
ชายหนุ่มผู้นั้นชายตามองก่อนจะเปิดปากพูด "เดี๋ยวฉันจะบอกให้ก็แล้วกันว่าพวกเขาไปถึงไหนแล้ว อันดับแรกเลยก็คือพวกเขาได้ตัวคนที่มีพลังด้านการสื่อสารไปแล้ว หลังจากนี้พวกเขาก็จะสามารถคุยกันได้แม้จะอยู่ห่างกันแค่ไหน อันดับสองพวกเขาสามารถสร้างเรือเหาะสำหรับสอดแนมและโจมตีทางอากาศได้สำเร็จ อันดับสามพวกเขาสามารถผลิตอาวุธสงครามอย่างปืนอัตโนมัติซึ่งมีพลังพอ ๆ กับเวทของคนเลเวลสี่"
"ปืนเหรอ…ถ้าแบบนั้นแม้แต่ประชาชนทั่วไปก็สามารถเข้าร่วมสงครามได้เหมือนกันใช่ไหมคะ?"
"ถูกต้อง อาวุธที่ทำให้คนธรรมดากลายเป็นทหารได้ทันทีแถมยังสามารถต่อสู้ระยะยาวได้อีกด้วยไม่เหมือนกับการใช้มานา แล้วก็แบบแปลนฉันขโมยมาให้แล้วที่เหลือก็เร่งการทำงานซะ"
"ค่ะท่านยอซ" เธอยืนตัวตรงทำวันทยหัตถ์เหมือนกับชายผมทองเป็นผู้บัญชาการใหญ่
"คะคือว่าท่านยอซคะ? ดูเหมือนคนจากอาณาจักรอาฟจะรู้ตัวแล้วนะคะหลังจากที่เราคอยปั่นป่วนพวกเขา"
"มันคงจะถึงเวลาบุกยึดแล้วไม่ใช่เหรอ...แคทเทอรีน" เขาลุกจากเก้าอี้เตรียมตัวปีนหน้าต่างออกไป
"ค่ะ แต่จากสายสืบพวกเขาบอกว่ามีตัวแปรอื่นเข้ามาทำให้ขั้วอำนาจในอาณาจักรอาฟมีการปรับเปลี่ยน"
"อืม ! คนของเธอก็ทำงานเร็วเหมือนกันนี่ ถูกต้องแล้วล่ะพวกเขามีอำนาจขั้วใหม่เกิดก็คือเอลโฟเรีย"
"ไม่ใช่ว่าเอลโฟเรียล่มสลายไปแล้วเหรอคะ?" เธอถามกลับทันที
"มันถูกชุบชีวิตขึ้นมาโดยกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งและพวกเขาก็เป็นหนึ่งในคนที่ถูกอาณาจักรเซียอัญเชิญมา ซึฮากิ เซนและคานะ สามชีวิตที่คิดว่าตายไปแล้วกลับโผล่มาที่เอลโฟเรียและเริ่มการก่อร่างสร้างเมือง"
"เป็นไปได้ด้วยเหรอคะที่คนแค่สามคนจะสามารถทำเช่นนั้นได้ ต่อให้มีสมาชิกหลายสิบคนแต่การจะสร้างเมืองโดยเฉพาะเมืองที่ล่มสลายไปแล้วอย่างเอลโฟเรียเป็นไปได้ยากมาก" แคทเทอรีนขมวดคิ้วสงสัยและพยายามคิดภาพการทำงานของพวกเขา
"เพราะคนที่ชื่อซึฮากิเป็นคนคนนั้นยังไงล่ะ ไม่แปลกเลยที่ไรลี่จะพยายามผลักดันเขาอยู่ห่าง ๆ แต่ด้วยความสามารถที่มากล้นขนาดนั้นอีกไม่เกินสี่ปีเขาก็จะมาถึงระดับเดียวกับจอมมารได้แน่" ชายผมทองยังคงก้าวขาขึ้นบนขอบหน้าต่างไม่ไปสักทีเอาแต่พูดไม่หยุด
"จอมมารอีกแล้วหรือคะ? ทำไมทุกคนถึงเรียกท่านว่าจอมมารทั้ง ๆ เป็นผู้กล้าแท้ ๆ"
"ก็เพราะเจ้าโป๊ปนั่นแหละเล่นเปลี่ยนตัวตนที่อยู่ในความทรงจำของคนอื่นหมดเลย จะมีแค่คนถูกปกป้องไว้ด้วยเวทแบบเดียวกันถึงจะไม่โดนเปลี่ยนความทรงจำ แล้วก็อย่างสุดท้ายชาร์ลอทผู้นำเผ่าภูตจิ๋วตอนนี้เธอไม่อยู่เหมาะแก่การบุกยึด"
"แล้วเจอกันเจ้าลูกศิษย์" ชายหนุ่มส่งยิ้มโบกมือลาทำเอาแคทเทอรีนยิ้มไม่หุบ
...
