วันเวลาผ่านไปจนถึงวันที่ฟางซูซินต้องเข้าพิธีปักปิ่นพิธีการเป็ไปอย่างเรียบง่ายไม่ได้เชิญแขกจากข้างนอกจัดงานกันเพียงภายในครอบครัวเท่านั้น
พอถึง่ที่ต้องมอบของขวัญน้องสาวหลายคนต่างก็หยิบยื่นของขวัญให้นางทั้งยังพูดอวยพรให้นางต่างๆนานาแต่ส่วนใหญ่จะเป็เื่การแต่งงานเสียมากกว่า
"พี่ใหญ่ขอให้ท่านมีความสุขกับชีวิตการแต่งงานนะเ้าคะท่านนี่ช่างโชคดีเสียจริงได้แต่งกับคนที่สาวๆต่างหมายปอง"น้ำเสียงที่ใช้กับวาจาที่เอ่ยไม่ได้แสดงถึงความจริงใจเลย ฟางซีหรูนางเป็บุตรตรีของอนุอันอายุสิบสามปีในอดีตอนุอันเป็สาวใช้ที่ติดตามท่านแม่มาจากบ้านเดิมนางแอบปีนขึ้นเตียงของท่านพ่อจึงได้กลายเป็อนุอันอย่างทุกวันนี้เหตุการณ์ในครั้งนั้นท่านแม่เล่าว่าไม่ได้โกรธเคืองทั้งสองคนออกจะดีเสียอีกที่ท่านพ่อมีอนุเพิ่มขึ้นจะได้คอยช่วยให้เขาได้มีบุตรชายโดยเร็ว
ความฝังใจของท่านแม่ก็คือการที่ไม่สามารถคลอดบุตรชายให้ท่านพ่อได้
แต่จะโทษใครได้
"ขอบใจเ้ามากน้องสาม"นางรับของขวัญมาก็เห็นว่าเป็เพียงปิ่นหยกธรรมดาราคาไม่กี่ตำลึงแต่ก็เอาเถอะนางให้ก็ถือว่าดีแล้ว
"พี่ใหญ่ท่านรู้หรือไม่ว่าคนที่ท่านจะต้องแต่งงานด้วยเป็ใคร?"ฟางซีหรูยังคงเอ่ยถามต่อไปนางก็อยากจะรู้เช่นกันหากว่าพี่ใหญ่ได้ยินชื่อคนที่จะต้องแต่งงานด้วยแล้วจะใแค่ไหน
"ไม่รู้" นางไม่รู้จริงๆ
"อ่าพี่ใหญ่นี่ไม่ได้เื่เลยจริงๆข้าจะบอกให้นะว่าเ้าบ่าวของท่านก็คือท่านแม่ทัพใหญ่อย่างไรเล่าคิคิ" ราวกับว่าเื่ที่นางกำลังพูดอยู่เป็เื่ตลกขบขันอย่างไรอย่างนั้น
"จริงหรือเ้าคะ? ตายแล้วข้าเคยได้ยินว่าเขาโเี้มากเลยนะฆ่าคนโดยไม่กระพริบตาเชียวล่ะ"ฟางซีเหยากล่าวขึ้นทันทีเมื่อได้ยินว่าเ้าบ่าวของพี่ใหญ่เป็ใครนางเป็บุตรสาวของอนุจินปีนี้อายุ 12 ปีนางมักจะเป็คู่ขากับฟางซีหรูอยู่เสมอ
"ไม่ใช่แค่นั้นนะข้ายังเคยได้ยินว่าเขาน่ะดื่มเืสดเป็อาหารด้วยน่าขยะขะแยงที่สุด"ฟางซีหรูเอ่ยสมทบอีกคนชื่อเสียงของท่านแม่ทัพผู้นี้ใช่ว่าจะดีเสียเมื่อไรหากว่าเขาไม่ได้เป็แม่ทัพคอยรบเพื่อบ้านเมืองก็คงจะเป็ฆาตกรโเี้เป็แน่
"พวกเ้าหยุดได้แล้วพูดเื่ไร้สาระอะไรกันพี่ใหญ่อย่าไปฟังพวกนางเลยนะเ้าคะ"ฟางเฟยเซียนที่นิ่งเงียบอยู่นานก็ได้เวลาเอ่ยขึ้นตามจริงนางอยากจะให้พี่ใหญ่ได้รับรู้ตัวตนของว่าที่สามีอีกหน่อยแต่ก็กลัวว่านางจะใกลัวจนไม่เข้าพิธีแต่งงาน
อันที่จริงงานแต่งงานครั้งนี้ระบุไว้ว่าต้องเป็บุตรสาวที่เกิดจากภรรยาเอกเท่านั้นซึ่งในปัจจุบันก็คือนางที่เป็บุตรตรีที่เกิดจากภรรยาเอกแต่นางจะแต่งกับแม่ทัพนั่นได้อย่างไรหน้าก็ไม่เคยเห็นทั้งชื่อเสียงที่น่ากลัวเ่าั้อีกนางทนยอมรับไม่ได้ บุรุษที่นางใฝ่ฝันว่าจะต้องแต่งให้เขาก็คือองค์รัชทายาทต่างหากแต่ท่านพ่อก็ไม่สามารถยกเลิกการแต่งงานครั้งนี้ได้เห็นว่าเป็คำสั่งของฝ่าาที่้าให้ท่านแม่ทัพเป็ฝั่งเป็ฝาเสียที
