ตอนที่ 24 งานวิจัยกับเวลาเปลี่ยนคนเปลี่ยน
อีกหนึ่งวันผ่านไปไวราวกับข้ามตอน..จริงๆฉันก็ข้ามตอนนั่นแหละ ฉัน น้องน้ำ นายแว่น และเติม ก็ได้โคจรมาสิงสถิตอยู่ ณ ที่เดียวกันซึ่งก็คือ ลานม้านั่งใกล้กับตึกเบญจมาสของคณะวิทย์ที่นี่เป็ตึกที่ค่อนข้างเก่าของคณะทำให้ไม่ค่อยมีใครผ่านไปมาแถวนี้มากนักหากไม่มีธุระกันจริงๆก็คงจะไม่มีใครผ่านมาดังนั้นม้านั่งเป็แถบยาวเต็มลานนั้นจึงมีเพียงสี่คนที่นั่งอยู่ ที่ฉันเลือกที่นี่เป็เพราะว่าฉันไม่อยากเจอพวกสาวสวยกล้วยหอมบีหนึ่งบีสองที่คอยนินทาฉันเมื่อฉันพยายามจะหัดแต่งหน้าและ ถ้ามันออกมาดูแย่จะได้ไม่ต้องอายและกลายเป็ขี้ปากคนพวกนั้น
จริงๆฉันอยากจะนอนราบไปให้พาดม้านั่งสี่ตัวในครั้งเดียวนะเพราะไม่อยากให้คนที่ทำลานนี้รู้สึกแย่ อุตส่าห์ทำมาทั้งทีแต่ก็ไม่มีคนใช้ ติดที่ว่ามันลำบากไปหน่อยแล้วก็ปวดหลังมากๆถ้าฉันจะทำแบบนั้นฉันก็เลยไม่ได้ทำแบบที่ว่า
ทำไมนายแว่นถึงโผล่มาด้วย?แน่นอนไม่เห็นจะแปลกเลยก็นายแว่นจีบน้องน้ำอยู่นี่นา..การที่นายแว่นจะโผล่ไปที่ที่มีน้องน้ำอยู่ก็ไม่เห็นแปลกอะไรเลยนิ..
บรรทัดข้างบนฉันแค่ตอแหลความจริงคือ ฉันหลอกนายแว่นมาเองแหละ หมอนี่มันหลอกง่ายชะมัดเมื่อวานฉันโทรไปบอกนายแว่นว่าให้มาเรียนแต่งหน้าด้วยกันหน่อยแล้วก็ยกเหตุผลทำนองว่า “การแต่งหน้าในแบบผู้ชายนั้นจะช่วยเพิ่มสง่าราศีให้กับนายได้นะเพราะนายหน้าตาแบบตี๋ๆ การแต่งหน้าอาจจะทำให้นายกลายเป็โอ้ปป้าได้ไม่ยาก อีกอย่างคนที่สอนคือน้องน้ำนายรู้มั้ยว่าเวลาที่คนหนึ่งแต่งหน้าให้อีกคนหนึ่ง ทั้งคู่นั้นต้องเข้าใกล้กันมากนายสามารถเล่นจ้องตาในระประชิดได้เลยในยามที่ถูกเธอสอนแต่งหน้า” แล้วนายแว่นก็ติดกับอย่างง่ายดายส่วนเหตุผลที่ฉันต้องหลอกนายแว่นมากับฉันด้วยก็เป็เพราะฉันไม่เคยแต่งหน้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว บางทีมันอาจจะออกมาแย่เกินคาดอย่างน้อยมีเพื่อนอายจะดีกว่าอายคนเดียวเพราะฉันไม่คิดว่าสภาพนายแว่นหลังแต่งหน้าจะออกมาดีเท่าใดนัก