"กิ...หิวแล้วอะเราพักกันก่อนไหม?"
"โถ่เซน อีกแค่สิบกิโลเมตรก็เข้าเมืองแล้วไว้ถึงตอนนั้นค่อยกินก็ได้" ซึฮากิส่ายหัวถอนหายใจตอบกลับ
"แล้วนี่ข้าต้องแกล้งเป็นลูกพวกนายไปถึงเมื่อไหร่?" ยูกิเอียงคอไม่พอใจอยู่ในร่างของเด็กหนุ่มเดินตามต้อย ๆ
"แหม่ ๆ แบบนี้ก็น่ารักดีออก" คานะยิ้มเล็กยิ้มน้อยลูบหัวยูกิ
"ฉันก็อยากจะพูดเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องให้ฉันเป็นม้าด้วยล่ะ?" สเตล่าขมวดคิ้วด้วยใบหน้าของม้าสีน้ำตาลลากเกวียนที่มีสินค้าไปด้วย
"ไม่เป็นอะไรหรอกน่าแค่ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองไปได้ก็ไม่มีปัญหา"
หลังจากที่เดินทางมาถึงเมืองผ่านทหารเฝ้าประตูเข้าไปแม้จะติดขัดกับการขอดูสินค้าแต่ก็สามารถเข้ามาได้
"ทีนี้ก็ไปหาอะไรกินได้แล้วสินะ" เซนยิ้มแป้นเก็บข้าวของเข้าที่พักแทบจะวิ่งออกไปคนเดียวอยู่แล้วถ้าคานะไม่ดึงตัวไว้
"ก่อนอื่นเราจะหาข้อมูลอาณาจักรนอดจากในเมืองนี้ก่อน หลังจากที่ได้ข้อมูลเพียงพอเราก็จะเดินทางไปเมืองหลวงต่อ"
"เยสเซอร์หัวหน้า !" เสียงตอบกลับอย่างพร้อมเพรียงอย่างกับฝึกทหารหน้าใหม่ก่อนจะพากันไปหาอะไรกิน
...
ขณะที่พวกเธอกำลังสนุกสนานกับมื้ออาหารต่างแดนซึฮากิก็สังเกตเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้าไปในตรอกหลังร้านอาหาร
เจ้าเด็กนั่นมีพลังเดอะด้วย ปกติพลังเดอะจะไม่ค่อยปรากฏในเด็กสักเท่าไหร่เพราะลำพังแค่ใช้เวทมนตร์ปกติก็ยากแล้ว
"ขอตัวไปห้องน้ำก่อน" ซึฮากิแอบเดินตามเด็กหนุ่มคนนั้นจนได้พบกับภาพอันน่าสังเวชที่เขากำลังคุ้ยหาเศษอาหารกิน
แปลกจริง ๆ ปกติถ้ามีพลังเดอะก็ไม่น่าจะตกต่ำขนาดนี้ ชุดพวกนั้นก็คงจะหามาจากกองขยะเหมือนกันสินะ
"เจ้าหนู" ซึฮากิส่งเสียงเรียกเบา ๆ ไม่อยากให้เขาตกใจ
เด็กหนุ่มหันกลับมามองตาขวางก่อนจะวิ่งผ่านซึฮากิไปทำอย่างกับหนีผี
พี่ครับมีคนเจอตัวผมแล้ว
ใจเย็นก่อนคูเปอร์ก่อนอื่นก็ล่อไปในฝูงคนมันจะได้ตามไม่ได้
ซึฮากิยังคงวิ่งตามหลังทั้ง ๆ ที่สามารถจับได้ไม่ยากเลยแท้ ๆ แต่เขากลับทำเป็นเฝ้ามองพฤติกรรมของเด็กหนุ่มเสียอย่างนั้น
ทำได้ดีคูเปอร์ทีนี่ก็ใช้ประโยชน์จากทหารพวกนั้น