ความโชคร้ายจึงไปตกที่ฟางซูซินอย่างไรเล่านางเพียงร้องไห้นิดหน่อยท่านพ่อก็ใจอ่อนไม่ให้นางแต่งแล้วแต่หากเป็ฟางซูซินเล่าท่านพ่อไม่คิดจะรั้งไว้เสียด้วยซ้ำเป็ลูกที่ท่านพ่อไม่รักก็ต้องทำใจนะ
"ข้าไม่เป็ไร" ท่านแม่ทัพใหญ่หรือ? นางก็พอจะเคยได้ยินข่าวคราวของเขาอยู่บ้างแต่ไม่เคยคิดเลยว่าคนที่นางจะต้องแต่งงานด้วยจะเป็เขาหากว่านางไม่ถูกเขาฆ่าตายเสียก่อนก็คงดี
"เอาล่ะๆพวกเ้าเลิกก่อกวนพี่ใหญ่ของพวกเ้าได้แล้วซินเอ๋อร์เ้ากลับไปพักผ่อนเถอะวันนี้เหนื่อยมากแล้วเดี๋ยวแม่จะให้คนเอาน้ำแกงไก่ไปให้เ้าดื่มนะ"เ้าเด็กพวกนี้ไม่รู้ว่าไปสรรหาคำพูดอะไรมาพูดนักหนาหากลูกเลี้ยงนางตื่นกลัวจนไม่กล้าแต่งงานขึ้นมาจะทำอย่างไร
"เ้าค่ะ" นางรับคำอย่างเรียบง่ายแล้วจึงเดินกลับเรือนของตนเองไม่มีงานเลี้ยงใดๆเพื่อนางแล้วนางจะอยู่ต่อไปเพื่อเหตุใดแม้แต่ท่านพ่อเองก็ยังไม่มาร่วมงานของนางครั้นที่ทุกคนมาก็เป็เพียงหน้าที่เท่านั้นหรือจะมาเพื่อเยาะเย้ยนางก็ไม่แน่ใจ
เมื่อกลับมาถึงเรือนก็มีคนมาส่งน้ำแกงไก่ให้จริงๆลี่ซือถือมันเข้าให้นางทั้งยังบอกให้นางรีบดื่มตอนที่มันยังร้อนๆอยู่นานๆทีหลินฮูหยินจะยอมให้คุณหนูของนางได้กินของดีๆบ้าง
"คุณหนูเ้าคะท่านไม่ต้องเป็ห่วงนะเ้าคะลี่ซือจะปกป้องท่านเองจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายท่านได้เด็ดขาด"ลี่ซือกล่าวขึ้นหลังที่คุณหนูของนางดื่มน้ำแกงจนหมด
"ลี่ซือเ้าสัญญากับข้าได้หรือไม่หากว่า...หากว่าข้าไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้วเ้าจะต้องมีชีวิตต่อไปมีความสุขมากกว่าตอนนี้ให้ได้"นางเคยคิดมาก่อนว่าหากนางไม่อยู่แล้วลี่ซือจะเป็เช่นไรคนที่นางเป็ห่วงในโลกใบนี้ก็เหลือเพียงลี่ซืออยู่ผู้เดียว
"ไม่เ้าค่ะคุณหนูต้องอยู่กับบ่าวบ่าวไม่ให้คุณหนูไปไหนทั้งนั้นคุณหนูไปไหนบ่าวก็จะขอติดตามไปด้วยเ้าค่ะ"ลี่ซือนั่งลงกอดเข่าของคุณหนูไว้แน่นเสียงสั่นๆของลี่ซือทำให้นางรู้สึกว่ามีก้อนสะอึกติดอยู่ในลำคอดวงตาก็เริ่มร้อนผ่าวขึ้นมา
"ข้าไม่ได้จะไปไหนเพียงแค่อยากให้เ้ารับรู้ไว้ว่าหากไม่มีข้าเ้าก็ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป...แต่ตอนนี้ข้าอยู่ตรงนี้อยู่กับเ้าที่นี่"นางยื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้ลี่ซืออย่างอ่อนโยนบางครานางก็คิดว่าหากนางกับลี่ซือเป็พี่น้องกันจริงๆก็คงจะดีนางเองก็อยากมีที่พึ่งพิงด้วยเช่นกันคงจะดีหากยังมีสายเืของท่านแม่คอยอยู่เคียงข้างนาง