เมื่อพวกเรามาถึงน้องน้ำก็ยกลัง? กระเป๋า? หรืออะไรสักอย่างฉันไม่แน่ใจถ้าฉันพอจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพได้ก็คงจะประมาณ กล่องเครื่องมือช่างที่พอเปิดออกมาก็มีหลายๆชั้นซ้อนกันขึ้นไปดูเหมือนว่าสาวน้อยคนนี้จะจริงจังและช่ำชองกับเื่การแต่งหน้าเอามากๆเลยเพราะอย่างน้อยที่ฉันเห็นอุปกรณ์ทั้งหมดในตอนนี้เธอก็มีสองกล่องใหญ่ๆ แล้วคงไม่มีผู้หญิงที่ไหนที่มีอุปกรณ์จัดเต็มขนาดนี้แต่ดันแต่งหน้าไม่เป็ใช่ป่ะ
ฉันแอบคิดแล้วว่าถ้าเกิดว่าการแต่งหน้ามันช่วยได้ คือ..ทำให้ฉันดูดีขึ้นได้ ถ้าอย่างนั้นฉันจำเป็จะต้องซื้อของทั้งหมดนี้เลยเหรอแค่นึกภาพเงินที่ปลิวไปกับของพวกนี้แทนที่จะเป็อาหารจานโตฉันก็รู้สึกสลดแล้วว้า..รู้สึกหมดกำลังใจซะแล้วสิ ไม่แต่งได้มั้ยหน้าเนี่ย
“ใครก่อนคะ”น้องน้ำถามอย่างกระตือรือร้น ฉันชี้ไปที่นายแว่นทันที ดูเหมือนว่าบุคลิกขี้อายของเธอจะหายไปทันทีเมื่อพูดถึงเื่แต่งหน้าบางทีเธอคงชอบมันมากจริงๆ ฉันเข้าใจ เมื่อพูดถึงเื่กินบุคลิกขี้อายของฉันก็หายไปเหมือนกันฉันเปลี่ยนเป็ไร้ยางอายและสวาปามอย่างตะกละตะกลามทันที หากมีอาหารรสเลิศกองอยู่ตรงหน้า
น้องน้ำหิ้วกล่องเครื่องมือขนาดใหญ่สองกล่องมาที่ตรงหน้านายแว่นก่อนที่จะอธิบาย “การแต่งหน้าตัวเองหลักๆ แล้วเราต้องดูบุคลิกของตัวเองว่าเราดูเป็ยังไงและแต่งแบบไหนถึงจะเหมาะอย่างพี่ตี๋ที่มีรอยสิวเล็กน้อยและรอยฝ้ากระเราก็ใช้รองพื้นเบาๆ ปิดพื้นผิวซึ่งจะทำให้หน้าดูเรียบเนียนและไม่เห็นรอยสิวหรือฝ้าได้คิ้วที่จะไม่ค่อยคมเข้มตามสไตล์ของคนเอเชียนั่นเราสามารถแต่งให้มันคมเข้มขึ้นได้โดยการเขียนเพิ่มให้มีลักษณะหนาในแบบผู้ชายอาจจะเขียนขอบตาเล็กน้อยทำให้ดูมีขอบของตาชัดและมองดูเข้มขึ้น และทาลิปปาล์มซึ่งช่วยเน้นริมฝีปากสีคล้ำและบางทั้งหมดนั่นก็จะทำให้หน้าแบบพี่ตี๋ดูดีขึ้นมาก..”