"ช่วยด้วยครับคุณทหาร ! มีคนโรคจิตพยายามจะจับตัวผม"
"คนโรคจิตเหรอมันอยู่ไหน? รูปร่างหน้าตาเป็นยังไง" ชายชาติทหารขมวดคิ้วไม่พอใจหลังจากได้ยินเช่นนั้นและมุ่งไปตามทางที่คูเปอร์บอก
พี่คาร์เตอร์ เราทำแบบนี้เขาจะไม่โกรธเหรอ? เด็กหนุ่มพูดคุยกับพี่ชายร่วมสาบานผ่านโทรจิตที่เป็นเดอะของพวกเขา ใบหน้าที่เป็นห่วงเป็นใยนายทหารที่พยายามช่วยแต่ต้องโกหกเพื่อให้เขาจัดการแทน
เราไม่มีเวลามาห่วงคนอื่นหรอก ลำพังแค่เอาตัวรอดให้ได้ก็แย่แล้วแถมยังต้องมาคอยหลบหน้าพวกนั้นอีก
ก็จริงถ้าเมื่อกี้เราไม่ทำหน้าตาโทรม ๆ เข้าไปหาเขาก็คงจะจำได้และจับเราแทน
คูเปอร์วิ่งผ่านผู้คนไปมาอาศัยร่างกายที่เล็กรอดพ้นสายตาของซึฮากิไปได้
"นั่นไงโรคจิต ผมดกดำหน้าตาโทรม ๆ ไม่ค่อยได้อาบน้ำสายตาเหมือนปลาตาย" ทหารจำนวนหนึ่งพากันไล่จับซึฮากิแต่เพียงแค่เขาเดินแทรกตัวไปในฝูงชนละสายตาไปเพียงไม่กี่วินาทีเขาก็หายตัวไปเสียแล้ว
"มันหายไปแล้ว !"
โรคจิตเหรอทำไมเราถึงกลายเป็นโรคจิตไปได้ล่ะ ซึฮากิปีนไต่ไปตามอาคารที่พักทำอย่างกับเป็นนินจา
เช่นเดียวกับทางคูเปอร์ที่กำลังมุ่งหน้ากลับไปยังที่พักเล็ก ๆ ที่ทำจากเศษลังกระดาษและท่อนไม้ที่หาได้ทั่วไปตั้งอยู่ในเขตสลัมของเมือง
ไม่หนาวใช่ไหมน้องพี่
สบาย ๆ น่า เมืองที่เราอยู่ไม่ค่อยเจอกับหิมะสักเท่าไรและด้วยเวทไฟทำให้ผมทนอยู่ได้
"อยู่ที่นี่นี่เอง" ซึฮากิโผล่มายืนอยู่ด้านหลังทำเอาเด็กหนุ่มกรีดร้องอย่างกับผู้หญิงก่อนจะโดนปิดปากไว้
คูเปอร์ ! เกิดอะไรขึ้น คาร์เตอร์รับรู้เพียงเสียงกรีดร้องที่ส่งผ่านมาโทรจิตมาไม่อาจรู้สถานการณ์ของน้องชายได้เลยสักนิดได้แต่หวังให้ไม่เป็นอะไร
"ใจเย็น ๆ ก่อนเจ้าหนูเดี๋ยวก็โดนจับได้หรอก"
"อือ ! อา !" เขาพยายามจะร้องเรียกแต่ก็ต้องทำใจอยู่นิ่ง ๆ ขณะที่ตัวยังสั่นระริก
"ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว นายกำลังคุยอยู่กับใครกันแน่ทั้งสายตาและกิริยาท่าทาง" หรือเพราะเจ้าเด็กนี่จะเป็นพวกไม่ปกติเลยไม่มีใครเอา
ซึฮากิค่อย ๆ ปล่อยมือและนั่งลงกับพื้นให้คูเปอร์รู้สึกสบายใจขึ้น "นายเป็นพวกเดียวกับทหารเหรอ?"
