บ้านนฤบดีมีงานใหญ่ในรอบสิบปี ตัวบ้านและโดยรอบทั้งตัวตึก ประตูหน้า รั้วปูนปั้น ต้นไม้ ถูกประดับไฟดูสว่างไสวทำให้บ้านดูคล้ายปราสาทหลังใหญ่สวยงามในนิทานหลอกเด็ก
ลูกสาวคนเดียวกลับจากเมืองนอกงานเลี้ยงรับขวัญถูกจัดซึ่งธีมของงานคือ เปลี่ยนของขวัญเป็เงินช่วยผู้ยากไร้ตามความตั้งใจของเ้าของงาน
เสียงดนตรีทำนองหวานบรรเลงเพลงเย็นรื่นและนุ่มนวลแสงระยิบวิบวับจากโคมไฟหลายดวงทำให้ฟลอร์เต้นรำดูคล้ายท้องฟ้ากว้างที่มีดวงดาวหลายร้อยดวงประดับประดาเรียงราย
ชลทิศ มองน้องสาวที่เต้นรำโยกย้ายตัวตามจังหวะดนตรีนัยต์ตาหล่อนเป็ประกายและใบหน้ายิ้มละไม ริมฝีปากอิ่มฉ่ำสีแดงเรื่อเผยอขึ้นลงคราพูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกับคนรัก
ธิดารัตน์ เฉิดฉายในชุดราตรีสีแดงเข้มที่่บนรัดรูปแนบตัวเผยส่วนเว้าส่วนโค้งดูสวยเข้ากันกับกระโปรงยาวที่รัดรูปถึงแค่่สะโพกแล้วปล่อยชายบานกว้างและพลิ้วไหวทิ้งตัวลงมากรุยกราย
ทำให้นึกถึง่หัวค่ำ เมื่อเขาขับรถไปรับน้องสาวที่บ้านก่อนจะพามาร่วมงาน
สิ่งหนึ่งที่ชลทิศรู้สึกขัดใจคือด้านหลังเปลือยเปล่าของชุดที่ดูโป๊เกินไปในสายตาเขาเพราะมันเว้าลงมาจนถึงเอว มีเพียงเชือกเส้นเล็กปักด้วยด้ายสีเงินเป็ประกายระยิบไขว้ทแยงกันเท่านั้นที่พาดทาบแผ่นหลังขาวเนียน
หากแต่ธิดารัตน์กลับชอบ
“พี่ทิศนะเชย ใครๆ เขาก็ใส่แบบนี้กันทั้งนั้น ดาไม่เห็นว่าจะโป๊ตรงไหน”
ธิดารัตน์แย้งพร้อมกับหมุนตัวออกจากกระจกเงาบานใหญ่สูงเท่าตัวหันมาเผชิญหน้ากับพี่ชายคนโตที่หัวโบราณ
“เห็นไปถึงไหน ๆ ยังจะเถียง”
“แค่แผ่นหลังหรอกค่ะ ชิวชิว”
ธิดารัตน์ลอยหน้ายักไหล่
“ยังจะพูดเล่นอีก พี่ขอเถอะเปลี่ยนซะ”
ชลทิศเน้นเสียงคล้ายออกคำสั่งนอกจากธิดารัตน์จะไม่รู้สึกกลัวแล้ว หล่อนยังเดินเข้ามาเบียดตัวเขาใช้มือสองข้างโอบรอบแขน เอียงหัวที่มีเส้นผมหยิกเป็ลอนสลวยเกล้าเป็กลุ่มหลวมแซมด้วยกิ๊บประดับเพชรวูบวาบซบไปที่ต้นแขนพลางช้อนตาขึ้นมองพี่ชายส่งเสียงออดอ้อน
“แหม พี่ทิศขา ดาก็อยากใส่ชุดสวยบ้าง นาน ๆ จะมีโอกาสแบบนี้สักที ดารู้คะ ว่าพี่ทิศไม่อยากให้น้องสาวคนสวยของพี่ดูเป็สาวใจกล้าเกินไป แต่ชุดแบบนี้มีคนใส่เยอะแยะ แล้วงานที่จะไปกันคืนนี้ก็เป็งานราตรี ผู้หญิงที่ใส่ชุดคล้ายแบบดามีถมถืดไป ไม่มีใครสนใจดาหรอกค่ะที่สำคัญ ดาอยากดูสวยที่สุดในสายตาของพี่นนท์”
ธิดารัตน์จริงใจกับคำพูดเมื่อเอ่ยถึงรชานนท์แฟนหนุ่ม หญิงสาวไม่้าให้รชานนท์มองผู้หญิงคนไหนนอกจากหล่อน และชุดนี้จะทำให้หล่อนดูสวย เซ็กซี่ โชว์บ้างวับวับแวมแวมพอให้ลุ้นแต่จะทำให้หล่อนดูน่าสนใจมากขึ้นเมื่อเทียบกับชุดที่พี่ชายเลือกให้
ใจจริงชลทิศไม่อยากให้น้องสาวมางานนี้ธิดารัตน์ยังเด็กอยู่ในสายตาเขา น้องเป็แค่นิสิตปีสามของมหาวิทยาลัยยังเรียนไม่จบ อายุเพิ่งจะยี่สิบต้นๆ
ชลทิศจำใจพาธิดารัตน์ออกงานคืนนี้เป็เพราะเขาไม่สามารถขัดท่านอาหญิงหวิวหรือท่านผู้หญิงสมถวิลนฤบดี ได้
ท่านอาหญิงหวิวที่มักให้เราสามคนพี่น้องเรียกท่านง่าย ๆ ว่า อาหวิวคือบุคคลผู้มีบุญคุณกับเราสามคนพี่น้องมาก
ท่านรับอาสาเลี้ยงดูพวกเราเมื่อเราไม่มีใคร ไม่มีเพราะคุณพ่อกับคุณแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนเมื่อครั้งชลทิศอายุเพียงสิบขวบตอนนั้นพงศ์เจ็ดขวบ ส่วนหนูดาเพิ่งเกือบสองขวบกระมัง
ชลทิศจำได้แม่นว่าน้องสาวคนสุดท้องเริ่มหัดพูด แต่ยังไม่ทันได้หัดพูดคำว่าแม่กับพ่อ ชลทิศต้องจำใจสอนน้องให้พูดคำว่าพี่
เขาจำได้ไม่เคยลืมเลยว่าเขาสอนน้องให้พูดคำว่า “พี่” ทั้งน้ำตา
“อ้าวเฮ้ย...ไอ้ทิศคุณชลทิศครับ... ใจลอยไปถึงไหนกันว๊ะคุณมึง”