น้องน้ำสาธยายอย่างผู้เชี่ยวชาญจากนั้นจึงเริ่มต้นละเลงหน้านายแว่นทันทีเริ่มต้นจากรองพื้นบางๆเธอใช้สีที่ใกล้เคียงกับโทนหน้าของนายแว่นจากนั้นก็เริ่มละเลงหน้านายแว่นเมื่อเสร็จแล้วหน้านายแว่นมันดูโล้นๆ จนฉันแทบจะหลุดขำ
บอกตามตรงว่าฉันอั้นขำหนักมากไม่ใช่แค่หน้านายแว่นมันดูโล้นๆเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่านายแว่นจะจริงจังกับพูดของฉันที่บอกว่าให้เล่นจ้องตากับเธอเอามากๆนายแว่นในปัจจุบันนั้นต้องถอดแว่นออกเพื่อแต่งหน้าแต่ด้วยตาตี่ของหมอนี่ประกอบกับอาการสายตาสั้นเมื่อเขาพยายามจ้องตาน้องน้ำมันทำให้เขาต้องหรี่ตาที่เล็กอยู่แล้วลงไปอีกเพื่อเพ่งมองจะได้เห็นชัดนั่นทำให้หน้าของเขาในปัจจุบันจึงดูตลกสุดๆ
“พี่ตี๋อย่าทำหน้ายับสิคะแบบนี้หนูก็แต่งไม่ถนัดสิ” น้องน้ำกล่าว
“แต่พี่ถอดแว่นแล้วพี่มองไม่เห็นนี่นา”
“ก็ไม่ต้องมองหลับตาไปเลย”
นายแว่นทำตามด้วยความเชื่องเชื่อและฉันมั่นใจเหลือเกินว่าในตอนนี้เขาคงโทษสายตาสั้นของตนอยู่ที่ทำให้หมดโอกาสจะเล่นจ้องตากับน้องน้ำฉันอยากจะสงสารนะที่บรรยากาศแสนโรแมนติกที่หมอนี่จินตนาการไว้พังทลายไม่เป็ท่าแต่ฉันรู้สึกขำมากกว่าและดูเหมือนว่าเติมก็คิดแบบเดียวกับฉันเพราะตอนนี้เติมกลั้นขำสุดฤทธิ์
“พุฟฟ..ถ้านายอยากจะขำนะเติมหัวเราะออกมาดังๆได้เลย ฉันรู้นายอั้นไว้อยู่”ฉันหลุดขำออกมาเลกน้อยก่อนที่จะหันไปกระซิบใส่เติม
“ไม่ล่ะ..หึ..ฉันมีมารยาทพอและนั่นคือสิ่งที่ทำ..หึ..ให้ฉันแตกต่างจากเธอ..”เติมกระซิบกลับมาพร้อมกลับน้ำเสียงที่แทบจะกลั้นขำเอาไว้ไม่ไหว
ฉันและเติมหันหน้าหนีไปทางอื่นและพยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำตัวให้ดูมีมารยาทโดยการกลั้นขำเราใช้เวลาอยู่นานในที่สุดก็หยุดได้และดูเหมือนว่าฉันกับเติมคิดเหมือนกันว่าไม่ควรหันไปดูอีกเพราะนั่นจะทำให้มารยาทเส้นสุดท้ายของเราขาดปลิวไปจึงกลายเป็ว่าฉันเติมนั้นหันไปชมนกชมไม้อาคารเก่าๆ จนกว่านายแว่นจะแต่งหน้าเสร็จ
“เสร็จแล้วคะ..”สาวน้อยกล่าวพร้อมกับปรบมือฉันและเติมหันกลับมาดูนายแว่นโดยเกร็งท้องรออย่างสุดความสามารถ แต่ให้ตายเถอะ.......นายแว่นดันกลายเป็โอ้ปป้าจริงๆซะแล้ว