"ไม่" ซึฮากิค่อย ๆ ยื่นขนมปังสอดไส้ให้กับคูเปอร์เพื่อซื้อใจแต่เขาก็ยังระแวงไม่หยุด
พี่ครับมันมีผู้ชายคนหนึ่งเอาขนมปังมาให้ ผมควรจะทำยังไงดี
ลองถามเขาดูสิว่าทำแบบนี้ทำไม
"คุณให้ผมทำไมครับ?" ขณะที่พูดเขาก็ยังกินไม่หยุดปากไม่สามารถห้ามความหิวของตนเองได้
"เหอะ ไม่มีที่ไปใช่ไหม? ถ้าไม่รังเกียจก็มากับพวกเราก็ได้นะ" ซึฮากิยื่นมือออกไปเป็นดั่งสัญลักษณ์การเชิญชวน
เขาว่ามาอย่างนั้นน่ะพี่
ไม่น่าไว้ใจเลยจริง ๆ ดู ๆ แล้วถ้าเขาจะจับเราไปก็คงไม่ยากเกินมือแต่ก็ยังชวนเป็นพิธีอีก
"คิดว่ายังไงล่ะถ้ามากับเราจะมีอาหารกับที่พักให้อยู่ด้วยนะ นายคงสงสัยใช่ไหมว่าทำไมถึงชวนเข้าพวกทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จักกันมาก่อน" คูเปอร์พยักหน้ายอมรับว่าสงสัยในการกระทำของซึฮากิ
ลองดูก็ได้น้องพี่ ต่อให้ปฏิเสธไปแต่ถ้าเขาต้องการจะจับเราจริง ๆ ในระยะเท่านี้ก็คงไม่รอดอยู่ดี
ครับพี่
"ก็ได้ครับผมจะตามไปด้วย" ซึฮากิส่งยิ้มอ่อนให้เพื่อให้คูเปอร์รู้สึกสบายใจขึ้นแต่มันกลับทำให้อึดอัดเสียมากกว่า
หลังจากที่พาคูเปอร์กลับมายังร้านอาหารก็ได้เห็นเซนหน้าหงิกหน้างอจ้องไม่หยุด
"ข้าศึกกองใหญ่หรือยังไงถึงไปห้องน้ำนานขนาดนี้ !"
"ดะเดี๋ยวสิทำไมถึงพาเด็กที่ไหนไม่รู้มาด้วยล่ะ?" คานะพุ่งเข้าไปดูสภาพของเด็กตัวน้อยซอมซ่อที่ไม่แม้แต่จะมีรองเท้าดี ๆ ใส่
"ดูเหมือนนายจะชอบเด็กจริง ๆ สินะ" สเตล่าถึงกับส่ายหัวให้กับการกระทำอุกอาจของซึฮากิ
"อย่าพูดอะไรสองแง่สองง่ามจะได้ไหม แล้วก็เขาไม่มีที่ไปฉันก็เลยพามาด้วยก็แค่นั้น"
"เหอะ แล้วเขาจะไม่เป็นตัวถ่วงเวลาเราไปไหนมาไหนเหรอ?" ยูกิเอาแต่ยืนจ้องจนทำคูเปอร์กลัว
"ไม่ต้องห่วงหรอกเจ้าหนูนี้มีเซนส์ใช้ได้เลย แค่สอนให้สักนิดหน่อยก็พอเอาตัวรอดเองได้แล้ว"
"เอ่อ..." เสียงเล็ก ๆ เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางเกรงใจไม่มีใครสนใจ
"แล้วเราจะกลับที่พักเลยไหมหรือจะออกไปสำรวจเมือง" เซนพูดหวังจะได้กลับไปนอนพักแต่ก็เผื่อใจไว้แล้วว่าจะได้ทำงาน
"เรื่องสำรวจเมืองคงไม่ต้องแล้วเพราะฉันใช้ร่างปลอมกระจายตัวไปทั่วเมือง คืนนี้ก็คงจะกลับมากัน"
"เอ่อ..."