"เ้าค่ะคุณหนูอยู่ไหนบ่าวก็อยู่ที่นั่นเ้าค่ะ"นางจะไม่ยอมพรากจากคุณหนูเด็ดขาดคุณหนูถือเป็ครอบครัวคนเดียวของนางหากไม่มีคุณหนูนางก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ไปเพื่ออะไร
"ดีเช่นนั้นก็เลิกร้องไห้ได้แล้วขี้แยเป็เด็กๆเลย" นางยิ้มล้อเลียนลี่ซือเห็นนางร้องไห้ขี้มูกโป่งก็ให้รู้สึกเอ็นดู
นางไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นแต่หากมีลี่ซืออยู่ด้วยนางก็ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว
สองนายบ่ายพูดคุยกันอีกสองสามประโยคต่างก็แยกย้ายไปทำงานของตนเองตามปกติจนถึงเวลาค่ำก็พากันเข้านอนไม่ได้มีอะไรพิเศษต่างไปจากวันอื่น
เช้ามืดของวันรุ่งขึ้นยังไม่ทันที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นพ้นขอบฟ้าเสียงเคาะประตูอย่างแรงก็ดังขึ้นที่หน้าห้องฟางซูซินสะดุ้งใตื่นปกตินางตื่นเช้าอยู่แล้วแต่ว่าตอนนี้ยังไม่ไม่ใช่เวลาตื่นของนางลี่ซือที่ได้ยินเสียงก็รีบวิ่งมาที่ห้องนอนของคุณหนูนางเห็นกลุ่มสาวใช้จำนวนหนึ่งยืนทุบประตูห้องนอนของคุณหนูอยู่จึงะโออกไปว่า
"พวกเ้าทำอะไรนี่มันห้องนอนของคุณหนูใหญ่นะกล้ามารบกวนเวลานอนของคุณหนูได้อย่างไร"นางะโออกไปสุดเสียงหวังข่มให้ผู้มาใหม่หยุดการกระทำที่อุกอาจ
"เฮอะ! รีบบอกให้คุณหนูของเ้าตื่นขึ้นมาเร็วเถอะนี่เป็คำสั่งของฮูหยินใหญ่"พวกนางไม่คิดจะเกรงใจคุณหนูใหญ่ผู้นี้อยู่แล้วคำสั่งของฮูหยินใหญ่คือจับนางแต่งตัวเพื่อเข้าพิธีแต่งงาน
"จะให้ปลุกคุณหนูตอนนี้ทำไม"ลี่ซือเริ่มใจไม่ดีแล้วนางคิดว่าเหตุผลที่คนพวกนี้มาปลุกคุณั้แ่ฟ้ายังไม่สว่างย่อมไม่ใช่เื่ที่ดีแน่นอน
"ก็จับคุณหนูของเ้าแต่งตัวเพื่อเข้าพิธีแต่งงานอย่างไรเล่าอย่าชักช้ารีบไปปลุกคุณหนูของเ้าเสียไม่เช่นนั้นข้าจะเอาเื่นี้ไปรายงานฮูหยินใหญ่"หึ เป็แค่บ่าวตัวเล็กๆคิดจะมาต่อต้านฮูหยินใหญ่หรือฝันไปเถอะ
"ตะ แต่งงาน!"ราวกับฟ้าผ่าลงมากลางหัวของลี่ซือนางรู้สึกชาไปทั้งตัวเื่ที่คุณหนูต้องแต่งงานนางก็รับรู้แต่เหตุใดถึงได้รวดเร็วเช่นนี้เล่าเมื่อวานคุณหนูเพิ่งจะเข้าพิธีปักปิ่นเองนะ
"ใช่!และหากเ้าไม่อยากถูกโบยจนตายก็รีบไปเรียกคุณหนูของเ้าออกมาซะ!"เสียงตะคอกไม่ได้เบาเลยหากว่าคนที่นอนอยู่ด้านในไม่สะดุ้งตื่นก็คงจะเป็ไปไม่ได้
ฟางซูซินเปิดประตูออกมาเห็นว่าผู้ที่มานั้นเป็บ่าวคนสนิทของหลินฮูหยินนางมองสำรวจทุกคนที่ยืนอยู่หน้าห้องของนางเห็นใบหน้าซีดขาวของลี่ซือที่มองมาทางนางราวกับ้าจะเอื้อนเอ่ย นางเข้าใจว่าลี่ซือรู้สึกอย่างไรเพราะตอนนี้นางเองก็รู้สึกไม่ต่างกันนักหรอก