ไม่ต้องสงสัยเลยตอนนี้ฉันได้รู้จักคนหน้าตาดีเพิ่มมาอีกคนหมอนี่มันหนุ่มเกาหลีชัดๆ รูปหน้าที่เรียวและสีผิวที่ขาวตามสไตล์หนุ่มตี๋นั้นช่วยเสริมโครงหน้าของนายแว่นให้ดูดีอยู่พอสมควรรอยสิวฝ้ากระถูกปิดจากแป้งรองพื้นที่สีใกล้เคียงกับผิวของนายแว่นทำให้นายแว่นในปัจจุบันดูเป็หนุ่มหน้าใสคิ้วที่หนาเข้มและมีรูปร่างบวกกับขอบตา้าและล่างที่ถูกเขียนบางๆด้วยสีดำทำให้หนุ่มตี๋ดูดุและมีเสน่ห์ริมฝีปากมีสีเข้มเล็กน้อยซึ่งเป็สีปกติแต่ไม่ได้ดูด้านและดูมันแทนจากลิปปาล์มขอบตาด้านล่างถูกแต่งด้วยการปัดสีดำเล็กน้อยทำให้เขาดูน่าค้นหานายแว่นหยิบแว่นของตนขึ้นมาใส่และนั่นทำให้ดวงตาเขาดูโตขึ้นเล็กน้อยประกอบกับผมที่ถูกปัดเป็ทรงโดยน้องน้ำมันทำเขาดูเป็ชายหนุ่มมาดเท่น่าหลงใหลไปในทันที
ภาษาอังกฤษวันละคำ“ฉิบหาย ” ฉันไม่คิดจริงๆว่าหมอนี่พอแต่งออกมาแล้วมันจะดูดีได้ขนาดนี้และตอนนี้ฉันไม่มั่นใจโดยสมบูรณ์ จะเป็ยังไงหากหน้าฉันแต่งออกมาแล้วยังดูทุเรศอยู่ จากที่กลัวอายคนเดียวเลยหาเพื่อนอายมันกลับกลายเป็ว่าเพื่อนที่ต้องควรจะอายด้วยกันดันดูดีผิดคาดและถ้าฉันไม่ชวนนายแว่นมาแต่ต้นถ้าหน้าฉันหลังแต่งออกมาแย่ฉันก็คงไม่ได้อายเท่านี้แต่นี้มันเหมือนเพิ่มความหน้าอายเป็ทวีคูณเมื่อนายแว่นดูดีแบบสุดๆไปแล้ว
หากคุณไม่เข้าใจอารมณ์มันคล้ายๆกับคุณขับมอเตอร์ไซค์ด้วยความมั่นใจและก็ไปล้มกลางสี่แยกแต่ปัญหาคือคุณดันไม่ได้เจ็บตรงไหนเลย และคุณก็ลุกขึ้นมายกรถที่ล้มของตนขึ้นมาขี่อีกครั้งแบบอายๆประมาณนั้นแหละบางทีในตอนที่คุณล้มลงไปคุณอาจจะอยากหัวเข่าแตก ศอกแตกหรืออะไรสักอย่างมันคงจะรู้สึกดีกว่า
นั่นแหละอารมณ์ของฉันในปัจจุบันแม้จะมีหน้าที่หนาถึงเพียงนี้แต่การที่ความอายมันมีตัวคูณเพิ่มเช่นนี้มันทำให้ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงแม้แต่กับหน้าหนาๆของฉัน
น้องน้ำหยิบกล่องเครื่องมือมาที่ฉันทันทีหลังจากที่แต่งหน้าให้นายแว่นเสร็จแต่ก่อนหน้านั้นฉันวิ่งไปหยิบกระเป๋าเอารูปที่พี่ลายเมฆวาดให้ฉันมาและยื่นให้เธอก่อนและถามเธอ
“ถ้าพี่แต่งเสร็จแล้วหน้าตาพี่จะประมาณนี้มั้ย?”
“อืมม..ใกล้เคียงเลยคะแต่ในรูปนั้นมันผอมกว่าตอนนี้นิดหน่อยนั่นอาจจะทำให้ดูคลาดจากในรูปไปสักเล็กน้อย”คำตอบของเธอทำให้ฉันมีความกล้าที่จะเผชิญสี่แยกมากขึ้นหลังจากนี้แม้ว่าฉันจะล้มกลางสี่แยกฉันก็คงต้องลองดูสักตั้ง ฉันถอดแว่นแล้วนั่งรอให้เธอแต่งหน้าทันที
“งั้นก็เริ่มเลยจ้ะ”