"แบบนั้นก็สวยสิถ้างั้นฉันขอตัวไปนอนก่อนแล้วกัน"
"อืม ๆ ฉันก็ด้วย" พวกเขาพากันกลับที่พักโดยที่มีคูเปอร์ติดสอยห้อยตามไปด้วยแม้จะไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นใคร
พี่ครับ พวกเขาเหมือนคนบ้าเลย คูเปอร์กวาดสายตามองพรรคพวกของซึฮากิ พวกเขาต่างก็มีเรื่องที่ชอบทำไม่เหมือนกันและมักจะอยู่ใครอยู่มันเสียมากกว่า
ยังไงนะน้องพี่
อือ...อย่างคนที่ตัวเล็ก ๆ หน้าใส ๆ เขากำลังนั่งกินอะไรสักอย่างที่เหมือนต้นไม้ แล้วก็ผู้หญิงที่ชอบปิดหน้าปิดตากำลังโยนมีดเล่น แถมยังมีชายหญิงที่กำลังงัดข้อกันเหมือนว่างไม่มีอะไรทำยังไงก็ไม่รู้
รอดูไปก่อนแล้วกันถ้าเกิดอะไรไม่ดีขึ้นก็หาจังหวะหนีออกมา
ครับพี่
"ว่าแต่เจ้าหนูชื่ออะไรล่ะ?" เซนเอ่ยถามก่อนใคร
"ผะผมชื่อคูเปอร์ครับ" เขาตอบกลับด้วยท่าทางสั่นกลัวต่อหน้าแววตาอยากรู้อยากเห็นของเซนและคานะ
"ชื่อเท่เหมือนกันนี่คูเปอร์ จากนี้ไปก็ฝากตัวด้วยแล้วกันอาจจะเหนื่อยหน่อยนะ" เซนยกนิ้วโป้งยิ้มอย่างเป็นมิตร
"คะครับคุณ..."
"เรียกฉันว่าพี่เซนสุดหล่อก็ได้หรือจะเติมต่อด้วยที่สุดก็ไม่ว่ากัน"
"แหวะคนบ้าอะไรหลงตัวเองขนาดนั้น" ยูกิพูดแทรกทันทีทำหน้าขยะแขยง
"ฮ่า ๆ ๆ ไม่ต้องคิดมากนะคูเปอร์ พวกเขาก็คุยกันแบบนั้นเป็นปกติอยู่แล้วส่วนฉันชื่อคานะ ผู้ชายที่หน้าตาน่ารัก ๆ ชื่อยูกิ"
"หา? อย่ามาพูดกับข้าแบบนั้นนะเว้ย !" ขณะที่ยูกิสวนกลับเช่นนั้นมันทำให้สเตล่ากลั้นขำไม่อยู่
"ฮึ ๆ ๆ ให้ตายสิพวกนาย ฉันชื่อสเตล่าต่อจากนี้ก็ตั้งใจฟังซึฮากิแล้วกัน" เธอเปิดผ้าคลุมออกเผยให้เห็นใบหน้าของหญิงสาวร่างเล็กดูน่าทะนุถนอมกว่าที่คิด
"ทำอะไรกันอยู่ ฉันได้ข้อมูลมาแล้ว" ขณะที่กำลังคุยเล่นกับคูเปอร์ด้วยการเล่าเรื่องของเซนมันช่วยให้เขาผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
"ว่ามาเลยกิ" เซนตั้งหน้าตั้งตารอเป็นพิเศษเหมือนกับสุนัขที่รออาหารจากเจ้าของ
"อาณาจักรนอดมีผู้นำเพียงคนเดียวเหมือนกับอาณาจักรเซีย คนที่เป็นผู้นำเป็นเผ่ามนุษย์ชื่อแคทเทอรีนอยู่เลเวลเก้าและยังมีฉายาจักรพรรดินีทุ่งสีขาวอีกด้วย"
"โห ! เท่เหมือนกันนะเนี่ย สักวันฉันจะต้องมีฉายาแบบนั้นบ้างอย่างจักรพรรดิเพลิงคำราม"
"เลิกเพ้อได้แล้ว ฉันต่างหากจักรพรรดินีสายฟ้าฟาด" คานะเองก็ไม่ต่างกันแต่พวกเขาก็สนุกที่ได้จินตนาการไปเรื่อย
"เหอะ ๆ ขอให้ได้อย่างที่หวังแล้วกัน" สเตล่าหัวเราะกวนประสาทพลางคิดถึงฉายาของตัวเองไปด้วย
"เรื่องรายละเอียดปลีกย่อยค่อยเล่าทีหลังแล้วกัน เราจะพักกันที่นี่หนึ่งคืนและออกเดินทางพรุ่งนี้เช้า"
"เยสเซอร์หัวหน้า !" เสียงตอบรับอย่างพร้อมเพรียงกับท่าวันทยหัตถ์ก่อนจะเข้านอน
พวกเขาเหมือนไม่รู้อะไรเลย แม้แต่เด็กยังรู้จักจักรพรรดินีทุ่งสีขาวเลยนะพี่ ขณะที่คูเปอร์พยายามข่มตาหลับแต่ด้วยสภาพแวดล้อมแปลกใหม่ทำให้เขาไม่อาจหลับได้สบายใจ
แน่ใจใช่ไหมที่พวกเขาหาข้อมูลของจักรพรรดินีทุ่งสีขาว พวกเขาอาจจะเป็นคนต่างแดนอย่างนักผจญภัยหรือพ่อค้าก็ได้เพราะอาชีพพวกนั้นสามารถเดินทางไปได้ทั่ว
ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน พวกเขากินข้าวกันเสร็จก็เอาแต่อยู่ในห้องดู ๆ แล้วก็เหมือนจะมีเงินเยอะอยู่นะครับเพราะห้องใหญ่ใช้ได้เลย
แล้วพวกเขาแข็งแกร่งแค่ไหน?