“ค่ะ...โครงหน้าของพี่ก็เหมือนในรูปที่พี่ให้ดูมามันดูคมและเข้มแต่คิ้วของพี่มันไม่ได้คมแบบในรูปนั่นทำให้พี่ในตอนนี้ดูไม่เหมือนกับในรูปเราต้องเขียนคิ้วของพี่ให้คมชัดขึ้นสำหรับเื่ผิวหนูมองว่าผิวพี่ค่อนข้างจะดีอยู่แล้ว อาจจะต้องแค่ทารองพื้นบางๆและก็ปัดสีโทนแดงหรือชมพูที่แก้มหน่อย เพื่อเสริมมิติของโครงหน้าให้ชัดเจนตาของพี่ดูเล็กกว่าในรูปนิดหน่อย นั่นอาจเป็เพราะในรูปดูผอมกว่านี้แต่ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะถ้าพี่ใส่แว่นไปแล้วมันก็คงดูโตพอเราจะกรีดของตาด้วยอายไลเนอร์ให้ตาพี่ดูมีเสน่ห์กว่าเดิม และเพิ่มอายแชโดว์ตรงเปลือกตาเล็กน้อยตาของพี่ก็จะดูดีสุดๆ ริมฝีปากของพี่ก็ดูดีอยู่แล้วมันดูอวบอิ่มพอดีๆแบบชาวไทยนั่นทำให้ไม่ว่าพี่จะใช้ลิปสติกอะไรมันก็จะดูดีและพี่ควรจะใช้เพราะจุดเด่นนั้นควรจะถูกผลักให้เด่นยิ่งขึ้น ที่เหลือก็แค่จัดทรงผมนิดหน่อยให้เข้ากับใบหน้าที่สวยคมก็เสร็จ”
น้องน้ำอธิบายสิ่งต่างๆเสร็จศัพท์และดูเหมือนว่าฉันจะมีหลายอย่างที่ดีอยู่แล้วฉันประหลาดใจเล็กน้อยที่ไอ้ที่มันดีอยู่แล้วเนี่ย พอเอามารวมๆกันแล้วมันกลายเป็ฉันที่ดูทุเรศขนาดนี้ได้ยังไง
ความเข้ากันได้นั้นเป็สิ่งที่น่าพิศวงอย่างแน่นอน บางทีถ้าฉันมีความเชื่อแบบนับถือพระเ้าฉันอาจจะคิดไปว่าตอนที่ท่านสร้างฉันท่านอาจจะอยากสร้างสิ่งสวยงามอย่างหนึ่ง แต่พอสร้างเสร็จแล้วมันก็ดูไม่เข้ากันและดูทุเรศอย่างน่าเหลือเชื่อท่านจึงส่งฉันไปเกิดในโซนยากไร้ให้ตกระกำลำบากแทนฮึ่ม...ยังไงเทพสายตาสั้นก็ยังคงเป็ตัวตนที่น่านับถือกว่าสำหรับฉัน บางทีฉันอาจจะไปลองเปลี่ยนศาสนาที่อำเภอเป็ศาสนาสายตาสั้นหรือลัทธิสายตาสั้นอะไรเทือกนั้น หวังว่ามันจะทำได้จริงๆเขาไม่ควรห้ามเพราะความเชื่อมันเป็เื่ส่วนบุคลและความเชื่อของฉันมันยังดูสมเหตุสมผลกว่าการไปถูต้นไม้หรือไหว้จิ้งจกเก้าหางมาก…..เอิ่มมม....ฉันพึ่งจะแซะความเชื่อหนึ่งไปทั้งๆที่ตัวเองพึ่งจะพูดว่ามันเป็เื่ส่วนบุคล-_-
ในระหว่างที่ฉันเพ้อเจ้อไปกับความคิดของตัวเองน้องน้ำก็ยังคงละเลงบนใบหน้าฉันอย่างไม่ยั้ง จนในที่สุดหน้าของฉันก็เสร็จสมบูรณ์
ฉันหยิบกระจกขึ้นมาส่องและไม่น่าเชื่อฉันเจอสาวสวยคมเข้มคนหนึ่งอยู่ในนั้น มันคล้ายกับในรูปเทพเ้าแห่งการสายตาสั้นคงจะสบายใจได้แล้วในตอนนี้ที่ฉันไม่ได้ลดความอ้วนอย่างเสียเปล่า
ฉันโผเข้ากอดน้องน้ำด้วยความดีใจและในที่สุดฉันก็ได้เห็นรูปลักษณ์ของตัวเองที่ดูดีที่เหลือก็แค่เรียนวิธีการใช้อุปกรณ์พวกนี้ก็เท่านั้น
ฉันและนายแว่นซ้อมแต่งหน้ากันต่อด้วยอีกคนที่หน้ายังว่างบุญเติม เราทั้งคู่จับบุญเติมมาละเลงหน้าด้วยข้ออ้างว่า”ทั้งหมดก็เพื่อการวิจัย”เราละเลงหน้าของเติมจนกระทั่งตกเย็น และในวันนี้ เราก็ได้คนหน้าตาดีคนใหม่เพิ่มมาอีกสองคนและคนที่เคยหน้าตาดีเพิ่มมาอีกหนึ่งคนก่อนที่เราจะกลับบ้าน