ผมก็บอกไม่ได้เหมือนกันเพราะยังไม่เคยเห็นพวกเขาแสดงฝีมืออะไรเลย
หลังจากนั้นคูเปอร์ก็คุยกับพี่ชายจนเผลอหลับไป
17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2576
เช้าตรู่อันสดใสที่คูเปอร์ได้หลับเต็มอิ่ม บ้านหลังเล็ก ๆ ที่เขาสร้างมักจะมีคนเดินผ่านไปมาตลอดจนไม่เป็นอันนอน วันดีคืนดีเจอพวกบุกเข้ามาหวังปล้นก็ไม่มีวิธีขัดขืนได้แต่ปล่อยให้โดนขโมยของไป
"เราจะไปที่เมืองเมืองหนึ่งที่มีการฝึกทหารจำนวนมาก หากเราตัดกำลังพวกมันได้ก่อนก็ถือว่าดี" พวกเขาโดนเวทปรับเปลี่ยนรูปร่างให้กลายเป็นคนแปลกหน้าอีกเช่นเคย เวลาจะเดินทางไปไหนก็จะหลบซ่อนใบหน้าที่แท้จริงไว้ยากต่อการตามตัว
"มาถึงก็เล่นของหนักเลยเหรอ ได้สิวะจะอะไรก็จัดมา !" เซนยิ้มมุมปากแสดงให้เห็นถึงความมั่นอกมั่นใจ
"นายคงไม่คิดจะฆ่าทุกคนที่เป็นทหารหรอกนะ" คานะที่มองเห็นอนาคตการนองเลือดจึงได้ถามเพื่อให้แน่ใจจะมีวิธีที่เลี่ยงการฆ่าฟันกันได้มากเพียงใด
"ลืมคำปฏิญาณของพวกเราไปแล้วเหรอคานะ ช่วยเหลือผู้ที่สมควรถูกช่วยเหลือ"
"สั่งสอนผู้ที่สมควรถูกสั่งสอน" สเตล่าเอ่ยตาม
"กำจัด" เซนเองก็ไม่น้อยหน้าพูดต่อทันที
"ผู้ที่สมควรถูกกำจัด" หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นคานะก็นึกขึ้นมาได้
"ยอดเยี่ยมถ้างั้นเดินทางกันต่อเถอะ"
...
หลังจากที่พวกเขาออกจากเมืองไปได้ไม่นานก็มีกลุ่มชายหญิงปกปิดใบหน้าเข้าไปในบ้านพักหลังที่พวกเขาเคยอยู่
"เจ้าของโรงแรมบอกว่าพวกเขาออกไปเมื่อเช้า" เสียงชายหนุ่มเอ่ยขึ้นหลังจากค้นข้าวของในห้อง
"ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าเราตามเจ้านั่นมาติด ๆ แล้วแต่น่าเสียดายที่ท่านแคทเทอรีนกำชับให้จับเป็นถ้าจับตายละก็ง่ายนิดเดียว"
"ไปกันเถอะ ฝากด้วยล่ะบลัดฮาวด์" ชายหนุ่มเผลอแสยะยิ้มทำเอาเจ้าของโรงแรมกลัวก่อนจะมุ่งหน้าตามหลังพวกซึฮากิไป
สัตว์อสูรลักษณะคล้ายกับสุนัขใหญ่เท่าตัวเจ้าของของมันเลย ความสามารถในการดมกลิ่นของมันเหนือกว่าหมาป่าถ้ำเสียอีกอาจตามกลิ่นได้ไกลหลายกิโลเมตร
หลังจากเวลาไม่นานพวกซึฮากิก็ออกจากเขตเมืองที่คนอาศัยอยู่เดินผ่านป่าเขาที่เงียบกริบมีเพียงเสียงลมกระทบกับต้นไม้ใบหญ้าเป็นบรรยากาศที่เหมาะแก่การนอนยิ่งนัก
"รู้สึกดีขึ้นเยอะเลยที่คืนร่างเดิมได้ แล้วทำไมฉันต้องเป็นม้าด้วยล่ะเนี่ย"
ขณะที่พรรคพวกของเขากำลังพูดคุยกันสนุกปากก็มีซึฮากิที่นิ่งเงียบเหลือบตามองไปยังเส้นทางที่ผ่านมา
"เตรียมตัวรับมือ" เพียงแค่ประโยคสั้น ๆ ก็ทำให้พวกเขาตื่นตัวหยิบอาวุธไว้ข้างกาย ขณะเดียวกันก็มีชายหญิงคู่หนึ่งเหมือนกับเป็นนักผจญภัยเดินตามหลังมา
ช่วงเวลาอันเงียบขรึมที่ชายหญิงสองคนเดินแซงพวกเขาไปเช่นเดียวกับพวกเซนที่ยังไม่ทำอะไรจนเหมือนจะปลอดภัย
"โอะ ! หน้าคุ้น ๆ นะ...ซึฮากิ" เซนและคานะพุ่งเข้าใส่ทันทีที่ได้ยิน คลื่นวารีที่คมดั่งดาบยาวฟาดฟันจากทางขวาและเซนที่ใช้กำปั้นเพลิงปล่อยเข้าจากอีกทางเป็นการโจมตีผสานโดยไม่ต้องบอกกล่าว
"ช่างเหมาะเจาะอะไรเพียงนี้" ชายหนุ่มรับมือกับเวทวารีของคานะด้วยกำแพงหินเช่นเดียวกับกำปั้นเพลิงที่โดนเวทวารีของอีกฝ่ายหักล้างก่อนจะได้ระเบิดพลังออกมา
"เวทเพลิงและวารีเป็นเวทที่เราถนัดซะด้วย หมายถึงรับมือได้ถนัดอะนะ"
สองคนนี้รับมือได้สบาย ๆ จะมีคนที่ใส่ชุดคลุมกับเด็กอีกสองคน แต่ที่น่าสงสัยที่สุดก็คงเป็นเจ้าหนุ่มซึฮากินั่น เขาสะบัดกระแสมานาออกไปรอบข้างและเปลี่ยนเป็นมีดพุ่งจู่โจมดันเซนและคานะออกมา
"ทำไมถึงยังนิ่งอยู่ล่ะ? ถ้าใช่ซึฮากิที่เป็นผู้นำเอลโฟเรียก็คงจะมีฝีมือพอตัวหรือเป็นเหมือนวาเลี่ยมที่สู้ไม่เก่ง" ชายหนุ่มเหวี่ยงแขนที่มีกำไลเวทสร้างกำแพงหินขนาดหนึ่งเมตรโดยมีหอกแหลมยื่นออกมาเป็นดั่งป้อมปราการพุ่งใส่พวกเขา
"เฮ้ย ๆ เมินกันเลยเหรอวะ !" เซนเข้ามาขวางประจวบเหมาะกับมีดสั้นสีชาดตวัดเป็นเส้นตรงส่งคลื่นเพลิงปะทะกับกำแพงหอกแหลม เซนใช้จังหวะนั้นพุ่งเข้าจากด้านข้างมุมที่กำแพงหินป้องกันไม่ถึงและง้างแขนไปด้านหลังออกแรงแทงตรงไปที่คอ
"เจ๋งดีเหมือนกันนี่หว่า ถ้างั้นลองเจอนี่หน่อย" เขายกแขนขึ้นป้องกันทำให้คมมีดสีชาดของเซนแทงโดนเกราะเหล็กที่ทำมาแบบพิเศษ
เซนก็รับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณเตะสกัดขาขณะที่เขากำลังล้มลงเซนจับมีดสองมือส่งมานาจำนวนมากเข้าไปและเล็งแทงลงไปที่ช่วงลำตัวที่เป็นเป้าใหญ่จัดการได้ง่าย
"[ฐานที่มั่น]" เพียงแค่เขาร่ายเวทระยะสั้น ๆ กลับทำให้คมมีดของเซนหักในทันทีอย่างกับกิ่งไม้ที่จะไปแทงก้อนหิน
"สกิลฐานที่มั่นมีผลทำให้สิ่งที่เป็นอันตรายที่เข้ามาในระยะถูกปัดป้องออกไป…ใช่ไหมกิ !" แม้อาวุธของเขาจะพังไปแล้วแต่เซนก็ยังยิ้มและมีเวลาหันกลับไปคุยกับซึฮากิ
"โห จำได้ด้วยสินะไม่คิดว่าที่สอน ๆ ไปจะยังอยู่ในหัวของนาย"
"ฮ่า ๆ ๆ เห็นแบบนี้ฉันก็ฉลาดเหมือนกันนะ"
ขณะเดียวกันทางด้านของคานะกำลังปะทะกับหญิงสาวพรรคพวกของชายหนุ่มตรงหน้าการต่อสู้ด้วยเวทวารีประเภทเดียวกันทำให้หาผู้ชนะได้ยากแต่พวกเขาก็ดูเหมือนยังไม่ได้เอาจริงเสียเท่าไร
"ปล่อยสาว ๆ คุยกันเองไปเถอะ ส่วนนายก็ส่งเจ้าเด็กนั่นมาแล้วเราจะไป" เขาชี้ไปที่คูเปอร์แต่ยูกิก็เอาตัวเข้ามาบังไว้พยายามจะทำให้ใจเย็นลง
"แล้วถ้าไม่ล่ะ?" เซนเดินเข้ามาขวางสายตาอันดุดันของเขาอีกทั้งยังยิ้มเยาะกระตุกคิ้วกวนประสาท
"ก็คงต้องใช้กำลังสักหน่อย [เสริมกำลังระดับห้า]"
"[ตอกสันขวาน]" ถ่วงท่าที่เหมือนกับกำลังถืออะไรบางอย่างยกขึ้นเหนือหัวฟาดลงพื้นสร้างแรงกระแทกแยกผืนดินออกเป็นสองฝั่งไล่ไปยันรถม้าของพวกเขาถ้าไม่หลบมีหวังร่างแหลกเป็นแน่
"คิดว่าทำเป็นคนเดียวหรือยังไง"
ระดับมานาเพิ่มสูงขึ้นเหมือนกับเสริมกำลังเลย อย่าบอกนะว่ามันสามารถใช้เวทแบบไม่ร่ายได้ ชายหนุ่มพยายามเว้นระยะห่างหลังจากปล่อยเวทออกไป
ไม่ทันไรเซนก็ยกแขนขึ้นสูงเลียนแบบแต่เปลี่ยนเป็นพลังเพลิงแทน
"รับไปซะท่าที่พึ่งคิดเมื่อกี้...สุริยันลงทัณฑ์" มีดที่หักพังฟาดลงตรงหน้าสร้างคลื่นไฟสูงสามเมตรพุ่งเป็นเส้นตรงกวาดล้างทุกสิ่งที่ขวางทางราวกับถูกลบออกไป
"เล่นใหญ่จริง ๆ ไม่กลัวไฟไหม้ป่าหรือยังไง?" สเตล่าพูดจิกกัดเมื่อได้เห็นสภาพพื้นดินที่ไหม้เป็นสีดำ
"ฉันเล็งบนทางเดินอยู่แล้วน่า แต่ถ้ามันดันลามเข้าป่าก็ให้คานะจัดการก็ได้-" พูดไม่ทันขาดคำไฟก็ลามเข้าป่าไปเสียแล้วแต่คานะก็ยังไม่ว่างเพราะรับมือกับหญิงสาวคนนั้นอยู่
"กิ ! ช่วยดับไฟหน่อยสิ" ท่าทางอันตื่นตระหนกพยายามจะดับไฟด้วยการกระทืบทำเอาชายหนุ่มผู้นั้นจ้องมองด้วยสายตาสมเพชไม่กล้าจู่โจมด้วยซ้ำ